เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 780|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4630
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 6-5-2018 10:09:07 |แสดงโพสต์ทั้งหมด


Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 3 : แวมไพร์ผู้แปรพรรค








     "ข้าเคยได้ยินเรื่องของเจ้ามาก่อน แวมไพร์ที่ขายตัวให้กับพวกมนุษย์ นั่นหมายถึงเจ้าสินะ?"


     ปีศาจแมงมุมที่อยู่ในร่างหญิงชราพูดขึ้น


    "เลิกสนเรื่องนั้นแล้วรีบตอบคำถามมาเร็วๆ ไม่ได้รึไง? ฉันถามอยู่นะว่าแกรู้อะไรเกี่ยวกับเพชรฆาตวิหคอมตะบ้าง"


     "เฮอะ! จะรู้หรือไม่รู้ข้าก็ไม่มีวันบอกเจ้าหรอก"

     ปีศาจแมงมุมในร่างหญิงชราพ่นใยออกมาจากปาก


     "ก็ได้...พวกปีศาจชั้นสวะที่เล่นงานลูกค้าที่มาซื้อข้อมูลหน้าตาเฉยแบบนี้"


     "หือ!?"


      'ปัง!'

      เสียงปืนดังสนั่นพร้อมกับเลือดสีม่วงที่พุ่งกระจายไปจุดต่างๆ ร่างที่ไร้หัวของปีศาจแมงมุมในร่างหญิงชราล้มลงไปนอนกับพื้นและแน่นิ่งไปในที่สุด


     "ในเมื่อถามจากปากของแกตรงๆ ไม่ได้ งั้นถามกับเลือดคงได้ข้อมูลเร็วกว่า"

     แวมไพร์สาวเลียเลือดของปีศาจแมงมุมที่กระเด็นมาติดอยู่ที่ริมฝีปาก


     "เริ่มถอดข้อมูลจากเลือดปีศาจ ข้อมูลเรื่องเพชรฆาตวิหคอมตะไม่มี ข้อมูลเกี่ยวกับสงครามเมื่อ 200 ปีก่อนก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ อืม...แต่ว่าใกล้ๆ แถวนี้"


     เลือดของปีศาจแมงมุมที่แวมไพร์สาวดูดเข้าไปได้ฉายภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังฝึกซ้อมเพลงดาบในป่าที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ฝีไม้รายมือของเค้าดูคล้ายคลึงกับคนที่เธอกำลังตามหา


     "หึ! ถ้าเป็นผู้ชายคนนั้นอาจจะรู้เบาะแสอะไรเกี่ยวกับเพชรฆาตวิหคอมตะอยู่ก็ได้"

     แวมไพร์สาวพูดจบแล้วก็หายวับเข้าไปในเงามืด


     อีกด้านหนึ่ง ณ ใจกลางป่าลึก เบลซที่ถูกไอริสใช้พลังโจมตีเข้าที่หัวเพื่อให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ กำลังนั่งตกปลาอยู่ที่แอ่งน้ำใจกลางป่าลึก เค้านั่งคิดเรื่องที่ไอริสไม่พอใจในตัวของเค้า เค้านั่งคิดแล้วคิดอีกว่าตัวเองทำอะไรผิดไปรึเปล่า แต่ให้นึกคิดไปยังไงก็นึกไม่ออกอยู่ดี


     "ให้ตายเถอะ ทำไมไอริสถึงโกรธเราด้วยนะ นี่เราไปทำอะไรให้เค้าโกรธรึเปล่าเนี่ย?"


     "เค้าคงจะโกรธเพราะนายคิดจะแย่งพลังอมตะจากตัวเธอละมั่ง"


     "เสียงใครน่ะ!?"

     เบลซตะโกนเสียงพร้อมกับหันซ้ายหันมองมองหาต้นตอของเสียง


     "ฉันอยู่นี่"

     ต้นตอของเสียงมาจากเงาของเบลซที่สะท้อนอยู่ในน้ำ


     "นี่นายเป็นใคร! ไม่ใช่สิ ทำไมเงาฉันถึงพูดได้ล่ะ!?"


     "นายนี่ขี้โวยวายอย่างที่ไอริสว่าไว้จริงๆ แห๊ะ"


     "อึก..."

