เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 435|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1314
  • Money: 2045
  • Tz: 1323
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4589
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 21-7-2018 13:35:03 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 22-7-2018 21:40


Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 6.3 : ความสัมพันธ์ของทั้งสอง







   "ว่าอะไรน้า? ฉันจะหายใจในโลกนี้ไม่ได้แล้วงั้นเหรอ?"


    "อ่า..."


    "ฮ่าๆๆๆๆ อย่าพูดให้ขำไปมากกว่าเลยน่าเบลซ ฉันคนนี้น่ะ มีร่างกายที่เป็นอมตะนะ"

    คริสเตียนชี้ไปที่ตรงที่ถูกเบลซแทง แผลที่ถูกแทงค่อยๆ รักษาจนปากแผลที่ถูกแทงปิดสนิท


    "มีพลังฟื้นตัวแบบนี้อย่างกับพวกปีศาจเลยนะแก"


    "ยังไม่พอ!! แกดูนี่!!"

    คริสเตียนหันหลังให้เบลซดู


    "แกเห็นดาบพวกนี้มั้ย? นี่คือดาบที่ฉันช่วงชิงมาจากพวกอัศวินที่มีพลังพิเศษ ตราบใดที่ฉันฆ่าพวกมันแล้วเอาดาบมาครอบครอง พลังของพวกมันก็จะตกมาเป็นของฉัน แต่ดูเหมือนหนึ่งในนั้นจะมีอัศวินที่มีพลังรักษารวมอยู่ด้วยน่ะนะ"


    เบลซสังเกตเห็นด้ามหอกยาวเหน็บอยู่ที่เอวของคริสเตียน ถ้าเค้าจำไม่ผิด ด้ามหอกนั่นน่าจะเป็นของแม่ทัพ 'โรฮาน' อาวุธที่เป็นหอกยาวของเค้ามีพลังในการรักษา ซึ่งก็ฟันธงได้เลยว่าคนที่ฆ่าโรฮานคือคริสเตียน


    "ไม่ได้มีเพียงแค่ดาบที่แกจะดึงพลังของมันออกมาใช้ อาวุธที่ไม่ใช่ดาบแกก็ดึงออกมาใช้ได้เหมือนกัน"


    "โอ๊ะ! สังเกตเห็นด้วยเหรอเนี้ย เจ้าหอกนี่น่ะนะ ฉันเพิ่งจะได้มันมาเมื่อเร็วๆ นี้นี่เอง"


    ฉวัะ!!

    ช่วงจังหวะที่คริสเตียนกำลังพูดพึมพำอยู่นั้น เบลซก็วิ่งตรงเข้าไปฟันแขนซ้ายของคริสเตียนจนขาด


    "หนอยเจ้าบ้านี่!!"

    คริสเตียนชักดาบออกมาโจมตีสวนกลับ


    ฉวัะ

    กว่าคริสเตียนจะยกดาบขึ้นมาได้ เบลซก็ฟันแขนอีกข้างขาดไปแล้ว


    "อ้ากกกก!!"


    "ไหนล่ะ? พลังรักษาที่แกว่าน่ะ ลองงอกแขนทั้งสองข้างออกมาให้ดูหน่อยสิ"


    "ปัดโธ่โว้ย!!"


    พลังรักษาของโรฮานจะรักษาเพียงแค่แผลภายนอกและแผลลึกเท่านั้น แต่ถ้าเกิดผู้ครอบครองสูญเสียอวัยวะบางส่วนไปนั้น มันเกินข้อขีดจำกัดของพลังรักษา


    "เท่าที่ฉันดูแล้ว พลังรักษาของโรฮานจะรักษาแค่บาดแผลเท่านั้น งั้นไอ้ที่แกพูดว่าตัวเองมีร่างกายที่เป็นอมตะน่ะ มันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ..."


    "เฮ้ย...อย่านะ"


    คริสเตียนรู้ตัวดีว่าจุดที่เบลซจะฟันจุดต่อไปคือคอของเค้า ฆาตกรฆ่าฟันคนค่อยคลานถอยหลังออกไปจนหลังไปติดที่ผนังสะพาน


    "แกฆ่าคนมามากพอแล้วคริสเตียน ลาขาดล่ะ"


    "อย่า!!!"


    ฉวัะ!!!

