เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1674|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4628
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 4-4-2017 13:51:33 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 6-4-2017 07:49


The Surge Ghost คนกระชากผี

ตอนที่ 7 : ผู้ติดตามปีศาจขาว (บทแรก)








     "เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ฉันหูฟาดไปรึเปล่า?"

     โอคิที่กำลังนั่งไขว่ห้างพูดขึ้น


     "อึ๊ก!! เธอฟังไม่ผิดหรอก"

     เร็นพูดพร้อมกับนั่งโค้งคำนับให้กับโอคิ


     "นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ ทำไมองเมียวจิถึงไปนั่งโค้งคำนับให้ผีนับจานล่ะ?"

     ชานะที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องของโทยะก็ได้เห็นเร็นนั่งคำนับและขอร้องอะไรสักอย่างจากโอคิ เธอได้เอียงตัวกระซิบถามโทยะที่นั่งอยู่ข้างๆ


     "ลองอ่านดูสิ"

     โทยะยื่นแผ่นกระดาษให้กับชานะ


     เมื่อสองชั่วโมงก่อน เร็นที่เพิ่งจะตื่นเช้าเป็นคนแรกก็ได้ออกมายืนยืดเส้นยืดสายอยุ่หน้าหอพัก และจู่ๆ ก็มีภูติหมาป่าขาวลอยลงมาจากฟ้า ที่ปากของภูติหมาป่าขาวมีม้วนกระดาษที่เขียนว่า 'ส่งให้ถึงมือเร็นโดยตรง' พอเร็นรับม้วนกระดาษแล้วภูติหมาป่าขาวก็สลายหายไป เร็นมั่นใจได้เลยว่านี่จะต้องเป็นม้วนจดหมายของคนในครอบครัวแน่ๆ เธอแกะเชือกม้วนกระดาษและเปิดอ่านดู พอเร็นอ่านไปได้สักพักสีหน้าของเธอก็เริ่มตึงเครียด เธอรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องของโทยะและรีบปลุกโอคิให้ตื่นขึ้นมาทันที


     "พี่สาวของเร็นกำลังจะมาที่นี่ยังงั้นเหรอ?"

     ชานะอ่านจดหมายของเร็นจบแล้วก็ได้หันหน้าไปถามโทยะ


     "อืม"


     "แต่ในจดหมายบอกว่า ให้เรามาประลองกันด้วยการบังคับภูติรับใช้?"


     "นั่นแหละคือสิ่งที่เร็นทำอยู่ตอนนี้ยังไงล่ะ"


     "ไม่เอาอ่า ทำไมเราต้องมาเป็นภูติรับใช้ให้หล่อนด้วย"

     โอคิพูดพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ


     "ขอร้องล่ะ ขอแค่ให้ท่านพี่ได้เห็นว่าฉันมีภูติรับใช้แล้วก็อาจจะมีโอกาสไม่ต้องมาสู้กันก็ได้"

     เร็นค่อยๆ ขยับตัวไปหาโอคิ


     "เราเป็นแค่ผีนับจานนะ ไม่มีพลังอะไรที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้หรอก"


     "แต่ฉันเห็นเธอใช้จานตัดแขนของผีสาวปากฉีกนะ อย่ามาแกล้งทำเป็นว่าไม่มีพลังในการต่อสู้เลย"


     "ชิ!"


     "มี 'ชิ' ด้วย!? งั้นก็แปลว่าเธอมีพลังในการต่อสู้จริงๆ สินะ"


     "ก็ไม่ปฏิเสธ แต่ฉันก็ไม่ยอมเป็นภูติรับใช้ให้เธอหรอก เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยจับฉันไปขังในแผ่นซีดีจำไม่ได้"


     "เอ่อ...นั่นมันก็ใช่..."


     "ก็เพราะอย่างนั้นแหละ เราถึงไม่อยากช่วยคนที่จับเราไปขังยังไงล่ะ!!"

     โอคิพูดจบแล้วก็ได้ลอยทะลุกำแพงออกไปข้างนอกหอพัก ส่วนเร็นที่เพิ่งจะถูกดอคิด่าว่าไปก็ได้แต่นั่งนิ่งเงียบ โทยะกับชานะเห็นว่าควรจะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวแบบนั้นไปสักพักจึงได้เดินออกจากห้องไป


     ตัดภาพมาที่จุดตำแหน่งที่มีการต่อสู้ระหว่างผีสาวปากฉีกกับพวกโทยะเมื่อตอนที่แล้ว หญิงสาวผมสีขาวมัดทรงหางได้เดินมาตรวจเช็คอะไรบางอย่าง เธอเหล่ไปเห็นเศษกระจกหกแฉกที่เร็นดูดวิญญาณผีสาวปากฉีกและทำลายทิ้ง แต่มันถูกทำลายทิ้งไม่หมด หญิงสาวผมขาวแสยะยิ้มแล้วเก็บเศษกระจกนั้นเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ


     "อินุกามิเอ๋ย"

     หญิงสาวผมขาวเอ่ยชื่อภูติรับใช้แล้วจู่ๆ ก็มีควันสีขาวลอยมาเกาะกลุ่มกันแล้วกลายร่างเป็นหมาป่าสีขาวตัวใหญ่ยักษ์มายืนอยู่ข้างๆ


     "ครับ! นายหญิง"

     ภูติหมาป่าขาวพูด


     "อีกไม่นานก็จะได้เจอยัยนั่นแล้วนะ"


     "ครับ"


     "เราเองก็ไม่เจอมานานแล้วเหมือนกัน"

     หญิงสาวผมขาวหยิบแผ่นยันต์ขึ้นมา และแผ่นยันต์ใบนั้นก็ได้กลายเป็นลูกศรชี้ไปทางทิศตะวันตก


     "หึหึหึ ไม่ได้ลงโทษมาตั้ง 5 ปีแล้วสินะ ไหนดูสิว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นจริงรึเปล่า น้องสาวของเราเอ๋ย"

      หญิงสาวผมขาวแสยะยิ้มแล้วเดินตามไปที่แผ่นยันต์ลูกศรชี้เอาไว้

   

     'เฮื๊อก!!'

