เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 455|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 26-11-2015 03:39:46 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 29-1-2016 17:02

ยินดีต้อนรับสู่สวนสยอง!! เส้นทางที่พวกท่านจะไปดังต่อไปนี้ ทางเราได้แยกเส้นทางออกเป็นสามเส้นทางและมีป้ายภาพอาหารด้วย หากท่านตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ท่านคิดว่าปลอดภัยที่สุดแล้วให้ไปพร้อมกันทันที ถ้าหากโชคดีท่านจะโดนกับดักมากมายและสัตว์ประหลาดจับกินทันที หากโชคไม่ดีก็จะผ่านไปยังชั้นถัดไปและมีอาหารที่ป้ายภาพนั้นบอกจะรอท่านอยู่ที่ปลายทาง...


         "ห๊า?...บอกว่าโชคดี? แล้วให้พวกเราไปตายเนี้ยนะ?" ซอร์เนียร์พูดขึ้นมาแล้วหันหน้าไปที่ไลเบียร

         "ป้ายภาพอาหารทั้งสามป้าย มีแต่ของโปรดของพวกเราทั้งนั้นเลยนี่คะ" ไลเบียรตอบกลับแล้วหันหน้าไปที่เธียร

         "หมายความว่าให้เลือกสิ่งที่ตัวเองคิดว่าอันไหนมันอร่อยที่สุดแล้วให้ไปเส้นทางนั้นสินะ" เธียรพูดออกมาเป็นเสียงสุดท้าย

         "ยัยนั้นคงจะรู้แล้วสินะว่า พวกเราไม่ได้กินข้าวมา 2 วันแล้ว" เธียร ไลเบียร และซอร์เนียร์ ทั้งสามคนคิดในใจแบบเดียวกันเป๊ะ!

        
          ป้ายภาพทั้งสามป้ายมี เนื้อย่างปรุงรสอย่างดี ซุปเห็ดหอมสมุนไพร และ ข้าวผัดกุ้งตัวใหญ่พิเศษ ทำให้เหล่าสามสาวได้มองหน้ากันและกัน เหมือนกับว่าใครหน้าไหนที่กำลังมองมาที่เราเป็นศัตรูทั้งนั้น สุดท้ายมิตรภาพที่แสนวิเศษจากบทที่แล้วก็พังทลายลงฃั่วคราว เพราะ
กิเลศแห่งความหิว และดวงตาที่เหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะจ้องกินเหยือ ครอบงำทั้งสามคนโดยสมบูรณ์ซะแล้ว~

     โรเซนครุซซิลเลตเต้ บทที่ 10 ยินดีต้อนรับสู่สวนสยอง (บทจบ)



        Happy birthday to you.
        Happy birthday to you.
        Happy birthday,Happy birthday ~
        Happy birthday to you~

        เพลงอวยพรวันเกิดได้ดังขึ้นมาจากบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งฉันยืนฟังอยู่ด้านนอกได้เห็นกลุ่มคนที่กำลังร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับเด็กชายคนหนึ่ง ที่เป็นเจ้าของวันเกิดและมีผู้หญิงแก่ได้เดินถือเค้กที่มีเทียนไฟเล็กๆ และประดับไปด้วยขนมหวานรูปสัตว์ต่างๆ เธอวางเค้กลงที่โต๊ะที่ล้อมรอบไปด้วยอาหารหรูหลามากมาย ภาพของกลุ่มคนเหล่านั้น ทำให้ฉันนึกถึงวันเกิดของฉันที่ทุกคนในสวนสนุกจัดงานวันเกิดให้ฉันและผู้จัดการได้ถือเค้กออกมาวางที่โต๊ะถึงแม้ว่าเค้กจะมีเพียงแค่เนื้อแป้งธรรมดาที่ไม่ได้ตกแต่งอะไรเลยและมีรอยไหม้อยู่บ้างก็ตาม ในวันนั้นทุกคนสนุก สนานกันมากและฉันก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกแต่สุดท้ายรอยยิ้มครั้งนั้นอาจจะเป็นรอยยิ้มครั้งสุดท้าย และมันจะไม่เกิดขึ้นมาอีก

      "อ๊ะ! เธอที่ยื่นอยู่ตรงนั้นน่ะ ยืนตากหิมะนานๆแบบนั้นเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก!" เสียงของผู้หญิงครหนึ่งได้พูดออกมาจากทางด้านหลังของฉัน

      "ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน ปล่อยให้ฉันยืนแข็งตายไปซะก็ยังดี" ฉันตอบกลับแล้วค่อยๆเดินห่างจากผู้หญิงคนนั้น

      "หืม? งานวันเกิด? หรือว่าวันนี้ก็เป็นวันเกิดของเธอเหมือนกันน่ะ" ผู้หญิงคนนั้นมองไปที่บ้านหลังนั้นแล้วรีบวิ่งมาคว้ามือฉันทันที

      "ทะ...ทำอะไรของเธอน่ะ ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ" ฉันพยายามสะบัดมือออก

      "ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันเกิดของเธอ งั้นพวกเราไปจัดงานวันเกิดกันเถอะ" ผู้หญิงคนนี้ไม่ฟังที่ฉันพูดเลย แล้วพาฉันวิ่งออกจากเมืองแล้วตรงเข้าไปที่ 'ป่าดำ' แล้วพอวิ่งเข้ามาในป่าเรื่อยๆ แสงที่ส่องมาจากเมืองค่อยๆห่างออกไปจนเริ่มมืดซึ่งมันทำให้ฉันเริ่มกลัวขึ้นมา แต่ก็มีแสงสีทองส่องออกมาจากมือของผู้หญิงคนนั้นแล้วหันหน้ามายิ้มให้ฉัน ภาพรอยยิ้มที่อยู่ใต้แสงสีทองทำให้ฉันนึกถึง รอยยิ้มของคุณแม่ ขึ้นมาแวบหนึ่ง
และแล้วผู้หญิงคนนี้ก็พาฉันวิ่งออกมาจากป่าทำให้ฉันเห็นลานสนามหญ้าที่กว้างมากๆและมีแสงของหิ่งห้อยลอยไปมา แถมยังมีต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นถูกดัดแปลงให้เป็นบ้านต้นไม้เหมือนในหนังสือนิทาน ผู้หญิงคนนั้นจับฉันลงไปนั่งกับเก้าอี้ที่เป็นรูปดอกเห็ดและโต๊ะทานข้าวก็ยังเป็น
รูปร่างดอกเห็ดอีกด้วย

      "นั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ" ผู้หญิงคนนั้นบอกฉันแบบนั้นแล้ว เดินเข้าไปในบ้านต้นไม้ พอประตูปิดก็มีเสียงดังก๊อกแก๊งดังออกมาไม่นับไม่ถ้วน

      "อะไรของผู้หญิงคนนี้นะ ให้ตายเถอะ" ฉันมองไปรอบๆลานสนามหญ้าแล้วก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมที่นี่หิมะถึงไม่ตกลงมาล่ะ แถมที่นี่ยังอบอุ่นอีกด้วย พวกสัตว์ต่างพากันออกมาวิ่งเล่นที่ลานสนามหญ้ามากมาย ตอนที่ถูกเธอคนนั้นพามาที่นี่มันอยู่หนาวอยู่เลยนี่นา ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ ฉันคิดแบบนั้น

      "เสร็จแล้วจ้า! ขอโทษที่ให้รอนะ!" ผู้หญิงคนนั้นถีบประตูเปิดออกมาซะดังลั่นทำให้ฉันสะดุ้งตกใจแล้วรีบหลบลงไปที่โต็ะรูปดอกเห็ด

      "ทำอะไรของเธอเนี้ย ตกใจหมดเลย แล้วไอ้ท่าถีบนั้นน่ะ จะค้างไปถึงเมื่อไหร่น่ะ เห็น กกน.(สีขาว) แล้วนะ!"

