เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1682|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 27-2-2017 16:52:02 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



The Surge Ghost  คนกระชากผี

ตอนที่ 6 : คาเมเลียสีเลือด






   "กุบกับ!! กุบกับ!! กุบกับ!!"


    "ย๊า!! ฮ๊า!!"

    เสียงเหล่าซามูไรควบม้าจำนวนมากกำลังวิ่งไล่ตามรถเกวียนที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้า


    "อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้นะโว้ย"

    นายกองของเหล่าซามูไรส่งสัญญาณมือให้พลธนูเล็งไปที่รถเกวียนข้างหน้า


    "ยิง!!"

    พลธนูได้ยิงศรธนูไปที่รถเกวียน ศรธนูจำนวนมากก็ได้ไปปักหลังคาของรถเกวียน แต่มีอีกหนึ่งดอกได้ไปปักที่กลางหลังของคนบังคับแล้วตกรถม้าคอหักตาย รถม้าที่เสียคนบังคับก็วิ่งสะเปะสะปะไปเส้นทางที่มีแต่ก้อนหิน


    'แป๊ะๆ โครม!!'

    ล้อเกวียนไม่ได้ถูกออกแบบให้มาวิ่งในเส้นทางที่มีหินคุคะ ล้อพังเสียหายยับเยิน รถเกวียนก็ล้มคว้ำลงไปพร้อมกับม้า


    "ฮะฮ๊า!! มันเสร็จเราแล้ว!!"

    เหล่าทหารซามูไรที่วิ่งไล่ตามมาก็มารวมตัวปิดล้อมรถเกวียนคันที่ล้มคว้ำ


    "อุ...อูย..."

    ข้างในรถเกวียนที่ล้มคว้ำมีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังคลานออกมา


    "ลากเจ้าหญิงออกมาจากรถแล้วพากลับไปที่ค่ายเดี๋ยวนี้!!"

    นายกองสั่งให้ทหารซามูไรพยุงร่างเด็กหญิงออกมาพร้อมกับมัดข้อมือไว้ซะแน่นก่อนจะอุ้มขึ้นไปนั่งบนหลังม้า


    เมื่อเหล่าทหารซามูไรได้กลับมาถึงค่าย ผู้บัญชาการก็ได้เดินออกมาจากเต็นท์


    "ว่าไงเจ้าหญิง"

    ผู้บัญชาการทหารซามูไรเดินเข้าไปทักเด็กหญิงพร้อมกับเอามือไปลูบแก้มของเธอ


    "อย่าเอามือสกปรกๆ มาจับแก้มข้านะไอ้ทรราช"

    เด็กหญิงใช้มือที่ถูกมัดทั้งสองข้างปัดมือของผู้บัญชาการทหารคนนั้นออกไป


    "หนอย! ปากดีนักนะ!!"

    ผู้บัญชาการทหารได้ใช้เท้าถีบไปที่หน้าท้องของเด็กหญิง


    "อึก!..."

    เด็กหญิงเก็บอาการและไม่ส่งเสียงร้องออกมาแต่อย่างใด


    "ดูซิว่ามันจะเงียบได้นานกว่านี้อีกมั้ย! พามันไปทรมานที่ห้องขังและเค้นความจริงจากปากมันให้ได้ว่าพวกราชวงศ์คนอื่นๆ หนีไปทางไหน!!"


    "ครับ!!"

     

    ทหารซามูไรได้พาตัวเด็กหญิงไปทรมานในห้องขังอย่างโหดร้ายและทารุณ แต่เด็กหญิงก็เป็นคนดีเก็บเงียบไม่ยอมปริปากบอกอะไรแก่ทหารศัตรู เธอถูกทรมานติดต่อกันตั้ง 1 อาทิตย์จนในที่สุดเธอก็สิ้นใจตาย ผู้บัญชาการทหารได้สั่งให้ทหารซามูไรนำศพเธอไปฝั่งไว้ใต้ต้นคาเมเลีย และต้นคาเมเลียต้นนั้นก็ได้สูบเลือดของเด็กหญิงและมีชีวิตยืนยาวจนมาถึงยุคปัจจุบัน และตำแหน่งที่ต้นคาเมเลียในยุคปัจจุบันนั้นอยู่ทางด้านหลังโรงเรียนของมินามิ


    "นี่ๆ รู้เรื่องต้นคาเมเลียที่อยู่หลังโรงเรียนของเรารึเปล่า?"