    หัวของคริสเตียนกระเด็นออกจากบ่า พลังในตัวดาบที่คริสเตียนช่วงชิงก็ปรากฏร่างวิญญาณเจ้าของดาบ พวกเค้าดึงร่างของคริสเตียนลงสู่อเวจีไปพร้อมกับหัวที่ลอยอยู่กลางอากาศ วิญญาณของแม่ทัพโรฮานและทหารคนอื่นๆ ปรากฏตัวต่อหน้า พวกเค้าคุกเข่าขอบคุณเบลซแล้วจางหายไปตามสายลมที่พัดผ่านมา


   "ปิดคดีฆาตกรฆ่าฟันคน"

   เบลซถอนหายใจและเก็บดาบเข้าฝัก


    "เธอกล้าหาญมากเลยนะ"


    เบลซพะยุงตัวลูน่าแล้วอุ้มตัวเธอขึ้นไปบนหลังม้า ชายผู้มีฉายาอัศวินไร้เทีนมทานได้พาตัวเธอไปรักษาตัวที่บ้านพักส่วนตัว แบล็กฮาร์ดที่มารออยู่ก่อนแล้วก็ทำการรักษาแผลและปล่อยให้เธอนอนพัก


    "ไม่คิดเลยว่าเจ้าคริสเตียนจะไปดักโจมตีขบวนของเธอ"

    แบล็กฮาร์ดเดินเข้ามาพูดเบลซที่กำลังนั่งดูเด็กหญิงนอนหลับอยู่ที่เตียงของตนอย่างไม่ละสายตา


    "ขอบใจนะแบล็กฮาร์ด"


    "ขอบใจฉันเรื่องอะไรล่ะ?"


    "ถ้านายไม่บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับโรฮานให้ฉันฟัง เด็กคนนี้ก็อาจจะถูกคริสเตียนฆ่าตายไปแล้ว"


    "พอดีว่ามีข่าวด่วนเข้ามาน่ะ ฉันไม่ได้ช่วยอะไรนายเลยสักนิด"


    "อย่ามาทำพูดเป็นดีหน่อยเลยแบล็กฮาร์ด ฉันรู้นะว่านายเป็นห่วงฉันมาก พอฉันมีเรื่องอะไรที่กังวลใจ นายก็จะเข้ามาช่วยเหลือฉันตลอด"


    "อะ...อ้าว รู้ตัวด้วยเหรอเนี้ย"


    "ขอบใจนายมากนะ เพราะนายแท้ๆ ถึงทำให้ฉันอยากมีลูกศิษย์ขึ้นมาน่ะ"


    "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เราสองคนเป็นเพื่อนรักกันนี่นะ"

    แบล็กฮาร์ดเดินเข้าไปกอดคอเบลซ


    "เฮ้ย!! อย่าเอาหน้ามาถูสิฟะ!! ขนลุกว่ะ!!"


    "ฮ่าๆๆๆ"


    "อือ..."

    รู้เริ่มรู้สึกตัวขึ้น เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วไปเห็นเบลซกำลังถูกแบล็กฮาร์ดทำปากเหมือนจะจูบ


    "อะ...เอ่อ..."


    "เฮ้ย!! เธอรู้สึกตัวแล้ว"


    "ขอโทษที่หนูตื่นมาผิดเวลา เชิญทั้งสองทำต่อไปเถอะนะคะ หนูจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น"

    ลูน่าดึงผ้าห่มมาคลุมโปง


    "เฮ้ย!! เข้าใจผิดแล้ว!! ฉันไม่ได้มีรสนิยมแบบที่เธอคิดนะ!!"


    "ฮ่าๆๆๆ สะใจจริงๆ โว้ย!!"


    "แกน่ะ ใสหัวไปได้แล้ว!!"

    เบลซจับขาทั้งสองข้างของแบล็กฮาร์ดแล้วเหวี่ยงออกไปข้างนอกบ้าน


    เบลซเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนให้ลูน่าฟังทั้งหมด เด็กหญิงที่ได้ฟังทำหน้าหงอย ในใจของเธอคิดว่าถ้าเบลซรับมาเป็นศิษย์ ทหารองค์รักษ์ของเธอคงไม่จบชีวิตแบบนี้


    "องค์หญิง...องค์หญิง..."


    "คะ!?"