     เบลซเงียบทันที ในใจเค้าคงจะรู้สึกไม่ดีสุดๆ เพราะโดนเงาของตัวเองด่า


     "ฉันจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้นายฟังเอง"


     เงาของเบลซได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง สีหน้าของเบลซเริ่มหดหู่เมื่อได้รู้ว่าเค้าเกือบจะฆ่าไอริส


     "งั้นเหรอ นี่ฉันเสียสติเพราะกลัวแบล็กฮาร์ดแล้วไปลงมือฆ่าไอริสงั้นเหรอ"


      "ถ้ายัยนั่นไม่ใช้พลังเพลิงโจมตีหัวนายละก็ นายคงจะได้พลังอมตะเธอไปและกลายเป็นวิหคเพลิงผู้ชั่วร้ายนั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ"


      "ฉันต้องรีบไปขอโทษเธอแล้วล่ะ"

      เบลซลุกขึ้นและเตรียมเดินกลับไปหาไอริสเพื่อขอโทษ


      "ขอบใจมากนะเจ้าเงา เพราะนายแท้ๆ เลยฉันถึงได้รู้เรื่องราวทั้งหมด"


      "ไม่เป็นไรๆ แต่นายยังไปไหนไม่ได้หรอกนะ"


      "หมายความว่าไง ทำไมฉันถึงยังไปไหนไม่ได้"


      "เพราะฉันเองก็อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับไอริสอยู่เหมือนกันน่ะ"

      เสียงเงาของเบลซแหลมเหมือนเสียงหญิง และเสียงพูดนั้นอยู่ใกล้ๆ หูของเค้า


      "คราวนี้จะมามุกไหนอีกล่ะ เจ้าปีศาจ!!"

      เบลซใช้ด้ามเบ็ดตกปลาตะวัดไปทางขวา


      หมับ!!

      ด้ามเบ็ดตกปลาถูกรับได้ และภาพที่เบลซเห็นคือหญิงสาวผมยาวตรงสีขาว นัตน์ตาแดงฉานราวกับเลือด ซึ่งดูๆ แล้วว่าเธอไม่ใช่คนแน่นอน


      "อยู่ๆ ก็เอาเบ็ดตกปลามาฟาดใส่ผู้หญิงแบบนี้ นายนี่ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาซะเลยนะ"


      "ขอโทษด้วยละกันนะ"


      "เอาล่ะ งั้นฉันขอถามนายอีกครั้งนะ นายรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับไอริสบ้าง"


      "ก็แค่ยัยหัวแดงบ้าพลังและฆ่าไม่ตายก็เท่านั้นแหละ"


      "หึหึ นายนี่ช่างเป็นคนที่พูดตรงจังเลยนะ"


      "แล้วคุณปีศาจสาวเป็นใครเหรอ? ทำไมถึงได้สวมชุดนักล่าปีศาจของสมาคมนักล่าของมนุษย์"


      "เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องตอบให้นายรู้หรอก"

      แวมไพร์สาวชักปืนลูกซองสั้นออกมาจากเอวแล้วเล็งไปที่เบลซ


      "เฮ้ๆ เอาของอันตรายแบบมาเล็งฉันทำไมน่ะ?"


      "ไอริสอยู่ไหน?"


      "ถ้าฉันบอกว่าไม่รู้ล่ะ"


      "งั้นฉันคงจะต้องถามจากเลือดของนาย"


      "ยัยนี่เป็นแวมไพร์งั้นเหรอ?"

      เบลซคิด


      ปัง!!

      เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งป่า


     "เสียงปืนแบบนี้้...อย่าบอกนะว่า..."

     ไอริสที่กำลังนั่งก่อไฟได้ยินเสียงปืนเข้าจึงรีบตรงไปที่แอ่งน้ำตรงจุดที่เบลซอยู่


     "หีม? นายคือทหารรับจ้างอิสระงั้นเหรอ?"

     แวมไพร์สาวเหล่ตาไปเห็นตราสัญลักษณ์ที่ฝักดาบของเบลซ


     "นี่ก่ะจะเอาให้ฉันเลือดออกจริงๆ ใช่มั้ย?"


