เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1781|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4630
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 20-11-2016 18:44:51 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



The Surge Ghost คนกระชากผี

ตอนที่ 2 องเมียวจิผู้ตกอับ












       "นี่ๆ รุ่นพี่คนนั้นอยู่โรงเรียนเราด้วยเหรอ?"

      "สวยจังเลย"

      "นั่นใครน่ะ รุ่นพี่ ม.ปลายปี 3 เหรอ?"
      เสียงพูดคุยและเสียงกระซิบของเหล่านักเรียน ต่างจ้องมองไปที่ผู้หญิงผมยาวสีดำคนหนึ่งที่กำลังตามหาใครซักคนอยู่ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือผีนับจาน 'โอคิ' ที่ถูกพระเอกของเรื่องนี้ดึงกระชากออกมาจากทีวี

      "ตุบๆ"
       ลูกฟุตบอลกลิ้งมาทางโอคิที่กำลังตามหาโทยะอยู่

      "พี่สาวครับ!! ช่วยเตะบอลลูกนั้นมาทางผมหน่อยครับ!!"
      เด็กนักเรียนคนหนึ่งตะโกนเสียงมาทางโอคิ

      "ลูกบอล? หมายถึงเจ้าลูกกลมๆ นี่น่ะเหรอ?"
      โอคิตะโกนเสียงตอบกลับไป

      "ใช่แล้ว เตะมาเต็มแรงเลย!!"

      "ได้เลย! เดี๋ยวเราจะเตะไปให้นายเดี๋ยวนี้แหละ!!"
      โอคิถลกกระโปรงขึ้นเล็กน้อย แล้วเตะลูกบอลไปเต็มแรง ลูกบอลลูกนั้นพุ่งเข้าไปที่นักเรียนคนนั้นกระเด็นเข้าประตู จนคนที่อยู่ในสนามคนอื่นๆ ยืนอ้าปากค้าง ส่วนโอคิก็เดินเข้าไปในอาคารเรียนโดยไม่รู้ว่าเด็กนักเรียนคนที่ถูกเธอเตะบอลอัดกระเด็นไปเมื่อซักครู่นี้นอนน้ำลายฟูมปากอยู่

      ตัดภาพมาที่โค้งร้อยศพ ณ จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง

      "ไม่ผิดแน่เจ้าค่ะ ทางโค้งแห่งนี้มีวิญญาณคนตายอยู่จริงๆ เจ้าค่ะ"
      เด็กสาวผมสีขาวมัดผมทรงหางม้า หันหน้าไปพูดคุยกับหัวหน้าช่างโยธาและลูกน้องอีก 3 - 4 คน

      "จริงเหรอครับ!?"
      หัวหน้าช่างโยธาพูดขึ้น

      "จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ เดี๋ยวฉันจะปัดเป่าพวกมันออกไปเอง"
      เด็กสาวองเมียวจิยืนเท้าเอวพร้อมกับทำหน้ายิ้มแย้ม

      "ยังเด็กอยู่เลย"

      "จะไหวเร้อแบบนี้..."
      เสียงกระซิบของเหล่าลูกน้องช่างโยธาดังจนเด็กสาวองเมียวจิได้ยิน แล้วเธอก็เริ่มทำสีหน้าไม่พอใจ

      "ถึงจะเป็นเด็ก แต่ก็ปัดเป่าวิญญาณมาเยอะแล้วนะเจ้าค่ะ!!"
      เด็กสาวองเมียวจิตะคอกเสียงใส่คนที่พูดนินทาเธอ

      "ขอโทษครับ!!"