    ลูน่าสะดุ้งโหยง


    "ตามฉันมานี่หน่อยสิ"


    เบลซเดินออกไปข้างนอกบ้าน ลูน่าเองก็เดินตามหลังไปติดๆ ในใจของเธอคิดว่าเบลซคงอยากให้ช่วยงานอะไรสักอย่างเป็นแน่ แต่พอเดินออกมานอกบ้านแล้วก็พบว่า เบลซกำลังยืนถือดาบไม้ไว้ในมือ


   "นี่...องค์หญิง ฉันขอถามอะไรเธอหน่อยสิ"


   "คะ?"


   "ทำไมเธอถึงอยากเป็นนักรบ ฉันต้องการคำตอบที่ดูจริงๆ จังๆ"


   "หนูเชื่อว่าการที่หนูมาเซ็นสัญญาพันธมิตรแล้วมันเป็นแค่ฉากบังหน้า ในอนาคตข้างหน้าวิหารแสงจันทร์กับจักรวรรดิจะต้องมาสู้กัน หนูก็เลยอยากจะฝึกฝนให้ตัวเองเก่งขึ้นเอาไว้น่าจะดีที่สุด"


   "ฝึกฝนให้ตัวเองเก่งขึ้นเพื่ออะไรล่ะ?"


   "เผื่อว่าสักวัน หนูจะต้องได้ปะทะกับแม่ทัพใหญ่แบล็กฮาร์ดและคุณค่ะ"


   เบลซได้ฟังแล้วถึงกับตาค้าง เค้าไม่คิดว่าเด็กหญิงจะพูดถึงการต่อสู้กับเค้าและแบล็กฮาร์ดออกมาง่ายๆ แบบนี้


   "ฟังดูห้าวหาญดีนะ"


   "หนูแค่พูดสิ่งที่หนูต้องต้องการค่ะ"


   "ต้องการจะเป็นนักรบที่มีฝีมือทัดเทียมกับฉันและแบล็กฮาร์ดสินะ"


   "ใช่ค่ะ"


   "ทำไมถึงอยากรนหาที่ตายแบบนั้นล่ะ ฉันเคยพูดเรื่องนี้กับเธอไปแล้วนะ"


    "ก็...เพื่อเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ค่ะ"


    เบลซถามต่อ


    "ถ้าจะให้บอกเป้าหมายที่ว่านั้น เธอจะบอกฉันรึเปล่า?"


    "แล้วแต่ว่าคุณอยากให้บอกยังไงค่ะ"


    "นั่นน่ะสินะ ถ้างั้น..."


    เบลซโยนดาบไม้ในมือให้กับลูน่า เด็กหญิงรับดาบไม้เอาไว้อย่างงงๆ ก่อนที่เบลซจะพูดว่า


    "ฉันไม่ได้ซ้อมดาบมานานแล้ว พอดีอยากได้คู่ซ้อมน่ะ"


    เด็กหญิงเปิดตากว้าง


    "นี่อย่าบอกนะคะว่า...?"


    เบลซเดินไปคว้าดาบไม้อีกอันมาแล้วขยับมันไปก่อนจะชี้ปลายดาบตรงมาหาลูน่า


    "อะไรกัน? ทำไมเธอถึงร้องไห้ออกมาล่ะ?"


    "นะ...หนูไม่เคยซ้อมดาบกับใครนะคะ แต่ว่าคนที่จะมาซ้อมกับหนูด้วยคือคุณ..."


    "นั่นยิ่งดีเลย มาซ้อมด้วยกัน เผื่อเธอจะได้อะไรมากกว่านี้ ที่นี่เองก็ไม่มีคนซ้อมด้วย เจ้าแบล็กฮาร์ดมันไม่ค่อยมีเวลามาที่นี่หรอก"


    "เอาล่ะ ใครบอกยอมแพ้ ต้องยอมพูดเรื่องที่อีกฝ่ายต้องการก็พอ แต่ถ้าฉันแพ้ ฉันจะบอกเรื่องที่ว่าทำไมถึงอยากจะซ้อมดาบกับเธอ แล้วถ้าเธอแพ้ฉันล่ะก็..."


    "หนูจะบอกเป้าหมายให้คุณฟังสินะคะ?"


    "ถูกต้อง! ว่ายังไงล่ะองค์หญิงลูน่าไชลด์..."


