เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 441|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4556
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 1-12-2015 00:09:24 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 15:00


Rosenkreuzstilette บทที่ 15


Ghost Town in the Moonlight


(บทกลาง)






             "พอเข้ามาข้างในเมืองแล้วมันไม่ได้เป็นเมืองเล็กอย่างที่พวกพ่อค้าพูดกันเลยนะคะเนี้ย ชิ!" ทาร์อูเอเล่เดินไปรอบๆ เมือง และหอกที่เปื้อนเลือดของศพคนตายติดเต็มอยู่ที่หอกของเธอ อีกทั้งใบหน้าที่หงุดหงิดมากๆ เพราะเธียรได้เดินตามหลังเธอมาด้วย

               ก่อนหน้านี้...         
              "เอาล่ะ! พวกเราจะแยกกลุ่มกันออกไป เพราะรู้สึกว่าเมืองนี้มันไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว ฉันจะให้แยกกันเป็นคู่นะ ถ้าเจอกอร์ล่าแล้วให้หยิบระเบิดพลุที่ฉันให้พวกเธอ โยนขึ้นไปบนฟ้าทันทีเลยนะ ระเบิดrพลุจะมีสีแดงกับสีฟ้า" ซอร์เนียร์ได้เสนอความคิดออกมาและแจกระเบิดพลุทั้งสองสีให้กับทุกคน

         "ทำไมต้องมีสีแดงกับสีฟ้าเหรอคะ?" ซิลเวอร์หันหน้าไปถามซอร์เนียร์

         "ถ้าคู่ของพวกเธอเจอกอร์ล่าให้โยนลูกระเบิดพลุสีแดงขึ้นไปทันที แต่ว่าถ้าหากมีคนใดคนหนึ่งบาดเจ็บขั้นร้ายแรงขึ้นมาให้โยนลูกระเบิดพลุสีฟ้าทันที แล้วพวกเราที่ได้เห็นทั้งหมดจะได้เข้ามาช่วยเหลือคู่ของพวกเธอทันที" ซอร์เนียร์อธิบายให้ทุกคนฟัง

         "อ๊ะ! ฉันขอแจกแผ่นกระดาษพวกนี้ให้ทุกคนด้วยค่ะ" ไลเบียรได้แจกแผ่นกระดาษเล็กๆ ให้คนละหนึ่งแผ่น

         "แผ่นกระดาษนี้คืออะไรเหรอ?" เธียรหันหน้าไปถามไลเบียร

         "แผ่นกระดาษที่ฉันให้ไปมันมีพลังรักษาบาดแผล(Heal)ของฉัน แต่ว่าผลของมันจะมีพลังรักษาแผลได้นิดหน่อยเท่านั้น ฉันอยากให้ทุกคนเก็บไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ก่อนที่พวกเราจะมารวมตัวกันหากมีคนใดคนหนึ่งโยนลูกระเบิดพลุสีฟ้าน่ะค่ะ" ไลเบียรอธิบายให้ทุกคนฟัง

        "นั้นน่ะสินะ คนที่มีพลังรักษาก็มีแค่ไลเบียร ส่วนพลังรักษาของเธียรจะเน้นคืนสภาพสิ่งของต่างๆ และบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น"
ซอร์เนียร์พูดออกมา

       "แล้วพวกเราจะจับคู่กันยังไงเหรอ?" ลูซเต้พูดแทรกเข้ามา

       "ฉันขอไปกับซอร์เนียร์น้า~! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันคนนี้จะปกป้องซอร์เนียร์เอง!" ทาร์อูเอเล่วิ่งไปกอดซอร์เนียร์จากด้านหลังแล้วก็ได้ยื่นมือออกไปขยำหน้าอกของซอร์เนียร แต่ก็ถูกแขนกลยักษ์จับหัวทิ่มลงดินทันที

       "ให้มันน้อยๆ หน่อยยัยบ้านี่ เดี๋ยวนี้เริ่มกล้าทำแบบนี้กับฉันบ่อยจังนะ!?" ซอร์เนียร์ตะคอกใส่แล้วก็เอาแขนกลทุบไปที่เท้าของทาร์อูเอเล่เหมือนกับกำลังตอกตะปู