      'ฟุมะ ชาคุ กุเง็น (ไม้เท้าขจัดมาร)'
      เด็กสาวองเมียวจิเรียกไม้เท้าเหล็กสีทองแดงออกมา แล้วเดินตรงเข้าไปในจุดที่วิญญาณคนตายสิงสถิต พร้อมกับท่องคาถาอะไรสักอย่าง

      "อ๊าาาาา!!!"
      เหล่าวิญญาณคนตายจำนวนมาก ร้องโหยหวนแล้วลอยขึ้นฟ้าหายไป แต่ยังมีวิญญาณอีกตนที่พยายามยึดติดอยู่กับที่ไม่ไปไหน

      "เจ้านั่นไงครับ!! ตัวที่พวกคนคนงานพูดถึง!!"
      หัวหน้าช่างโยธาพูดขึ้น

      "งั้นเหรอ! ถ้าจัดการเจ้านี่ได้ล่ะก็ โค้งร้อยศพแห่งนี้ก็จะไม่มีวิญญาณคนตายอีกต่อไป"
      เด็กสาวองเมียวจิหยิบแผ่นยันต์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วเตรียมจะขว้างใส่ แต่วิญญาณร้ายตัวนั้นไหวตัวทันแล้วพุ่งโจมตีใส่เด็กสาวองเมียวจิก่อน

      "ว้าย!!??"
      เด็กสาวองเมียวจิหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่เธอลืมไปว่า ข้างหลังเธอมีพวกช่างโยธายืนอยู่

      "อ้ากกกก!!!"
      เหล่าช่างโยธาถูกวิญญาณร้ายตนนั้นกำลังฉีกกระชากแขนกระชากขาออกแล้วกินเข้าไป เด็กสาวองเมียวจิรีบวิ่งตรงเข้าไปเพื่อจะช่วย แต่ช่างโยธาคนสุดท้ายถูกวิญญาณร้ายกลืนกินไปเรียบร้อยแล้ว

      "เจ้าบ้า! นั่นมันคนว่าจ้างฉันนะ!!"
      เด็กสาวองเมียวจิโมโหสุดขีด เธอขว้างไม้เท้าขจัดมารใส่คอของวิญญาณร้ายตัวนั้น เพื่อไม่ให้มันย้อนกลับไปตรงจุดที่มันสิงสถิต

      "เร็น อะเค็น บากุฟุ!! (ขนปีกวิหคเพลิง)"
      เด็กสาวองเมียวจิขว้างแผ่นยันต์ที่มีไฟสีฟ้าพุ่งเข้าหาวิญญาณร้ายตัวนั้น แล้วระเบิดดังสนั่นไปทั่วทุกที่ วิญญาณร้ายตัวนั้นร่างแหลกสลายหายไป ส่วนเหล่าช่างโยธาที่ถูกกินเข้าไป ก็เหลือเพียงแต่เศษแขนเศษขาตกลงพื้นถนน

      "กรี้ดดด!!! วันนี้ไม่ได้เงินอีกแล้ว!!!"
      เด็กสาวองเมียวจิตะโกนเสียงขึ้นฟ้าด้วยความเจ็บใจ

      ตัดภาพมาที่โรงเรียนของโทยะต่อ...    "ดิส อิส อะบุ๊ค"
     "ดิส อิส อะบุ๊ค"

    "ดิส อิส อะเพน"
     "ดิส อิส อะเพน"

     เสียงของอาจารย์ฝรั่งกำลังสอนให้นักเรียนในห้องพูดตาม แล้วโอคิก็เดินผ่านมา เธอจึงเลื่อนหน้ามาในห้องเพื่อจะถาม

     "เห็นโทยะบ้างมั้ยคะ?"
     โอคิพูดแทรกเข้าไป

     "โอ้...โผมม่ายรู้จากโคนที่เช่อโทยะหรอกคร่าบ"
     อาจารย์ฝรั่งตอบกลับไป แล้วโอคิก็เดินไปถามห้องถัดไป

      "โอ้...โผมม่ายรู้จากโคนที่เช่อโทยะหรอกคร่าบ"
      นักเรียนในห้องก็ยังจะพูดตามคำพูดของอาจารย์ฝรั่งไปซะเฉยๆ

      "ว๊อท!? O_o"

