[นิยาย] The Surge Ghost ตอนที่ 8 : ผู้ติดตามปีศาจขาว (บทกลาง) - Novel (นิยาย) | ThaiZeeD
เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1327|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1246
  • Money: 1918
  • Tz: 1255
  • Posts: 310
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4431
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 5-4-2017 22:55:55 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 6-4-2017 07:53



The Surge Ghost คนกระชากผี

ตอนที่ 8 : ผู้ติดตามปีศาจขาว (บทกลาง)








    "ท่านโทยะ ฉันไม่อยากรับการหมั้นเลย"

     เร็นค่อยๆ คลานขึ้นมาบนเตียงนอนของโทยะ


     "ระ...เร็น..."


     "ฉันได้ทำสัญญาเป็นผู้ติดตามไปแล้ว ท่านโทยะจะปล่อยให้ฉันหมั้นกับคนอื่นหรือเจ้าคะ?"

     เร็นถอดชุดออกจนเปลือยแล้วเธอก็ค่อยๆ ขึ้นไปนั่งคล่อมบนตัวโทยะ


     "เดี๋ยวเร็น...นั่นเธอจะทำอะไร...!?"

     โทยะพยายามจะขยับตัว แต่เค้ากลับไม่สามารถขยับเขยื่อนตัวเองได้เลย


     "ถ้าฉันได้ทำแบบนี้กับท่านโทยะล่ะก็ การหมั้นก็จะได้ถูกยกเลิก..."

     เร็นถอดกางเกงของโทยะออกแล้วก็ได้ก้มหน้าลงไป


     "อย่าทำแบบนั้นนะเร็น!!"

     โทยะสะดุ้งตื่นขึ้น เค้าหันซ้ายหันขวามองหาเร็น


     "แฮ่กๆๆ นี่เราฝันไปงั้นเหรอ?"


     "มีอะไรเหรอคะท่านโทยะ?"

     ทามาโมะที่นอนอยู่เตียงบนได้ห้อยหัวลงมาถาม


     "ไม่มีอะไรครับ ผมแค่ฝันร้ายน่ะ"

     โทยะตอบกลับหา แล้วเธอก็ได้กลับขึ้นนอนต่อ


     "ฝันอะไรเนี่ย...นี่เราคิดหนักกับเรื่องการหมั้นของเร็นยังงั้นเหรอ?"

     โทยะได้ลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อจะไปดื่มน้ำ และพอเขาดื่มก็กลับมานอนต่อ


     'ฉันได้ทำสัญญาเป็นผู้ติดตามไปแล้ว ท่านโทยะจะปล่อยให้ฉันหมั้นกับคนอื่นหรือเจ้าคะ?'

     คำพูดของเร็นในความฝันเมื่อสักครู่ก็ยังดังกึกก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาจนโทยะนอนไม่หลับจนถึงเช้า


     "ให้ตายเถอะ คำพูดเร็นในฝันเล่นเอาเรานอนไม่หลับเลยแห๊ะ"

     โทยะเดินตรงเข้าไปในห้องอาบแบบเซ็งๆ


     'กรี๊ด!!!'

     เสียงร้องของเร็นดังมาางนอกบ้าน โทยะได้ยินจึงรีบวิ่งออกไปดู


     'คุณหนูเร็นออกนอกสังเวียน!! ผู้ชนะคือท่านแวน เฮลซิ่ง!!'

     เสียงของกรรมการดังขึ้น แล้วโทยะก็ได้เห็นว่าคนในบ้านนี้กำลังจัดงานประลองกันอยู่ แต่ชายหนุ่มผู้มีพลังมือกระชากไม่สนใจกับสิ่งรอบข้างเหล่านี้ เค้าได้วิ่งตรงเข้าไปหาเร็นกลางสังเวียน


     "หืม? กล้าพุ่งไปกลางสังเวียนแบบนั้นได้เนี้ย ใจกล้าไม่เบานะ"

     รินเนะที่นั่งดูอยู่ใต้ร่มต้นไม้ข้างๆ สังเวียนพูดขึ้น


     "เห๊อะ!! แน่นอนอยู่แล้ว!!"

     โอคิที่ยืนอยู่ข้างๆ รินเนะพูดแทรกเข้ามา


     "แต่ดูเหมือนจะยังไม่ประสีประสาเรื่องผู้หญิงเท่าไหร่นะ"


     "ทำไมถึงพูดแบบนั้น"


     "ก็เจ้าหนูนั้นพอเห็นร่างเปลือยของข้าเข้าไปก็ถึงกับอายม้วนเลยทีเดียว"


      ภาพตอนเปลือยของรินเนะได้ผุดเข้าไปในหัวของโอคิจนเจ้าตัวหน้าแดงและรับไม่ได้


     "แล้วไหงหล่อนถึงได้เปลือยล่ะยะ!!"


     "หึ!! เรื่องของมนุษย์น่ะ ผีนับจานปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเธอไม่ต้องรู้หรอก"


     "นายหญิงครับ เจ้าเด็กนั่นกับคุณหนูเร็น"

     ชายหนุ่มสวมเสื้อโค้ดหนังสีดำเดินเข้าพูดที่ข้างหูรินเนะ


      "หืม?"

      รินเนะหันหน้าไปทางที่โทยะกำลังอุ้มร่างของเร็นที่หมดสติกลับเข้าไปในบ้าน และเธอก็เหลือบตาไปเห็นตราสัญลักษณ์อะไรสักอย่างตรงหน้าผากของเร็นส่องแสงประกายออกมาแว๊บหนึ่ง


     "เริ่มการแข่งขันประลองกันต่อไปได้แล้วทุกคน!! เมื่อกี้เป็นเพราะน้องสาวข้าฝีมืออ่อนหัดเอง!! การแข่งขันยังไม่จบหรอกนะ!!"