     เร็นสะดุ้งตกใจหลังจากนั่งกลุ้มใจอยู่คนเดียวในห้อง เธอสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังตรงดิ่งมาที่นี่


     "มาถึงที่นี่แล้วงั้นเหรอ!?"

     เร็นพูดจบแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้าของโทยะ ตัวเธอตัวสั่นมากจนตู้ที่เธอเข้าไปหลบต้องสั่นตาม ดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะกลัวพี่สาวของตัวเองเอามากๆ เลยล่ะ


     "ถึงขั้นไปแอบในตู้เสื้อผ้าเลยเหรอ!?"

     โทยะที่แอบดูเร็นอยู่นอกหน้าต่างพูดขึ้น ส่วนชานะก็ได้แต่ส่ายหน้าเพราะเค้าทั้งสองไม่สามารถจะช่วยอะไรเร็นได้เลย


     ทางด้านโอคิที่ลอยทะลุกำแพงออกมาเดินเล่นแก้เซ็งก็ได้เแวะไปนั่งเล่นชิงช้าที่สวนสาธรณะ เธอนั่งคิดแล้วคิดอีกว่าจะยอมช่วยเร็นดีมั้ย แต่เธอก็ต้องมานึกภาพตอนที่เร็นก้มหัวขอร้องและช่วงจังหวะที่เร็นก้มหัวอยู่นั้น โอคิสังเกตเห็นน้ำตาของเร็นหยดลงมาที่พื้น


     "เฮ้อ...ร้องไห้ออกมาแบบนั้นมันขี้โกงชัดๆ"

     โอคิตัดสินใจได้แล้วว่าจะยอมเป็นภูติรับใช้ให้เร็น แต่จะช่วยแค่ครั้งเดียว


     "เจอของดีเข้าให้แล้วสิ"

     เสียงของหญิงสาวปริศนาได้ดังมาจากทางด้านหลังของโอคิ เธอสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอย่างมหาศาล ผีนับจานรีบกระโดดออกจากชิงช้าพร้อมกับหยิบจานออกมาจากแขนเสื้อกิโมโน


     "สุดยอด! โดนจิตสังหารของข้าไปตั้งขนาดนั้นแล้วกลับยังสามารถกระโดดห่างออกไปและตั้งท่าเตรียมสู้ ยัยผีตนนี้น่าจับมาเป็นภูติรับใช้จัง"


     เจ้าของเสียงนี้คือหญิงสาวผมสีขาวสวมชุดองเมียวจิเต็มยศ ข้างตัวเธอมีภูติหมาป่าขาวตัวใหญ่ยืนอยู่ข้างๆ


     "องเมียวจิ? นี่คงจะเป็นพี่สาวของเร็นสินะ"

     โอคิคิด


     "เจ้าน่ะ สนใจที่จะมาเป็นภูติรับใช้ให้กับข้ามั้ย?"

      หญิงสาวผมขาวพูด


     "เคยมีคนแบบเธอชักชวนมาแล้วครั้งหนึ่งแต่เราก็ตอบปฏิเสธ"

      โอคิตอบกลับ


     "งั้นเหรอ? ยัยนั่นก็เล็งเจ้าเหมือนกันงั้นเหรอ?"

      หญิงสาวผมขาวพยักหน้าให้ภูติหมาป่าขาวเข้าไปโจมตีโอคิ


      "แฮ่!!"

      ภูติหมาป่าขาวพุ่งโจมตีใส่โอคิด้วยกรงเล็บ แต่โอคิก็สามารถเอาจานของเธอปัดป้องกันกรงเล็บได้


     "อะไรน่ะ!? จู่ๆ ก็เข้ามาโจมตีเฉยเลย"

     โอคิพูด


     "..."

     ภูติหมาป่าไม่ตอบ แต่มันก็ยังพุ่งเข้าใส่โอคิเพื่อจะโจมตีอีกรอบ


     "เพิ่งจะเคยเห็นคนรับการโจมตีของอินุกามิครั้งแรกได้ก็ครั้งนี้แหละ!!"

     หญิงสาวผมขาวยิ้มให้โอคิ


     "ชิ!! ระดับพลังวิญญาณต่างกันมาก ถ้าขืนเรายังยื้อต่อไปแบบนี้มีหวังโดนจับไปเป็นภูติรับใช้แน่"

     โอคิขยายจานให้ใหญ่ขึ้น แล้วเธอก็ได้ใช้จานใหญ่ใบนั้นฟาดใส่อินุกามิกระเด็นปลิวขึ้นฟ้า ช่วงจะหวะที่โอคิใช้จานใหญ่ฟาดอินุกามิก็ได้เกิดแรงลมจนหญิงสาวผมขาวต้องเอามือมาบังตาเอาไว้ พอลมหมดแล้วเธอก็ได้เปิดตาดูและเธอก็ได้เห็นอินุกามินอนบาดเจ็บ ส่วนโอคิก็หายตัวไปเป็นที่เรียบร้อย


     ตัดภาพมาที่ห้องของโทยะ ชานะได้ทำของกินแล้วเรียกเร็นให้ออกมาจากตู้ ส่วนโทยะก็ออกตามหาโอคิเพื่อจะขอร้องเธอให้ยอมช่วยเร็นเพราะสงสาร


     'เพล้ง'

     เสียงเหมือนจานตกแตกดังออกมาจากซอยแคบ โทยะได้ยินแล้วจึงรีบวิ่งไปดู


     "โอคิ!!"