       "งั้นให้เป็นหน้าที่ของหนูเอง พวกเรามาจับฉลากกันเถอะค่ะ" ซิลเวอร์เอากล่องจับฉลากขึ้นมาจากกระเป๋าหน้าท้องของเธอทันที

       "แหม่~ กระเป๋าหน้าท้องของซิลเวอร์นี่สะดวกดีจังเลยน้า พวกเราก็เลยไม่ต้องแบกขนของไปมาเหมือนพวกนักเดินทางคนอื่นๆ น่ะ" เธียรเดินเข้ามาลูบหัวของซิลเวอร์

       "อ๊า! เกมส์งั้นเหรอ!? งั้นฉันขอหมุนก่อนน้า!" ลูซเต้วิ่งเข้ามาเปิดงานเป็นคนแรก
        ผลที่ออกคือ...
       คู่ที่ 1 : ลูซเต้/ซิลเวอร์ ภารกิจ ให้ไปที่เช็คสุสาน และตามหาวงแหวนผนึกขังวิญญาณ
       คู่ที่ 2 : ไลเบียร/ซอร์เนียร์  ภารกิจ ให้ไปเช็คดูบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างต่างๆ และตามหาตัวเป้าหมายหลัก
       คู่ที่ 3 : ทาร์อูเอเล่/เธียร ภารกิจ ต้านกองทัพซอมบี้ให้ได้นานที่สุดจนกว่าคู่ที่ 1 กับ 2 จะกลับมา
       คู่ที่ 4 : ลิลลี่/ซิ้ปปี้ ภารกิจ เฝ้าดูทางออกของเมืองและอย่าให้พวกซอมบี้ออกไปข้างนอก


       "เฮ้อ~ โชคไม่ดีเลยค่ะ ฉันน่าจะได้คู่กับซอร์เนียร์แท้ๆ แต่ดันได้ศัตรูของหัวใจมาเป็นคู่ด้วย แย่ที่สุดเลยค่ะ" ทาร์อูเอเล่ยืนบ่นอยู่คนเดียวแล้วก็เหลือบตาไปมองเธียรที่ยืนหน้ายิ้มให้ด้วยใบหน้างงๆ (*v*) ~?




        คู่หมายเลขหนึ่ง ลูซเต้และซิลเวอร์ก็ได้เดินมาถึงสุสานของเมือง พอมองไปรอบๆ สุสานก็มีแต่ป้ายหลุมศพมากมาย ซิลเวอร์ที่เป็นคนกลัวผีมากๆ ได้เดินเกาะแขนของลูซเต้ไม่ยอมปล่อยเลย ส่วนลูซเต้ก็ยังแยกแยะอะไรไม่ออกอีกตามเคย คงคิดว่า ที่แห่งนี้ก็เหมือนด่านต่างๆ ในเกมส์ที่เธอคิดไว้ในหัวแค่นั้น สุสานที่สุดแสนน่ากลัวแห่งนี้ไม่สามารถทำให้ยัยซัคคิวบัสโลลิคนนี้กลัวเลยซักนิด

       "ลา ล่า ล๊า ลา ล่า~ " ลูซเต้เดินนำหน้าแถมยังยิ้มแย้มเหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ในเมืองธรรมดา เหล่าวิญญาณที่แอบมองอยู่ตามมุมมืดได้แต่จ้องมองเด็กสาวสองคนที่กำลังเดินเข้าไปในสุสาน โดยเฉพาะคนที่เดินนำหน้า ที่ใบหน้าที่ไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบข้างเลยซักนิด

      "มะ มะ ไม่มองเด็ดขาด หนูจะไม่มองภาพข้างหน้าเด็ดขาด~" ซิลเวอร์ที่เดินหลับตาอยู่ได้พูดขึ้นมาแถมมือก็ยังจับแขนของลูซเต้ไม่ปล่อย

       "เฮ้~ ซิลเวอร์รีบๆ ตามมาเร็วเข้าสิ" เสียงของลูซเต้ดังไกลออกไปจากซิลเวอร์จากข้างหน้า ซิลเวอร์ก็หยุดเดินทันทีแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาว่าตัวเองกำลังจับแขนของใครอยู่กันแน่ เพราะลุซเต้ตะโกนเสียงมาจากข้างหน้าที่ห่างจากตัวเธอไปตั้งไกล