     รินเนะได้สั่งให้องเมียวจิคนอื่นแข่งประลองฝีมือกันต่อไป แต่ชายหนุ่มสวมเสื้อโค้ดสีดำก็ได้ยืนดูมองโทยะอย่างไม่ละสายตา


     "อือ...อืม..."

     เร็นที่นอนอยู่บนเตียงนอนเริ่มลืมตาได้สติขึ้นมา


     "ที่นี่มัน...ห้องของเรา..."


     "เป็นอะไรมั้ย?"

     โทยะเลื่อนหน้าเข้ามาถามจนเร็นที่เพิ่งจะลืมตาได้สติสะดุ้งตกใจ


     "ทะ...ท่านโทยะ!!?? ทำไมมาอยู่ในห้องของฉันได้ยังไง!? ละ...แล้วนี่ทำไมฉันถึงอยู่ในชุดนอนได้ล่ะ!?"


     "เราเป็นคนเปลี่ยนให้เอง"

     โอคิลอยทะลุประตูเข้ามา


     "งะ...งั้นเหรอ?"


     "ส่วนคุณโทยะเป็นคนแบกเธอมาที่นี่"


     "เอ๊ะ!?"


     "พอดีที่ห้องพยาบาลรู้ว่าเธอแค่มีแผลฟกช้ำก็ไล่เราออกมาเลยน่ะสิ! เขาบอกว่าไม่ว่างพอที่จะมาดูแลคุณหนูเล็กเป็นพิเศษน่ะ"


     โทยะพูดพร้อมกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย


     "แบกมา...? ท่านโทยะแบกฉันมา...?"


     "อ่า...ก็ใช่น่ะสิ!!"


     "เฮ๊อะ!! ทำอะไรไม่เข้าเรื่องอีกแล้วนะเจ้าคะ!! คิดบ้างรึเปล่าว่าฉันกำลังจะฝึกฝนตนให้เป็นองเมียวจิที่แข็งแกร่งน่ะ คิดหรือเปล่าว่าศักดิ์ศรีของฉันจะเป็นยังบ้างน่ะเจ้าคะ!!"


     เร็นใส่โทยะพร้อมกับทำหน้าอวดเบ่งเหมือนกับว่าไม่อยากให้โทยะเข้ายุ่งเรื่องในครอบครัวของเธอ


     "ของแค่นั้นไปทวงคืนอีกครั้งก็ได้นี่!!"

     โทยะขึ้นเสียงใส่เร็นจนสะดุ้งเฮือก


     "ฉันเป็นห่วงเธอจริงๆ นะ!! นี่ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอเป็นผู้ติดตามของฉันน่ะ!!"


     หัวใจของเร็นเต้นดังขึ้นเมื่อได้ฟังคำพูดนี้จากปากของโทยะ เธอลืมไปซะสนิเลยว่าเธอได้ทำสัญญาเป็นผู้ติดตามของโทยะไปนานแล้ว* (*ทำไปเมื่อตอนที่ 2)


     "จริงด้วย...เราได้ทำสัญญาเป็นผู้ติดตามท่านโทยะไปแล้วนี่นา...นี่เราลืมไปได้ยังไงเนี้ย..."

      เร็นพูดไว้ในใจ


      "ถึงโอคิจะเก่งที่เคยตัดแขนผีสาวปากฉีกและชนะอินุกามิของคุณรินเนะได้ก็เถอะ แต่อีกฝ่ายเป็นนักล่าแวมไพร์ที่มีวิธีการต่อสู้ไม่เหมือนคนในบ้านนี้ ยังไงก็ไม่ไหวหรอก!!"


     "นั่นสินะเจ้าคะ ฉันทำอะไรโง่ๆ ลงไปจริงๆ นั่นแหละ"

     เร็นพูดพร้อมกับทำหน้าหงอยๆ


     "ไม่ใช่ว่าหล่อนอยากโชว์ความเก่งต่อหน้าปีศาจขาวรินเนะหรอกเหรอ?"

     โอคิพูดแทรกและทำท่ากวนๆ ใส่


     "มะ...ไม่ใช่สักหน่อย!!"


      'ก๊อกๆ'

      

      "มีแขกมาหาคุณหนูเร็นค่ะ"

      เสียงภูติรับใช้ดังผ่านบานประตูเข้ามาในห้อง


      "ใครมาล่ะเนี้ย?"

      โอคิพูด


      "ท่านแวน เฮลซิ่งค่ะ"


      "!!!???"

      ทุกคนในห้องถึงกับชะงักเมื่อได้ยินชื่อของแขกที่มา


      แวน เฮลซิ่งได้เข้ามาในห้อง การแต่งกายของเค้านั้นตรงตามแบบฉบับของนักล่าแวมไพร์จริงๆ เค้าสวมเสื้อโค้ดหนังสีดำ เข็มขัดสีเงินมีลวดลายกางเขน ข้างหลังได้สะพายปืนลูกซองยาวสีเงิน โทยะที่ชายหนุ่มที่เพิ่งจะชนะการต่อสู้กับเร็นเมื่อสักครู่ก็ทำได้ยืนดูและแอบตัวสั่นเล็กน้อย


      "ต้องขออภัยด้วยครับคุณหนูเร็น"

      แวนโค้งตัวขอโทษแบบสไตล์ของคนญี่ปุ่นอย่างสุภาพ


      "ท่านแวนมีธุระอะไรเหรอเจ้าคะ?"