      "แห๊ะ แห๊ะ ขอโทษน้า พอดีมือถือเค้กอยู่น่ะมือไม่ว่างเลยตัดสินใจถีบออกมาน่ะ แห๊ะ แห๊ะ"

      "เป็นผู้หญิงที่สวยออกขนาดนี้ หัดทำตัวให้เหมาะสมหน่อยสิ! เอ๊ะ...เค้กเหรอ!?"

      "ใช่แล้ว แต่นแต๊น~ เค้กแอปเปิ้ล! ฉันทำออกมาสุดฝีมือเลยนะ!" ผู้หญิงคนนั้นได้วางเค้กวางลงที่โต็ะดอกเห็ดแล้วก็ร้อง เพลงอวยพรวันเกิด ให้กับฉัน

      "ทำไมเธอถึงต้องมาจัดงานวันเกิดให้กับฉันล่ะ ทั้งที่พวกเราไม่รู้จักกันแท้ๆ" ฉันถามออกไปแล้วก็ดึงหมวกลงมาปิดหน้า

       "อืม...ก็เพราะตอนที่เธอมองไปที่บ้านหลังนั้น ฉันเห็นดวงตาของเธอสะท้อนภาพของงานวันเกิดของเธอที่คนเหล่านั้นตั้งใจจัดงานให้ถึงแม้งานจะออกดูไม่สวยงาม แต่รอยยิ้มของคนเหล่านั้นและเธอ มันวิเศษมากๆ ถึงแม้ว่าต่อจากนี้คนเหล่านั้นจะไม่อยู่ในโลกนี้แล้วฉันจะขอเป็นคนรับช่วงจัดงานวันเกิดให้กับเธอเอง" ผู้หญิงคนนั้นพูดออกมาแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและมีภาพของเหล่าพนักงานสวนสนุกและผู้จัดการยืน
ยิ้มให้ฉันซึ่งยืนอยู่ข้างหลังของเธอ ฉันเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วก็ค่อยๆจางหายไป แล้วน้ำตาของฉันมันก็ไหลออกมา

      "ช่างเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจจริงๆ เลยเธอเนี้ย ให้ตายเถอะ" ฉันรีบเช็ดน้ำตาออกทันที แล้วมองลงไปที่เค้กแอปเปิ้ลและมีข้อความเขียนไว้
'สุขสันต์วันเกิด สาวน้อยจิ้งจอกขาว'

      "ฮ่ะ ฮ่ะ ใครๆก็พูดกับฉันแบบนั้นกันทุกคนแหละ อ๊ะ! ขอโทษด้วยนะที่ฉันเขียนไปแบบนั้นเพราะฉันยังไม่รู้จักชื่อของเธอเลย" ผู้หญิงคนนั้นนั่งลงแล้วก็ได้ถามชื่อของฉัน

      "ฉันชื่อ ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาร์เกิ้ล"

      "ชื่อยาวเหมือนกันนะเนี้ย งั้นขอเรียกสั้นๆว่า ซิลเวอร์ นะ"

     แล้วหลังจากนั้นทั้งสองคนก็เล่นเอาขนมเค้กมาทาหน้ากันแล้ว ซิลเวอร์ก็รีบลุกวิ่งหนีไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นวิ่งไล่เอาเค้กมาทาหน้าคืน ใบหน้าของเด็กหญิงสวมชุดตุ๊กตาจิ้งจอกขาวยิ้มแย้มขึ้นมาทันที แล้วภาพของเด็กสาวผมทองกำลังวิ่งไล่เด็กหญิงจิ้งจอกขาวก็ค่อยๆเปลี่ยนภาพเป็น
ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังวิ่งตามเด็กหญิงผมดำที่กำลังขี่คอของผู้จัดการสวนสนุก...

      "อ๊ะ! ฉันยังไม่ได้บอกชื่อของฉันเลยนี่นา ฉันชื่อ..."
           
      "มะม๊า..." ซิลเวอร์พูดแทรงออกมาก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะพูดชื่อของตัวเองออกมา   

      "แง๊ะ~? เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?" ผู้หญิงคนนั้นถามซิลเวอร์

      "หนูจะขอเรียกคุณว่า'มะม๊า' นะคะ" ซิลเวอร์ตอบกลับแล้วกระโดดขึ้นไปกอดผู้หญิงคนนั้น

       "มะม๊า...เหรอ...แบบนี้ฉันก็ลำบากใจสิ~"

       "มะม๊า มะม๊า ซิลเวอร์รักมะม๊าที่สุดเลย~"

       แล้วช่วงเวลาผ่านไป 4 ปีฉันก็ได้เข้าไปสมัครเข้ากลุ่ม RKS แล้วได้เป็น ลำดับที่ 9 หลังจากที่ได้เข้ากลุ่มไปก็ไม่มีเวลาได้กลับไปที่บ้านต้นไม้ซักที เพราะมีแต่งานที่ให้ไปจัดการกับเหล่าสัตว์ประหลาดที่หลุดเข้ามาในเมือง ฉันได้แต่ภาวนาขอให้ซักวันหนึ่งขอให้พบกับ มะม๊า อีกครั้ง

      "ฉันบอกว่าข้าวผัดกุ้งตัวใหญ่พิเศษอร่อยที่สุดยังไงล่ะ!" เสียงของซอร์เนียร์ดังขึ้นมาจากหน้าจอภาพที่ซิลเนียร์กำลังนั่งเหม่อลอยจนสะดุ้งตกใจทันที

      "เนื้อย่างปรุงรสต่างหากที่อร่อยที่สุดค่ะ" เธียรตอบกลับ

      "เอ่อ...ฉันว่าซุปเห็ดหอมสมุนไพรก็อร่อยนะคะ" ไลเบียรพูดแทรง

      "กินแต่ของแบบนั้นตลอดถึงว่าหน้าอกของเธอถึงไม่ใหญ่ขึ้นซะทีไงล่ะ!" ซอร์เนียร์ตะคอกใส่ไลเบียร จนทำให้ไลเบียรโดนคำพูดของซอร์เนียร์ที่พูดเมื่อกี้เสียบดัง 'ฉึก' เข้าไปที่หน้าอกแล้วยืนนิ่งแข็งเป็นหิน

      "ว้าว~! แค่ใช้เพียงคำพูดก็ล้มคุณไลเบียรได้แล้วเหรอคะเนี้ย สุดยอดมากค่ะ คุณซอร์เนียร์"

      "ลิลลี่เป็นคนบอกฉันว่าวิธีที่ล้มไลเบียรน่ะ แค่พูดอะไรที่เกี่ยวกับหน้าอกของยัยนั้นแบบที่มันทำร้ายจิตใจสุดๆ ก็โค่นลงได้สบาย!"

