เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 93|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1269
  • Money: 1962
  • Tz: 1278
  • Posts: 316
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4528
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 14-9-2018 22:49:20 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 13.3 : เพชรฆาตแห่งซิลวาครุซ








   “ให้ตายสิ ถึงจะตัวเล็กแต่ก็เคี่ยวไม่ใช่เล่นเลยนะเนี้ย”


   เบลซ ฮีทนิกซ์ เอ่ยขึ้นหลังจากที่จัดการเหล่ามือสังหารแห่งซิลวาครุซตายหมดแล้ว สิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้คือ เพชรฆาตแห่งซิลวาครุซที่มีความสามารถด้านความเร็วเหนือกว่าเขา ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่พลังของเธอนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความเร็วที่เพียงแค่ก้าวเท้าออกมาแค่ก้าวเดียวก็พุ่งเข้าไปประชิดตัวเขาได้แล้ว


   ชายหนุ่มใช้ดาบเพลิงพิพากษารับมือและตอบโต้โจมตีใส่เธอไม่ยั้ง แต่ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถจับจังหวะได้เลยว่าเด็กหญิงคนนี้จะโจมตีมาทางไหน จึงทำให้เขาทำอะไรได้ไม่มากนัก และที่สำคัญคือ ทุกครั้งที่มีดสั้นของเธอโจมตีเข้ามา พละกำลังของเขาก็จะถูกดูดออกไปเรื่อยๆ หากไม่รีบจัดการเด็กหญิงคนนี้โดยเร็ว ลูน่าที่ถูกพิษงูเห่าของมือสังหารที่ตายไปจะแล่นเข้าสู่หัวใจของเธอ


   เด็กหญิงผมหยักศกสีดำที่กำลังยืนประจันหน้ากับเบลซ ก็นึกย้อนภาพตัวเองกลับไปหลังจากที่ไเธอได้สังหารปีศาจพิษ ตอนที่เธอสลบไม่ได้สติเพราะถูกพลังชีวิตของไอริสครอบงำ คนขององค์กรซิลวาครุซ ก็ได้เดินทางมารับตัวเธอกลับไปรักษาตัวในศูนย์บัญชาการใหญ่ แต่การรักษาเธอคนนี้ไม่รักษาเหมือนคนทั่วไป เพราะเธอถูกโคลนขึ้นมา และจะต้องอยู่ในความดูแลของผู้ที่สร้างเธอขึ้น


   “มีข่าวด่วนแจ้งเข้ามาครับ!! ตอนนี้กองทัพของราชินีซัคคิวบัส ‘รีเบคก้า’ ที่นำทัพโดยอัศวินดำ ‘แบล็กฮาร์ด’ กำลังทำสงครามกับกองทัพ ‘วิหารแสงจันทร์’ อยู่ที่ราบ ‘มอลไซม์’ ในเขตแดนของจักรวรรดิ ‘มิเชลเลีย’ ครับ!”


   หน่วยข่าวกรองวิ่งเข้ามารายงานข่าวให้แก่ สเตฟานที่กำลังนั่งดูไอรินอนพักฟื้นอยู่ในห้องแลป


   “แบล็กฮาร์ดงั้นเหรอ!? ตกลงมันเป็นใครกันแน่ ทำไมมันถึงได้ไปเป็นแม่ทัพของรีเบคก้าได้!?”


   “ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ชุดเกราะที่เขาใส่ตอนนี้แตกต่างจากตอนที่ทำสงครามกับเราเมื่อ 8 เดือนก่อน...”


   “จะบอกว่าที่มันรอดมาได้ ก็แอบไปเพิ่มพลังให้ชุดเพื่อต้านทานแรงระเบิดเวทย์ของเราในสงครามครั้งก่อนยังงั้นสินะ”


   “พวกเราควรไปช่วยเหลือกองทัพวิหารแสงจันทร์มั้ยครับ?”


   “ไม่ต้อง องค์กรซิลวาครุซของเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับพวกวิหารแสงจันทร์”


   “ตะ...แต่ว่าทายาทตระกูล ‘ฟูจิวาระ’ ที่เป็นผู้สนับสนุนองค์กรเรา เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับราชินีแอสเทียนะครับ”


   “โทโยฮิเมะ น่ะเหรอ?”