      เร็นพูดพร้อมกับหน้าตาเย่อหยิ่งใส่


      "นายหญิงบอกให้ผมมาดูอาการคุณหนูเร็นน่ะครับ"


      "ฉันไม่เป็นไรหรอก"


      ท่านแวน เฮลซิ่ง เมื่อก่อนเขากับท่านพี่คาซึมะคอยเป็นเพื่อนเล่นกับเรา เค้าเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งของท่านพี่คาซึมะ แต่เมื่อสิบปีก่อน ตอนท่านพี่คาซึมะถูกเนรเทศและหายสาปสูญไป เขาก็สิ้นหวังอย่างหนัก ชายผู้ที่เป็นนักล่าแวมไพร์เมื่อตอนนั้นกลายเป็นคนคลุ่มคลั่ง เขาออกฆ่าภูติผีปีศาจอย่างไม่เลือกหน้า ต่อให้เป็นตัวที่เป็นมิตรกับมนุษย์เขาก็ฆ่าทิ้งหมด พอท่านพี่รินเนะไปรับตัวมาอยู่ด้วย เขาก็สงบสติอารมณ์คลุ่มคลั่งลงได้ แต่ว่ารอยยิ้มของเขาเมื่อตอนที่ท่านคาซึมะยังอยู่เมื่อตอนนั้น ได้ถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากน้ำแข็งเสียแล้ว


     "ถ้าอย่างนั้นผมจะรายงานนายหญิงตามนั้น แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการปลอบขวัญคนในเมืองที่เคยหวาดกลัวผีสาวปากฉีกวันพรุ่งนี้ครับ"


     "จะบอกว่าให้ฉันไปกับท่านพี่ด้วยสินะ"


     "ไม่ครับ คุณหนูเร็นไม่ต้องไปครับ"


      "เอ๊ะ!? หมายความว่ายังไง?"


     "วันพรุ่งนี้คุณหนูเร็นจะต้องไปฝึกสมาธิในห้องต้องห้ามครับ"


     "ว่าไงนะ!?"

     สีหน้าของเร็นถึงกลับซีดเมื่อได้ยินว่าตัวเองจะต้องไปห้องต้องห้าม


     "เร็น..."

     โอคิได้แต่ยืนดูเร็นที่นั่งหน้าหงอย ส่วนโทยะก็เหลือบตามองไปที่แวนด้วยสีหน้าที่โกรธกลิ้ว


     "ฮะฮะ งั้นเหรอ...ความผิดพลาดของฉันทำให้ท่านพี่โกรธ ก็เลยจะให้ฉันไปนั่งฝึกสมาธิอย่างโดดเดี่ยวอีกแล้วสินะ"


     "ผมเป็นแค่พิราบนำสารมาบอกเท่านั้น"


      "ท่านแวน...คือว่า...ได้ยินเรื่อง...การหมั้นหมายบ้างรึเปล่า?"


      "ก็ได้ยินมาบ้างครับ"


      "เป็นคำตอบที่เย็นชาอะไรอย่างนี้นะ ทั้งที่การแต่งงานเป็นเรื่องของทั้งชีวิตแท้ๆ"

       เร็นคิด


      "พอแล้วล่ะ...ท่านแวนออกไปได้แล้ว..."


      "ครับ"

      แวนหันหลังกลับและเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่โทยะก็ได้มายืนขวางหน้าประตูเอาไว้


      "เป็นพิราบนำสารที่น่าโมโหใช้ได้เลยนะ"


      "ช่วยหลบไปหน่อยได้มั้ย"

     

      'หมับ!!'

      โทยะดึงคอเสื้อของแวนแล้วดึงเข้ามาใกล้ๆ หน้า


      "ท่านโทยะ!!"

      เร็นพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงแต่ก็ถูกโอคิห้ามไม่ให้ไป


      "ยังไงก็ไม่เห็นต้องทำ่าทางแบบนั้นเลยนี่ เมื่อวานเร็นเจอเรื่องหนักๆ มามาก เพราะงั้นปกติเร็นไม่พลาดแบบเมื่อกี้หรอกนะ"


      "..."

      แวนหันหน้าหนีเหมือนจะไม่อยากฟังคำพูดของโทยะ


     "แล้วแกก็รู้จักเร็นมากกว่าฉันไม่ใช่หรือไง!? ไม่แสดงความเป็นห่วงเธอสักนิดบ้างเลยเหรอ!!"


      "..."


      "เรื่องการหมั้นหมาย...ตัวแกเองไม่คิดอะไรบ้างเลยเหรอไง!!"


      "สำหรับผู้ติดตามแล้ว คำสั่งของนายหญิงถือเป็นคำขาด"


      "ถ้าคนคนนั้นสั่งให้ไปตาย แกก็จะไปตายด้วยรึไง?"


      "แน่นอน"


      'โครม!!'

      โทยะได้ใช้พลังมือกระชากเหวี่ยงแวนไปกระแทกกับบานประตู


      "ท่านโทยะ!! อย่าทำอะไรท่านแวนเลยนะเจ้าคะ!!"

      เร็นตะโกนเสียงไปหาโทยะ แต่เหมือนว่าเสียงของเธอจะห้ามอารมณ์โกรธของโทยะตอนนี้ไม่ได้


      "แกจะเป็นเหมือนตุ๊กตาชักใยหรืออะไรก็ช่าง แต่ว่า..."


      "..."


      "มีแค่เรื่องที่แกพูดจาทำร้ายจิตใจเร็นหน้าตาเฉยนี่ล่ะที่ฉันยอมไม่ได้!!"


      'หมับ!!'

      แวนได้จับแขนขวาของโทยะแล้วดันออกไปให้ห่างจากคอเสื้อ


      "โชคก็ถือเป็นฝีมืออย่างหนึ่ง ถึงนายจะเหลิงที่ได้เป็นคนช่วยปราบผีสาวปากฉีกได้ก็เถอะ แต่ว่า...แกก็ควรหัดรู้จักสถานะของตัวเองซะบ้าง"


      แวนทำตาดุใส่โทยะ แต่มันก็ไม่อาจำให้เด็กหนุ่มผู้ที่มีพลังมือกระชากหวาดกลัวได้ นักล่าแวมไพร์ได้ปัดมือโทยะพร้อมกับเดินชนไหล่ออกไป


     "เรากลัวหัวหดทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านพี่ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งสามารถช่วยท่านแวนคนนั้นได้ หากเราหวั่นไหวแบบนี้ต่อไปมันจะดีเหรอ...ความรู้สึกของเรา..."