    "มันทำไมเหรอ?"


    "ทุกๆ วันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี ต้นคาเมเลียต้นนั้นจะออกดอกเป็นสีแดง"


    "ไม่เห็นมันจะน่าตกใจตรงไหนเลยนี่"


    "ฟังให้จบก่อนสิ ถึงฉันจะบอกว่ามันจะออกดอกเป็นสีแดง แต่พอถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงดอกคาเมเลียที่ร่วงโรยเกลื่อนกลาดเต็มพื้น คนที่เดินผ่านไปแถวนั้นจะเห็นว่าพื้นที่แถวนั้นถูกย้อมไปด้วยเลือด"


    "มะ...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกม้าง"


    มินามิที่กำลังจะลงมาทิ้งขยะก็ได้เดินผ่านมาได้ยินเรื่องคาเมเลียสีเลือดจากปากของกลุ่มนักเรียนหญิงอีกห้อง เธอหันหน้าไปมองต้นคาเมเลียต้นนั้นและจ้องเขม็งพร้อมกับนึกคิดอะไรบางอย่าง


    'ตุบๆ'

    เสียงเหมือนลูกบอลกระทบกับพื้น มินามิสังเกตเห็นว่าที่ใต้ต้นคาเมเลียมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมยาวตรงสีดำที่น่าจะอยู่ชั้นอนุบาล แต่เธอสวมชุดกิโมโนสีดำที่ประดับไปด้วยลายดอกคาเมเลียกำลังวิ่งไปเก็บลูกบอล เด็กหญิงคนนั้นหันมามองที่มินามิพร้อมกับส่งยิ้มให้ มินามิชะงักตกใจเล็กน้อย เธอรีบขยี้ตาแล้วหันกลับไปมองใหม่ แต่เด็กหญิงคนนั้นก็หายไปเสียแล้ว


    "อะไรนะ? มินามิจังเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กใส่ชุดกิโมโนสีดำวิ่งเล่นอยู่ใต้ต้นคาเมเลียหลังโรงเรียนเหรอ?"

    เพื่อนทั้งสามของมินามิพูดออกมาพร้อมกัน


    "ฉันเห็นจริงๆ นะ! เธอตัวเล็กน่ารักมากเลย ถ้าจะให้ดูดีๆ ก็เหมือนกับเจ้าหญิงตัวน้อยสมัยก่อนเปรี๊ยบ"

    มินามพูดออกมาอย่างมั้นใจ


    ดูท่าเพื่อนทั้งสามของมินามิจะไม่เชื่อสิ่งที่เธอเล่าให้ฟังเลย มินามิจึงตัดสินใจจะไปดูให้เห็นกับตาโดยใช้โอกาสตอนเวลาเลิกเรียน


    "เราเห็นกับตาทั้งสองข้างแท้ๆ ทำไมพวกนั้นถึงไม่เชื่อเรานะ"

    มินามิเดินบ่นพึมพำคนเดียว แล้วเธอก็ได้เดินมาถึงต้นคาเมเลียหลังโรงเรียน เธอเดินวนรอบต้นคาเมเลียเพื่อที่จะตามหาเด็กหญิงคนนั้น


    "มาทำอะไรที่นี่น่ะ?"

    เสียงของเด็กหญิงคนที่มินามิตามหาดังขึ้น เธอหันซ้ายหันขวามองหา แต่ก็ไม่พบตัวเจ้าของเสียง


    "ฉันอยู่บนนี้"

    เสียงของเด็กหญิงดังมาจากข้างบนต้นคาเมเลีย มินามิเงยหน้ามองขึ้นไปและเธอก็ได้เห็นเด็กหญิงสวมชุดกิโมโนสีดำกำลังนั่งห้อยขาอยุู่


    "อ๊ะ!! ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ!! มันอันตรายนะ"

    มินามิตะโกนเสียงขึ้นไป


    "อันตราย? ทำไมถึงพูดออกมาแบบนั้น"

    เด็กหญิงพูดพร้อมกับทำหน้างง


    "ก็เธอเป็นเด็กตัวเล็กซะขนาดนั้น ผู้ใหญ่อย่างฉันก็ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยสิ!!"