     ห้องถัดไปคือห้องศิลปกรรม ข้างในห้องจะมีนักเรียนจำนวนหนึ่งที่นั่งรายล้อมเด็กผู้หญิงอีกคนที่นั่งโป๊ส่วนบนอยู่กลางวง โอคิเหล่ไปเห็นเข้าจึงได้ยืดแขนตัวเองไปสับท้ายทอยเหล่านักเรียนทีกำลังวาดภาพสลบกันหมด ส่วนเด็กผู้หญิงที่เป็นนางแบบยืนให้วาดก็รีบใส่เสื้อแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต

     อีกด้านหนึ่งของอาคารเรียน ม.ต้น โทยะเดินถือถังขยะลงมาจากชั้นบนเพื่อจะเอาขยะไปเททิ้งที่เตาเผาหลังอาคารเรียน เหล่านักเรียนที่อยู่ชมรมกรีฑาก็ได้วิ่งมาเกาะกลุ่มพูดคุยกัน

     "เฮ้ เมื่อตะกี้นี้ฉันไปเจอคนที่สุดยอดมากๆ เข้าให้ว่ะ"

     "จริงเหรอ!? แล้วเค้าคนนั้นเป็นใคร?"

     "ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าฝ่ายนั้นเป็นผู้หญิงและสวยมากๆ ถ้าให้เดาน่าจะเป็นรุ่นพี่ ม.ปลายปี 3 นะ"

     "ก็แค่ผู้หญิงเอง ไม่เห็นจะสุดยอดตรงไหนเลย"

     "รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้น เอาชนะการวิ่งแข่งกับหัวหน้าชมรมกรีฑา 500 เมตร ในเวลาเพียงแค่ 3 วินาทีนะ"

     "เอาจริงดิ!!??"

     "ล้อเล่นรึเปล่า หัวหน้าชมรมกรีฑาเคยทำสถิติวิ่งเร็ว 10 วินาทีนะ ไม่มีทางที่จะมีคนวิ่งเร็ว 500 เมตรถึงเส้นชัยภายในเวลา 3 วินาทีหรอก"

     "จริงๆ นะ!! พวกชมรมอื่นก็มาดูกันด้วย"

     "รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนแล้วมั้งแบบนี้"

     "อะไรนะ? ไม่ใช่คน? แถมยังวิ่งแข่งชนะหัวหน้าชมรมกรีฑาในเวลา 3 วินาทีเหรอ? ไม่ๆๆๆ เราอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ ยัยนั่นไม่มีทางที่จะมาที่นี่ได้หรอก"

     ผมคิดและเดินกลับเข้าไปในอาคารเรียน

    ตัดภาพมาที่โอคิต่อ หลังจากที่เธอเอาชนะการวิ่งแข่งกับหัวหน้าชมรมกรีฑามาได้แล้ว ตอนนี้เธอกำลังแข่งกินจุอยู่กับนักเรียนชายที่ตัวอ้วนที่สุดในโรงเรียน และผลก็คือโอคิเป็นฝ่ายชนะ เหล่านักเรียนทุกคนต่างพากันส่งเสียงเชียรให้กับโอคิ บางคนก็มาจากชมรมอื่น เพราะอยากจะได้โอคิมาเป็นสมาชิกชมรม แต่ว่าเธอก็ตอบปฏิเสธไป เพราะการมาของเธอมีเพียงแค่เอาบัตรนักเรียนมาให้โทยะคืนเท่านั้นเอง

     "ช้าก่อน!! สาวน้อยตรงนั้นน่ะ"
     เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับกลีบดอกกุหลาบที่ถูกสายลมพัดกระจายไปทั่วโรงอาหารอย่างสวยงาม จนเหล่านักเรียนชายคนอื่นๆ หมั่นใส้

     "เฮ่ย...เจ้าคุณชายหล่อรวยมันเอาอีกแล้วว่ะ"

     "หล่อรวยแต่จีบสาวไม่ติด..."