     เร็นทำได้แค่เหลือบตามองโทยะที่ยืนกำหมัดแน่นกึ๊ดจนเลือดไหลออกมา


     ตัดภาพมาที่ชานะที่ถูกทิ้งให้อยู่หอพักคนเดียว เธอเดินเข้าไปในห้องของโทยะเพื่อจะไปทำความสะอาดให้ เธอเหลือบไปเห็นกรอบรูปของโทยะตอนที่ยังเป็นเด็ก ในรูปนั้นมีรูปตัวเธอเองกำลังยืนจับมือกับโทยะด้วย


     "หวังว่าเค้าคงจะไม่เป็นอะไรนะ"


     'ก๊อกๆ'


     "ใครมาล่ะเนี้ย?"

     ชานะเดินไปเปิดประตู และเธอก็ได้เห็นว่าคนที่เป็นคนเคาะประตูเป็นชายร่างใหญ่สวมเสื้อสูทสองคนอยู่ตรงหน้า


     "มะ...ไม่ทราบว่ามาหาใครเหรอคะ?"

     ชานะพูดเสียงสั่นๆ


     "..."

     ชายร่างใหญ่ทั้งสองไม่ตอบกลับ แล้วสักพักก็มีใบมีดเล็กลอยมาปักหัวชายร่างใหญ่ทั้งสองจนเลือดพุ่ง


     "ยืนทำหน้าตาดุแบบนั้นมันเสียมารยาทนะเจ้าบ้าสองตัวนี่!!"

     เสียงของเด็กหญิงพูดแทรกเข้ามา ชานะหันหน้าไปทางเสียงนั้นและเธอก็ได้เห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก เธอสวมชุดโกธิคโลลิต้าและข้างๆ ตัวเธอก็มีเมดสาวสองคนยืนอยู่ข้างๆ


     "ต้องขอโทษแทนเจ้ายักษ์สองตัวนี้ด้วยนะ พวกมันไม่ค่อยได้เผชิญหน้ากับมนุษย์ผู้หญิงมาก่อนน่ะ"

      

     "ไม่เคยเผชิญหน้ากับมนุษย์? นี่หรือว่าพวกคุณไม่ใช่..."


     "พวกเรามาหาองเมียวจิตัวเล็กๆ ที่ชื่อว่าเร็นน่ะ ได้ข่าวว่าเธอมาอาศัยอยู่ที่นี่ ไม่ทราบว่าตอนนี้เธออยู่รึเปล่า?"


     "พี่สาวของเค้าได้มารับตัวกลับบ้านไปแล้ว ทางมีอะไรจะช่วยติดต่อมั้ย?"

     ชานะเริ่มรู้สึกถึงความอันตรายกำลังมาเยือน เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังกลับเข้าไปทีละก้าว


     "งั้นเหรอ? ยัยปีศาจขาวมารับตัวกลับไปแล้วเหรอเนี้ย"

      เด็กหญิงทำหน้าไม่พอใจ


     "ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วฉันคงต้องขอเชิญพวกคุณกลับออกไป..."

     ชานะค่อยๆ เอามือปิดประตู แต่เธอก็ถูกชายร่างใหญ่เอามือกั้นประตูเอาไว้


      "เธอบอกว่าจะช่วยติดต่อให้สินะ งั้นเราขอยืมตัวเธอติดต่อไปหายัยนั่นตอนนี้จะได้รึเปล่าล่ะ?"


      "เอ๊ะ?"


      'ผวัะ!!'

      ช่วงจังหวะที่ชานะทำหน้างงอยู่นั้น เมดสาวของเด็กหญิงก็ได้มายืนอยู่ข้างหลังชานะแล้วใช้สันมือสับเข้าไปที่ท้ายทอยของเธอ


      "ทะ...โทยะ..."

      ก่อนที่เธอจะหมดสติ เธอได้ชื่อโทยะออกจนทำให้เด็กหญิงผู้ที่เป็นเจ้านายของคนเหล่านี้ยืนทำหน้างง


      "โทยะ? อะไรของยัยมนุษย์ผู้หญิงคนนี้นะ?"

      เด็กหญิงไม่เข้าใจกับสิ่งที่ชานะพูดออกไป เธอดีดนิ้วเรียกวงแหวนเวทย์แล้วก็ได้เดินหายเข้าไปพร้อมกับเหล่าลูกสมุนที่ช่วยกันแบกชานะ


     ตัดภาพกลับมาที่โทยะ หลังจากที่เค้าได้ออกมาจากห้องของเร็น เค้าก็ได้กลับมาแต่งชุดองเมียวจิที่ถูกเตรียมไว้ให้ แต่หมวกยาวมันอยู่ในห้องพัก เค้าจึงรีบเดินกลับไปเอาหมวกในห้องเพราะกลัวจะโดนรินเนะดุด่าใส่อีก


     'ปัง!!'

     โทยะได้เดินมาถึงหน้าห้องพักแล้วเค้าก็กำลังจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู จู่ๆ บานประตูก็เปิดและทามาโมะก็พุ่งพรวดตรงเข้ามากอด


     "หวา!!?? คุณทามาโมะ!!??"


     "อื้ม..."

     ทามาโมะเงยหน้าขึ้น และเธอก็ได้เลื่อนหน้ามาเลียแก้มโทยะ


     "ทะ...ทำอะไรน่ะครับคุณทามาโมะ!!??"

     โทยะรีบเอาจับไหล่ทามาโมะและดันออกไป


     "โธ่...มาช้าจังเลยนะคะ...ท่านโทยะ..."

     ทามาโมะได้เอาต้นขามาหนีบขาขวาของโทยะไว้ซะแน่น


     "อะ...โอ้ย!! นี่คุณเป็นอะไรไปน่ะ..."


     "ร่างกายมัน...ร้อนอ่าค่ะ..."