    "ฉันเนี้่ยนะเด็ก? ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ!!"

    เด็กหญิงหัวเราะชอบใจพร้อมกับตีลังกาลงมาจากข้างบนต้นคาเมเลีย มินามิตกใจมากจึงได้รีบวิ่งไปรับตัวเด็กหญิงคนนั้นเอาไว้


    "จะวิ่งมารับตัวฉันทำไมเนี้ย!? ว่าจะโชว์ตีลังกาลงพื้นสวยๆ ซะหน่อย"

    เด็กหญิงตะคอกเสียงใส่มินามิ


    "เธอบ้าไปแล้วเหรอ!!"


    "อึ๋ย!?"

    เด็กหญิงถึงกับสะดุ้ง หลังถูกมินามิตะคอกเสียงกลับไป เธอทำหน้าจ๋อยและถูกมินามิบ่นเทศนาใส่เป็นชุดๆ


    ช่วงจังหวะที่มินามิกำลังบ่นเทศนาอยู่นั้น เพื่อนทั้งสามของมินามิที่อยู่นอกรั่วกำแพงโรงเรียนก็ได้เดินไปเห็นมินามิกำลังบ่นอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว พวกหล่อนคิดว่ามินามิอาจจะไประบายอารมณ์คนเดียวเพราะไม่เชื่อเรื่องที่เธอเล่าตอนนั้น ก็ได้รีบวิ่งกลับบ้านไปอย่างไว


    "จบการเทศนาเพียงเท่านี้นะคะ คราวหน้าคราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ!"


    "ค่ะ...(ทำไมฉันต้องมาโดนหล่อนเทศนาด้วยเนี้ย?)"


    "ไหนๆ เธอก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานดีกว่า สามคนนั้นจะได้เชื่อเราซะที"

    มินามิก้มหน้าลงและกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าสะพาย แต่พอจังหวะเงยหน้ากลับมาก็ไม่เห็นเด็กหญิงคนนั้นอีกแล้ว


    "หายไปไหนอีกแล้วเนี้ย ไวชะมัด..."

    มินามิเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าคืนแล้วเดินกลับบ้านแบบเซ็งๆ


    พอมินามิเดินออกจากโรงเรียนไป เด็กหญิงชุดกิโมโนสีดำก็เดินออกมาจากต้นคาเมเลียและจ้องมองไปที่มินามิ


    "ช่างเป็นเด็กที่ทำตัวน่ารำคาญจังเลยน้า"

    เด็กหญิงพูดจบแล้วก็เดินกลับเข้าไปในต้นคาเมเลียคืน


    วันต่อมามินามิก็ได้กลับมาดูต้นคาเมเลียอีกครั้ง รอบนี้เธอทำข้าวกล่องมาสองกล่องมาให้เด็กหญิงชุดกิโมโนสีดำ ทั้งสองก็ได้มานั่งกินข้าวด้วยกันใต้ต้นคาเมเลีย จนทั้งคู่เริ่มมีความผูกพันธ์ให้กันและกัน


    "นี่เธอชื่ออะไรเหรอ? อยู่ด้วยกันมาตั้งนานยังไม่ได้ถามชื่อเธอเลย ฉันชื่อมินามินะ"

    มินามิแนะนำชื่อตัวเองพร้อมกับหันหน้าไปถามเด็กหญิงชุดกิโมโนสีดำ


    "ชื่อ? ของแบบนั้นฉันไม่มีหรอก!!"


    "อ้าว? ถ้าไม่มีชื่อแล้วจะให้เรียกยังไงล่ะ"


    "งั้นมินามิตั้งชื่อให้ทีสิ"


    "เอางั้นเลยเหรอ?"