      "แต่ว่าวิธีการแบบนั้นน่ะใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอกค่ะ" เธียรพูดออกมาแล้วเตรียมี่จะยิง ซีลิคอาวิล

      "มันก็ใช่นะ แต่ฉันจะไม่ออมมือกับเธอหรอกนะ" ซอร์เนียร์ตอบกลับแล้วหยิบลูกระเบิดขึ้นมา

      ออร่าของทั้งคู่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดจนทำให้ชั้นใต้ดินเริ่มสั่นไหว ส่วนไลเบียรก็ยังยืนแข็งเป็นหินอยู่ เวลาผ่านไป 1 นาที ทั้งคู่ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นเพราะความหิว

     "ยิ่งพวกเราสู้กันเองแบบนี้ มันก็ทำให้หิวยิ่งขึ้นน่ะสิคะ" เธียรค่อยๆหันหน้าไปที่ซอร์เนียร์

     "ติดกับดักของยัยซิลเวอร์เข้าไปเต็มๆ เลยนี่นา อ๊า~~~ หิวข้าวง๊า!!" อาการซึนเดเระของซอร์เนียร์เริ่มออกอาการ

  ดึ๊บ ดึ๊บ ดึ๊บ ดึ๊บ

      ปลาหมึกเจ้าเก่า กำลังเดินผ่านหน้าทั้งสองที่กำลังนอนมองหน้ากันอยู่ แล้วเดินไปเปิดประตูที่สี่ที่อยู่ด้านขวาของประตูที่สามแล้วปิดประตูไปเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น   

       "คุณซอร์เนียร์คะ"

       "เออ..."

      ทั้งสองคนลุกขึ้นแล้วแบกไลเบียรที่ยืนแข็งเป็นหินแล้ว เดินเข้าไปในห้องที่เจ้าปลาหมึกเดินเข้าไปทันที

      "สามเส้นทางนั้นเป็นกับดักทั้งหมดเลยเหรอคะเนี้ย"

      "มาหลอกกันได้นะ ฉันไม่ให้อภัยแน่ ยัยนั้นน่ะ"

      "อ๊ะ! ยังจำเสียงที่อยู่หน้าทางแยกทั้งสามได้มั้ยคะว่า ถ้าโชคไม่ดีอาจจะผ่านไปยังชั้นถัดไปและมีอาหารรออยู่ที่ปลายทาง" ไลเบียรเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วได้ชี้นิ้วไปที่เจ้าปลาหมึกที่เดินนำหน้าอยู่

      "อ๊ะ!?" พอทั้งสองคนได้ยินสิ่งที่ไลเบียรพูดแล้วรีบวิ่งพุ่งเข้าไปหาเจ้าปลาหมึกตัวนั้นทันที

      "อ๊ะ...เอ๊ะ...เสียงอะไร ตึก ตึก? แว๊กกกก! พวกเธออีกแล้วเหร๊อ!? แล้วทำไมสภาพของยัยหัวแดงถึงใส่ชุดชั้นใน โว๊ะ! คัพ C "

      "เชิญดูให้สมใจไปเลย! อีกเดี๋ยวแกก็จะถูกพวกฉันจับกินอยู่แล้ว!!"

      "โน๊ววววววววววววว~~~~~~!!" ปลาหมึกเร่งสปีดทิ้งห่างทั้งสามคนทันที

      "โธ่ หนีรอดไปอีกแล้วค่ะ"

      "ไม่น่าไปปลุกอารมณ์ให้มันเลย ชิ!"

      "เอ่อ...ทั้งสองคน รู้สึกเหมือนงานจะเข้าแล้วล่ะค่ะ" เธียรชี้ไปที่เส้นทางที่อยู่ด้านหลังของซอร์เนียร์ กับไลเบียร

      ก้อนหินยักษ์กำลังวิ่งตรงมาที่ทั้งสามคนกำลังยืนอยู่ แล้วก็มีเจ้าปลาหมึกวิ่งอยู่ด้านบนของก้อนหิน

      "เฮ้ย!? ไอ่กับดักกากๆ ที่เห็นในอนิเมะมาหลายเรื่องแล้วคิดเหรอว่าพวกฉันเจอแล้วจะร้อง'กรี้ด'แล้ววิ่งหนีน่ะ นิยายเรื่องนี้เค้าไม่ทำกันโว้ย"
ซอร์เนียร์เปลี่ยนแขนกลจากกรงเล็บกลายเป็นหมัดยักษ์แล้วต่อยเข้าไปที่ก้อนหินยักษ์แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่วนเจ้าปลาหมึกก็ปลิวหายไป

      "ว้าว~! สุดยอดไปเลยค่ะ,เท่มากค่ะ คุณซอร์เนียร์ " เธียรกับไลเบียรยืนตบมือพร้อมกัน

      "ของมันแน่อยู่แล้วย่ะ" ซอร์เนียร์สะบัดผมทวินเทลแล้วเต๊ะท่าและชูนิ้วสองนิ้ว


    พรึ่บ~! จู่ๆไฟก็ดับทันที จนมองเห็นแต่ตาของทั้งสามคน

       "อ๊ะ! ไฟดับค่ะ"

       "ไม่ต้องพูดก็รู้แล้วย่ะ!"

       "ว้าย~! มีอะไรก็ไม่รู้มาจับที่หน้าอกฉัน"

       "เฮ้ย~! ใครมันมาจับที่บั้นท้ายฉันน่ะ ฝีมือพวกเธอเหรอ ห๊า~!"

       "อ๊าง~! คุณเธียรคะ ลูบๆ คลำๆ ร่างการของฉันให้มากกว่านี้อีกสิค๊าา~~! อ๊าง~"

       "นี่พวกเธอสองคนมีความสัมพันธกันแบบนี้ยังงั้นเหรอฟ๊ะ!"

       "แหม่~ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย คุณซอร์เนียร์ก็มาร่วมวงกับพวกเราก็ได้นะคะ"

       "ฉันแค่พูดประชดย่ะ เดี๋ยวฆ่าทิ้งซะหรอก อ๊าง~! ไม่นะ มีบางอย่างกำลังเข้าไปใน กกน. ของฉัน ฮ๊าง~!"

       "อ๊ะ เสียงร้องครางของคุณซอร์เนียร์น่ารักมากเลยค่ะ นี่สินะคะ ว่าเวลาสาวซึนเดเระเวลาร้องเสียงครางมันจะสุดยอดขนาดนี้"

        โป้ก~!

       "แง๊ะ! ตีหัวฉันทำไมคะเนี้ย คุณซอร์เนียร์?"

        "อ้าว ผิดคนเหรอเนี้ย!? ฮ๊าง~! ไม่นะ อ๊าง!"