     "ก็ถามดีๆ ไม่ชอบ ฉันก็เลยจำเป็นต้องถามจากเลือดนายโดยตรงยังไงล่ะ"

     แวมไพร์สาวหักกระบอกปืนแล้วใส่ลูกกระสุนเข้าไปใหม่อย่างรวดเร็ว


     "เร็วมาก!"

     เบลซเห็นแล้วก็รีบวิ่งไปหลบที่หลังโขดหิน


     "หลบไปก็เปล่าประโยชน์"


      ปัง!

     กระสุนปืนได้ทะลุโขดหินและเฉียดหัวเบลซ


     "ปืนบ้าอะไรวะเนี้ย!!"

     เบลซเห็นท่าไม่ดี เค้ารีบวิ่งหนีเข้าไปในป่าเพื่อหลบวิถีกระสุน


     "นับว่าฉลาดมากสำหรับทหารรับจ้างอิสระ พอรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมีอาวุธที่ได้เปรียกว่าตนก็ต้องหาสถานที่ที่อีกฝ่ายใช้อาวุธนั้นได้ไม่เต็มที่"


     "ถึงจะเปลี่ยนกระสุนได้เร็วมากแค่ไหน แต่ถ้ายิงไม่โดนเป้ามันก็ไม่มีความหมายอะไร"

     เบลซคิดแผนว่าจะให้แวมไพร์สาวยิงปืนจนกว่ากระสุนจะหมด เพราะไหนสายตาที่เบลซมองคือแวมไพร์สาวมีปืนกระบอกเดียว


     "แต่นายก็ลืมไปซะสนิทเลยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์น่ะ"

     เสียงของแวมไพร์สาวดังมาจากทางด้านหลังของเบลซ


     "มาอยู่ข้างหลังเราตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!?"

     ช่วงจังหวะที่เบลซกำลังจะหันหน้าไปมอง แวมไพร์สาวพุ่งถีบเข้าไปที่หน้าท้องของเบลซจนกระเด็นปลิวกลับมาที่แอ่งน้ำ


      "อึ้ก!!"


      "โอ้โห โดนถีบเข้าไปที่หน้าท้องเต็มๆ แบบนั้นแล้วยังจะเก็บอาการได้อีกนะ"


      "หึ...พอดีครูของฉันสอนมาดีน่ะ...ลูกถีบของแวมไพร์ปลวกเปียกแค่นี้ทำอะไรฉันได้หรอก"

      เบลซตอบกลับแบบกวนๆ


      "ปากดีนักนะ"

      แวมไพร์สาวเดินตรงเข้าไปหาเบลซแล้วเตะเข้าไปตรงจุดหน้าท้องที่เบลซเพิ่งจะถูกถีบไปเมื่อสักครู่นี้


      "อึ๊ก!!!"


      "ร้องออกมาสิ!! เสียงร้องของนายน่ะ ฉันอยากได้ยิน"

      แวมไพร์สาวตะคอกเสียงใส่เบลซพร้อมกับเตะเข้าไปที่หน้าท้องของเบลซอย่างต่อเนื่อง


      "ต่อให้เธอตัดแขนตัดขาหมอนั่นก็ไม่ส่งเสียงร้องออกมาหรอก"


      "หืม?"

      

      แวมไพร์สาวได้ยินเสียงนี้แล้วก็รีบหันกระบอกปืนไปทางต้นตอของเสียงและยิงทันที


      "เมื่อ 40 ปีก่อนฉันเคยไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของพ่อค้าของเถื่อนคนหนึ่ง เค้าเป็นคนป่าเถื่อนและชอบจับผู้หญิงในหมู่บ้านมาข่มขืนทุกวี่ทุกวัน แม้แต่สาวใช้และลูกสาวของตัวเองก็ยังไม่เว้น แต่มีอยู่วันหนึ่ง ชาวบ้านได้จ้างมือสังหารให้มาฆ่าพ่อค้าของเถือนคนนี้และเหล่าลูกสมุนของเค้า พอมือสังหารคนนั้นจากไปแล้ว ฉันก็ได้ปรากฏตัวท่ามกลางศพของคนชั่วเหล่านั้นแล้วหยิบกระบอกปืนที่ฆ่าพ่อค้าของเถือนนั้นมายิงหัวตัวเอง แต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความตายที่คนเหล่านั้นได้รับเลยสักนิด..."