    "อื้อ"


    "ดูจากหน้าตาและการแต่งตัวของเธอดูเหมือนจะเป็นคนชนชั้นสูง น่าจะเป็นถึงระดับเจ้าหญิง"


    "อึ้ก!?"

    เด็กหญิงถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื้อก เพราะว่าการคาดเดาของมินามิมันถูกต้องทุกอย่าง


    "คิดออกแล้ว!! ถ้าเป็นเจ้าหญิงจริงๆ ล่ะก็ ฉันจะตั้งชื่อเธอว่า 'ฮิเมะ*' ล่ะกัน"

    (*ฮิเมะ = เจ้าหญิง)


    เด็กหญิงหน้าแดงขึ้นมา เพราะมินามิตั้งชื่อให้แก่เธอ เธอกระวนกระวายมากแล้วปีนขึ้นไปบนต้นคาเมเลีย


    "นี่!! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าปีนขึ้นไปน่ะ!!"

    มินามิตะโกนเสียงขึ้นไป


    "ขอฉันทำใจหน่อยจะได้มั้ย!!"


    "ทำไมอ่า?"


    "ก็มันน่าอายนี่นา อยู่ดีๆ ก็มีคนมาตั้งชื่อให้เอาป่านนี้น่ะ มันน่าอายจะตาย!!"


    "คิกคิกคิก มาอายอะไรเอาป่านนี้น้า"

    มินามิปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ


    ฮิเมะหน้าแดงขึ้นมากกว่าเดิม เธอหักกิ่งไม้แล้วขว้างลงไปใส่มินามิ มินามิหัวเราะดังมากกว่าเดิมแล้วขว้างกิ่งไม้กลับขึ้นไปคืน และช่วงจังหวะที่ทั้งสองคนกำลังเล่นอย่างสนุกสนานอยู่นั้น จู่ๆ อาจารย์กับภารโรงก็เดินตรงเข้ามา มินามิเห็นแล้วก็รีบไปแอบอยู่ด้านหลังต้นคาเมเลีย


    "นี่สินะ? ต้นคาเมเลียที่พวกนักเรียนพูดถึงกันน่ะ"


    "ก็มีอยู่ในโรงเรียนแค่ต้นเดียวนี่ครับ"


    "อ่อ...นั่นน่ะสินะ"


    "อาจารย์พาผมมาที่นี่ทำไมเหรอครับ?"

     ภารโรงถาม


    "พรุ่งนี้ฉันอยากจะให้นายโค่นต้นคาเมเลียนี้ลงน่ะ"


    "เอ๋!? จะดีเหรอครับ!? ต้นคาเมเลียต้นนี้อยู่มายาวนานก่อนที่โรงเรียนนี้ก่อตั้งนะครับ!!"


    "ก็เพราะเรื่องดอกคาเมเลียสีเลือดน่ะสิ ถ้าเกิดพวกเด็กๆ ที่จะมาสมัครเข้าโรงเรียนนี้มาเห็นเข้า ใครมันจะอยากมาเรียนที่นี่กัน?"


    "เอ่อ ถ้ามองดูดีๆ มันก็เหมือนเลือดจริงๆ นั่นล่ะครับ"

    "อื้ม!! ถ้าเข้าใจได้ก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ตอนบ่ายๆ นายจะไปหาคนมาช่วยกี่คนก็ได้ ขอแค่ว่าโค่นต้นคาเมเลียต้นนี้ลงได้ก็พอ"


    "ครับ!!"


    อาจารย์กับภารโรงคุยกันเสร็จแล้วก็ได้เดินจากไป มินามิที่แอบอยู่ข้างหลังต้นคาเมเลียก็ได้เดินออกมา เธอทำหน้าเศร้ามากและเงยหน้าขึ้นไปมองฮิเมะที่กำลังนั่งห้อยขาอยู่ข้างบนต้น มินามิรู้ตัวดีว่าฮิเมะคือวิญญาณที่สิ่งสถิตอยู่ในต้นคาเมเลียต้นนี้ ที่เธอแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนั่นก็เพราะว่ากลัวฮิเมะจะไม่มีเพื่อนมาเล่นด้วย แต่มาคราวนีื้เธอต้องมาเจอปัญหาใหญ่ที่ถึงขั้นว่า ทั้งสองจะไม่ได้มาพบหน้ากันอีกต่อไป


    "ถ้ามีวิธีที่จะทำให้ฮิเมะหลุดพ้นจากต้นคาเมเลียนี้ได้ก็ดีสิ อ๊ะ...!!"