    ลูน่าจับดาบไม้เอาไว้แล้วเหวี่ยงหมุนไปมาก่อนจะชี้ปลายดาบไปหาเบลซเช่นกัน


    "ถ้างั้นก็ได้ค่ะ"


    "ถึงเธอจะดูเป็นเด็ก แต่ก็จะไม่ออมมือให้หรอกนะ"


    "ไม่มีแน่นอนค่ะ ถ้าหนูชนะคุณ กรุณาบอกเรื่องที่คุณพาฉันมาซ้อมดาบด้วยค่ะ"


    เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว เบลซกับลูน่าก็ขยับตัวเข้าหากัน ดาบสองดาบประเข้ากันแล้วเริ่มต้นการดวลของพวกเขาในที่สุด


    แกร๊ง!! แกร๊ง!!

    เสียงดาบไม้ปะทะกันไปมาเป็นท่วงท่าเพลงดาบที่งดงาม องค์หญิงแห่งวิหาแสงจันทร์ลุกเข้าโจมตีใส่อัศวินไร้เทียมทานด้วยเพลงดาบที่รวดเร็ว ขณะที่ชายหนุ่มรอตั้งรับแล้วใช้ดาบฟาดสวนกลับไป ฝีมือของทั้งคู่ทัดเทียมกัน ถึงจะเป็นการซ้อมก็ยากจะพูดได้ว่า 'ใครเหนือใคร' ดาบไม้ปะทะดาบไม้ เหวี่ยงเป็นแนวนอนตั้ง จังหวะการกระทบส่งเสียงดังลั่นไปทั่วบ้าน จังหวะการโจมตีค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นมาทีละช่วงเสมือนว่าทั้งคู่กำลังประสานเพลงดาบให้เข้ากันและกัน ใครจะใช้เพลงดาบใด อีกฝ่ายก็รับดาบแล้วสวนกลับมาได้ไม่ต่างกัน สีหน้าของลูน่าถึงกับยิ้มออกมาเมื่อเห็นคำกล่าวกันว่า 'นักดาบนั้นจะใช้เพลงดาบส่งผ่านความรู้สึกให้กันและกัน' เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน พี่ชายที่ล่วงลับไปแล้วกล่าวเอาไว้และบอกเธอว่า 'สักวันหนึ่งน้องจะได้พบกับคนที่เข้าขากับเพลงดาบของน้อง' เด็กหญิงไม่คิดเลยว่าคำกล่าวของพี่ชายจะเกิดขึ้นจริงๆ ในเวลานี้


   เธอกับประดาบกับชายที่มีฉายาว่าอัศวินไร้เทียมทาน ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง ท่วงท่าฟาดฟันที่งดงาม นั่นมันให้เธอใจเต้นระริกเพราะมันเหนือกว่าสิ่งที่เธอนึกภาพเอาไว้ นี่เป็นการประดาบที่สนุกมาก นับจากที่พี่ชายคนอื่นๆ ที่ล่วงลับไป นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สนุกแบบนี้ เธอเร่งความเร็วในการฟาดฟันดาบให้มากขึ้น แต่เบลซก็ยังตามเธอมาได้ทัน เขาตามเธอได้ทั้งหมด ยิ่งนานเข้า เธอก็ยิ่งรู้สึกดีและยินดีที่ได้เจอกับเขา ได้ฝึกซ้อมด้วยกัน หัวใจของเธอพอโตแทบจะเบิกบานเป็นดอกไม้เลยทีเดียว


   แกร๊ก!!


   ดาบไม้ของทั้งคู่หัก แต่เหมือนจะไม่หน่ำใจ เบลซคว้าเอาไม้พลองมาแล้วโยนให้กับลูน่าเสมือนทำนองว่า 'ต่อกันเถอะ' ลูน่าทำหน้ามึนงงอยู่สักพัก เธอควงกระบองไปมาให้คุ้นชินมือแล้วตั้งท่าเสมือนหอกตรงไปยังเบลซ


   "หึ!"

   เบลซยิ้มตอบแล้วตวัดหอกไว้เบื้องหลังตั้งท่า สายตาของทั้งคู่จดจ้องมองกันรอเวลาที่จะเข้าประจันหน้า


   "บุกเข้ามาเลยองค์หญิงลูน่าไชลด์"


   "ไม่เกรงใจแล้วนะคะ!!"