     ทามาโมะค่อยๆ เอามือล่วงเข้าไปในกางเกงของโทยะ

     

     "หยึ๋ย~!! คุณทามาโมะ...นี่คุณหรือว่า..."

     ช่วงจังหวะที่โทยะกำลังคิดเรื่องลามกอยู่นั้น เค้าได้เหลือบไปเห็นซองลูกอมรสมิ้นท์ของตัวเองถูกแกะตกอยู่ที่พื้น


     "ถึงว่าทำไมถึงมีกลิ่นมิ้นท์ออกมาเวลาพูด...นี้อย่าบอกนะว่าคุณทามาโมะเมาลูกอมรสมิ้นท์น่ะ!!??"

      

     โทยะได้เขย่าตัวทามาโมะเพื่อให้เธอได้สติ


     "อ๊าง~! อย่ารุนแรงนักสิคะท่านโทยะ"


     "คุณทามาโมะ!! ผมขอดูข้างในหน่อยหน่อยครับ!!"


     "อื้ม!!"

     ทามาโมะถลกกระโปรงขึ้นจนโทยะเห็นกางเกงในลายดอกกุหลาบสีชมพู


     "แบบนี้...ใช่ได้มั้ยคะ?"


     "หวา~!! ทำอะไรของคุณเนี้ย!! ผมหมายถึงในปากครับ!! ไม่ใช่ให้ถลกกระโปรงขึ้น!!"


     "โธ่~!! รู้แล้วน่า..."

     ทามาโมะอ้าปากและแลบลิ้นที่มีเม็ดลูกอมออกมาให้โทยะดู


     "ลูกอมรสมิ้นท์ของผมจริงๆ ด้วย!! รีบคายออกมาได้แล้วครับ!!"


     "อื้ม!!"

     ทามาโมะคายลูกอมเข้าในปากของโทยะแบบปากต่อปาก


     "คุณทามาโมะ...นี่คุณ..."

     หน้าของโทยะแดงขึ้น


     "คิกคิก...คายให้แล้วนะคะ..."


     "ตะกี้นี้มัน...หรือว่านี่จะเป็นครั้งแรกของเรากับคุณทามาโมะ..."

     โทยะพูดในใจ


     "คนกับภูติรับใช้สัมผัสกันแบบนั้นมันไม่ค่อยถูกหลักอนามัยเท่าไหร่นะเจ้าหนู"

     เสียงของรินเนะดังแทรกเข้ามา


     "คะ...คุณรินเนะ!!"

     โทยะสะดุ้งโหยงและพยายามจะผลักทามาดมะออกไป แต่ว่าทามาโมะได้เอาต้นขาหนีบเอาไว้ซะแน่นจึงไม่สามารถผลักตัวเธอให้ออกไปจากตัวได้


     "ยะ...อยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ!?"


     "ตั้งแต่ทามาโมะโดดออกมาจากห้องนั่นแหละ"


     "ก็อยู่ตั้งแต่แรกเลยนี่ครับ!?"


     "แล้วที่ทามาโมะใส่อยู่ก็คือชุดชั้นในของข้าเองแหละ"


     "หา!?"

     โทยะนึกภาพรินเนะตอนที่ใส่ชุดชั้นในลายดอกกุหลาบสีชมพูอย่างเซ็กซี่พร้อมกับกำลังกวักมือเรียกให้ขึ้นไปบนเตียงด้วยอารมณ์ที่เร้าร้อน


     "นายหญิงครับ..."

     แวนพูดแทรกเข้ามาเพื่อทำลายบรรยากาศ


     "รู้แล้วน่าแวน พอดีเห็นเจ้าหนูนี่แล้วก็อยากแกล้งขึ้นมาน่ะ"


     "..."

     โทยะไม่พูดอะไร เค้าได้แต่ยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น


     รินเนะได้เดินเข้าไปในพักและสั่งให้แวนยื่นซองกระดาษที่ถูกปิดไว้อย่างมิดชิดให้กับโทยะ


     "เอาล่ะ...เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เรื่องของการเยี่ยมเยือนผู้คนในเมืองของข้าในพรุ่งนี้ ในฐานะผู้สืบทอดตระกูลองเมียวประจำเมืองนี้ เจ้าจะต้องติดตามข้าไปด้วย"


     "ติดตาม? จะให้ผมติดตามไปด้วยงั้นเหรอครับ!? ทำไมถึงไม่เป็นเร็นที่เป็นน้องสาวของคุณติดตามไปด้วยล่ะครับ?"


     "รู้รึเปล่าเจ้าหนู? นี่คือบททดสอบสำหรับเร็น ดังนั้นวันพรุ่งนี้เจ้าจึงต้องติดตามข้า เพราะพลังมือกระชากอะไรนั่นของเจ้าอาจจะได้ออกแรงเต็มที่มากกว่าข้าก็เป็นได้นะ"


     "หืม? ออกแรงงั้นเหรอครับ?"


     "แกะซองกระดาษนั่นดูสิ"


     โทยะแกะซองกระดาษตามที่รินเนะสั่ง ข้างในมีแผ่นกระดาษอีกหนึ่งใบซึ่งหน้ากระดาษนั้นเป็นรูปถ่ายเด็กหญิงสวมชุดโกธิคโลลิต้าสีดำยืนกางร่มอยู่บนตึกสูงท่ามกลางแสงจันทร์เต็มดวง


     "ลิลิธ อาซาเซล...?"

     โทยะอ่านชื่อของเด็กหญิงในภาพ


     "นั่นคือใบกระกาศจับของสมาคมนักล่าปีศาจยังไงล่ะ..."


     "ที่คุณรินเนะจะให้ผมติดตามไปด้วยนี่ก็หมายความว่า..."