    มินามินึกขึ้นได้ว่ามีคนที่สามารถทำแบบนั้นได้ และเค้าคนนั้นก็คือ 'โทยะ' ที่มีพลังมือกระชากที่สามารถกระชากทุกสิ่งทุกอย่างออกมาได้อย่างสบายๆ ถ้าเกิดให้เค้ามาช่วย ฮิเมะก็จะได้ไม่ต้องหายไปพร้อมกับต้นคาเมเลีย


   เด็กสาวทำหน้าเหมือนจะมีความหวัง เธอได้วิ่งออกไปนอกโรงเรียนและตรงดิ่งไปที่หอพักของโทยะ


   'ปิ้งป่อง'

   มินามิวิ่งมาถึงห้องของโทยะพร้อมกับกดออดเรียก ผู้อ่านทุกท่านคงจะงงสินะว่าทำไมมินามิถึงวิ่งมาถึงห้องของโทยะได้โดยที่ไม่รู้เลยว่าโทยะพักอยู่ที่นี่ นั่นก็เพราะว่า 'ความโชคดี' ของเธอไงล่ะ เพียงนึกคิดและคาดเดาเพียงแค่ครั้งเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นไปอย่างที่มินามิคิดทุกอย่าง


   "ค่า!"

   โอคิเดินมาเปิดประตูให้


   "อ๊ะ...เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณโอคิ"


   "หืม? เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ?"

   โอคิทำหน้างง


    "ฉันชื่อมินามิค่ะ เป็นเพื่อนของคุณโทยะ"


    "เพื่อนของโทยะเหรอ!? เข้ามาสิๆ"

    โอคิได้เชิญมินามิเข้ามาข้างในห้อง เด็กสาวชั้นวัยประถมก็หน้าแดงเมื่อได้เข้ามาในห้องของเด็กผู้ชายครั้งแรก เธอมองไปรอบห้องของโทยะอยู่สักพัก แล้วก็ได้ไปเห็นเร็นกำลังเดินออกมาจากห้องอาบน้ำในสภาพเปลือยเปล่า


    "เป็นสาวเป็นนางหัดรู้จักรักตัวสงวนตัวบ้างสิคะ!!"

     มินามิรีบไปหยิบผ้าวางอยู่บนโต๊ะดื่มชาไปปกปิดสิ่งที่ไม่ควรให้ดูของเร็นเอาไว้


     "อ๊าย!! ทำอะไรของเธอเนี้ย!!? แล้วนี่เธอเป็นคน!? เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!?"

     เร็นพยายามผลักมินามิออกไป แต่เธอดันตัวเล็กจึงไม่มีแรงมากพอที่จะผลักมินามิออกไปได้เลย


     "เราเป็นคนให้เธอเข้ามาเองแหละ"

     โอคิพูดแทรกเข้ามา


     "หา?"


     หลังจากที่เร็นสวมชุดเสร็จ มินามิเล่าเรื่องต้นคาเมเลียที่อยู่หลังโรงเรียนให้โอคิกับเร็นฟัง


     "ขอคัดค้านเจ้าค่ะ"

     เร็นพูด


     "เอ๋!? แหงเป็นงั้นอ่า!!"

     มินามิพูดกลับไป


     "ถึงจะให้ท่านโทยะใช้พลังมือกระชากดึงตัววิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในต้นคาเมเลียต้นนั้นออกมาได้ก็เถอะ แต่ร่างเนื้อที่ถูกต้นคาเมเลียดูดซับเข้าไปนั้นก็ได้รวมเป็นหนึ่งไปแล้ว ถ้าเกิดต้นคาเมเลียถูกทำลายไป วิญญาณเพื่อนของเธอก็จะถูกทำลายไปด้วย"


    "แล้วไม่มีวิธีที่ช่วยได้เลยเหรอ?"