        "คุณไลเบียรรีบใช้เวทย์ไฟ สร้างแสงออกมาดูหน่อยสิคะ"

        "เอ๋~? กำลังอยากเสียงร้องครางของคุณซอร์เนียร์อยู่เลยค่ะ"

        "เร๊วเข้าสิฟ๊ะ ยัยอกแบน! ฉันจะถึง 'จุดสุดยอดแล้วน๊า' อ๊าง~! "

        "อ๊ะ! ก็ได้ค่ะ "ไฟบอลล์"(เมื่อกี้เธอพูดว่า จุดสุดยอดเหรอ?)"

         เสียงของลูกไฟที่ไลเบียรเรียกออกมาได้ส่องไปทั่วเส้นทาง ก็เห็นว่ามีตุ๊กตาตัวสีดำกำลังเกาะอยู่ทั่วร่างกายแล้วค่อยๆร่วงหล่นลงมาแล้ว
ค่อยๆสลายหายไป

         "เห๋~? เจ้าพวกนี้มันแพ้แสงเหรอเนี้ย?" เธียรค่อยๆดึง กกน. ขึ้นมาสวมใส่เหมือนเดิม

         "ก็อย่างที่เห็นแหละค่ะ ดูเหมือนว่ากับดักชั้นนี้จะไม่ใช่ก้อนหินยักษ์นะคะ คุณซอร์เนียร์เป็นอะไรมามั้ยคะ" ไลเบียรกับเธียรหันหน้าไปหา
ซอร์เนียร์

         "ซิก ซิก ทำไมฉันต้องมาเจอกับเรื่องพวกนี้ด้วย ฉันเป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้วสิ ซิก ซิก" ซอร์เนียร์นั่งกุมเข่าร้องไห้อยู่

         "รู้สึกอยากจะแกล้งเธอคนนี้อีกจังเลยแห๊ะ" เธียรกับไลเบียรพูดออกมาพร้อมกัน แล้วทั้งสองคนได้พยุงตัวซอร์เนียร์ให้ลุกขึ้นมาแล้วก็พา
เดินไปยังชั้นถัดไป

      
         ทุกท่านคงกำลังเหนื่อยกับสวนสยองของพวกเรากันอยู่สินะ ทางเราได้เตรียมอาหารไว้รอพวกท่านไว้แล้วขอเชิญทุกท่านทานให้อร่อยนะ ภาพที่ทั้งสามคนเห็นอยู่เบื้องหน้าคือ ขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ วางอยู่บนที่โต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้องและมีแสงไฟส่องไปที่โต๊ะขนมปัง

         "กับดัก,กับดักสินะคะ,กับดัก..แหง๋มๆ" ทั้งสามคนคิดแบบนั้น

         "แต่ขนมปังมาอยู่ในที่แบบนี้...หรือว่าเป็นกับดัก...แน่ๆ เลย มันคือกับดัก" เธียรค่อยๆเดินตรงไปที่โต๊ะขนมปัง

         "เฮ้ย...เธียร"

         "อ๊ะ!?...คุณเธียร"

         "แห๊ะ แห๊ะ แต่ถ้านิดเดียวคง..." มือของเธียรค่อยๆไปหยิบขนมปัง

         "ยัยบ้าเอ๊ย!!" ซอร์เนียร์รีบวิ่งไปกระโดดถีบเข้าไปที่หน้าของเธียรเต็มๆ

         "โธ่ คุณเธียรนี่ล่ะก็ ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นกับดักแล้วยื่นมือไปหยิบทำไมคะ" ไลเบียรรีบวิ่งตามหลังซอร์เนียร์มา

         "ก็มัน... น่าหม่ำนี่นา" เธียรลุกขึ้นมาแล้วเอามือไปลูบๆที่หน้า

         "หืม?  ขนมปังนั้นมัน?" ซอร์เนียร์สังเกตุเห็นขนมปังที่มือของเธียรถืออยู่

         "ใช่...อันที่อยู่บนโต๊ะตรงนั้นแหละ" เธียรตอบกลับแล้วกำลังฉีกขนมปังเพื่อจะแบ่งให้ทั้งสองคน

         ช่วงที่เธียรกำลังฉีกขนมปังอยู่ ก็มีประตูที่อยู่ด้านล่างของทั้งสามคนยืนอยู่เปิดออกมาแล้วทำให้ทั้งสามคนร่วงลงไป และหลุมนั้นก็ลึกพอสมควร

         "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ติดกับดักเข้าให้แล้ว ฮ่า ฮ่า" ปลาหมึกตัวสีขาวเจ้าเก่าได้วิ่งออกมาดูผลงาน

         "กับดักนี่...มันของแกงั้นสินะ ไอ้ปลาหมึก" ซอร์เนียร์ที่ตกลงไปอยู่ข้างล่างตะโกนขึ้นมา

         "พาพวกเราออกไปเดียวนี้เลยนะคะ" ไลเบียร์ก็ตะโกนขึ้นมาอีกเช่นกัน

         "อ้าว!? เห็นแค่สองคนแล้วอีกคนหนึ่งหายไปไหน?" ปลาหมึกมองหารอบห้อง

          ช่วงที่ปลาหมึกกำลังมองหาเธียรอยู่ เธอก็ได้กระโดดลงมาแล้วยิง ซีลิคอาวิล ไปที่ปลาหมึกแต่พลาดไปตัดโดนหนวดของเจ้าปลาหมึก ทำให้เจ้าปลาหมึกพยายามที่จะรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที เธียรหยิบหนวดของเจ้าปลาหมึกแล้วดึงหนวดของมันให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วรีบโยนหนวดลงไปให้ไลเบียรปีนขึ้นมาและตามหลังด้วยซอร์เนียร์

          "แย่แล้ว! หมึกถอย!" เจ้าปลาหมึกกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ประตูทางออกของห้อง

          "อ้าว...หนีไปซะแล้ว" เธียรได้ช่วยไลเบียรขึ้นมาจากหลุมได้ก่อน

          "หา!? นี่เธียรตามเจ้าปลาหมึกไปเดี๋ยวนี้ นั้นเป้าหมายฉันนะ!" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงไปหาเธียร

          "คุณเธียรคะ ทำตามที่ฉันบอกด้วยค่ะ" ไลเบียรกระซิบข้างหูของเธียร

          หลังจากได้ฟังคำแนะนำของไลเบียร เธียรก็ได้ดึงหนวดของปลาหมึกที่ซอร์เนียร์กำลังจะปีนขึ้นมาสุดแรง แล้วเหวี่ยงซอร์เนียร์พุ่งไปหาเจ้าปลาหมึกตัวนั้นอย่างแรง

          "ว๊ากกกกกกก~!!"

          "แว๊กกกกกกก~!!"

          หัวของซอร์เนียร์พุ่งเข้าไปชนปลาหมึกเต็มๆ แรงอัดทำให้ปลาหมึกปลิวหายไปอีกครั้ง

          "อ้าว? เหวี่ยงแรงเกินไปเหรอเนี้ย?" เธียรพูดออกมา แล้วแลบลิ้นออกมาพร้อมกับยกนิ้วโป้งไปที่ไลเบียร


           ซิลเวอร์ที่นั่งมองดูอยู่ที่ห้องของกล้องวงจรปิดได้ลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปจากห้อง

           "สงสัยเราเองก็ต้องออกโรงบ้างแล้วสิงานนี้...ซิ๊ปปี้นายจะเล่นกับพวกนั้นนานเกินไปแล้ว...รีบมาที่ห้องของฉันด่วนเลย..."