     "ใช่แล้ว ยัยนั่นได้เดินทางมาที่เมืองนี้แล้วยังไงล่ะ"


     เช้าวันต่อมา รินเนะและผู้ติดตามคนอื่นๆ ได้ออกมาเยี่ยมเยือนผู้คนในเมือง ทุกคนต่างพากันส่งยิ้มให้แก่เธอ บางคนก็วิ่งมาจับมือเธอ บางคนก็ได้นำสิ่งของต่างๆ มาให้ ในสายตาของโทยะแล้ว เธอคนนี้อาจจะเป็นขวัญและกำลังใจของคนในเมือง


     "โอ้ว~!! นั่นมันท่านรินเนะนี่นา!!"


     "อุตสาห์เดินทางถึงที่แบบนี้เลยหรือนี่!!"


     เหล่าคนงานอุตสาหกรรมต่างพากันทิ้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อวิ่งมาดูการมาของรินเนะ


     "เอ้า!! ทำไมถึงทิ้งอุปกรณ์พวกนั้นล่ะ!! รีบกลับไปทำงานต่ออย่าหยุดมือ!! ข้าไม่ได้มาเพื่อให้พวกเจ้าอู้งานนะ!!"


     "เหวอ!!"

     เหล่าคนงานรีบกลับไปหยิบเครื่องมือและรีบวิ่งไปตรงจุดที่ตัวประจำอยู่


     "เหอะๆ"

     โทยะที่เดินติดตามรินเนะมาด้วยก็แอบหัวเราะออกมาเบาๆ และเค้าหยิบรูปถ่ายลิลิธที่เพิ่งจะได้มาเมื่อวันก่อนขึ้นมาดูอีกครั้ง


      'ลิลิธ อาซาเซล' แวมไพร์โลลิที่มีชื่อเสียงในฐานะเป้าหมายของสมาคมนักล่าปีศาจที่ตามจับตัวยากที่สุด เมื่อห้าปีก่อนหลังจากแอบไปลอบสังหารหัวหน้าสมาคมไม่สำเร็จเพราะถูกรินเนะมาขัดขวาง เธอก็ได้หายสาปสูญไปตั้งแต่นั้น


     'วันพรุ่งนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับยัยนั่น และมีความเป็นไปได้ที่ลิลิธจะแอบมาเล่นงานข้า'

     โทยะนึกถึงคำพูดของรินเนะก่อนที่จะได้มาติดตามเธอวันนี้ และเค้าก็แอบนึกเป็นห่วงเร็นที่ต้องไปฝึกนั่งสมาธิคนเดียวอีกด้วย


     "โอคิ"

      โทยะพูดไปหาโอคิผ่านแผ่นยันต์ที่ทามาโมะทำให้ แผ่นยันต์นี้สามารถส่งเสียงพูดคุยไปหาคนที่อยู่ในบ้านของเร็นได้ และต้องเป็นคนที่อยู่ในเขตบ้านหลังนั้่นเท่านั้นจึงจะพูดคุยไปหากันได้


     "หืม?"


     "ถ้าเกิดเรื่องนี้จวนตัวขึ้นมา รบกวนเธอช่วยไปปกป้องเร็นให้ถึงที่สุดจะได้มั้ย?"


     "เฮอะ!! ก็ได้ค่ะ!! แต่คุณโทยะต้องเลี้ยงซูชิชุดที่แพงที่สุดให้เราด้วยนะ!!"


     "ฮ่ะฮ่ะ เข้าใจแล้ว"


     'เปรี๊ยง!!'

     เสียงฟ้าผ่าดังลั่นไปทั่วทั้งเมือง โทยะหันหน้าไปทางที่เสียงฟ้าผ่าดัง และเค้าก็ได้เห็นกลุ่มควันสีดำลอยออกมาจากบนภูเขา


     "จุดที่ควันสีดำลอยออกมานั่นมันบ้านของคุณรินเนะนี่!? เร็น!! เร็นก็อยู่ที่นั่นด้วยนี่นา"

     โทยะพยายามจะวิ่งไปแต่ก็ถูกแวนจับไหล่เอาไว้


     "เดี๋ยวก่อนเจ้าหนู ถึงแม้ที่บ้านข้าจะมีควันสีดำนั่นออกมา แต่คนที่อยู่ในบ้านอาจจะช่วยกันป้องกันอยู่ก็ได้"

      รินเนะพูด


      "ไปที่บ้านพักของท่านผู้ว่ากันเถอะครับ"

      แวนพูดเข้ามา


      "อืม"


      'จากนี้ไป!! เราจะใช้บ้านพักของท่านผู้ว่าเป็นศูนย์บัญชาการ!!'

      บ้านพักของท่านผู้ว่าที่ว่าคือบ้านพักตากอากาศของท่านผู้ที่ได้ถูกย้ายไปประจำตำแหน่งที่อื่นแล้ว และบ้านพักของท่านผู้ว่าได้ถูกดันแปลงเป็นศูนย์บัญชาการทางทหารโดยให้รินเนะเป็นผู้รับผิดชอบ บ้านของริเนะจะตั้งอยู่ที่ภูเขาฝั่งขวาของและบ้านพักของท่านผู้ว่าจะตั้งอยู่ที่ภูเขาฝั่งซ้ายโดยใช้บ้านเมืองของประชาชนเป็นจุดกึ่งกลาง


     'ปิ๊บๆๆ'

     เสียงสัญญาณเตือนได้ดังขึ้นในห้องควบคุมที่พวกโทยะอยู่ข้างใน


     "มีสัญญาณสื่อสารส่งมากจากบ้านของนายหญิงครับ!"


     "ต่อสายมาเลย หึหึ...ชักคันไม้คันมือแล้วนะแวน"

      รินเนะพูดพร้อมกับทำสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย


     "ทำไมถึงยังใจเย็นอยู่แบบนั้นล่ะครับ!! เร็นก็อยู่บ้านที่ถูกโจมตีนะครับ!!"