    โอคิพูดแทรกเข้ามา


    "มีสิ แต่มันออกจะเป็นไปไม่ได้"


    "ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันยินดีที่จะทำ!!"

    มินามิพูดซะเสียงดังลั่นห้องพร้อมกับทำสีหน้าอย่างจริงจัง เร็นเห็นใบหน้าของมินามิแล้วก็ถึงกับถอนหายใจ องเมียวจิตัวน้อยก็ได้เดินไปหยิบผ้าสีแดงผืนหนึ่งแล้วยื่นไปให้กับมินามิ


    "ถ้าวิญญาณตนนั้นสิงสถิตอยู่ในต้นคาเมเลียจริงล่ะก็ เศษซากกระดูกของเธอจะต้องถูกฝังอยู่ข้างใต้ต้นอย่างแน่นอน"


    "นะ...นี่ก็หมายความว่า..."


    "ฉันจะช่วยเธอเอง แต่เธอจะต้องไปหาเศษกระดูกที่อยู่ใต้ต้นคาเมเลียให้ทันก่อนที่จะถูกโค่น"

    เร็นพูดจบพร้อมกับทำหน้ายิ้มให้กับมินามิ


    มินามิถึงกับปล่อยน้ำตาออกมา เธอเดินเข้าไปกอดเร็นแปปนึงแล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างไว


    "ขอไปให้ทันนะ"

    เร็นพูดทิ้งท้าย


    "แฮ่กๆๆ คอยก่อนนะฮิเมะจัง ฉันกำลังจะไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้!!"

    มินามิวิ่งมาถึงโรงเรียน ประตูทางเข้าก็ถูกปิด เธอเอาถังขยะมาวางไว้ข้างๆ กำแพงหลังโรงเรียนแล้วปีนขึ้นไป


    "เอ๋!!"

    ช่วงจังหวะที่มินามิกำลังจะปีนขึ้นไปนั้น เธอก็ได้เห็นรถแบคโฮกำลังจะโค่นต้นคาเมเลียให้หักโค่นลง ตามที่เธอได้ยินเมื่อตอนนั้น อาจารย์ได้บอกภารโรงให้พาคนมาโค่นตอนบ่ายของวันพรุ่งนี้ แต่ว่าทำไมภารโรงคนนี้ถึงได้พาคนมาโค่นตอนนี้ล่ะ


    "เออ! แบบนั้นแหละๆ ค่อยๆ โค่นมันลงมาช้าๆ"


    "คุณภารโรงครับ ทำไมคุณถึงให้พวกเรามาโค่นต้นคาเมเลียในเวลาแบบนี้ล่ะครับ"

    หนึ่งในสามคนงานที่ภารโรงจ้างมาเดินเข้ามาถาม


    "พรุ่งนี้ตอนบ่ายอากาศมันร้อนน่ะ ฉันก็เลยเรียกพวกแกมาทำตอนนี้เพราะคืนนี้ภรรยาฉันจะเลี้ยงปลาหมึกย่างกับเหล้าสาเกให้พวกแก"


    "แบบนั้นก็ยอดไปเลย!! เอ้าพวกเรา!! รีบทำรีบเสร็จ!! จะได้ไปกินเหล้าสาเกที่บ้านภารโรงกัน!!"


    "โอ้ว!!"

    เหล่าคนงานเร่งมือที่จะโค่นต้นคาเมเลียลง มินามิที่เพิ่งจะปีนข้ามกำแพงลงมาได้ก็รีบวิ่งตรงเข้าไปห้ามคนกลุ่มนั้นเอาไว้


    "ทำอะไรของเธอน่ะ!? นี่มันจะค่ำแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านอีก"

    ภารโรงพูด


    "อย่าเพิ่งโค่นต้นคาเมเลียจะได้รึเปล่าคะ!! พอดีหนูจะมาหาของที่ถูกฝังอยู่ใต้นี้!!"