           "เซอร์ เยส! เซอร์!"


           สุดท้ายทั้งสามคนก็ได้อาหารมานั้นก็คือ ขนมปังชิ้นเล็กๆที่เธียรฉีกแบ่งออกมา และหนวดปลาหมึกย่าง ถึงแม้จะได้อาหารมาเพียงน้อยนิด แต่ทั้งสามคนก็ดีใจมากที่ได้ร่วมมือกันจนได้อาหารพวกนี้มาสำเร็จ

         "ไม่อยากเชื่อเลยนะคะว่า หนวดปลาหมึกเล็กๆ แบบนี้จะสามารถยืดออกมาได้ยาวตั้ง 8 เมตร น่ะค่ะ"

         "นี่เธอเหวี่ยงฉันอย่างกับฉันเป็นขยะเลยนะ!"

         "จะโวยวายทำไมเล่า อุตสาห์ได้อาหารมาได้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"

          "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ คุณซอร์เนียร์"

          "ไว้ก่อนไม่ได้หรอก!!"

          "จะเอาศัตรูตัวฉกาจอย่าง ซิลเวอร์ ไว้สุดท้ายงั้นเป้าหมายครั้งนี้คือ เจ้าปลาหมึกตัวนั้น"

          "งะ..งั้น พวกเรามาเริ่มหาเจ้าปลาหมึกนั่น กันเถอะค่ะ"

          "ทีงี้...ทำเป็นไร้เดียงสาเชียวนะพวกเธอ"

            
           ตามที่เธียรได้บอกไว้ว่าจะเอา ซิลเวอร์ ไว้เป็นเป้าหมายสุดท้าย และเป้าหมายปัจจุบันคือเจ้าปลาหมึกขาวเจ้าเก่า ทำให้ทั้งสามคนฝ่า
กับดักทั้งหมดมาถึงชั้นรองสุดท้ายแล้วนั้นคือชั้นที่ 17 และภาพที่ทั้งสามคนเห็นต่อไปนี้คือเครื่องเล่นที่เป็นท้ายขบวนของรถไฟเก่าๆและรางรถไฟก็ทางตรงขึ้นไปข้างบนยังชั้นถัดไป

         "มีแต่ต้องขึ้นไปสินะเนี้ย" ซอร์เนียร์ยืนมองไปที่ขบวนรถไฟ

         "ห้องขบวนอื่นๆไม่มีประตูทางเข้าเลยค่ะ มีแต่ท้ายขบวนเท่านั้นค่ะ" ไลเบียรได้เดินตรวจเช็คตั้งแต่หัวขบวนจนมาถึงท้ายขบวน

         "เนื้อเรื่องมันอาจจะพาไปแบบนี้อยู่แล้วค่ะ ทั้งสองคนรีบขึ้นไปบนท้ายขบวนรถไฟเร็วเข้า เดี๋ยวฉันจะสับคัดเอาท์ไฟแล้วนะคะ" เธียรตะโกนเสียงออกมาให้ทั้งสองคนรีบขึ้นไป แล้วเธอก็สับคัดเอาท์ไฟขึ้นแล้วรถไฟก็ค่อยๆเดินหน้า เธียรรีบวิ่งกระโดดขึ้นมาที่ท้ายขบวน

           ฉึกฉัก~ ฉึกฉัก~

         "เฮ้อ~! ในที่สุดก็ได้นั่งพักยาวซะที เล่นบุกฝ่ากับดักมาตั้ง 16ชั้น แล้วก็ยังจับเจ้าปลาหมึกมาไม่ได้ซะที" ซอร์เนียร์นั่งบ่นอยู่ที่หัวมุมของท้ายขบวนรถไฟ

         "ในเมื่อจัดการตัวก่อกวนไม่ได้คงต้องไปจัดการกับซิลเวอร์โดยตรงสินะคะ" ไลเบียรรีบทิ้งตัวลงไปนั่งทันที

         "ทั้งสองคนนั่งพักกันตรงกันไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะขอเดินไปตรวจเช็คของแต่ละขบวนและหัวขบวนก่อนะคะ" เธียรลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องของแต่ละห้องของขบวน

         "อ่า...ระวังตัวด้วยล่ะ" ซอร์เนียร์ตอบกลับ

         "ถ้ารถไฟขบวนนี้วิ่งไปตามทางแบบนี้ไปตลอดแบบไม่มีอะไรมาขวางจะดีใจมากๆเลยค่ะ อิอิ" ไลเบียรพูดออกมาแล้วยืดแขนขาและบิดเอวไปมา

         "นี่พวกเธอทั้งคนสองทำไมถึงพยายามที่จะหยุดสงครามครั้งใหม่ล่ะ" ซอร์เนียร์ได้ใช้โอกาสตอนที่เธียรไม่อยู่ถามไลเบียร

         "พี่ชายของฉันไปรู้ความลับอะไรบางอย่างเข้าแล้วถูกใครบางคนใส่ร้ายว่าเค้าเป็น สายลับของจักรวรรดิ เค้าจึงได้เข้าไปที่จะลอบสังหารท่าน ไอริส เซฟเฟี้ยน เพราะเธอคนนี้ได้ไปทำอะไรบางอย่างที่จักรวรรดิ.." ไลเบียรหยุดเล่าไปแปปหนึ่ง

         "ท่านพี่ไอริส ไปทำอะไรที่จักรวรรดิยังงั้นเหรอ บอกฉันหน่อยซิ" ซอร์เนียร์ถามไลเบียรอีกครั้ง

          "หลังจากที่ท่านไอริสออกมาจากปราสาทเมืองหลวงของจักรวรรดิ ท่านพี่คาร์ ก็ได้เข้าไปดูว่าท่านไอริสเข้าไปทำอะไรในห้องนั้นซึ่งก็ทำให้ท่านพี่ถึงกับอึ้ง"

          "แล้วในห้องนั้นมันเกิดอะไรขึ้น?"

          "องค์จักรพรรดิถูกปรงพระชน"

          "ว่าไงนะ!?" ซอร์เนียร์ถึงกับลุกขึ้นยืนเมือได้ฟังคำพูดที่ไลเบียรพูดออกมา

          "ฉันรู้มาเพียงเท่านี่น่ะค่ะ คุณซอร์เนียร์ เพราะตอนที่ท่านพี่กำลังเล่าก็มีคนบุกเข้ามาที่ The Research Tower เข้ามาแล้วท่านพี่ก็บอก
ให้ฉันรออยู่ที่บนหอคอยจนกว่าท่านพี่จะส่งคนขึ้นมาช่วย และตอนนั้นเองฉันก็ได้พบกับคุณเธียรแล้วเธอก็บอกฉันว่าจะรวบรวม The Blades of the Rose Cross มาทั้ง 8 ชิ้นเพื่อที่จะหยุดสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นค่ะ"

         "นี่เธอกำลังจะบอกฉันว่า ฝ่ายพวกเราเหล่าจอมเวย์เป็นฝ่ายไปหาเรื่องก่อนยังงั้นเหรอ" ซอร์เนียร์ถึงกลับคอตกแล้วกำหมัดซะแน่น

         "ยังไงเรื่องที่เราคุยกันอย่าเพิ่งไปบอกคุณเธียรนะคะ คุณซอร์เนียร์" ไลเบียรลุกขึ้นแล้วไปจับมือของซอร์เนียร์

         "อ่า...แน่นอน เพราะยังไงฉันก็จะปกป้องพวกเธอทั้งคู่อยู่แล้วนี่นะ" ซอร์เนียร์ที่ยืนขอตกแล้วเงยหน้ามามองที่ไลเบียรแล้วยิ้มให้กับเธอ


          โครมมมมม~~!!!!