     ไอริสค่อยๆ เดินออกมาจากเงาต้นไม้พร้อมกับชี้นิ้วไปที่กลางหน้าผากของตัวเอง


     "ความจริงที่ฉันจะบอกเธอก็คือปืนนั่นน่ะฆ่าฉันไม่ได้หรอก ฉันลองมาแล้วน่ะ"


     ไอริสสอดนิ้วเข้าไปในรูแผลกลางหน้าผากแล้วเอาลูกกระสุนปืนออกมาให้แวมไพร์สาวดู


      "เจอตัวซักทีนะเพรชฆาตวิหคอมตะ"

      แวมไพร์สาวพูดพร้อมกับเก็บปืน


      "หน้าตาเธอดูคุ้นๆ นะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย"


      "ชื่อของฉันคือ 'เซซีเลีย' ลูกสาวของราชาแวมไพร์ที่เธอฆ่าไปเมื่อ 200 ปีก่อนไง"


      "อะไรนะ?"

      

      ไอริสนึกภาพตอนที่ตัวเองกำลังต่อสู้กับเหล่าปีศาจในช่วงสงครามเมื่อ 200 ปีก่อน หลังจากที่ตัวเองสังหารวิหคเพลิงแล้วได้รับพลังความเป็นอมตะมา หนึ่งในผู้นำทัพปีศาจอีกตนที่เป็นราชาแวมไพร์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เค้าเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับไอริสก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปหาเธอ ลูกสาวฝาแฝดของราชาแวมไพร์ที่กำลังสู้กับเหล่าทหารฝ่ายมนุษย์เหลี่ยวตาไปเห็นพ่อของตนถูกไอริสเผากลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา แฝดคนพี่กรีดร้องและวิ่งตรงเข้าไปหาไอริส แต่เธอก็ถูกลูกน้องคนสนิทของราชาแวมไพร์ห้ามเอาไว้แล้วรีบถอยทัพหนีไปทันที ส่วนแฝดคนน้องกลับไม่ถอยตามพี่สาว เธอทิ้งอาวุธแล้วยอมมอบตัวให้กับทหารฝ่ายมนุษย์


     "อ้อ จำได้แล้ว เธอคือองค์หญิงแวมไพร์ที่ยอมมอบตัวให้กับกองทัพของฉันและยอมแปรพรรคมาอยู่ฝ่ายมนุษย์ แต่ดูว่าจะเธอจะใช้โอกาสนี้ออกตามล่าฉันในแดนมนุษย์ได้อย่างสบายๆ เพื่อมาแก้แค้นให้พ่ออย่างนั้นสินะ"


     "ถูกต้องแล้ว"


     "แต่เธอจะทำอะไรฉันได้ เมื่อกี้ก็เห็นแล้วนี่ว่าปืนสุดพิเศษของเธอทำอะไรฉันไม่ได้น่ะ"


     "ใช่ ปืนเมื่อกี้นี้ทำอะไรเธอไม่ได้ แต่ว่าสำหรับกระบอกนี้มันทำให้เธอเจ็บได้นะ"


      ปัง!!

      เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งป่า เบซยกตัวขึ้นแล้วเค้าก็ได้เห็นไอริสล้มลงไปนอนกับพื้นและส่งเสียงร้องออกมา


      "กรี้ด!! เจ็บ!! เจ็บเหลือเกิน!!"

      ไอริสที่นอนอยู่กับพื้นดิ้นทุรนทุราย


      "ต้องการอยู่ไม่ใช่เหรอ? ความเจ็บปวดที่เธอกำลังตามหาน่ะ"


       "บ้าน่า ทั้งๆ ที่เราหาวิธีที่จะหาความรู้สึกแบบนี้ แต่หายังไงก็หาไม่ได้สักที แต่ยัยแวมไพร์นี่กับทำให้ฉันคนนี้เจ็บปวดได้ มันไปได้ของแบบนั้นมาจากที่ไหนกัน?"


      ไอริสคิด


      "กำลังคิดอยู่สินะว่าฉันทำให้เธอเจ็บปวดได้ยังไง"

      เซซีเลียดึงผ้าที่คลุมปืนที่ยิงออกไปเมื่อสักครู่นี้แล้วโชว์ปืนกระบอกนี้ให้ไอริสดู


      "ปะ...ปืนนั่น!?"