       -หยุดทำไมล่ะ เดี๋ยวจะพาไปเล่นด้วยกันแล้วแท้ๆ- เด็กชายที่หน้าเละครึ่งหน้าได้หันหน้ามามองหน้าซิลเวอร์ ภาพที่เธอเห็นคือเด็กชายที่หัวหลังมามองแต่หัวเท่านั้น

       "กรี๊ด~~! ผีหลอก~! ไม่ได้ต้องใจเย็น! เวลาแบบนี้ตั้งตั้งสติ! จะกลัวเกินเหตุไม่ได้น้าตัวช๊าน!" ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ตัวได้วิ่งไปหาลูซเต้ แต่ลูซเต้ได้วิ่งสวนเธอไป และพุ่งไปหาผีเด็กชายคนนั้น

       "ว้าว~! สุดยอดเลยไปเลย นายทำแบบนั้นได้ยังไงเนี้ย ขอจับหน่อยๆ" ลูซเต้ที่วิ่งไปหาผีเด็กชายคนนั้นแล้วได้ดึงหัวหัวออกมาแล้วเดาะหัวเหมือนกับลูกบอลส่วนร่างก็พยายามจะขอหัวคืนจากเธอ แถมยังกราบไหว้ขอหัวคืนอีกด้วย

       "ไม่กลัวแถมยังไปแกล้งเค้าอีกต่างหาก แยกแยะให้มันถูกหน่อยสิ แม่คู๊ณ~!" ซิลเวอร์ที่แต่เดิมเป็นเด็กขี้กลัวผีกลับกลายเป็นฝ่ายเป็นห่วงผีซะเอง


       คู่หมายเลขสอง ไลเบียรและซอร์เนียร์ได้เดินไปสำรวจสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่ง แล้วภาพที่พวกเธอเห็นคือตุ๊กตาต่างๆ ได้ถูกตอกเอาไว้เต็มไปหมด ตุ๊กตาพวกนั้นถูกตอกไว้ที่เสาไม้ ต้นไม้ และตามผนักบ้านหลังอื่นๆ

       "ตุ๊กตาอะไรกันเนี้ย มีตะปูตอกด้วย น่ากลัวจังเลยค่ะ" ไลเบียรพูดออกแล้วมองไปดูรอบๆ ก็มีแต่ตุ๊กตาที่ถูกตอกตะปูเอาไว้มากมาย

       "โห~ โชคดีจริงๆ ที่นี่ก็คือพิธีกรรมของ ลัทธิวูดู ยังไงล่ะ ไม่คิดเลยว่าจะหาเจอง่ายขนาดนี้" ซอร์เนียร์พูดแทรกเข้ามาแล้วก็ได้มองรอบๆ เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่

       "ลัทธิวูดู เหรอคะ?" ไลเบียรเดินตามหลังเธียรแล้วได้ถามไปอีกครั้ง

       "วูดู ก็คือลัทธิไสยศาสตร์ที่มาจากเผ่าหมอผีจากตะวันตกของจักรวรรดิ เป็นลัทธิที่เชื่อในวิญญาณเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ในชีวิต แม้จะมีรูปแบบในการใช้หลากหลายแต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดนั้นก็คือ คำสาป ยังไงล่ะ"

       "แล้วตุ๊กตาพวกนี้ มันเกี่ยวข้องอะไรด้วยเหรอคะ?"

        "นั้นคือ ตุ๊กตาวูดู ยังไงล่ะ ก็เป็นหนึ่งในคำสาปที่โด่งดังของลัทธินี้ โดยผู้ทำพิธีจะใช้สิ่งของ ของที่ผู้ต้องการสาปเช่น เส้นผมหรือเล็บมาใส่ในตุ๊กตาแล้วทำพิธี ซึ่งตุ๊กตาตัวนี้ก็คล้ายเป็นตุ๊กตาแทนตัวผู้ถูกสาป และเมื่อใช้เข็มหรือทำอะไรบางอย่างกับตุ๊กตาตัวนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดกับตุ๊กตาก็จะส่งผลกับผู้ถูกสาปเช่นกัน น่ากลัวมั้ยล่ะ?" ซอร์เนียร์อธิบายให้ไลเบียรฟังแล้วก็มองไปที่เธอ ก็ได้เห็นไลเบียรกำลังดึงตุ๊กตาออกแล้วจะเอาไปเก็บไว้ในเสื้อของเธอ