     โทยะเห็นโอคินั่งบาดเจ็บอยู่ข้างกำแพง เค้ารีบวิ่งไปประคองตัวเธอขึ้น


     "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอเนี้ย เป็นผีทำไมถึงบาดเจ็บ"

      โทยะถาม


     "โดนพี่สาวของยัยนั่นเล่นงานเอาน่ะสิ"

     โอคิตอบกลับไป


     "พี่สาว? หมายถึงพี่สาวของเร็นงั้นเหรอ!!"

     โทยะถามอีกครั้งแล้วโอคิก็พยักหน้าให้


     โทยะได้พาโอคิกลับไปที่ห้อง แล้วทุกคนก็ได้มานั่งเกาะกลุ่มพูดคุยกันเรื่องการมาของพี่สาว


     ครอบครัวของเร็นเป็นตระกูลผู้สืบทอดองเมียวจิมารุ่นต่อรุ่นมาแต่โบราณ เร็นเป็นลูกคนที่สี่ของครอบครัว ส่วนพี่สาวที่กำลังจะเดินทางมาถึงนั้นเป็นลูกคนที่สอง ชื่อของเธอคนนี้คือ 'รินเนะ'


     'รินเนะ' เข้าสู่เส้นทางการเป็นองเมียวจิครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี เธอทั้งกล้าหาญและปราดเปรื่อง ว่ากันว่าแค่ใช้แผ่นยันต์โจมตีแผ่นเดียวก็โค่นเหล่าภูติผีที่มีขนาดใหญ่เท่าภูเขาหลบลงภายในเวลาอันสั้น และก็ไม่เคยมีภูติผีตนไหนโค่นล้มเธอได้ จนตัวเธอถูกพวกภูติผีเรียกว่า 'ปีศาจขาว'


     "สรุปคือต้องต้อนรับเธอแล้วเชิญมาพูดคุยกันสินะ"

     โทยะกับชานะได้มายืนรอพี่สาวของเร็นตรงประตูทางเข้าหอพัก


     "ยืนให้มันดีๆ หน่อยสิโทยะ อีกฝ่ายเค้าเป็นคนชั้นสูงเชียวนะ"

     ชานะเอาไหล่ไปสะกิดตัวโทยะเบาๆ


     ตอนนี้ลูกสาวคนที่สองของตระกูลองเมียวจิจะมาที่หอพัก ตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว เร็นก็เอาแต่หวาดกลัวมาตลอด ส่วนโอคิที่ได้ไปเผชิญหน้าก็เล่าว่าพี่สาวของเร็นที่ชื่อว่ารินเนะ เป็นศัตรูของเหล่าภูติผีที่อยู่ในญี่ปุ่นทุกตัว แต่ก็มีข่าวหลุดมาว่าเธอคนนี้เข็มงวดกับน้องคนเล็กมาก นั่นก็เพราะว่าเธอเป็นสายบู๊และดูเหมือนจะฝึกฝนเร็นอย่างเข้มงวดไม่เว้นวัน


     "แต่พูดตามตรงแล้ว ก็ดูไม่เหมือนที่ว่ามาเลยแห๊ะ"

     โทยะทำตัวหลุกหลิกและเหล่ตามองไปที่ประตูห้องพักของตัวเอง


     "หลุกหลิกอะไรอยู่คะท่านโทยะ"

     เสียงของเร็นดังมาทางขวามือโทยะจนเจ้าตัวตกใจเพราะไม่รู้ว่าเร็นมายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่


     "มันเสียมารยาทกับท่านพี่นะ ทำตัวดีๆ หน่อยสิเจ้าคะ"

     เร็นพูดกับโทยะด้วยสีหน้าที่ดูปกติจนโทยะแปลกใจเพราะเมื่อสักครู่นี้เร็นยังกลัวตัวสั่นอยู่เลย


     "นี่เธอ...ไม่เป็นไรแล้วเหรอ?"


     "หือ? เรื่องอะไรรึเจ้าคะ?"


     "ก็เรื่องของพี่สาว..."


     "อ้อ...ยัยโอคิเล่าให้ฟังสินะเจ้าคะ"


     "อือ"


     "ไม่ต้องห่วงหรอก นั่นมันเรื่องสมัยก่อนน่ะ ข้าจะไปกลัวพี่สาวแท้ๆ ของตัวเองได้ยังไงล่ะเจ้าคะ"

      

     "นั่นน่ะสินะ"

     

     "เร็น โอคิหายไปไหนเหรอ?"

     ชานะพูดแทรกเข้ามา


     "ยัยผีนับจานนั่นน่ะเหรอ? ไม่รู้ไปแอบซุกหัวอยู่ที่ไหน สงสัยคงแอบซ่อนที่ไหนสักแห่งนั่นแหละ เมื่อกี้ก็เพิ่งจะถูกท่านพี่เล่นงานมานี่เจ้าคะ"


     "เหรอ? งั้นก็เอาเถอะ"


     'วิ้ว...'

     พอชานะพูดจบแล้วจู่ๆ ก็มีสายลมพัดผ่านมาอย่างรุนแรงดั่งพายุ


     "ลมพวกนี้มาจากไหนกันเนี้ย!?"