      หลังสงครามระหว่างมนุษย์และปีศาจจบลง กลุ่มนักบวชได้ขุดพบร่องรอยของอาวุธระยะไกลจากอารยธรรมก่อนหน้านี้ที่ทะเลสาบปีศาจ มันมีรูปแบบการทำงานคล้ายกับพลังเวทย์ของเทพเจ้า ซึ่งเทคโนโลยีในขณะนี้ยังไม่สามารถวิเคราะห์โครงสร้างของมันได้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือความเสียหายของมันสามารถฆ่าเทพเจ้าและสิ่งที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ชื่อของมันคือ 'อาร์เทมิส การ์เดี้ยน'


      "อาวุธเทพงั้นเหรอ!?"


      "สมแล้วที่เป็นเพชรฆาตวิหคอมตะ แค่เห็นรูปร่างของมันก็รู้ว่ามันคืออะไร"


      "เหอะ! ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่ฉันไม่รู้หรอก"


      "งั้นก็แปลว่าเธอรู้ว่าอาวุธเทพมันไม่ได้มีแค่ อาร์เทมิส การ์เดี้ยน น่ะ?"


      "ถึงจะรู้แต่ไม่บอกเธอหรอก!!"

      ไอริสชักดาบออกเพื่อจะแทง แต่จู่ๆ ดาบของเธอก็แตกสลายก่อนที่ปลายดาบจะไปถึงคอหอยของเซซีเลีย


      "ไม่รู้ตัวเลยรึไง? ดาบแกน่ะมันหักไปตั้งแต่ตอนโดนอาร์เทมิสยิงไปเมื่อกี้แล้ว"

      เซซีเลียก้มหน้ามาพูดข้างหูของไอริสก่อนที่จะเตะเข้าไปที่หน้าท้องแล้วล้มกลับไปนอนที่พื้นอีกครั้ง


      "ตั้งแต่สมัยสงครามเมื่อ 200ปีก่อน แกเอาชนะท่านพ่อได้ก็เพราะว่ามีพลังของวิหคเพลิงอยู่ในตัว แต่วันนี้ดูท่าพลังอมตะในตัวของแกจะไม่ทำงานนะ"


      เซซีเลียใช้เท้ากดเหยียบไปที่หัวของไอริสและกำลังจะบรรจุกระสุนอาร์เทมิส


      "แล้วก็อีกอย่างนะ ความจริงที่ฉันยอมแปรพรรคมาอยู่ฝ่ายมนุษย์น่ะ ไม่ใช่เรื่องการแก้แค้น แต่เป็นการที่จะไปโค้นอำนาจของพี่สาวฉันต่างหากล่ะ"


      'ปังๆๆๆๆๆ'

      เซซิเลียใช้ปืนอาร์เทมิสได้กระหน่ำยิงใส่ร่างของไอริส


     "ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้ว...เวลาที่แกเจ็บปวดทรมานแค่เวลานี้เท่านั้น!"


     "อ้ากกกก!!"


      "งั้นถ้าฉันดับลมหายใจแกเสียตอนนี้ ท่านพ่อที่ตายไปจะดีใจรึเปล่านะ? หรือว่าจะหมดความสนใจแล้วลืมฉันไปในชั่วพริบตากันแน่"


      กระสุนนัดสุดท้ายกำลังจะพุ่งเข้าไปที่หัวของไอริส จู่ๆ ก็มีเงาของใครบางคนดึงร่างที่เปื้อนเลือดออกมาวิถีกระสุนออกมาได้อย่างฉิวเฉียด


      "ไอ้ทหารรับจ้าง!?"


      คนที่เข้ามาช่วยไอริสคือเบลซนั่นเอง


      "ไม่ยอมให้ฆ่าไอริสหรอก"

      เบลซพูดจบแล้วก็ได้ใช้เท้าเตะดินไปที่หน้าของเซซีเลีย


      "หนอย..."

      เซซีเลียเอามือทั้งสองข้างกันเอาไว้ แต่พอเอามือลงก็ไม่เห็นเบลซกับไอริสซะแล้ว


      "ให้ตายเถอะ หนีไปจนได้"

++++++++ To Be Continued ++++++++

  



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 19-12-2018 12:31 , Processed in 0.036544 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th