     "ฮ่าๆๆ รอบนี้จะจีบติดเร้อ"

     เสียงพูดคุยของนักเรียนชายกลุ่มนั้น ได้กลายเป็นตัวอักษรลอยออกมาแล้วพุ่งเข้าเสียบชายหนุ่มหล่อรวยคนนั้นจนเข่าอ่อน

     "เป็นอะไรมากมั้ยคะ"
     โอคิเดินไปถามพร้อมกับประคองชายหนุ่มหล่อรวยให้ลุกขึ้นกลับมายืน

     สายตาของชายหนุ่มหล่อรวยมองไปที่ใบหน้าของโอคิ ภาพที่เค้าเห็นคือออร่าที่เปล่งประกายไปทั่วใบหน้าของโอคิ

    "โอ้...คุณช่างใจดีเหมือนนางฟ้าในฝันของผมเลย"

    "เอ่อ...เราไม่ใช่นางฟ้า เราเป็นผีนับจานต่างหาก"

    "ไม่จริงหรอกครับ ผีที่ไหนจะหน้าตาสวยขนาดนี้ มีแต่นางฟ้าที่กำลังคุยกับผมอยู่ตอนนี้"

    "โธ่...เราเป็นผีนับจานจริงๆ นะ"
    โอคิพยายามพูดความจริงให้เค้าเชื่อ แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะเพ้อกับความสวยงามมากเกินไป

    อีกด้านหนึ่ง เด็กสาวองเมียวจิก็กำลังนั่งรถบรรทุกตรงมาที่ยังเมืองที่โทยะกับโอคิอยู่ ทำไมเธอถึงได้นั่งรถบรรทุกมาน่ะเหรอ? นั่นก็เพราะว่าเธอไม่มีเงินเลย งานที่จะได้เงินล่าสุดก็สูญเปล่าไปเพราะนายจ้างถูกวิญญาณร้ายฆ่าตาย และค่าโดยสารของเธอในตอนนี้คือเธอต้องถูกคนขับลูบต้นขาไปตลอดทาง
    "แหม่ๆ ขาสวยจังเลยนะ แถมยังนุ่มนิ่มอีกด้วย"
    คนขับรถบรรทุกพูดไปพร้อมกับลูบต้นขาของเด็กสาวองเมียวจิ

    "ช่วยขับไปและเงียบเสียงไปจะได้มั้ยเจ้าคะ!"
    เด็กสาวองเมียวจิตอบกลับ แล้วก็ได้เอามือดันกระโปรงปิดไว้เพื่อไม่ให้คนขับรถบรรทุกลูบสูงขึ้นไปมากกว่านี้ เธอต้องทนกับการที่ถูกชายแก่ที่ไม่รู้จักลวนลามไปพักหนึ่ง

    "ว้า!! แย่จัง!! ถึงเมืองแล้วเหรอเนี้ย?"
    คนขับรถสังเกตเห็นเมืองที่เป็นจุดหมายของเด็กสาวองเมียวจิ

    "งั้นฉันขอลงจากรถตอนนี้เลยนะเจ้าคะ!!"     
    เด็กสาวองเมียวจิไม่รอช้า เธอหมุนบานกระจกลงแล้วกระโดดออกจากรถบรรทุกที่กำลังวิ่งอยู่

    "เฮ้ยเดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป!!"
    คนขับรถบรรทุกเหยียบเบรกอย่างกระทันหัน จนตัวรถที่พ่วงมาด้วยมันไม่ได้เบรกตามด้วย แล้วมันก็ได้สะบัดตัวลงไปที่ข้างทางและลากตัวรถบรรทุกตกลงไปด้วย แต่โชคดีที่คนขับไม่เป็นอะไร

    ตัดภาพมาที่โอคิ...