     ชานะพูด


     "นี่คงจะเป็นฉากเปิดตัวเรียกแขกสินะ"

     โทยะจ้องเขม็งไปที่สายลมโดยที่ไม่กระพริบตา เค้าสังเกตเห็นเงาคนกำลังเดินตรงเข้ามา


     "สมแล้วที่เป็นท่านพี่"

     เร็นพูด


     พอสายลมหมดลง ภาพที่ทั้งสามคนเห็นคือหญิงสาวผมขาวสวมชุดองเมียวจิเต็มยศยืนยิ้มให้ แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสามจ้องเขม็งคือหน้าอกไซส์บิ๊กบึ้มที่เพิ่งจะหยุดเด้งเพราะถูกสายลมพัดเมื่อสักครู่นี้


     "ใหญ่โคตร!!"

     โทยะพูดแล้วก็ถูกชานะเอานิ้วจิ้มตา


     "ตาฉ้าน!! ตาฉ้านนนน!!"

     โทยะถึงกับล้มลงไปนอนกับพื้นและกลิ้งตัวไปมา แต่โทยะก็พอจะลืมตาออกมาดูได้เล็กน้อย


     "รอต้อนรับข้าทำไม!! วุ่นวายเปล่าๆ!!"

      รินเนะตะโกนไปทางพวกโทยะ


     'ครืน...'

     เสียงของรินเนะทำให้ชานะที่ยืนต้อนรับชะงักและยืนตัวแข็งเหมือนโดนต้องมนต์สะกด ส่วนตัวโทยะที่นอนกลิ้งก็รับรู้ได้เช่นเดียวกัน


     "แรงกดดันเยอะชะมัด เธอใช่คนนี้เป็นคนจริงๆ เหรอ?"

     โทยะคิด


    "ยะ...ยินดีต้อนรับค่ะคุณรินเนะ"

    ชานะโค้งตัวให้อย่างสุภาพ


    "พอแล้ว! ข้าไม่ชอบมีพิธีรีตอง ว่าแต่เร็นอยู่รึเปล่า?"

    รินเนะมองหาเร็น


   "ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะท่านพี่"

   เร็นเดินตรงเข้ามาพูดกับรินเนะที่ยืนปล่อยแรงกดดันใส่ชานะและโทยะ


   "(ยัยนั่นสุดยอดชะมัด...ทั้งๆ ที่เรากับพี่ชานะกำลังถูกกดดันอยู่แท้ๆ หรือว่านี่อาจจะเป็นเพราะเธอก็เป็นองเมียวจิเหมือนกันรึเปล่านะ?)"


   โทยะขยี้ตาแล้วก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน


   "5 ปี 2 เดือนกับ 13 วันแล้วสินะน้องสาวของข้าเอ๋ย"

   รินเนะหันหน้าไปพูดคุยกับเร็น


   "ก็ตั้งแต่ที่น้องออกเดินทางมาฝึกฝนนั่นล่ะค่ะ"

   เร็นตอบกลับอย่างเยือกเย็น


   "หืม?"

   สายตาของรินเนะจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของเร็นอย่างดุดัน และเธอก็ได้ชักดาบคาตะนะออกมา


   "ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ"

   รินเนะง้างดาบขึ้น


   "เฮ้ย!? จะฟันงั้นเหรอ!?"

   โทยะวิ่งตรงเข้าไปห้ามแต่ก้ช้าไป รินเนะได้ตวัดดาบใส่เร็นแต่ก็ฟันไม่โดนเพราะเธอลอยตัวทะลุกำแพงเข้าไป


   "หา!?"

   โทยะทำหน้างง


   "เร็นลอยทะลุกำแพงได้งั้นเหรอ!?"

   ชานะพูด


   "อยู่ดีๆ ก็เอาดาบมาฟันน้องแบบนี้ ท่านพี่เสียสติไปแล้วหรือเจ้าคะ"

   เสียงของเร็นดังออกมาจากกำแพง


   "มาล้อเล่นกับข้าคนนี้ใจกล้าดีนี่เจ้าตัวปลอม!!"


    "เอ๊ะ!?"

     โทยะกับชานะถึงกับตกใจเมื่อได้ยินรินนะพูดแบบนั้น


    "หึหึหึ สมแล้วที่เป็นปีศาจขาวที่เหล่าภูติผีเกรงกลัวกัน"

    เสียงของเร็นเปลี่ยนไปเป็นเสียงของอีกคน ตัวจริงของคนๆ นั้นก็เดินทะลุกำแพงออกมาให้เห็น และเค้าคนนั้นคือผีนับจานโอคินั่นเอง


    "อะ...โอคิเหรอ!?"

    โทยะพูด


    "แน่นอน!! เร็นที่ไม่หวาดกลัวข้าน่ะไม่ใช่เร็นหรอก!! ว่าแต่น่าเสียดายนะ การต่อสู้เมื่อตอนนั้นเจ้าเป็นฝ่ายชนะแท้ๆ มาติดตามข้าคนนี้ดีกว่าน่า!?"


   "ต้องขอโทษด้วย ตอนนี้ฉันเป็นภูติรับใช้ของเร็นแต่เพียงผู้เดียว"

   โอคิเปิดเสื้อออกมาให้เห้นแค่ร่องหน้าอก และตรงกลางร่องหน้าอกเธอนั้นมีตราสัญลักษณ์รูปหยินหยางติดอยู่


   "นี่อย่าบอกนะว่าเธอยอมช่วยเหบือเร็นแล้วสินะ"

   โทยะพูดไปโอคิและเธอก็หันหน้ามาพยักหน้าให้


   "ชิ!! น่าเสียดายชะมัด แล้วเจ้านายขี้ขลาดคนนั้นอยู่ไหนกัน!!"