        "ถ้าเอาไปใช้กับคุณเธียรล่ะก็ เห๊อะ เห๊อะ~"


        "เฮ่ย...อย่านะ"  ซอร์เนียร์เองก็กำลังยื่นมือเพื่อที่จะไปดึงตุ๊กตาออกด้วยเช่นกัน


        
         คู่หมายเลขสี่ ซิ้ปปี้และลิลลี่ ที่กำลังนั่งเฝ้าดูอยู่ทางออกของเมืองก็นั่งจุดไฟย่างเห็ดแล้วมองดูดวงจันทร์ไปพลางๆ เหมือนกับว่าทั้งสองไม่มีบทบาทอะไรเลยในบทนี้เลย

        "เฮ้อ~ ว่างจังเลยน้า" ลิลลี่พูดขึ้นมา         

        "ช่วยไม่ได้นี่ครับ ก็พวกเราทั้งคู่แค่เป็นมาสค็อตของกลุ่มนักโทษกบฎแค่นั้นเองนี่ครับ" ซิ้ปปี้ที่กำลังย่างเห็ดไปพร้อมกับหนวดของตัวเองได้พูดขึ้นมา

        "หืม? คงลำบากแย่เลยเนอะ พวกเธอเนี้ย" กอร์ล่าได้เดินเข้ามานั่งร่วมวงด้วยแล้วหยิบเห็ดย่างที่ซิ้ปปี้ย่างไว้ขึ้นมากิน

        "เอ๋ เธอเองก็อยู่ในสภาพเดียวกันกับพวกเราเหรอ?" ลิลลี่หันหน้าไปถามกอร์ล่า

        "คงงั้นมั่ง? พอดีว่าฉันเพิ่งตื่นน่ะ ที่นี่มันไม่มีอะไรกินเลย ฉันได้กลิ่นเหมือนมีอะไรกำลังย่างก็เลยได้เดินตรงเข้ามานี่ล่ะ" กอร์ล่าตอบกลับ

        "ยังงั้นเหรอครับ? อ้อ...ถ้าหิวก็เชิญตามสบายเลยนะครับ พวกผมมีเห็ดเหลืออีกเพียบ" ซิ้ปปี้เทถุงเห็ดออกมาแล้วพยายามเสียบเห็ดเข้ากับเหล็กย่าง

        "โอ้ว! ขอบใจมากนะ หนี้บุญคุณในครั้งนี้จะไม่ลืมอีกเลยขอพูดในนามของอัศวินมาร" กอร์ล่าหันหน้ายิ้มให้

        "พอมองดูพระจันทร์เต็มดวงดีๆ แล้ว มันสวยดีจริงๆ น้า" ลิลลี่พูดขึ้นมา แล้วมองขึ้นไปที่ดวงจันทร์

        "จริงด้วยครับ... / นั้นสิ....สวยดีนะ งั่ม งั่ม"

        ลิลลี่กับซิ้ปปี้ยังไม่รู้ตัวเลยว่าเป้าหมายหลักได้เดินเข้ามานั่งกินเห็ดย่างด้วย แต่ทั้งสองฝ่ายก็กลายเป็นเพื่อนกันไปซะแล้ว...




          "แฮ่~ สมอง~! ขอกินสมองหน่อย~~!" เหล่าซอมบี้ที่โผล่ออกมาจากดินขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่หยุด เริ่มทำให้เธียรกับทาร์อูเอเล่เริ่มต้านไว้ไม่อยู่ ทั้งสองคนจึงรีบถอยหนีเข้าไปหลบในบ้านหลังหนึ่งทันที

"ชิ! พวกมันออกมาเยอะเกินไปแล้ว ฆ่าไปเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหมดไปซะที และตัวที่โผล่ขึ้นมาใหม่หน้าตามันก็เหมือนกับตัวที่พวกเราฆ่ามันไปแล้วด้วย" ทาร์อูเอเล่พูดขึ้นมาแล้วก็แอบมองจากช่องของประตูบ้านเพื่อดูพวกซอมบี้ที่กำลังเดินตรงเข้ามาที่บ้านหลังนี้