    "โธ่ คุณนี่มันน่ารำคาญจังเลย"
    โอคิวิ่งหนีชายหนุ่มหล่อรวยไปพร้อมกับตะโกนเสียงไป

    "ได้โปรดเถอะ!! ช่วยมาเป็นแฟนผมที!!"
    ชายหนุ่มหล่อรวยตะโกนเสียงไล่หลังโอคิ

    "ไม่เอา!!"
    โอคิวิ่งไปหลับตาไป แล้วก็ได้ไปชนกับคนที่กำลังเดินสวนทางมาเต็มๆ จนอีกฝ่ายกระเด็นปลิวไปซะไกล

    "นี่! เค้าห้ามวิ่งในอาคารเรียนนะ!!"
    คนที่ถูกโอคิวิ่งชนยกตัวขึ้นแล้วตะคอกเสียงใส่

    "ขะ...ขอประทานโทษค่ะ คือเรากำลังหนีผู้ชายคนนั้นก็เลยไม่ได้มองไปข้างหน้า..."
    โอคิโค้งตัวขอโทษแล้วเงยหน้ามองคนที่เธอวิ่งชน

    "อ๊ะ! นี่เธอ..."

    "เอ๋? ผู้หญิงคนที่อยู่ข้างห้องโทยะนี่นา"
    คนที่โอคิวิ่งชนคือคนที่โทยะแอบชอบมานานนั่นก็คือ 'ชานะ' นั่นเอง

    "ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่โรงเรียนนี้ได้ล่ะ!?"

    "คะ...คือว่าเราจะเอาสิ่งนี้มาให้โทยะ"
    โอคิยื่นบัตรนักเรียนของโทยะให้ชานะดู

    "อ่อ...งั้นเหรอ? เดี๋ยวฉันจะเอาไปให้โทยะเอง เธอก็รีบกลับไปซะนะ เดี๋ยวคนอื่นเค้าจะแตกตื่นกันน่ะ"

    "แตกตื่น? หมายถึงแบบนี้เหรอ?"
    โอคิชี้ไปทางด้านหลัง แล้วชานะก็ได้เห็นว่ามีกลุ่มนักเรียนจำนวนมาก กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาทั้งสองคน

    "นี่มันเรื่องอะไรกันเนี้ย!!??"
    ชานะพูดพร้อมกับทำหน้าตื่นตกใจ

    "เฮ้!! พี่สาวคนนั้นน่ะ!! มาเข้าชมรมว่ายน้ำเถอะ!!"

    "ไม่ๆ พี่สาวคนนั้นต้องอยู่ชมรมชงชา"

    "พี่สาวคนนั้นล้มหัวหน้ากรีฑามาแล้วก็ต้องอยู่ชมรมกรีฑาสิ!!"

    "แรงเตะเกินมนุษย์ ต้องอยู่ชมรมฟุตบอลเฟ้ย!!"

    เหล่าหัวหน้าชมรมต่างๆ พากันวิ่งเบียดกันไปมาเพื่อจะขอให้โอคิเข้าชมรมให้ได้ แต่ชานะรู้ว่าโอคิต้องไปทำอะไรแปลกๆ ให้คนกลุ่มนั้นเค้าติดใจมาแน่นอน เธอจึงได้คว้ามือโอคิแล้ววิ่งหนีไปจากคนพวกนั้นทันที

    "แฮ่กๆๆ หวังว่าพวกนั้นคงจะตามพวกเรามาไม่ทันนะ"

    ชานะได้พาโอคิมาหลบอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เข้าไปได้แค่คนเดียว และตอนนี้ทั้งสองคนก็ได้เบียดอยู่ด้วยกันและหันหน้าเข้าหากันอย่างกระชั้นชิด เสียงลมหายใจของชานะดังกว่าของโอคิเพราะเธอวิ่งพาโอคิหนีจากคนกลุ่มนั้น แต่โอคิที่เป็นผีจึงไม่มีอาการเหนื่อยล้าอะไรใดๆ

    "คุณชานะเหงื่อออกเต็มเสื้อเลย เดี๋ยวเราจะถอดเสื้อออกให้นะ"
    โอคิพูดขึ้นพร้อมกับเอามือถลกเสื้อของชานะขึ้น

    "ว้าย! ไม่นะ! อย่ามาถอดเสื้อฉันในที่แบบนี้สิ!!"
    ชานะพยายามดิ้นไม่ให้โอคิถอดเสื้อ แต่เธอก็เกิดอารมณ์เคลิ้มขึ้น แล้วปล่อยให้โอคิค่อยๆ ถลกเสื้อขึ้น

    "ผิวของคุณชานะสวยจังเลย เดี๋ยวเราจะเลียเหงือออกให้นะ"
    โอคิแลบลิ้นออกมา แล้วค่อยๆ เลียเหงือที่ติดอยู่ตามตัวของชานะ

    "อ๊าง!? ยะ...อย่าทำแบบนั้นนะ...อ๊า..."