    ลูน่าถีบเท้าพุ่งเข้าหาเบลซ เธอฟาดกระบอกเข้าใส่เบลซรัวๆ เสียงกระทบกันของหอกดังขึ้นรัวๆ เสมือนเสียงทำนองของกลอง ทั้งสองคนรุกรับฟาดกันอย่างไม่น้อยหน้า เบลซโต่กลับด้วยเพลงกระบองของเขา แม้ว่าจะออกรบด้วยดาบมาตลอด แต่ในฐานะแม่ทัพแล้ว เขาสามารถใช้อาวุธทุกอย่างได้ในระดับดีเยี่ยม เบลซโต้ตอบกลับมาตลอดและรุกรับใส่กันจนกระบองไม้หักเป็นสองท่อนพร้อมกัน แต่มันยังไม่จบ กระบองกลายเป็นสองเสมือนไม้กลอง ทั้งคู่ตั้งท่าใหม่เป็นท่าร่างของดาบคู่แล้วเข้าต่อสู้กันอีกครั้ง


   เสียงกระทบกันของไม้ดังขึ้นต่อเนื่อง


   ป๊อกๆๆๆ!!

   การต่อสู้ยังไม่จบสิ้น แม้ว่าเวลาจะผ่านเนิ่นนานมาเพียงใด แต่มันยังไม่จบเสมือนหาจุดตัดสินไม่ได้ว่าใครเหนือใคร แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลย ทั้งสองไม่ได้ต่อสู้กันเพื่อหาว่าใครเก่งกว่า แล้วพวกเขาประมือกันในนาทีนี้ไม่มีเรื่องในหัวอีกต่อไป มันมีเพียงแค่รอยยิ้มที่ส่งผ่านให้กันและกัน ความสนุกที่เกิดขึ้นมาจากการได้พบคนประเภทเดียวกัน เสมือนกุญแจที่ตามหากันมานานแสนนาน ดาบไม้คู่จบลงด้วยการตัดสินไม่ได้ เบลซยืนหอบๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน เช่นเดียวกับลูน่าที่แทบจะหมดเรี่ยวแรงไม่ต่างกัน แต่ที่แน่ๆ คือทั้งสองคนรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ  


   "มาต่อกันเลยมั้ยคะ? ท่านเบลซ"


   "แล้วแต่องค์หญิงเถอะครับ"


   "เรียกหนูว่า 'ลูน่า' เถอะค่ะ จะให้เรียกองค์หญิงมันน่ารำคาญ"


   เบลซทำหน้าเหมือนไม่ค่อยกล้าเรียกกล้าเรียกคนที่ไม่ค่อยสนิทกันแบบนี้ แต่สีหน้าของลูน่าก็บอกให้เรียกๆ ไปเถอะ


   "ก็ได้ครับ ลูน่า"


   "อยากสู้ต่อมั้ยล่ะคะท่านเบลซ"


   "ดาบเสมอ กระบองเสมอ กระบองคู่เสมอ ยังเหลืออะไรอีกล่ะครับ"


   "ก็..."


   ลูน่าโยนกระบองคู่ลงพื้น เหลือเพียงแค่มือเปล่า เธอวาดมือตั้งท่าพร้อมลุยเป็นกระบวนท่าคล้ายกังฟูออกมา


   "เพลงหมัดยังไงล่ะคะ"


   "หา? เพลงหมัดเหรอ!?"


   "ค่ะ วิธีสู้แบบลูกผู้ชายไง หรือว่าท่านเบลซจะใช้กระบองคู่นั้นสู้กับหนู?"


   เบลซมองลูน่าที่กำลังยืนท้าทาย เขาในตอนนี้อยากจะปฏิเสธที่จะสู้ด้วยวิธีนี้ แต่ท่าทางของลูน่าในตอนนี้คงไม่ยอมแน่ๆ


   "ก็ได้..."


   เบลซวางกระบองลงกับพื้นแล้วตั้งท่าเป็นกังฟูเช่นเดียวกัน


   "ท่าทางแบบนั้น?"


   "พอดีเจ้าเพื่อนตัวแสบของฉันสอนมาน่ะ"


   "เพื่อนตัวแสบเหรอคะ? นี่คุณกำลังจะพูดถึงแม่ทัพใหญ่แบล็กฮาร์ดยังงั้นสินะคะ"


   ลูน่ายิ้มอย่างอารมณ์ดี แน่ล่ะว่าการที่เบลซใช้กังฟูเหมือนกันนั้นเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกินดั่งทุกอย่างถูกล็อกเอาไว้หมดแล้ว ลูน่าสะบัดหน้าไปมาแล้วรวบรวมสมาธิไม่ให้วอกแว่กออกไป เธอสูดลมหายใจเข้าไปแล้วพ่นมันออกก่อนที่จะวิ่งเข้าปะทะใส่ชายหนุ่มทันที


   "ย้าก!!"