         "เกิดอะไรขึ้นเนี้ย!?" ซอร์เนียรรีบเปิดประตูท้ายขบวนออกไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

          ภาพที่ซอร์เนียร์เห็นคือปลาหมึกตัวสีขาวเจ้าเก่าที่กำลังวิ่งไล่อยู่แต่ว่าตัวของมันใหญ่มากๆ แล้วหนวดของมันพยายามที่จะดึงท้ายขบวนรถไฟให้ขาดออกจากกัน แต่พอมองดูดีๆแล้วบนหัวของเจ้าปลาหมึกมีเด็กหญิงสวมชุดตุ๊กตาจิ้งจอกขาวเกาะอยู่

         "เฮ๊อะ ตัวบอสโผล่ออกมาแล้วสินะ"

         "อะไรนะคะ!? ซิลเวอร์ ปรากฎตัวออกมาแล้วเหรอคะ" ไลเบียรรีบวิ่งออกมาดู

         "โย่ว แม่สาวผมแดงทวินเทล ช่วยโชว์ หน้าอกงามๆ แบบนั้นให้ฉันดูอีกครั้งหน่อยสิจ๊ะ อ๊ะ! สาวหัวชมพู อกแบน ที่สวมแต่เสื้อเชิ้ตสี
เหลืองเปลือยๆก็อยู่ด้วยนี่นา ลัคกี้~!"

         "นี่...ซิปปี้ช่วยสงบสติอารมณ์และอารมณ์ทางเพศของนายลงหน่อยสิ เดี๋ยวพวกมันก็หนีออกไปได้หรอก" ซิลเวอร์ได้พูดขึ้นมา

         "จะทำยังไงดีล่ะคะ คุณซอร์เนียร์ระยะมันห่างกันเกินไปโจมตีไม่ถึงแน่ๆ คุณเธียรก็ไม่อยู่ด้วย" ไลเบียรหันหน้าไปถามซอร์เนียร์

         "ชิ! ระเบิดก็เหลือแค่ลูกเดียว จะใช้ระเบิดมัจจุราชที่นี่ก็ไม่ได้ด้วยถ้าฝืนเอามาใช้มีหวังรถไฟขบวนนี้พังพินาศแน่ๆ มีแต่ต้องขึ้นไปที่หัวขบวนอย่างเดียวเท่านั้นแหละ ไปกันเถอะไลเบียร!!"

          ทั้งสองคนรีบวิ่งหนีไปยังห้องขบวนหมายเลข 6 ซึ่งห้องขบวนที่ไลเบียรนับมาจะมีทั้งหมด 7 ห้องขบวนรวมกับหัวขบวนรถไฟ แล้วท้ายขบวนของรถไฟก็ถูกปลาหมึกยักษ์ที่ชื่อว่า 'ซิ๊ปปี้' ดึงท้ายขบวนหลุดออกมาแล้วพยายามี่จะใช้ท้ายขบวนอันฟาดเข้ามาใส่

          "แย่แล้ว! มันจะฟาดท้ายขบวนรถไฟมาที่นี่!" ซอร์เนียร์รีบผลักไลเบียรให้ไลเบียรกระเด็นเข้าไปที่ห้องขบวนหมายเลข 5 แต่ซอร์เนียร์ยังติดอยู่ที่ห้องขบวนหมายเลข 6 หนวดของซิปปี้กำลังพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง ทำให้ซอร์เนียร์ตัดสินใจใช้ระเบิดลูกสุดท้ายคว้างไปใส่ปลาหมึกยักษ์

        บึ้ม!!

          การโจมตีได้ผลปลาหมึกยักษ์ซิปปี้ค่อยๆหดตัวลงมาแต่ว่ามันจำเป็นต้องใช้ระเบิดอีกครั้ง ซอร์เนียร์ไม่มีพลังเวทย์เหลืออยู่อีกแล้วจึง
เปลี่ยนแขนกลของตัวเองเป็นปืน แมทชีนกัน ยิงเข้าไปที่ปลาหมึกยักษ์

         "รู้สึกว่า The Blades of the Rose Cross ของยัยนี่จะแพ้ธาตุไฟนะ ไลเบียรใช้เวทย์ไฟโจมตีไปเลย!" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงขึ้นไป

         "ขอมาก็จัดให้ค่ะ ไฟบอลล์!!" ไลเบียร์ได้ยิงพลังเวทย์ลูกไฟโจมตีเข้าไปที่ปลาหมึกยักษ์ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ใช้จอมเวทย์สายธาตุไฟแต่
เธอได้เก็บผลึกแดงจาก แหลมเทือกเขาเหมืองแร่ นอซดรู มาจึงสามารถใช้เวทย์ธาตุไฟได้

         "อ๊าาาาากกกก~~~!! ร้อยโว๊ยยยยย~!! " ซิปปี้ใช้หนวดบังตัวเองไว้และร่างก็ค่อยๆหดตัวลงอย่างช้าๆ

         "ฝ่ายนั้นคงจะรู้ตัวแล้วว่า The Blades of the Rose Cross ของเราแพ้ธาตุไฟ เห็นทีเราต้องใช้พลังของเราบ้างแล้ว!" ซิลเวอร์ได้ใช้มือ ร้วงเข้าไปกระเป๋าที่หน้าท้องของเธอ

         "โอ๊ะ!? อย่าบอกนะว่าจะใช้มันน่ะครับ เจ้านาย!"

    Geisterwand เกราะเหล็กไหล แผนเหล็กสีเงินจำนวน 10 แผ่นได้ลอยล้อมตัวของปลาหมึกยักษ์ทำให้กระสุนที่ซอร์เนียร์ยิงกระเด็นออกมา และพลังไฟบอลล์ก็ไม่สามารถความเสียหายได้อีกต่อไป

         "ออกมาแล้วเกราะสีเงินที่ไม่มีสิ่งใดจะเจาะทลวงเข้าไปได้ ยัยนั้นไม่ต้องร่ายคาถาก็สามารถเรียกมาใช้ได้เลยยังงั้นเหรอ!?" ซอร์เนียร์หยุดยิงทันที

         "นั้นน่ะเหรอคะ พลังของ The Blades of The Rose Cross "Geisterwand" ของซิลเวอร์ " ไลเบียรกำลังยืนมองไปที่แผ่นเหล็กสีเงินที่กำลังลอยล้อมตัวปลาหมึกยักษ์

         "ไลเบียรรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องขบวนหมายเลข 4 เร็วเข้า! ยัยนั้นใช้แผ่นเหล็กนั้นโจมตีใส่พวกเรา" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงออกมาแล้วกำลังวิ่งเข้าไปที่ห้องขบวนหมายเลข 5
           