    "แผล็บๆ..."

    "ถะ...ถึงจะไม่อยากให้ทำ...ตะ...แต่รู้สึกดีจังเลย...อ๊า..."
    ชานะพูดในใจ

    "เฮ้อ...ทำความสะอาดเสร็จซะที..."
    โทยะเปิดห้องเข้ามา แล้วก็ได้เห็นภาพที่ตัวเองไม่อยากจะเชื่อ จึงปล่อยไม้กวาดและไม้ถูพื้นออกจากมือ

    "อ๊ะ!? โทยะนี่นา"
    โอคิพูด

    "ทะ...ทะ...โทยะ... นี่มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ..."
    ชานะพยายามจะพูดแก้ตัว ส่วนโทยะก็ได้แต่ยืนยิ้มให้และปิดตู้ล็อกเกอร์เดินจากไปพร้อมเสียงสะอึกสะอื้นเหมือนคนกำลังจะร้องไห้

    "อ้ะ...โทยะร้องไห้ด้วยล่ะ"

    "โทยะ!! นี่นายกำลังเข้าใจผิดน้า!!"
    ชานะพยายามจะวิ่งไปหาโทยะ แต่เธอก็ลืมไปว่าตัวเองเพิ่งจะถูกโอคิถลกเสื้อขึ้น เสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนชายที่อยู่ตรงทางเดินพูดขึ้นและทุกคนก็ต่างพากันมองชานะที่กำลังวิ่งไปหาโทยะ

     "นั่นมันรุ่นพี่ชานะนี่!?"

     "สะ...สะ...สีฟ้า..."

     เสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนชายที่อยู่ตรงทางเดินพูดขึ้นและทุกคนก็ต่างพากันมองชานะที่กำลังวิ่งไปหาโทยะ

     "กรี้ด!!! อย่ามองน้า!!"
     ชานะเอามือปิดหน้าอกแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดคืน

     ทางด้านโทยะที่วิ่งออกจากโรงเรียนไป ซึ่งดูเหมือนว่าจะตั้งใจโดดเรียนคาบบ่ายแน่ๆ ก็ได้มาหยุดอยู่ที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำของเมือง

     "ไม่อยากจะเชื่อเลย!! นี่พี่ชานะเป็นพวกที่รักผู้หญิงด้วยกันงั้นเหรอเนี้ย!? แล้วยัยโอคิถึงได้มาอยู่ที่โรงเรียนเราด้วยล่ะ!"

     ผมก้มตัวลงไปเก็บหินขึ้นมาแล้วคว้างไปที่แม่น้ำ แต่ก็บังเอิญมีปลาตัวนึงกระโดดขึ้นมาแล้วโดนหินที่โทยะคว้างไปใส่หัวตายคาที่

     "อะไรวะนั่น?"
     ผมทำหน้าเซ็งพร้อมกับถลกขากางเกงขึ้นแล้วเดินลงไปที่แม่น้ำเพื่อจะเอาปลาตัวนั้นขึ้นมา

     "แกนี่โชคร้ายจังเลยนะ"
     ผมเดินตรงไปที่ถังขยะเพื่อที่จะเอาปลาตัวนี้ไปทิ้ง

     "ช้าก่อน...!!"
     เสียงตะโกนของเด็กผู้หญิงดังขึ้นจนผมหยุดชะงัก

     "หืม?"
     ผมหันหน้าไปทางเสียงที่ดังมาแล้วก็ได้เห็นเด็กสาวองเมียวจิค่อยๆ คลานพื้นตรงเข้ามาหาอย่างช้าๆ และชี้นิ้วไปที่ปลาตัวที่โทยะกำลังจะเอาไปทิ้ง

     "ปะ...ปลาตัวนั้น...ข้าขอได้จะรึเปล่าเจ้าคะ?"