   รินเนะถามหาเร็นแล้วสักพักก็มีเงาคนค่อยๆ เดินลงมาจากบันไดหอพัก


   "อยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ!!"

   เร็นตะโกนเสียงมาทางพวกโทยะที่อยู่หน้าประตูทางเข้าหอพัก เธอเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ ด้วยอาการที่หวาดกลัวพี่สาวตัวเองเป้นอย่างมาก


   "ถอยไปได้แล้วล่ะโอคิ"

   เร็นพูดไปหาโอคิและเธอก็ถอยห่างรินเนะตามคำสั่ง ส่วนรินเนะก็ได้แสยะยิ้มแล้วเดินตรงเข้าไปหาเร็น เธอเหล่ตามองขาของเร็นที่กำลังสั่น


   "เป็นอะไรไปน้องข้า ขาเจ้าสั่นอยู่นะ"


   "ระ...เรื่องแบบนั้น"


   'ชิ้ง'

   ช่วงจังหวะที่เร็นกำลังพูดแก้ตัวอยุ่นั้น ปลายดาบคาตะนะก้ได้มาจ่ออยู่ที่หน้าของเร็น


   "จะพูดอีกครั้งนะ ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ"


   "ทะ...ท่านพี่..."

   ตาของเร็นจ้องเขม็งไปที่ปลายดาบ


   "ต้องลงโทษนะเร็น"


   'ฉวัะ!!'

   ดาบคาตะนะของรินเนะได้ฟันไปที่ร่างของเร็นจากบนลงล่าง ชานะที่ได้ภาพก็ได้เอามือมาปิดปากตัวเองไว้ ส่วนโทยะก็วิ่งตรงเข้าไปหาเร็นแต่เค้าก้ต้องถูกภูติหมาป่าขาววิ่งมาขวางทางเอาไว้


   "ตัวโคตรใหญ่!! โธ่โว้ย!! อย่ามาขวางทางฉันนะโว้ย!!"


   'ฟิ้ว...'

   เร็นยืนนิ่งเงียบพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนคนโดนดาบฟัน แต่ความจริงแล้วดาบของรินเนะฟันแค่ชุดองเมียวจิของเร็นขาดสะบั้นเหลือเพียงแค่ร่างกายที่เปลือยเปล่า


   "กรี้ด!!!"

   เร็นรีบเอามือปิดหน้าและนั่งลงกับพื้น


   "ตอนที่ผีสาวปากฉีกออกอาละวาด ผีนับจานตนนั้นกับเด็กผู้ชายที่มีพลังประหลาดร่วมมือกันโค่นมันลง แล้วน้องสาวของข้ามัวทำอะไรอยู่?"


   "เร็นก็ช่วยฉัน...ไม่สิ เร็นก็ช่วยเค้าคนนั้นเหมือนกันนะ"

   โทยะตะโกนเสียงไปทางรินเนะ และเค้าก็ถูกภูติหมาป่าขาวใช้เท้ากดตัวให้ลงไปนอนกับพื้น


   "อย่าทำร้ายโทยะนะ!!"

   ชานะวิ่งไปยกขาภูติหมาป่าขาวขึ้น แต่เธอก็ยกเท้าของภูติหมาป่าขาวขึ้นไม่ได้เพราะเท้ามันใหญ่มาก


   "พะ...พี่ชานะ"


   "พอได้แล้วอินุกามิ ข้ารู้แล้วล่ะ..."

   รินเนะสั่งให้ภูติหมาป่าขาวเอาเท้าออกจากตัวโทยะ


   "รู้ว่าน้องสาวของข้าเป็นแค่ 'สารถี' น่ะ"


   "อึ๊ก!?"

   เร็นชะงักกับคำพูดเมื่อกี้ของรินเนะ แต่ทว่าเธอก็ไม่ปริปากพูดตอบโต้อะไรออกมา


   "ที่บอกว่าจะออกมาฝึกฝนวิชาน่ะ ความจริงแล้วเจ้ามาเกาะหลังผู้ชายกินหรือไงกัน!? พออยู่สนามรบก็ทำได้แค่เกาะหลังเค้าอยู่แบบนั้นน่ะเรอะ!! ดูเหมือนเจ้าจะใช้ชีวิตมีความสุขแบบลูกผู้หญิงมากกว่านะ!! เลิกล้มที่จะมาเป็นองเมียวจิซะเถอะ!!"


   "อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ นะ!!"

   โทยะตะคอกเสียงใส่รินเนะ


   "อะไรของแกน่ะไอ้หนู?"

    รินเนะจ้องมาที่โทยะ แล้วภูติหมาป่าขาวก็เตรียมจะเอาเท้าไปฟาดหลังโทยะแต่รินเนะก็ส่ายหน้าไม่ให้ทำ นั่นก็เพราะว่าโทยะได้ถลกแขนเสื้อข้างขวาของตัวเองขึ้น


   "ไอ้หนู...ถลกแขนเสื้อขึ้นมาแบบนั้นคิดจะทำอะไรรึไง?"


    "ก็ตั้งใจจะบอก 'เรื่องจริง' ของคนที่มีพลังประหลาดเมื่อวันนั้นให้รู้น่ะสิ"


    'ครื่น...'