   สเตฟานนึกขึ้นมาได้ว่า โทโยฮิเมะไม่ถูกกับแอสเทีย เค้าแสยะยิ้มก่อนจะพูดออกมาว่า


   “แบบนั้นยิ่งไม่ต้องส่งคนไปช่วยเลย เพราะโทโยฮิเมะไม่ถูกกับแอสเทีย”


   “ตะ...แต่ว่า”


   “ตระกูลฟูจิวาระมีความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรกับรีเบคก้ามาช้านานแล้ว และความสัมพันธ์นี้ก็มีมาก่อนรุ่นของนางเสียอีก ถ้าเกิดเรายกทัพไปช่วยวิหารแสงจันทร์ เราก็จะกลายเป็นศัตรูของตระกูลฟูจิวาระ”


   คำตอบที่แน่นอนของสเตฟานคือ ไม่ยกทัพไปช่วยวิหารแสงจันทร์ ถึงแม้ว่าทัพฝ่ายปีศาจจะมีศัตรูเก่าอย่างแบล็กฮาร์ด เพื่อไม่ให้สูญเสียการสนับสนุนจากตระกูลฟูจิวาระ เขาจำเป็นที่จะไม่ส่งคนไปยุ่งกับกองทัพของรีเบคก้า


   เพล้ง!

   เสียงกระจกแตกดังมาจากห้องแลปที่ไอรินอนพักฟื้น สเตฟานรีบวิ่งเข้าไปดูก็ไม่เห็นไอริแล้ว เขาสั่งให้ทหารที่ประจำการอยู่ในองค์กรตามหาเธอ


   “ท่านสเตฟาน แย่แล้วครับ!”

   จอมเวทย์คนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาสเตฟาน


   “มีอะไร?”


   “ไอริครับ! เธอแอบพามือสังหาร ‘สเปคเตอร์’ เจ็ดคน บุกเข้าไปในห้องเคลื่อนย้าย แล้วเปิดระบบทำการเคลื่อนย้ายไปแล้วครับ!!”


   “พิกัดที่เธอไปคือที่ไหน!?”


   “ที่ราบมอลไซม์ครับ...”


   วงแหวนเวทย์เคลื่อนย้ายได้พาไอริและมือสังหารเจ็ดคนมายังเทือกเขาที่อยู่ไม่ห่างจากที่ราบมอลไซม์ เธอรีบพามือสังหารไปที่นั่นเพื่อไปสังหารแบล็กฮาร์ด แต่ทว่า…


   “บัดซบที่สุด!!!”


   แบล็กฮาร์ดที่กำลังขี่การ์กอยหลบหนี ได้ถูกคลื่นเปลวเพลิงของชายผมสั้นสีดำที่สวมชุดทหารรับจ้างอิสระ เผาทำลายร่างตกลงมานอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น เสียงร้องดีใจของกองทัพวิหารแสงจันทร์ดังกึกก้องไปทั่ว และดูเหมือนว่าไอริจะมาเสียเที่ยว


   เวทย์เคลื่อนย้ายสามารถส่งคนให้ยังจุดพิกัดตำแหน่งไหนก็ได้ในโลกที่สเตฟานเคยผ่านไป แต่มันยังไม่มีระบบที่เอาไว้สำหรับเดินทางกลับ ไอริตัดสินใจที่จะคอยจับตาดูชายผมสั้นสีดำคนนั้นว่า เขาเป็นใคร? ทำไมเขาถึงสามารถสังหารแบล็กฮาร์ดได้ จนในที่สุดแล้ว พวกไอริก็ได้ติดตามพวกเขามาถึงเมืองอาร์เทมิส จนกระทั่ง..


   “ย้ากกก!!”

   หนึ่งในเจ็ดมือสังหารของไอริกระโดดพุ่งเข้าไปโจมตีเบลซ


   แกร๊ง!

   แอสเทียควบม้าเข้ามาขวางเอาไว้ เธอใช้โล่อีจิสรับการโจมตีและต่อด้วยลูน่ากระโดดเข้ามาฟันเข้าไปที่กลางหลังของมือสังหาร


   “ดูจะผลีผลามเกินไปหน่อยนะคะ ท่านเบลซ”

   แอสเทียพูดขึ้น


   “อยากให้ระวังด้วย ตอนนี้ท่านอาจรย์ก็ตกเป็นเป้าของพวกมือสังหารแล้วด้วย”

   ลูน่าพูด


   “ขอบคุณนะ ช่วยได้มากเลย”

   เบลซก้มหน้าขอบคุณให้แอสเทียกับลูน่า


   หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ พวกเบลซและโทโยฮิเมะต่างจะกลับไปเมืองของแต่ละคน จึงได้ออกอาร์เทมิสตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ทว่าในระหว่างเดินทางเข้าไปในป่า พวกเขาได้ถูกลอบโจมตี


   “เจ้ามือสังหารคนนี้...!?”