   หมัดของเธอซัดใส่ชายหนุ่มเป็นทวงท่าอย่างรวดเร็วประดุจสายลม ส่วนเบลซไม่ขยับแต่ใช้มือปัดป้องไปมาไม่ให้โดนโจมตี เขาเลือกปล่อยให้ลูน่าบุกเข้าใส่ไม่ยั้ง เขาเอาแต่ปัดป้องแล้วรอจังหวะอยู่ห่างๆ ถึงแม้จะถูกเด็กหญิงยิ่งบุกใส่ก็ยิ่งไม่สามารถโจมตีใส่ได้ แม้จะไม่โดนอัดซักตุ้บ แต่ตัวของเบลซรู้ตัวดีว่าคงจบเรื่องราวไม่ได้และทางเดียวที่ช่วยได้คือรุกเข้าใส่


   พริบตานั้นเบลซเปลี่ยนท่าตั้งรับมาเป็นสู้คืนทำให้ลูน่าไม่ทันได้ตั้งรับ เธอถูกหมัดของเบลซต่อยเข้าที่สีข้างอย่างจัง แรงหมัดไม่ได้อัดเต็มแรง แต่ก็มากพอที่จะทำให้ลูน่ากลับมาตั้งตัวได้ เบลซเห็นแล้วจึงตัดสินใจจะเผด็จศึก


   "เกมจบแล้วองค์หญิง!!"


   "เข้ามาเลยค่ะ!!"


   ลูน่าบอกเบลซด้วยรอยยิ้ม เธอฝืนร่างกายทั้งหมดแล้ววิ่งเข้าใส่เบลซพร้อมหมัดเช่นกันเพียงหมัดเดียว


   "ย๊าก!!!"


   "ย๊ากกกกก!!"


    อยู่ๆ เท้าของเบลซก็อ่อนยวบลงหมือนหมดแรงขึ้นมา ในทันใดนั้นร่างของเบลซก็เซถลาเข้าหาลูน่า


    'โครม!!'

     ร่างของชายหนุ่มเข้าปะทะกับลูน่าเข้าเต็มเป้า


    พอเบลซรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าริมฝีปากของตัวเองทาบทับอยู่บนบางอย่างที่นุ่มนิ่มและหอมหวานเหมือนขนมอันชวนให้ลิ้มลอง ที่สำคัญกว่านั้นคือมองของเขากำลังจับอะไรบางอย่างที่คล้ายขนมมาร์ชเมโล่


    "นี่มันอะไรกัน...?"


    เบลซค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะพบว่าเบื้องหน้าของเขาคือใบหน้าของลูน่าที่กำลังตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจ ขณะที่ริมฝีปากกำลังประกบเข้าหากัน แถมที่สำคัญกว่านั้นมือของเขาก็กำลังจับหน้าอกของเธออีกด้วย


    ถึงแม้ลูน่าจะยังยังเด็ก แต่หน้าอกของเธอก็โตตูมเกินอายุของเธอ ทำเอาเบลซไม่อยากถอนมือออก แต่กลับรู้สึกร้อนฟาวจากการจุมพิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เบลซได้สติแล้วผลักตัวเองอย่างรวดเร็ว


   "ขะ...ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ!!"


   ส่วนลูน่าเองก็ค่อยๆ ลุกนั่งแล้วทำสีหน้าเหมือนพูดอะไรไม่ค่อยออก


   "มะ...ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุนี่คะ"

   เด็กหญิงพยายามยิ้มทั้งที่หน้าแดงระเรื่อ


   "ขอโทษจริงๆ ครับ ที่ผมทำไปเมื่อกี้นี้ ขอโทษจริงๆ ครับ!!"


   "ก็หนูบอกแล้วว่าไม่เป็นไรค่ะ ถึงนี่จะเป็น..."

    ลูน่าพูดไม่ออกเหมือนว่าไม่กล้าบอกออกไป


   "ขอโทษจริงๆ ครับ ถ้าจะให้ผมชดใช้แล้วล่ะก็จะให้ทำอะไรก็ได้ครับ!!"


   "ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกค่ะท่านเบลซ เรื่องนี้..."


   "ไม่ได้ครับ!! ผมล่วงเกินองค์หญิงไปแล้ว ถ้ายังไงจะให้ผมชดใช้ยังไงก็บอกมาเลยครับ!!"