    แขนขวาของโทยะได้แสดงรูปรอยสักตั้งแต่มือขึ้นมาถึงข้อศอก แต่รินเนะไม่ได้มองเห็นแค่รอยสัก เธอมองเห็นเงายักษ์ตัวสีแดงที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังโทยะและจ้องมองมาที่เธอ


   "โฮ่~!! น่าสนใจดีนี่ไอ้หนู"

   รินเนะดีดนิ้วให้อินุกามิหายไป และเธอก็ได้เดินตรงเข้าไปหาโทยะ


   พอรินเนะเดินเข้าไปถึงตัวโทยะ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้ดับวูบลง

   'องเมียวจิ' หรือในประเทศไทยจะนิยมเรียกว่า 'องเมียว' คือรูปแบบวิชาเวทมนตร์แขนงหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีรากฐานมาจากโหราศาสตร์และลัทธิเต๋าในประเทศจีน


   'วิถีองเมียวจิ' คาดว่าเข้ามาสู่ญี่ปุ่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ก่อนจะผสมผสานเข้ากับความเชื่อ วิถีชีวิต ขนบประเพณี ของชาวญี่ปุ่นจนรูปแบบเฉพาะตัว โดยเชื่อว่าสรรพสิ่งประกอบด้วยธาตุทั้งห้า อันได้แก่ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ และเหล็ก และยังมีพลังบวกหรือลบ(หยินหยาง) ที่จะสร้างความสมดุลให้เกิดความรุ่งเรือง หรืออาจต่อต้านกันจนเกิดหายนะได้ ผู้ที่ศึกษาความสัมพันธ์ดังกล่าวอย่างถ่องแท้ย่อมหยั่งรู้และนำพลังะรรมชาติมาเป็นของตนได้ รูปแบบเวทมนต์นั้นมีทั้งการทำพิธีปัดเป่าโรคภัย พิธีบูชาเทพยดา การปรุกเสกยันต์ เครื่องราง การควบคุมภูติผี ตลอดจนการสาปแช่ง เป็นต้น ซึ่งเป็นลักษณะความเชื่อของศาสนาชินโต ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้นอย่างยิ่ง เช่นการเพาะปลูกซึ่งพึ่งพาการทำนายสภาพอากาศ การประกอบพิธีเพื่อความอุดมสมบูรร์ของพืชผลต่างๆ ตลอดจนการทำพิธีปัดเป่าสิ่งอัปมงคลที่ทำให้เกิดเภทภัยต่างๆ โดยเฉพาะการทำนายโชคชะตาตามตำราอี้จิง ซึ่งถือเป็นวิชาทำนายอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป


    "เอ่อ...คุณรินเนะครับ"

    โทยะได้พูดผ่านบานประตูเลื่อน


    "อะไร?"

     รินเนะที่กำลังอ่านตำราอยู่ข้างในห้องพูดกลับมา


    "ทำไมผมถึงต้องใส่ชุดแบบนี้ด้วยล่ะครับ"

    โทยะพูดจบแล้วก็ได้เลือนบานประตูและเดินเข้ามาในห้อง เค้าสวมชุดแขนเสื้อยาว สวมหมวกทรงสูง ซึ่งดูยังไงมันก็เป็นชุดองเมียวจิของผู้ชายชัดๆ


    "มันก็แน่อยู่แล้ว!! เพราะว่าตอนนี้เจ้าคือผู้ติดตามของข้ายังไงล่ะ"


    "..."


    ทำไมโทยะถึงได้ใส่ชุดองเมียวจิและมาอยู่กับรินเนะได้ยังไงน่ะเหรอ? นั่นก็เพราะว่าเค้าได้เปิดเผยพลังที่แท้จริงให้รินเนะเห็น และดูเหมือนว่าเค้าจะกลายเป็นที่สนใจของรินเนะ จึงถูกเธอท่องมนต์ทำให้สลบแล้วก็ได้ถูกนำตัวมาที่บ้านของเธอ


    "นี่เป็นคำสั่งของเจ้าบ้านนะ ทนไปสักพักซะ"

    รินเนะพูดจบแล้วก็ได้หันหน้ากลับไปอ่านตำราต่อ ส่วนตัวโทยะก็ได้มองดูรินเนะที่แต่งชุดองเมียวจิเต็มยศเช่นเดียวกัน เค้าจึงคิดที่อยากจะถามแล้วเดินตรงเข้าไปหาเธอ


    "เอ่อ...คือว่า...นี่จะใส่ชุดองเมียวจิเต็มยศแบบนั้นไปตลอดเวลาหรือครับ? ทั้งๆ ที่อยู่ในบ้านตัวเองแล้วควรที่จะแต่งชุดให้ดูสบายแท้ๆ"


    รินเนะเหล่ตามองไปที่โทยะด้วยสายตาที่ดุดัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนจะปล่อยเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันใส่โทยะ


    "ถามอะไรโง่ๆ ชุดองเมียวจินี่แหละ!! คือศาสตร์ความงามของข้า!! นอกจากตอนอาบน้ำกับตอนนอนแล้ว ข้าไม่เคยคิดจะถอดออก!!"


    "งะ...งั้นเหรอครับ!?"


    "ทามาโมะเอ๋ย สอนงานเจ้าเด็กใหม่นี่หน่อยซิ!!"

    รินเนะดีดนิ้วเรียกภูติรับใช้อีกตนให้เข้ามาในห้อง


    "ค่ะ!!"นายหญิง!!

    หญิงสาวผมเหลืองทองมีหูงอกออกมาบนหัววิ่งตรงเข้ามาข้างในห้อง แต่เธอก็ไปสะดุดกับหนังสือตำราที่ตกอยู่ที่พื้นแล้วล้มกลิ้งไปทับตัวโทยะ


    "อู้ยเจ็บๆ ขอโทษนะคะ...ฉันนี่ล่ะก็..."