          "ข้างในบ้านหลังต้องมีอะไรพอจะช่วยได้บ้างล่ะนะ" เธียรเดินเข้าไปในห้องครัวของบ้านแล้วค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อที่จะต่อกรกับพวกซอมบี้พวกนั้นได้ แต่ว่าเธอก็ได้เห็นเพรชเม็ดหนึ่งเข้าแล้วหยิบขึ้นมาแล้วเดินไปหาทาร์อูเอเล่

          "คุณทาร์อูเอเล่ ฉันไปเจออะไรบางอย่างเข้าแล้วค่ะ คุณพอจะรู้มั้ยคะว่านี่คืออะไร?" เธียรได้ยื่นสร้อยเพรชไปให้ทาร์อูเอเล่ดู

          "หว๋าย~! นะ...นั้นมัน เพรชโฮปนี่นา!" ทาร์อูเอเล่เหงือไหลออกเต็มหน้าเมื่อได้เห็นเธียรยื่นสร้องเพรชให้ดู         

          "เพรชโฮป? (ใครที่ครองเพรชที่นี้จะซวยโคตรๆ)" เธียรที่ได้ยินทาร์อูเอเล่พูดชื่อเพรชนี้ขึ้นมาถึงกับยืนนิ่งทันที

           เอาของข้าคืนมา~! เสียงปริศนาได้ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธียร

          "อ๊ะ!? / เอ๊ะ...เอ๋?" ทั้งสองคนต่างจ้องมองหน้ากันเขม็งไปซักพักหนึ่ง แลัวเพดานบ้านก็ค่อยๆ ถล่มลงมาที่ทั้งสองคนกำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่

          "แว๊กก!! / กรี้ดดด!!" เธียรกับทาร์อูเอเล่ได้พุ่งออกมาจากหน้าต่างบ้านทันที และบ้านหลังนั้นก็ถล่มลงมาไม่เหลือเค้าโครงเลยด้วยซ้ำ

          "คุณเธียรคะ คุณได้โยนเพรชนั้นทิ้งไปแล้วใช่มั้ยคะ?" ทาร์อูเอเล่ค่อยๆ หันไปมองหน้าเธียรอย่างช้าๆ

          "อ๊ะ!? พอดีว่าฉันยังไม่ได้ทิ้งไปอ่า..." เธียรยกมือขึ้นมาให้ทาร์อูเอเล่เห็นว่าตัวเองได้ถือมันมาด้วย

          "ดี...จัง...เลย...น้า~" ทาร์อูเอเล่ยิ้มหวานให้เธียรแล้วหยิบเพรชออกจากมือเธียรแล้วคว้างมันออกไปทันที พร้อมกับเขกหัวเธียรไปหนึ่งที ทันใดนั้นเองทั้งสองก็ต้องมาเจอกับกองทัพซอมบี้อีกครั้ง...

          "ไม่เหนื่อยกันบ้างเหรอคะเนี้ย หิหิหิ"

           เผ่นเหอะ~~~~! / เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค๊า~~~!




          แว๊ก~~~!! / กรี๊ด~~~!! เสียงของเธียรกับทาร์เอเล่ได้ร้องดังลั่นมาถึงคู่ของลุซเต้กับซิลเวอร์ ที่กำลังเดินตรวจเช็คในสุสานอยู่
ซิลเวอร์ก็กำลังใช้อุปกรณ์กับดักรวดหนามไฟฟ้าตั้งไว้เพื่อกันไม่ให้พวกซอมบี้เดินเข้ามาในสุสาน ส่วนเหล่าผีที่อยู่ในสุสานต่างก็ถูกลูซเต้ทำอะไรต่างๆ สารพัดจนไม่กล้าโผล่ขึ้นมาจากหลุมสุสานอีกเลย ส่วนลูซเต้ก็ยังขุดดินไล่ตามเหล่าผีที่หนีลงดินไป เหมือนกับว่านี่คงจะเป็นเกมส์ไล่จับตัวตุ่นอะไรประมาณนั้น

         "อยู่กับลูซเต้แล้ว อาการกลัวผีของหนูก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ มะม๊า..." ซิลเวอร์นั่งมองลูซเต้ที่กำลังขุดดินในสุสาน จนสุสานไม่เหลือสภาพที่จะเรียกว่าสุสานอีกเลย