     โทยะตะโกนเสียงไปทางรินเนะ


     "อ่อนหัดนัก ถ้าตอนที่ผีสาวปากฉีกออกอาละวาดเจ้าก็อารมณ์ปั่นป่วนเช่นนี้ สงสัยคงต้องบอกว่าเจ้ามีดีแค่ดวงล่ะนะ"

     รินเนะพูดกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา


     "กรอด..."

     โทยะพูดอะไรไม่ออก เค้าทำได้แค่ยืนกัดฟันอยู่อย่างนั้น


     'แซ่ดๆๆ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ...ได้ยินหรือเปล่าปีศาจขาวรินเนะเอ๋ย...'

     เสียงติดๆ ขัดๆ ได้ดังออกมาจากจอมอนิเตอร์ในห้องควบคุม และภาพที่ซาๆ ก็ค่อยๆ เผยภาพเด็กหญิงขึ้นมาให้เห็นอย่างช้าๆ


     'แซ่ก...เราคือผู้ที่หมายเอาชีวิตของเจ้า...ซ่า...'


     "หึ! เสียงนั่น...อย่างนี้นี่เอง...ฟ้าผ่าเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่ของธรรมชาติสินะ คิดถึงเธอจังเลยน้า ลิลิธ อาซาเซล"

      รินเนะพูดชื่อเจ้าของเสียงที่พูดผ่านมาทางจอมอนิเตอร์ และภาพของคนในจอก็ได้เผยเป็นเด็กหญิงตัวเล็กสวมชุดโกธิคโลลิต้าสีดำกำนั่งอยู่บนเก้าที่อยู่ในห้องส่วนตัวของรินเนะ


     "นะ...นั่นน่ะเหรอ!? ลิลิธ อาซาเซล"

     โทยะถึงกับยืนอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นหน้าตาจริงๆ ของลิลิธ


     'ดูเหมือนจะไม่ต้องบอกชื่อสินะ งั้นก็เข้าเลยแล้วกัน แต่ว่าก่อนอื่นแกควรดูนี่ซะ'

     ลิลิธได้หันภาพไปทางนอกหน้าต่างห้องรินเนะ และสิ่งที่ลิลิธให้พวกรินเนะดูนั้นคือกลุ่มองเมียวจิที่คอยปกป้องบ้านได้ถูกจับมัดเอาไว้ และรอบตัวพวกเค้ามีวงแหวนเวทย์ที่ถูกเขียนด้วยเลือด


     "วงแหวนพวกนั้นมันอะไรกันน่ะ น่าขยะแขยงชะมัด"

      โทยะทำท่าสะอิดสะเอียน แต่เค้าสังเกตเห็นเงาคนคนหนึ่งถึงมัดตึงไว้กับไม้กางเขนที่อยู่ใจกลางวงแหวนเวทย์


     "นายหญิง บนกางเขนมีคนที่ไม่ใช่คนของเราถูกมัดอยู่ด้วยครับ!!"

     แวนหันไปพูดกับรินเนะ


     "นั่นมัน!? หรือว่า..."

      โทยะคุ้นหน้าคุ้นตาคนที่ถูกมัดไว้กับกางเขน


      ลิลิธซูมภาพไปที่คนที่ถูกมัดไว้กับกางเขนให้พวกรินเนะที่อยู่ในห้องควบคุมเห็นหน้าชัดๆ โทยะถึงกับเข่าเมื่อได้เห็นหน้าของคนคนนั้น


      "พี่ชานะ!!!!"



      ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน...

     "จิตวิญญาณแห่งพลังด้านบวกและลบ พลังแห่งธาตุทั้งห้า โปรดยกโทษให้แก่ข้ากับการกระทำอันไร้หัวคิดของข้าด้วย..."


      เร็นนั่งฝึกสมาธิพร้อมพูดคำๆ นี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในห้องมืดที่ถูกเรียกว่าห้องต้องห้าม


      "จิตวิญญาแห่งพลังด้านดีและชั่ว โปรดยกโทษกับที่ข้า..."

      จู่ๆ ก็มีเสียงของหญิงสาวอีกคนดังเข้ามาข้างในห้องจนเร็นที่อยู่ข้างในไม่มีสมาธิ เธอทำหน้าไม่พอใจแล้วเปิดประตูออกมาดู


      "ได้โปรดช่วยบอกฉันด้วยเถอะว่าจานใบที่สิบนั้นน่ะมันหายไปไหนกันแน่?"

      เจ้าของเสียงของคนที่ทำลายสมาธิของเร็นไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือผีนับจานและเป็นภูติรับใช้ประจำตัว 'โอคิ' นั่นเอง


      "นี่หล่อนมาทำอะไรของหล่อนเนี้ย!!"

      เร็นตะคอกเสียงใส่โอคิจนสะดุ้งตกใจ


      "ก็เรารอเธอมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว มาฝึกสมาธงฝึกสมาธิอะไรในห้องเหม็นอับแบบนี้น่ะ ไม่คิดจะไปหาสถานที่ดีๆ กว่านี้บ้างเลยเหรอ? พวกองเมียวจินี้มันอะไรกันนะ ชอบฝึกฝนตัวเองในที่แปลกๆ ทั้งนั้นเลย"


      "นี่มันเรื่องของครอบครัวฉัน ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่เนี้ย? ทำไมถึงผ่านเขตป้องกันมาได้ล่ะ"


      "อ้อ! เราเผลอจามจนน้ำมูกเลอะเสื้อ จะหาผ้าหรือกระดาษมาเช็ดก็ไม่ได้ โชคดีที่มีแผ่นกระดาษอะไรสักแปะไว้ที่ข้างกำแพงบ้าน เราก็เลยแกะมันออกมาเช็ดน้ำมูกน่ะ"


     "นั่นมันแผ่นยันต์เขตแดนที่เอาไว้ปกป้องบ้านนี้นะ นี่เธอำอะไรลงไปรู้ตัวรึเปล่า!!!"


     'เปรี๊ยง!!'