    "ของ? ของอะไรของเธอ!! พวกเรารีบอยู่นะ!! ออกไปให้พ้น!!"


    "ไม่ค่ะ!! ถ้าหนูยังไม่ได้ของที่ต้องการ พวกคุณก็ไม่มีวันที่จะได้โค่นต้นคาเมเลียต้นนี้!!"

    มินามิยืนกางแขนบังต้นคาเมเลียเอาไว้ ภารโรงก็ได้แต่ยืนอึ้ง เค้าทำหน้าไม่พอใจพร้อมกับเอามือมาเกาหัว


    "ก็ได้ๆ ของที่เธอฝังไว้มันิยู่ลึกมากมั้ยล่ะ? พวกเราจะช่วยเธอขุดขึ้นมาเอง!!"


    "จริงเหรอคะ!! ขอบพระคุณมากค่ะ!!"


    ภารโรงและคนงานทั้งสามก็ได้ช่วยมินามิขุดหาเศษกระดูกที่อยู่ใต้ต้นคาเมเลีย และในที่สุดก็เจอเศษชิ้นส่วนของกระดูกส่วนคอของมนุษย์ มินามิรีบเอามันใส่เข้าไปในห่อผ้าที่เร็นให้ และเธอก็เตรียมจะวิ่งไปหาเร็นในอีกไม่ช้า


    'แป๊ะๆๆ'

    เสียงเหมือนอะไรหักดังออกมาจากต้นคาเมเลีย มินามิรีบหันหน้าไปและก็ได้เห็นว่าต้นคาเมเลียกำลังจะหักโค่นลง เธอเหล่ไปเห็นฮิเมะที่กำลังยืนยิ้มให้พร้อมกับโบกมือลา


    "ฮิเมะ!!!"

    มินามิวิ่งตรงเข้าไปกอดฮิเมะ แต่ร่างของฮิเมะก็ได้แตกสลายกลายเป็นดอกคาเมเลียสีแดงแล้วลอยขึ้นฟ้าไปตามสายลม


    "ฮือๆๆ"

    มินามินั่งร้องไห้พร้อมกำห่อผ้าสีแดงที่ห่อเศษกระดูกเอาไว้แน่น


    เช้าวันต่อมา มินามิก็เดินเข้ามาในโรงเรียนปกติแต่สีหน้าของเธอดูโศกเศร้ามาก เพื่อนๆ ทั้งสามก็เดินเข้ามาปลอบใจ เด็กสาวผู้ที่มีความโชคดีก็เหล่ตามองไปที่ทุ่งหญ้าหลังโรงเรียน ตรงกลางทุ่งหญ้านั้นของเมื่อวานคือตำแหน่งของต้นคาเมเลียที่เธอเคยไปเล่นกับฮิเมะอย่างสนุกสนาน แต่มาวันนี้ต้นคาเมเลียก็ไม่อยู่ให้เห็นอีกแล้ว มินามิเอามือทั้งสองข้างตบแก้มตัวเองและทำหน้าตายิ้มแย้มสดใสให้กลับมาเหมือนเดิมและเดินเข้าไปในอาคารเรียนพร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งสาม


    ตัดภาพมาที่ทุ่งหญ้าหลังโรงเรียนของมินามิ เร็นกับโอคิได้แอบปีนข้ามกำแพงเข้ามา ทั้งสองเดินตรงเข้าไปตรงตำแหน่งต้นคาเมเลียที่ถูกโค่น ทั้งสองคนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจึงได้เลื่อนหน้าลงไปดู


    "อะไรเนี้ย? ก็ยังอยู่สบายดีนี่นา"


    "ถ้ามินามิมารู้เข้าล่ะก็ ระวังจะโดนด่าเอานะ"


    เร็นกับโอคิพูดเสร็จ ก็ได้ปีนข้ามกำแพงโรงเรียนออกไป และสิ่งที่โอคิกับเร็นพูดคุยไปเมื่อสักครู่นี้


    คือต้นอ่อนคาเมเลียนั่นเอง


   






      ———————— To Be Continued ————————

kimono44.jpg



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 23-10-2018 00:27 , Processed in 0.057066 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th