    พอลูน่าได้ยินเช่นนั้นแล้ว ไม่รู้ทำไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นระรัวได้ขนาดนี้ เธออยากจะพูดว่า 'ขอให้คุณรับฉันเป็นศิษย์' แต่ก็ไม่กล้าเอ่ย ดังนั้นเธอจึงบอกเขาไปว่า


   "ถ้างั้นถือว่าการต่อสู้เมื่อซักครู่นี้หนูเป็นฝ่ายชนะแล้วกันนะคะ"


   "ก็ได้ครับ องค์หญิงเป็นฝ่ายชนะ"


   "อืม...แต่ท่านเบลซจะต้องเล่าเรื่องที่ว่าทำไมคุณถึงอยากซ้อมกับหนูให้ฟังนะคะ"


   "จะให้เล่าตอนนี้เลยก็ได้นะครับ"

    เบลซบอกลูน่าแบบนั้น แต่องค์หญิงแห่งวิหารแสงจันทร์ส่ายหน้า


   "วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว หนูอยากพักผ่อนน่ะค่ะ เอาไว้..."

   เด็กหญิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังสดใสแม้เป็นยามค่ำคืนก็ตามแล้วเธอก็นึกบางอย่างออก


   "คนที่วิหารคงจะเป็นห่วงหนูแย่ อีกเดียวพวกเค้าก็จะออกมาตามหาหนู แล้วช่วงเวลาที่หนูรอการมาของพวกเค้า"

   ลูน่าหันหน้าไปมองเบลซที่ยืนรุกรี้รุกรนอยู่


   "หนูขอนอนด้วยกันกับคุณจะได้รึเปล่า?"


    "ห๊า!"


    สิ่งที่ลูน่าพูดออกมาครั้งนี้มันหนักกว่าตอนที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อสักครู่นี้ซะอีก ในหัวของเบลซคิดว่านี่อาจจะเป็นการ 'ยกโทษให้' ของเธอ เค้าจึงพยักหน้าให้


   "งั้น...แค่นอนจับมือกัน...คง..."


   "ด้วยกันค่ะ"


   "หะ?"


   "เพราะโดนจูบกับจับหน้าอกไปแล้ว หนูเลยจะขอเรียกร้องให้นอนด้วยกันค่ะ"


   "..."

   คำพูดของลูน่าทำให้หลอดพลังที่เขียนว่า 'ความรู้สึกผิด' พุ่งขึ้นจนมันแตก


   "ท่านเบลซรู้มั้ยคะว่าหญิงสาวที่วิหารแห่งแสงจันทร์ถ้าจุมพิตกับใคร เธอคนนั้นจะต้องรักคนๆ นั้นถึงแม้จะเป็นคนดีหรือคนไม่ดีก็ตาม"


    "หา?"


   "ถ้าฝ่ายที่จุมพิตเธอไปแล้วไม่รับรัก เธอคนนั้นจะต้องดิ้นทุรนทุรายหาวิธีที่จะทำให้เค้าคนนั้นรักเธอ แต่ส่วนมากผู้หญิงเหล่านั้นกลับต้องมาตายอย่างน่าเวทนา เพราะถูกผู้ชายที่เธอไม่รักรุมข่มขืน"


   "ไม่จริงใช่มั้ย!?"


   "โชคยังดีนะคะที่คนของวิหารแสงจันทร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพียงแค่หนูไม่เอ่ยปากพูดเรื่องนี้ออกไปมันก็ไม่มีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น แต่ทว่าคนที่ต้องเจ็บช้ำคือฝ่ายหญิงที่ถูกจุมพิตไป ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้แต่สิ่งที่อยู่ในใจเธอจะเป็นตัวที่ฆ่าเธอ"


   "แล้วมันมีวิธีแก้ที่จะไม่ต้องทำให้ฝ่ายหญิงมา 'รัก' เราได้มั้ยครับ..."


   "มีวิธีแก้ค่ะ"


   "เฮ้อ..."

   เบลซรู้สึกโล่งใจ


   "คุณเบลซจะต้องทำให้หนูมีความสุขให้ได้ค่ะ"


   เปรี๊ยง!!

   เสียงฟ้าผ่าดังเข้ามาในใจของเบลซ ถ้าสิ่งที่ลูน่าพูดนั่นก็หมายความเค้าจะต้องทำอะไรทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้เธอมีความสุข


   "ขี้โกงจังเลยนะคะ"


   "เอ๊ะ?"