    "วู้ว~! หนองโพ!? นมโคแท้ๆ"

    หน้าอกของทามาโมะได้ไปกดทับใบหน้าโทยะจนเจ้าตัวต้องพูดคำนี้ออกมา


    "ท่านโทยะสินะคะ ดิฉันชื่อทามาโมะค่ะ"

    ทามาโมะแนะนำชื่อตัวให้กับโทยะ


    "หือ? ทามาโมะ? ชื่อเหมือนจิ้งจอกเก้าหางที่ชื่อ 'ทามาโมะ โนะ มาเอะ' ในหนังสือที่เราอ่านเจอเลย?"


    "ตายจริง!? นี่ชื่อของฉันถูกเขียนไว้ในหนังสือด้วยเหรอคะเนี้ย? ท่านโทยะพูดถูกแล้วค่ะ ดิฉันคือจิ้งจอกเก้า 'ทามาโมะ โนะ มาเอะ' ค่ะ"


    "มีตัวตนอยู่จริงๆ ด้วยสินะครับเนี้ย?"


    "เรื่องนั้นค่อยคุยตอนสอนคุณโทยะเสร็จนะคะ ดิฉันจะตั้งใจสอนเต็มที่ในฐานะรุ่นพี่เลยค่ะ"

    ทามาโมะคว้ามือโทยะแล้วเตรียมจะพาออกไปข้างนอกห้อง


    "คุณทามาโมะ!! ประตูนั่นยังปิดอยู่เลยนะครับ!!"


    "เอ๊ะ?"

    ทามาโมะหันหน้ามองไปข้างหน้าตามที่โทยะพูด แต่มันสายไปแล้ว ใบหน้าของเธอได้ไปชนบานประตูเข้าเต็มๆ


    "..."

    โทยะยืนนิ่งเงียบ เพราะได้เห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของจิ้งจอกเก้าหางที่เค้าชื่นชอบ


    "ตั้งใจหน่อยล่ะไอ้หนู"

    รินเนะพูดทิ้งท้ายก่อนจะก้มหน้าลงอ่านตำราหนังสือ


    หลังจากที่ทามาโมะได้สติขึ้นมา เธอก็ได้พาโทยะไปทำความสะอาดพื้น ล้างจาน และซักเสื้อผ้า ทั้งสามอย่างนี้ได้พังพินาศหมดเพราะความซุ่มซ่ามของทามาโมะ โทยะทนเห็นสิ่งที่เค้าชื่นชอบหมดสภาพไปมากกว่านี้ไม่ไหว เค้าจึงขออาสาทำงานพวกนี้คนเดียว


    "ฮือ~ ขอโทษนะคะท่านโทยะ แบบนี้ดิฉันก็สอนท่านโทยะให้เป็นผู้ติดตามที่ดีไม่ได้น่ะสิ ซิกซิก~!!"

    ทามาโมะโค้งตัวขอโทษและแอบปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาเล็กน้อย


    "ผมยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่นะครับ!!"


    "อุ๊ยตายจริง! ใกล้ได้เวลาแล้วนี่คะ!!"

   

    "หืม?"


    "นายหญิงเรียกแน่ะค่ะท่านโทยะ!!"

    ทามาโมะจับมือโทยะแล้ววิ่งออกไปโดยที่ไม่ได้มองไปข้างหน้า


    "เรียกไปไหนครับ!?"


    "ห้องอาบน้ำค่ะ!!"


    "หะ...ห้องอาบน้ำ!!?? ตะ...แต่ว่าคุณทามาโมะครับ!! ข้างหน้าครับ!! ข้างหน้า!!"


    'โครม!!~'

    สุดท้ายทามาโมะก็วิ่งไปชนกำแพงบ้านตามสเต็ปและก็ได้กระเด็นมาทับตัวโทยะโดยการเอาหน้ามาทับหน้าเหมือนเดิม


    "ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี้ย"

    โทยะทนให้ทามาโมะนอนทับจนกว่าเธอจะฟื้นจนเวลาได้ผ่านไปห้านาที


    หลังจากที่ทามาโมะฟื้นได้สติขึ้นมาแล้ว เธอก็ได้นำทางโทยะมายังห้องอาบน้ำ ที่หน้าประตูห้องอาบน้ำมีภูติรับใช้ยืนรออยู่ข้างทางเดินประมาณสิบตน และแต่ละตนเป็นผู้หญิงทั้งนั้น แต่สายตาของโทยะได้จับจ้องไปที่บานประตูห้องอาบน้ำที่เป็นบานกระจกใส ข้างในเป็นละอองไอน้ำและเงาของรินเนะที่ถอดเสื้อผ้าเป็นเรียบร้อยแล้วทะลุออกมาให้เห็น


    "จะให้ข้ารอถึงเมื่อไหร่กัน!! รีบมาเร็วเข้า!!"

    เสียงของรินเนะได้ดังออกมาจากห้องอาบน้ำ


    "เอาล่ะค่ะท่านโทยะ!!"

    ทามาโมะผลักหลังโทยะให้เดินเข้าไป


    "เอ๊ะ!?~ เดี๋ยวก่อน!!"


    "อย่ามัวชักช้า อยากโดนลงโทษรึยังไง?"

    เสียงของรินเนะเริ่มดุดันขึ้น


    "ถ้าอย่างนั้นท่านโทยะคะ เชิญชมวิชาเปลื้องผ้าของพวกเราได้เลยค่ะ!!"

    เหล่าภูติรับใช้ตนอื่นได้มารุมล้อมโทยะแล้วก็ได้รุมถอดเสื้อผ้าของโทยะออก


    "แว้ก!!!"


     หลังจากที่โทยะถูกเหล่าภูติรับใช้จับถอดเสื้อผ้า เค้าก็ได้เดินทำหน้าเซ็งเข้ามาในห้องอาบน้ำ และในห้องอาบน้ำนั้น บ่อน้ำร้อนใหญ่และกว้างมาก ถ้าจะให้คนลงไปแช่นี้น่าจะลงได้ประมาณ 50 - 60 คน


     "หน้าตาไม่ร่าเริงเลยนะ ไม่ชอบใจรึไง?"