   โทโยฮิเมะกระตุกเดินเข้าไใกล้ๆ ศพมือสังหารที่ถูกลูน่าฟันตาย เธอลงจากหลังม้าแล้วยกมือซ้ายของศพขึ้นมาดู


   “รอยสักที่แขนนี่มันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มมือสังหาร ‘สเปคเตอร์’ ไม่ผิดแน่”

   โทโยฮิเมะเอ่ยขึ้น


   “สเปคเตอร์!? เป็นไปไม่ได้ พวกมันถูกจักวรรดิกวาดล้างไปหมดแล้วนี่ ทำไมถึงได้...”

   เซชิเลียพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ตกใจ


   “ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”


   แซ่กๆๆๆ

   ช่วงระหว่างที่เซชิเลียกับโทโยฮิเมะกำลังพูดคุยกัน สีฝีเท้าที่ดังไปทั่วสารทิศ ทุกคนในกลุ่มเตรียมตั้งรับการโจมตีที่ไม่อาจรู้ได้ว่าพวกมันจะโผล่ออกมากจากตรงจุดไหนบ้าง


   “เบลซ นายใช้เปลวเพลิงพิพากษาเผาพวกมันซะสิ”

   ไอริสพูด


   “ในป่าแบบนี้เนี่ยนะ? เดี๋ยวพวกเราก็โดนลูกหลงไปด้วยหรอก”


   ความจริงที่เบลซต้องการจะสื่อคือ พลังเปลวเพลิงพิพากษามันทำลายได้แม้กระทั่งพวกเดียวกัน


   “ฮ่า...!!!”

   มือสังหารโอกาสตอนที่พวกเบลซกำลังพูดคุยกัน เป้าหมายที่มันเล็งไว้คือลูน่า


   “ย้ากกก!!”

   ลูน่าไหวตัวทัน เธอหมุนตัวหลบการโจมตีได้ และสวนกลับด้วยดาบเพลิงพิพากษา


   “หึหึหึ...”

   ดูเหมือนว่าการฆ่ามือสังหารคนนี้จะยังไม่จบ ก่อนจะสิ้นใจตาย เขาได้ปล่อยงูพิษออกมาจากแขนเสื้อ แล้วมันก็พุ่งเข้าไปฉกตรงเนินหน้าอกของลูน่า


   “ลูน่า!!”

   แอสเทียเห็นลูกสาวของตัวเองเสียท่าให้กับมือสังหาร เธอขว้างโล่อีจิสใส่งูพิษตัวนั้นให้มันกระเด็นหันหน้ากลับไปฉกหน้ามือสังหารที่กำลังจะสิ้นใจ


   “ฮึบ!”

   คนที่อยู่ใกล้ลูน่าที่สุดเห็นจะเป็นเบลซ เขารีบกระโดดลงจากหลังม้าไปรับตัวลูน่าที่กำลังจะตกลงจากหลังม้าไว้ได้ทัน


   “ลูน่า! ลูน่า!”

   เบลซเขย่าตัวลูน่าเพื่อเรียกสติ แต่ดูเหมือนว่าพิษงูจะทำให้เธอหมดสติไปแล้ว ชายหนุ่มผมสั้นสีดำเห็นปากแผลที่งูฉกตรงเนินหน้าอกข้างซ้ายของลูน่า เขาฉีกเสื้อตรงส่วนเนินหน้าอกออกแล้วรีบก้มหน้าดูดพิษออกทันที


   “ท่านเบลซ!! ลูน่าเป็นอะไรรึเปล่า!!”

   แอสเทียกระโดดลงจากหลังม้าและวิ่งตรงเข้ามาถาม


   “ต้องรีบรักษาแล้ว กลับไปที่เมืองเถอะ”

   เบลซบอกให้แอสเทียรีบพาลูน่ากลับไปที่เมืองอาร์เทมิส เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ที่สุด


   “ฮะ ฮ่า!!”

   มือสังหารที่เหลือกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ พวกมันลงมือพร้อมกันที่ปลิดชีพเบลซ


   “โจมตีพร้อมกันสี่คน!?”