   "กฏที่จะต้องให้ผู้หญิงที่ไม่ได้รักต้องไปรักนี่ มันขี้โกงสุดๆ เลยนะคะ"


   "ก็ได้ครับ!! ผมจะนอนด้วยกันกับองค์หญิงก็ได้ครับ"


   ความรับผิดชอบผุดขึ้นมาในหัวเบลซเต็มไปหมด แต่อันที่จริงแล้ว เรื่องที่ลูน่าเล่ามาทั้งหมดมันเป็นเรื่องโกหก


   แล้วหลังจากนั้นไม่นานเบลซก็ต้องขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกันกับลูน่า ถึงแม้ทั้งสองคนจะนอนเตียงเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างหันหลังให้กัน


   "หนาวจังเลย..."

    ลูน่าละเมอเสียงออกมาแล้วหันตัวไปหาเบลซ มือถึงสองของเธอโอบกอดไปที่เอวของเบลซ ทำเอาฝ่ายที่นอนไม่หลับสะดุ้งโหยง


   "อุ่นจังเลย..."


   "เอ๊ะ!! นี่มันท่าจะแย่แล้วใช่มะ ชักเป็นเรื่องแล้วสิ!!"


   เบลซพูดในใจ เค้าพยายามดิ้นตัวให้หลุดจากการโอบกอดของลูน่า แต่พอเค้าหันหน้ามามองเธอแล้วก็เห็นว่าเด็กหญิงคนนี้นอนหลับแล้วหลั่งน้ำตาออกมา ในสายตาของชายหนุ่มคิดว่าเด็กคนนี้ไม่มีใครที่จะปกป้องเธอได้อีกต่อไปแล้ว เธอต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคเพียงคนเดียว แล้วหลังจากนั้นเบลซก็ได้ตัดสินใจว่าเขาจะรับเด็กคนนี้เป็นลูกศิษย์


    เช้าวันต่อมาทหารของวิหารแสงจันทร์ได้มารับตัวลูน่ากลับไป องค์จักรพรรดิได้มอบดาบ 'เพลิงพิพากษา' เล่มที่สามให้แก่ลูน่าเพื่อเป็นการไถ่โทษที่เกิดเรื่อง 'ฆาตกรฆ่าไล่ฟัน' ในดินแดนของพระองค์ ดาบวิเศษเล่มจะเป็นตัวบ่งบอกว่าจักรวรรดิและวิหารแห่งแสงจันทร์ยังคงมีวามเป็นพันธมิตรอยู่ต่อไป และนี้ก็คือเรื่องราวที่เกิดของเบลซกับลูน่า


    ตัดภาพตอนปัจบุบัน


   "ถึงวิหารแสงจันทร์แล้ว!!"


   ทหารที่นำหน้าประกาศให้ทุกคนในขบวนได้รับรู้ เบลซที่ถูกลูน่านอนกอดอยู่สะดุ้งโหยง เขาพยายามแกะมือของลูน่าออกจากเอว แต่งว่าทำไมมือของเธอถึงเหนี่ยวนักนะ แกะยังไงก็แกะไม่ออก จนเซชิเลียและไอริสกระโดดพังหลังคารถม้าเข้า ภาพที่หญิงสาวทั้งสองเห็นคือลูน่าที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดียวที่หลุดลิ้วเกือบจะเห็นร่างที่เปลือยเปล่า


    "ยะ โย่ว ว่าไง...นี่พวกเธอมาช่วยฉันออกไปจากที่นี่ยังงั้นสินะ"


    เซชิเลียกับไอริสไม่พูด ทั้งสองคนเดินตรงเข้าไปหาและเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ


    "พวกฉันจะช่วยให้นายไปลงนรกเดี๋ยวนี้แหละ"


    "ดะ...เดี๋ยวก่อน นี่พวกเธอกำลังเข้าใจผิดอยู่นะ!!"


    ก่อนที่เบลซจะพูดแก้ตัว เขาก็ถูกไอริสกับเซชิเลียรุมประชาทัณฑ์ และลูน่าก็คลายมือออกจากเอวของเบลซแล้วนอนหลับต่อโดยไม่รู้ว่าห้องนอนในรถม้าของมีผู้บุกรุกกำลังรุมกระทืบอาจารย์ของเธออยู่






++++++++ To Be Continued ++++++++




ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 14-11-2018 16:38 , Processed in 0.036391 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th