     ช่วงจังหวะที่เร็นกำลังดุว่าโอคิอยู่นั้น เสียงฟ้าผ่าก็ได้ดังมาจากข้างบนบ้าน เร็นกับโอคิก็ต่างพากันตกใจกลัว จนทั้งสองคนได้วิ่งเข้ามากอดกันและนั่งลงกับพื้น


      "เร็น...นี่เธอกลัวงั้นเหรอ...?"

      โอคิเลื่อนหน้าไปพูดี่ข้างหูเร็น


      "มะ....ไม่ใช่นะ!! เมื่อกี้นี้น่ะ..."

      เร็นหน้าแดงแล้วผลักโอคิออกไป


      "เราไม่บอกใครหรอกน่า ที่สำคัญเมื่อกี้เสียงฟ้าผ่านี่ ข้างบนมันเกิดอะไรขึ้น?"


      'โครม!!'

      เพดานไม้บนห้องต้องห้ามได้ถล่มลงมาจนโอคิกับเร็นเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างบน ทั้งคู่ได้เห็นเด็กหญิงสวมชุดโกธิคโลลิต้าลอยอยู่กลางอากาศ และที่มือซ้ายของเธอมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปมา ฟ้าผ่าเมื่อสักครู่นี้อาจจะเป็นฝีมือของเธอ


     "เมื่อสมัยก่อน...เทพผู้รักษากฏได้กล่าวเอาไว้ว่า จงเกลียดชังความผิดแต่อย่าเกลียดชังผู้คน..."

     เด็กหญิงถือหนังสือเล่มใหญ่และได้อ่านออกเสียงให้เหล่าองเมียวจิที่นอนบาดเจ็บระเนระนาดอยู่ที่ลานกว้างฟัง แต่พอเธออ่านจบแล้วก็ได้ลืมตามองดูเหล่าองเมียวเหล่านั้นพร้อมกับเผาหนังสือเล่มใหญ่นั้นทิ้ง


     "ไร้สาระสิ้นดี! จิตใจที่อ่อนแอต่างหากคือต้นกำเนิดแห่งการเกลียดชัง!!"


     "นะ...นั่นมัน!? ลิลิธ อาซาเซลนี่นา!!"


     "แวมไพร์โลลิที่พวกนักล่าปีศาจตามจับยากที่สุดนั่นน่ะนะ...!?"

     โอคิกับเร็นที่อยู่ชั้นใต้ดินข้างล่างได้เห็นหน้าตาของลิลิธแล้วก็ค่อยๆ แอบย่องเพื่อไปหาที่ซ่อน


     "...โอ้ย...เจ็บเหลือเกิน..."


     "...ปล่อยพวกเราไปเถอะ..."


     เสียงร้องโหยหวนของเหล่าองเมียวจิที่นอนบาดเจ็บดังขึ้น ลิลิธได้สั่งให้สาวใช้ทั้งสองใช้พลังรักษาแบบพื้นฐานให้เท่านั้น แต่อาการของคนที่บาดเจ็บหนักยังไม่หายไปไหน


    "ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก พวกแกในตอนนี้คือตัวประกันและเราก็ได้ยึดบ้านหลังนี้เอาไว้แล้ว เพื่อต่อรองกับหัวของปีศาจขาวน่ะนะ"


     ลิลิธพูด


    "หนอย...เจ็บใจนัก"

     เร็นทำได้แค่กัดฟันและแอบอยู่หลังเศษซากเพดานที่ถล่มลงมา


     "ให้ตายสิ เราได้ยินมาบ้างว่าเป็นคนใจร้อน แต่ก็เป็นน้องสาวของปีศาจขาวที่ซีเรียสจริงๆ เลยนะ"

     โอคิพูดพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่าย


     "นี่หล่อนต้องการจะพูดอะไรออกมาน่ะ"


     "ถึงเมื่อกี้จะพูดแบบนั้นไปแต่เราก็เห็นใจนะ เธอเองก็มีพี่สาวเจ้าปัญหาเหมือนสินะ"


      "โอคิ...นี่เธอ..."


      "ก่อนอื่นก็มีลูกสมุนอยู่ 4 คนสินะ แต่ไอ้ยักษ์สองคนนั้นอาจจะเป็นปัญหาของเราก็เป็นได้"

      โอคิหันไปมองชายร่างใหญ่สองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังลิลิธ


      "ปัญหาอะไรเหรอ?"


      "เราได้กลิ่นเหม็นสาปหมาออกมาจากเจ้ายักษ์สองคนนั่น"

      ช่วงจังหวะที่โอคิกำลังบอกตัวตนี่แท้จริงของชายร่างใหญ่สองคนนั้นให้เร็นฟัง สาวใช้อีกคนหนึ่งก็ได้อุ้มร่างเด็กสาวคนหนึ่งมามัดไว้กกับกางเกงเขน และเท่านั้นยังไม่พอ สาวใช้คนนั้นได้ฉีกเสื้อผ้าของเด็กสาวคนนั้นขาดจนหมด เหลือไว้แค่ชุดชั้นแค่นั้น


      "เห็นแก่ความช่วยเหลือที่จะติดต่อให้ยัยเตี้ยนั่นให้ เราจะให้เจ้ารับหน้าี่สำคัญแล้วกัน"

      ลิลิธเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวที่ถูกมัดไว้กับกางเขน แล้วเธอก็ได้เอาานิ้วที่เปื้อนเลือดมาขีดเขียนอะไรบางอย่างไว้ที่หน้าท้องของเด็กสาวคนนั้น



     "อ๊ะ...เอ่อ..."

     เร็นกับโอคิได้แต่ยืนอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกเพราะว่าเด็กสาวคนนั้นคือคนที่พวกเธอรู้จักเป็นอย่างดี


      นะ...นั่นมันคุณชานะไม่ใช่เหรอ...!?

———————— To Be Continued ————————



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 16-8-2018 22:38 , Processed in 0.061384 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th