   เบลซกับแอสเทียไม่อาจจะป้องกันการโจมตีของมือสังหารพร้อมกันสี่คนได้


   “จงเย็นเยือกจรดปลายฟ้า ฮิซาเมะ!!”

   โทโยฮิเมะปักดาบคาตะนะน้ำแข็งลงพื้น


   ชิ้งๆๆ

   หอกน้ำแข็งจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากดิน แล้วเสียบร่างพวกมือสังหารทั้งหมดตายคาอากาศ และปิดท้ายด้วยการเก็บดาบตาตะนะน้ำแข็งเข้าไปในฝักคืน หอกน้ำแข็งที่เสียบคาพวกมือสังหารก็แตกสลายหายไป


   “ช่างน่าผิดหวังจริงๆ แค่ลูกสาวคนเดียวยังเป็นถึงขนาดนี้ เจ้าน่ะเป็น ทรี ออฟ การ์ด ที่มีแต่ความล้มเหลว”

   โทโยฮิเมะพูดต่อว่าใส่แอสเทีย ก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วควบม้าวิ่งออกจากกลุ่มของเบลซไป


   ระหว่างที่โทโยฮิเมะกำลังจากพวกแอสเทีย เบลซตะโกนเสียง ‘ขอบคุณ’ ไล่หลังเธอไป หญิงสาวผมสีชมพูมัดทรงหางม้าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เธอแอบปล่อยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะกระตุกเชือกม้าให้วิ่งเร็วยิ่งขึ้น


   “ท่านเบลซ อาการของลูน่าเป็นยังไงบ้าง?”

   แอสเทียถามอาการของลูน่า


   “ถ้ากลับไปอาร์เทมิส แล้วทำแผลก่อนอาจจะทันก็ได้”


   “งั้นรีบเร็วเข้า!”


   เบลซบอกให้ ไอริส เซชิเลีย และซอร์เนียร์ ล่วงหน้ากลับไปเมืองอาร์เทมิสเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีสังหารโผล่มาอีก และในระหว่างทางที่เบลซกับแอสเทียกำลังตามหลังไป ไอริได้ใช้พลังของหีบพระบัญญัติสร้างมิติป่าวงกตขึ้น ทั้งสองคนที่กำลังจะเดินทางออกจากป่าก็ไม่อาจจะผ่านพ้นป่านี้ไปได้ซักที พวกเขาวิ่งวนกลับมายังจุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า


   “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย ทำไมเราถึงวิ่งวนกลับมาที่เดิมล่ะ?”

   เบลซพูดขึ้น


   “สงสัยคงจะเป็นเวทย์ลวงตาล่ะมั่งคะ พวกมือสังหารคงกางเขตเวทย์ล้อมรอบป่านี้ก่อนที่พวกเราจะเข้ามาในป่า และดูเหมือนว่ามันจะถูกปรับให้ป่าแห่งนี้กลายเป็นป่าวงกต”


   “แต่อาการของลูน่าแย่ลงทุกที เราต้องออกไปจากที่นี่”

   เบลซใช้ดายเพลิงพิพากษาเผาทำลายป่าเป็นเส้นทางแนวตรงเพื่อตัดปัญหา แต่ทว่าป่าที่ถูกเผาไหม้เกรียมเป็นเส้นทางก็กลับคืนสภาพกลับมาดั้งเดิม


   “ไม่ไหวๆ ดูท่าเจ้าคนสร้างป่าวงกตจะแกร่งพอดู แบบนี้คงออกไปตรงๆ ไม่ได้แน่”


   แอสเทียดึงเพรชสีแดงที่เป็นตัวประดับโล่อีจิสออกมา


   “เจ้านี่จะช่วยหาทางออกให้เองค่ะ”


   “โล่อีจิสมันทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?”

   เบลซทำหน้าเหมือนไม่เชื่อว่าเจ้าเพชรสีแดงเม็ดนี้จะช่วยพาพวกเขาออกจากป่าวงกตได้


   “ถ้าหาทางออกไม่เจอก็หารอยรั่วเล็กๆ แล้วค่อยใช้รอยรั่วนั่นสร้างทางออกค่ะ”


   แอสเทียปล่อยให้เพชรแดงลอยไป แต่มันก็ลอยวนไปวนมารอบตัวพวกเขา


   “หาแต่รอบๆ ตัวพวกเรามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะครับ?”