         ภาพที่ไลเบียรเห็นคือซอร์เนียร์ที่กำลังวิ่งหนีแผ่นเหล็กสีเงินทำกำลังทำลายห้องขบวนหมายเลข 6 ไล่ตามหลังมาเรื่อยๆจนถึงห้องขบวนหมายเลข 5 ไลเบียรได้ขว้ามือของซอร์เนียร์ไว้ได้ก่อนที่ห้องขบวนหมายเลข 5 และ 6 หลุดออกจากขบวนหลัก แล้วแผ่นเหล็กสีเงินก็หายไป

         "คุณซอร์เนียร์ไม่เป็นอะไรนะคะ" ไลเบียรรีบดึงตัวซอร์เนียร์เข้ามาห้องขบวนหมายเลข 4 แล้วมือของเธอก็จับไปที่แผ่นหลังของซอร์เนียร์แล้วเธอก็ร้อง 'โอ้ย' ขึ้นมาซะดังลั่น ไลเบียรมองไปที่มือของเธอก็ได้เห็นเลือดของซอร์เนียร์ติดเต็มมือของเธอ แล้วก็มองไปดูที่หลังก็ได้เห็นว่ามีรอยบาดขนาดใหญ่จากหัวไหล่ด้านซ้ายยาวไปถึงเอวของเธอและเลือดก็ค่อยๆไหลออกมา

         "ไม่เป็นไร ความเจ็บแค่นี้น่ะ มันยังน้อยกว่าความเจ็บปวดที่เคยอยู่ในอกด้านซ้ายของฉันเยอะ" ซอร์เนียร์ได้พูดออกมาแต่เสียงของเธอเบามาก

         "จะไม่เป็นไรได้ยังไงล่ะคะ แผลใหญ่ซะขนาดนั้นเดี๋ยวจะรีบรักษาค่ะ" ไลเบียรกำลังจะใช้เวทย์ Heal ที่จะรักษาบาดให้ซอร์เนียร์แต่ก็ถูก
มือของเธอจับเอาไว้เพื่อไม่ให้ใช้พลังรักษา

         "พวกเราไม่เวลาพอที่จะรักษานะ ต้องรีบไปที่หัวขบวนให้เร็วที่สุด รีบไปหาเธียรที่กำลังรออยู่ที่หัวขบวน" ซอร์เนียร์พูดออกมาพร้อมกับใบหน้าที่กำลังทนความเจ็บปวดของแผลที่หลังของเธอ

         "เข้าใจแล้วค่ะ! เกาะไหล่ฉันไว้แน่นๆนะคะ คุณซอร์เนียร์" ไลเบียรพูดจบแล้วรีบพยุงตัวซอร์เนียร์เพื่อที่จะตรงไปที่หัวขบวนรถไฟซึ่งเป็นขบวนหัวเครื่องจักรของรถไฟนั้นเอง

         "หนีไปก็เปล่าประโยชน์น่าสาวน้อย รถไฟขบวนนั้นน่ะจะต้องไปไม่ถึงทางออกของสวนสยองของที่นี่หรอกน่า" ปลาหมึกยักษ์ซิ๊ปปี้พูดออกแล้วใช้หนวดทำลายห้องขบวนหมายเลข 4 แล้วก็ค่อยๆทำลายตามหลังของทั้งสองมาเรื่อยๆ

         "ทำลายให้มันเร็วๆ กว่าไม่ได้อีกรึไงซิ๊ปปี้ หนวดมีตั้งเยอะแยะซะขนาดนั้น Geisterwand! (เกราะเหล็กไหล)" ซิลเวอร์ได้ใช้พลังนั้นอีกครั้งคู่กับหนวดที่กำลังทำลายห้องขบวนอยู่ ทำให้ห้องขบวนหมายเลข 3 และ 2 พังพินาศตามหลังทั้งสองคนที่กำลังวิ่งหนีมาติดๆ

    ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล ถ้าเธอทำร้ายเพื่อนๆของฉันไปมากกว่านี้ ฉันจะไม่ให้อภัยเธอเด็ดขาด  

        เธียรที่ยืนเอาตัวบังทั้งสองคนเอาไว้แล้วก็โดนแผ่นเหล็กสีเงินฟันไปทั่วร่างกายและก็ตัดเชือกที่มัดผมของเธอขาดทำผมที่มัดไว้หลุดออกมาและเส้นผมสีเหลือทองได้สลวยลงมาอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าซิลเวอร์แล้วยิ้มให้กับเธอ

        "มะม๊า..." ซิลเวอร์ได้พูดคำนี้ออกมาก แล้วเธอก็รีบหยุดพลัง เกราะเหล็กไหล ทันที แล้วขบวนรถไฟพุ่งออกมาจากชั้นใต้แล้วก็ทำให้ทั้งสามคนได้ขึ้นมาที่สวนสนุกร้างอีกครั้ง แล้วพุ่งตามหลังมาด้วยปลาหมึกยักษ์ซิปปี้

        "เห๊อะ! ได้ออกมาจากสวนสยองงี่เง่าซะที มาตัดสินกันเลยซิลเวอร์" ซอร์เนียร์ถีบประตูออกมาแล้วค่อยๆเดินลงมาจากขบวนรถไฟ

        "คุณซอร์เนียร์ กลับมารักษาแผลก่อนสิคะ จะรีบโชว์พาวไปถึงไหนคะเนี้ย" ไลเบียรวิ่งตามหลังซอร์เนียร์

         ภาพที่ซอร์เนียร์กับไลเบียร เห็นคือ เธียรกำลังยืนมองไปที่ปลาหมึกยักษ์ซิ๊ปปี้ที่กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว แล้วก็เด็กหญิงที่สวมชุดตุ๊กตาจิ้งจอกสีขาวกำลังเดินออกมาจากปลาหมึกตัวนั้น ทั้งสองคนมองหน้ากันสักพักหนึ่งแล้วเด็กหญิงคนนั้นก็ได้วิ่งพุ่งเข้าไปหาเธียรทันที

        "เธียร โดนท่าเกราะเหล็กไหลเข้าไปเต็มๆเลยนี่! บาดเจ็บขนาดนั้น อันตรายนะเธียร!" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงออกไป

        "คุณเธียรคะ!" ไลเบียรก็ตะโกนเสียงออกมาเช่นเดียวกัน

        "มะม๊า~~!!" ซิลเวอร์ตะโกนเสียงออกมาแล้วรีบกระโดดเข้าไปกอดที่เอวของเธียรทันที

         "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ~! ลูกรักของมะม๊า" เธียรพูดออกมาแล้วยื่นไปมือลูบไปที่หัวของซิลเวอร์


         "เอ๊ะ?..มะม๊า? , มะม๊าเหรอคะ? , มะม๊าเหย๋อ~? " ซอร์เนียร์ ไลเบียร และ ซิ๊ปปี้ มองทั้งสองคนแล้วก็ทำหน้างงๆ

         "อ๊ะ!? ขอแนะนำนะทุกคน นี่คือลูกสาวบุญธรรมของฉันเองแหละ" เธียรได้จูงมือซิลเวอร์ พาไปแนะนำตัวกับทั้งสองคน

         "ซะ...ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล ค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณไลเบียร คุณซอร์เนียร์ เรื่องที่ผ่านทั้งหมดต้องขอโทษด้วยค่ะ"

         
       นี่มัน อะไรกันเนี๊ยยยย!! / เอ๋~~~~~~~~~!!  / ว่าไงน๊าาาาาาา~~~!!