     "อะ...เอ่อ... ได้สิ..."
     โทยะยื่นปลาให้ แล้วเด็กสาวองเมียวจิก็รีบคว้าปลาตัวนั้นมาย่างทันที

     "ไฟสีฟ้านั่นมันอะไรน่ะ!?"
     ผมตกใจเล็กน้อย เพราะอยู่ดีๆ ก็มีไฟสีฟ้าออกมาจากมือของเด็กสาวคนนั้น

     "อ๊ะ! ขออภัย ข้ามีนามว่า 'เร็น' เป็นองเมียวจิที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศนี้ ไม่ทราบว่าท่านผู้มีพระคุณมีนามว่าอะไรรึ?"
     เร็นหันหน้ามาถามชื่อผม

      "โทยะ..."

      "งั่มๆ ท่านโทยะสินะเจ้าคะ งั่มๆ"

      "เฮ่ย อย่าพูดไปกินไปสิ"

      "ขออภัยเจ้าค่ะ พอดีข้าไม่มีเงินติดตัวมา ก็เลยอดข้าวอดน้ำมาสองวันน่ะเจ้าค่ะ"

      "สะ...สองวัน!? นี่เธอช่างเป็นองเมียวจิที่ตกอับจริงๆ นะ"

      "ฮ๊า!! ช่างเป็นปลาย่างที่อร่อยจริงๆ ขอบพระคุณท่านโทยะมากๆ เลยนะเจ้าคะ!!"
      เร็นโค้งตัวขอบคุณผม

      "มากพิธีเกินไปแล้ว แค่ปลาตัวเดียวเอง"

      "ไม่เจ้าค่ะ! สำหรับท่านโทยะที่พระคุณให้แก่ข้า เร็นผู้นี้จะตอบแทนท่านโทยะไปตลอดชีวิตเจ้าค่ะ!!"
      เร็นพูดพร้อมกับนั่งคำนับ

      "ตลอดชีวิต!? ไม่ๆๆ แบบนั้นไม่ดีแน่ๆ"
      ผมรีบตอบปฎิเสธไป

      "เอ๊ะ? ไม่ดีเหรอเจ้าคะ? งั้นข้าจะขอเป็นผู้ติดตามและคอยปกป้องท่านโทยะ..."
      คำพูดของเร็นในครั้งนี้ มันทำเอาผมนึกเห็นภาพตัวเองกำลังถูกฝูงหมาจรจัดทำร้ายแล้วเร็นก็พุ่งกระโดดเข้ามาปกป้อง

      "ไม่เอาๆ แบบนั้นยิ่งไม่ดีเข้าไปใหญ่!!"

      "ถะ...ถ้าอย่างนั้น...ร่างกายของเร็นผู้นี้จะมอบให้ท่านโทยะทำอะไรลามกๆ ได้ตามใจชอบ..."
      เร็นค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดจนผมเริ่มมองเห็นชุดชั้นใน

      "ก็ได้ๆ งั้นเธอมาเป็นผู้ติดตามฉันก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เธอช่วยใส่กระดุมเข้าไปคืนเถอะนะ ขอร้องล่ะ..."
       ผมพูดพร้อมกับเอามือปิดตาตัวเองเอาไว้

       เร็นทำหน้ายิ้มแล้วเอาแผ่นยันต์เปล่าๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกับพู่กันและหมึกสีดำ

      "ท่านโทยะช่วยเขียนชื่อลงไปในแผ่นยันต์เปล่าแผ่นนี้ด้วยเจ้าค่ะ"
      เร็นยื่นพู่กันที่แต้มหมึกเรียบร้อยแล้วมาให้ผม