   “เวทย์ลวงตาน่ะ มักจะสร้างในขอบเขตแคบๆ มากกว่า นั่นก็เพราะว่า ถ้าหลอกแค่พวกเราสองคนในนี้ได้ ก็เท่ากับว่าเวทย์ลวงตานี้ประสบผลสำเร็จค่ะ”


   “อ๋อ งี้นี่เอง...”


   ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีมือปริศนาลอยเข้ามาคว้าคอเสื้อของเบลซ แล้วเหวี่ยงเขาไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง


   “นี่น่ะเหรอ ชายผู้ที่สังหารอัศวินดำแบล็กฮาร์ดน่ะ ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยนี่”


   มือปริศนาค่อยๆ เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาให้เบลซกับแอสเทียได้เห็น เจ้าของมือปริศนานี้เป็นเด็กหญิงผมหยักศกสีดำ ยืนทำปากบวมเหมือนจะไม่พอใจกับเรื่องที่ว่า ทำไมเบลซถึงโดนการโจมตีเล็กๆ น้อยๆ ของเธอได้ง่ายดายเหลือเกิน


   “พวกสเปคเตอร์งั้นเหรอ!?”

   แอสเทียพูดขึ้น


   “เปล่า ฉันไม่ใช่พวกสเปคเตอร์อย่างที่เธอคิดอยู่ตอนนี้หรอกนะ”

   เด็กหญิงพูดจบ ก็หยิบเอาตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของเธอออกมาให้แอสเทียดู


   “ตราสัญลักษณ์รูปบิชอป!?”


   “ใช่แล้ว ฉันคือลูกสาวของบิชอปสเตฟาน ชื่อ ‘ไอริ อะพอคคาลิปส์’ ยังไงล่ะ”


   “เป็นไปไม่ได้ บิชอปสเตฟานไม่มีลูก ”


   “แต่ตอนนี้เค้าก็มีแล้ว”


   ไอริวิ่งตรงเข้าไปหาแอสเทียด้วยความเร็วสูง


   “ชิ!”

   แอสเทียรีบเอาโล่อีจิสขึ้นมาเตรียมตั้งรับการโจมตี


   “ช้าไป!!”


   ไอริโผล่มาหยุดอยู่ตรงหน้าแอสเทียก่อนที่เธอจะยกโล่ขึ้นมา เด็กหญิงหมุนตัวอ้อมไปด้านหลังแล้วล็อกคอแอสเทียพร้อมกับเอามีดสั้นจี้คอเอาไว้


   “จะบอกอะไรให้รู้ไว้นะ ฉันน่ะไม่ใช่มือสังหาร แต่เป็นเพชรฆาตแห่งซิลวาครุซ”


   ไอริพูดจบแล้วก็เตรียมใช้มีดแทงเข้าไปที่คอของแอสเทีย แต่ทว่า…


   “เป็นเด็กเป็นเล็ก ไม่ควรเล่นของมีคมนะ”


   เสียงของเบลซดังมาจากทางด้านหลังของไอริ


   “ชิ!”

   ไอริขว้างมีดออกไปโดยไม่มอง


   แคร้ง!

   มีดที่เธอขว้างไปเหมือนจะกระทบอะไรสักอย่างที่เป็นเหล็ก เด็กหญิงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วปล่อยแอสเทียไป เธอหันหน้าไปมองชายผมสั้นสีดำที่กำลังยืนทำหน้าเยาะเย้ยใส่


   นี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดว่าทำไมเบลซถึงได้มาต่อสู้กับไอริ...


   “ขอฉันดูพลังที่แท้จริงหน่อยเถอะว่า ทำไมคุณถึงสามารถสังหารแบล็กฮาร์ดได้...”

   ไอริปลดปล่อยพลังที่ถูกกักเก็บไว้ในตัวออกมา


   “เฮ้ยๆ นั่นมัน...”


   ภาพที่เบลซกำลังจะได้เห็นคือสีผมของไอริค่อยๆ เปลี่ยนจากดำไปเป็นสีแดง พร้อมกับเปลวเพลิงสีแสดที่กำลังลุกโชนขึ้นมาตามร่างกายของเธอ


   เพชรฆาตวิหคอมตะไม่ได้มีแค่ไอริสหรอกเหรอ…!?





++++++++ To Be Continued ++++++++






ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 26-9-2018 20:17 , Processed in 0.032743 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th