         
         หลังจากนั้นเธียรก็ได้เล่าเรื่องที่ผ่านทุกอย่างให้ทั้งสองคนกับหนึ่งตัวฟังทั้งหมด และทุกคนก็พอจะรับสถาณการณ์ได้ทุกอย่าง

          "แหม่ เป็นลูกสาวบุญธรรมของเธียรเหรอเนี้ย เล่นเอาซะตกใจสุดๆไปเลยนะคะเนี้ย" ไลเบียรพูดขึ้นมาพร้อมกำลังรักษาแผลที่อยู่บนหลังของซอร์เนียร์

          "แล้วทำไมไม่รีบบอกพวกเราก่อนที่จะตกลงไปข้างล่างล่ะ ยัยบ้านี่ อยากจะฆ่าทิ้งจริงๆ" ซอร์เนียร์นอนคว่ำหน้าแล้วบ่นขึ้นมา

          "แห๊ะ แห๊ะ ก็มันนึกไม่ออกนี่นา ตอนที่ซอร์เนียร์พูดชื่อเด็กคนนี้ขึ้นมา ฉันก็กำลังนึกคิดอยู่ก็ก็ดันตกลงมาซะก่อนแถมยังโดนระเบิดเข้าไปด้วยก็เลยลืมยาวไปเลยน่ะ" เธียรตอบกลับและเคาะหัวตัวเองเบาๆ

          "นี่ นี่ ได้ยินมาพวกเธอเอาหนวดของฉันย่างกินแล้วนี่นา แล้วรสชาติเป็นยังไงบ้าง" ซิ๊ปปี้เดินเข้ามาถาม

          "เหนี่ยวโคตรๆเลยล่ะ เสียแรงจริงๆที่ไล่ตามแกมาถึงสวนสยองนี้น่ะ ชาติหน้าอย่าเกิดมาเป็นปลาหมึกเลย รสชาติห่วยแตกขนาดนี้"
ซอร์เนียร์พูดออกมาแล้วโยนหนวดปลาหมึกย่างที่ยังกินไม่หมดโยนไปที่ซิปปี้ แล้วก็ยังมีอีกสองไม้โยนตามหลังมา

         "หนูเองก็เคยจับซิ๊ปปี้มาย่างกินแล้วเหมือนกัน รสชาติไม่ได้เรื่องสุดๆเลยค่ะ" ซิลเวอร์ที่นอนอยู่บนตักของเธียรได้พูดออกมา

          "อ๊ะ! แต่ว่าน้ำหมึกของซิปปี้อร่อยดีนะ" เธียรยกมือขึ้นมาเพื่อบอกจุดที่อร่อยของซิ้ปปี้
              
         "ใช่ๆ ตอนที่ฉันโดนน้ำหมึกเข้าไปที่ตา แก๊สภาพลวงตาก็ใช้ไม้ได้ผลด้วยล่ะ" ซอร์เนียร์ก็พูดข้อดีอีกหนึ่งคน

         "เธียร~~~~~~~~~~~!" เสียงของลิลลี่ดังขึ้นมา แล้วบินตรงมาหาที่เธียร

         "อ้าวลิลลี่หายไปไหนมาเนี้ย" เธียรได้ยื่นมือขึ้นไปรับลิลลี่ลงมา

         "อ๊ะ! จำได้แล้วตอนที่ฉันโยนระเบิดทำลายเครื่องเล่นไม่ทันเห็นน่ะ คงจะถูกระเบิดของฉันปลิวหายไปแน่ๆ"

         "เพราะหล่อนนั้นแหละ ฉันถึงไม่มีบทบาทในบทที่ 9 กับ 10 เลย

         "หนวกหูเฟ้ย!! ฉันโดนหนักอยู่คนเดียวและยัยบ้านนอกสองตัวนี้ก็แอบแกล้งฉันด้วย!"

         "อ๊ะ! ความแตกซะแล้วเหรอคะเนี้ย?"

         "ความแตกงั้นเหรอ!? นี่พวกหล่อนสองน่ะ ตลอดทางมาพวกหล่อนแอบแกล้งฉันจริงๆ งั้นเหรอห๊า!!"

         "เอ่อ..ก็นิดหน่อยอ่าค่ะ แห๊ะ แห๊ะ"

         "เพื่อนๆของมะม๊ามีแต่คนตลกจังเลยนะคะ"

         "มะม๊า? แล้วเด็กคนนี้ใครอ๊ะ อี๊! มีปลาหมึกอยู่ด้วย ดูๆแล้วท่าทางกินแล้วไม่อร่อยแหง่ๆ"

          "หนวกหูเฟ๊ย~!!"


            ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า . . . . .







*************************************************************************************************
[FINALE]

    "มีรายงานมาว่า สมาชิกกลุ่ม RKS  ระดับที่ 9 ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล ฉายานักวางกับดัก ได้แปรพรรคไปอยู่กับพวกกบฎครับ"

    "ว่าไงนะ!? นี่มันอะไรกันเนี้ย ลำดับที่ 1,3,8,9 และลำดับที่ 5 ที่ยังหายสาบสูญอยู่ กำลังจะก่อกบฎกับพวกเรายังงั้นเหรอ!?"

     ชีเซลล์ หัวหน้ากลุ่ม RKS ได้เดินเข้าในห้องของหน่วยข่าวกรอง

    "อย่าเพิ่งแตกตื่นกันไปสิ เดี๋ยวฉันจะส่งคนของฉันไปจัดการเอง" ชีเซลล์พูดจบแล้วหันหน้าไปข้างหลังที่มีเด็กสาวผมสั้นสีฟ้า สวมชุดว่ายน้ำสีฟ้าและสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับไว้และมือขวาถือหอกสีเขียว ยืนอยู่ที่นอกห้องหน่วยข่าวกรอง

   "ยังไงพวกนั้นก็ต้องเดินทางผ่านที่ทะเลสาบดูดวิญญาณ ถึงเวลาที่มังกรฟ้าจะได้ออกล่าเหยื่อให้จมดิ่งลงไปแล้ว แม้กระทั่งวิญญาณก็อย่าให้หลุดออกมาจากทะเลสาบ"

   "รับทราบค่ะ นายหญิง ชีเซลล์ ฉันจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังค่ะ.." เด็กสาวผมสั้นสีฟ้าได้เดินออกมาที่ปราสาทแล้วควงหอกของเธอ จนทำให้น้ำที่ไหลตามน้ำผุพุ่งออกมาเป็นมังกรตัวใหญ่

คอยฉันก่อนเถอะ! ฉันจะฆ่าพวกมันไม่ให้เหลือแม้กระทั่งวิญญาณของพวกมันก็จะไม่ให้มันได้ไปผุดไปเกิด ฉันจะไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้ล่ะ ซอร์เนียร์...
*************************************************************************************************


To Be Continued...





ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 21-10-2018 18:14 , Processed in 0.041307 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th