     รินเนะที่นั่งแช่บ่อน้ำร้อนอยู่ก่อนแล้วพุดขึ้น


     "ก็เพราะใครล่ะครับ?"

     โทยะค่อยๆ นั่งลงไปแช่


     "ที่นี่เป็นห้องอาบน้ำนะ ผ่อนคลายซะหน่อยสิ"


     "จะ...จะทำได้ยังไงล่ะครับ!!"

     โทยะพูดพร้อมกับหลับตาไม่มองรินเนะ


     "ขออภัยค่ะนายหญิง"

      ภูติรับใช้ได้ประตูและพูดแทรกเข้ามา


     "มีอะไร?"


     "คุณหนูเล็กมาถึงแล้วค่ะ"


     "หืม? คุณหนูเล็ก...?"

     โทยะรู้สึกคุ้นชื่อนี้จึงได้ลืมตาขึ้น


     "ช้าจริงนะ...เอาเถอะ เรียกเธอเข้ามาได้"


     "คุณหนูเล็กเนี้ย...!? อย่าบอกนะว่า!!"


     "ขออภัยค่ะท่านพี่..."

     เร็นเดินโป๊เข้ามาในห้องอาบน้ำ


     "เหวอ!!???"

      โทยะรีบมุดตัวลงไปในอ่างอาบน้ำ จนเร็นที่ได้ยินเสียงถึงกลับชะงักตกใจ


     "สะ...เสียงนั่น...ท่านโทยะงั้นเหรอ!!??"

     เร็นรีบเอามือมาปิดตรงส่วนที่ไม่ควรให้เห็นเอาไว้


      "ทะ...ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเจ้าคะ!!"


      "ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันแหละ!!"


      "พี่น้องจะอาบน้ำด้วยกันมันแปลกนักรึไง?"

      รินเนะพูดแทรกเข้ามา


      "เอ๋...แต่ผมไม่เกี่ยวด้วยนี่..."


      "ข้าอนุญาตแล้วน่า"


      "..."


     หลังจากนั้นเร็นก็ได้ลงมาแช่อ่างด้วย ถึงข้างในจะมีคนแช่เพียงแค่สามคนและแต่ละคนก็นั่งอยู่ตามมุมของอ่างอาบน้ำ ทุกอย่างเต็มไปด้วยความเงียบ ซึ่งมันไม่อาจรู้เลยว่าใครจะเป็นฝ่ายพูดก่อน


     "มัวเกรงใจอะไรอยู่ มาใกล้ๆ อีกหน่อยสิ"

     รินเนะกวักมือเรีกให้เร็นขยับตัวให้มานั่งใกล้ๆ


     "ค่ะ..."

     เร็นได้ขยับตัวไปหาพี่สาวของเธอ แต่ทว่าเธอขยับไปหาแค่ 1 เมตรเท่านั้น


     "มีคนมาสู่ขอเจ้าด้วยนะ"


     "เอ๋?"

     เร็นทำหน้าตกใจเล็กน้อย


     "เจ้าก็อายุ 16 ปีแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่ เพื่อไม่ให้สายเลือดของวงศ์ตระกูลหายไป รีบๆ มีลูกที่แข็งแรงได้แล้ว"


     "ระ...เรื่องนั้นมัน...คือว่าท่านพี่น่าจะก่อนน้อง...อึ๊ย!?"

      คำพูดตอนท้ายของเร็นทำให้รินเนะปล่อยจิตอาฆาตออกมาจนคนที่พูดต้องเอามือมาปิดปากตัวเองเอาไว้


     "ข้าน่ะแค่งานของบ้านนี้ก็ยุ่งพอแล้ว และคุณชายใหญ่อย่างคาซึมะก็หายสาปสูญไปอีก ตอนนี้อนาคตของวงศ์ตระกูลองเมียวจิของพวกเราก็ไม่แน่นอน"


      "องเมียวจิคาซึมะงั้นเหรอ?"

      โทยะนึกคิดได้ว่าเคยรู้จักชื่อของเค้าคนนี้


      เมื่อสิบปีก่อน องเมียวจิคาซึมะเป็นคนที่เก่งกาจมาก เค้าท่องไปปราบเหล่าภูติผีปีศาจทั่วโลก แต่เขาทำความผิดมหันต์ซึ่งนั่นก็คือเขาไปหลงปีศาจซัคคิวบัสที่เป็นถึงระดับราชินี พอข่าวนี้ได้ไปถึงคนในตระกูลก็ถูกคนในครอบครัวเนรเทศและตัดขาดกัน พอถูกเนรเทศแล้วเขาก็หายสาปสูญไปเหมือนกับว่าเค้าไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว


      "อย่าว่าร้ายท่านพี่คาซึมะเลยนะคะ!! มันต้องมีอะไรแน่เลยค่ะ!!"

      เร็นถึงกับลุกขึ้นยืนและขึ้นเสียงใส่รินเนะ


      "เห๊อะ! ก็เจ้าติดคาซึมะนี่นะ อ๊ะจริงสิ!...คนที่จะมาสู่ขอเจ้าน่ะ คือเพื่อนสนิทของคาซึมะนั่นแหละ"


      "เอ๊ะ?"


      นักล่าแวมไพร์และเป็นสมุนมือขวาของข้า 'แวน เฮลซิ่ง' ยังไงล่ะ

------- To Be Continued ------




ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 17-12-2018 19:32 , Processed in 0.039312 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th