      "อะ...อ่า..."
      ผมรับพู่กันมาจากเร็น แล้วเขียนชื่อลงไปในแผ่นยันต์ที่เร็นวางไว้

      "เอ้า! เสร็จเรียบร้อยแล้ว"
      ผมเขียนเสร็จและพูดขึ้น แล้วจังหวะที่ผมพูดจบ เร็นรีบขยำแผ่นยันต์ที่ผมเขียนชื่อไว้และกินมันเข้าไป

      "เฮ้ย!? นี่เธอทำอะไรน่ะ!!??"

      "ทำสนธิสัญญาเสร็จเรียบร้อย นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ท่านโทยะคือนายท่านของเร็น!!"
      เร็นพูดจบ แล้วเธอก็วิ่งตรงเข้ามากอดแขนผม

      "นะ...นายท่านอะไรกันน่ะ!?"
      ผมพูดและทำหน้างง

      'ชิ้ง!!'
      เร็นจับสัมผัสอะไรได้บางอย่าง เธอรีบผลักโทยะจนล้มลงไปนอนกับพื้น

      "อูย...เจ็บเป็นบ้า นี่เธอทำบ้าอะไรของเธอเนี้ย!?"
      ผมขึ้นเสียงใส่เร็น

      "ชู่ว... เงียบเสียงไว้ก่อนเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้าจับสัมผัสได้ว่ามีวิญญาณร้ายที่มีพลังมหาศาลมากๆ กำลังมาทางนี้เจ้าค่ะ"

     "วิญญาณร้ายงั้นเหรอ!?"
     ผมรีบพลิกตัวแล้วหันไปทางที่เร็นกำลังมองอยู่

     "รู้ได้ยังไงว่าโทยะจะต้องมาแอบอยู่ที่ใต้สะพานแห่งนี้?"

     "ฉันอยู่เล่นกับหมอนั่นตอนอยู่ชั้นประถมเป็นประจำ เวลามีเรื่องอะไรไม่ดี หมอนั่นมักจะชอบมานั่งทำใจอยู่ที่นี่เสมอ"

     เสียงของเด็กสาวสองคนดังขึ้น และโทยะก็คุ้นเสียงคำพูดนี้เป็นอย่างดี จึงได้เดินออกมาจากเงาใต้สะพานข้ามแม่น้ำ

     "พะ...พี่ชานะ... โอคิ..."

     'ฟุ่บ!!'
     ช่วงจังหวะที่ผมกำลังเดินออกไปให้ทั้งสองคนเห็น เร็นก็ได้วิ่งแซงหน้าผมออกไปแล้วก็ได้ใช้แผ่นยันต์ที่ติดไฟสีฟ้าปาไปที่โอคิ

     ' บรึ้มๆๆๆ!! '
     แรงระเบิดของแผ่นยันต์ติดไฟ ได้ทำให้โอคิกระเด็นติดไฟตกลงไปที่แม่น้ำ ส่วนชานะก็กระเด็นตกลงไปที่พื้นหญ้าข้างแม่น้ำ

     "เร็น! นี่เธอทำบ้าอะไรน่ะ!?"
     ผมตะโกนเสียงไปหาเร็น

     "ได้ยังไงกัน?"
     เร็นพูดออกมา แต่เสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ

     "หา?"
     ผมทำหน้างง

    "ทำไมยัยนั่นถึงหลุดออกมาจากผนึกของข้าได้ล่ะ!!??"
    เร็นตะโกนเสียงไปพร้อมกับชี้นิ้วไปตรงจุดที่โอคิตกลงไปที่แม่น้ำ ผมได้ยินแบบนั้นก็เปิดตากว้างขึ้นมาทันที

     นะ...นี่อย่าบอกนะว่า...ซีดีนั่นเป็นตัวผนึกวิญญาณของเร็นอย่างนั้นเหรอ...!?




   To Be Continued.



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 19-12-2018 04:32 , Processed in 0.070942 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th