         "โอม งึมๆ งำๆ คากๆ ถุ๊ยๆ" เสียงของหมอผีกำลังท่องคาถาบังคับเหล่าซอมบี้ที่กำลังวิ่งไล่ตามพวกเธียรอยู่ ซอร์เนียร์กับไลเบียรก็แอบอยู่บนหลังคาบ้าน ก็ได้เห็นหมอผีกำลังนั่งทำพิธีอยู่ลานกว้างที่อยู่ใจกลางของเมือง

        "นั้นไง...เจอตัวการแล้ว ถ้าจัดการเจ้านั้นได้ เหล่าวิญญาณก็จะได้ถูกปลดปล่อยไปจากที่นีซะที" ซอร์เนียร์ได้พูดออกมา

"นั้นมันหมอผีของพวกวูดูเหรอคะ?" ไลเบียรยื่นหน้าออกไปดู

       "ท่าจะใช่นะ...ดูเหมือนเจ้านี่จะเป็นรองบอสของที่นี่ด้วย" ซอร์เนียร์ตอบกลับ

       "เอ่อ...แล้วคนพวกนั้นเขาเป็นอะไรกัน ทำไมดูไม่มีชีวิตชีวาเลย" ไลเบียรหันหน้าไปมองกลุ่มคนที่กำลังยืนล้อมหมอผีอยู่ข้างๆ

       "นั่นไม่ใช่คนหรอก นั่นคือสมุนของหมอผีวูดู ที่เรียกว่า 'ซอมบี้'ไงล่ะ"

"ซอมบี้...?"

"พวกวูดู เชื่อว่าว่ามนุษย์มีส่วนที่ไร้ตัวตนอยู่สองส่วน หนึ่งคือลมหายใจและเงา และสองคือจิตใจที่เรียกว่า 'ซอมบี้' ภายหลังจากที่มนุษย์ตายลง พวกวูดูก็จะจับซอมบี้มาทำเป็นผีดิบเพื่อใช้งานเป็นทาส แม้ว่าเราจะเคยพบเห็นซอมบี้ในการแสดงต่างๆ หลายเรื่อง แต่ต้นตำรับของซอมบี้จริงๆ ก็ต้องเป็นไสยศาสตร์ของพวกวูดูนี่แหละ เฮ้อ...แต่ว่าพวกมันคิดจะทำอะไรกันนะ" ซอร์เนียร์ได้อธิบายให้ไลเบียรฟัง

หลังคาที่ทั้งสองคนอยู่นั้นมันเก่ามากและรับน้ำหนักไม่ไหวจึงพังลงมา ไลเบียรตกลงไปที่ต้นไม้แล้วตัวติดค้างกิ่งไม้จนลงมาไม่ถึงพื้น ส่วนซอร์เนียร์ทรงตัวได้แล้วหมุนตัวลงพื้นอย่างเท่ แต่จุดที่เธอลงมานั้นอยู่กลางวงล้อมของกลุ่มซอมบี้


      "ก๋าก๊ะ กั๋มไก๋ เกี๊ยะ? (นี่ หล่อนเป็นใคร?)" หมอผีหันหน้ามาถามซอร์เนียร์


      "พูดอะไรของแกฟะ? ฉันฟังไม่รู้เรื่องว่ะ?" ซอร์เนียร์ตอบกลับและเปลี่ยนแขนกลเป็นมือยักษ์


      "คุณซอร์เนียร์ ใช้หมัดจรวดจัดการมันเลยค่ะ!" ไลเบียรตะโกนมาจากบนต้นไม้ที่ตัวเองค้างอยู่  

"ไอ้ของแบบนั้น ถ้ามีจริงๆ ก็ใช้ไปนานแล้วย่ะ เฮ้ย! หล่อนก็รีบลงมาช่วยกันบ้างเซ่"

      "ก็อยากลงไปช่วยอยู่หรอกนะคะ แต่กระโปรงของฉันมันติดอ่าค่ะ แล้วเจ้าพวกข้างล่างก็จ้องมองดูใต้กระโปรงฉันด้วยอ่า ดูสิ เลือดกำเดามันไหลออกมาด้วย" ไลเบียรพยายามดึงกิ่งไม้จากกระโปรงแต่ยิ่งดึงกิ่งที่ติดกระโปรงมันยิ่งเปิดกว้างมากขึ้น

     -โอ๊ว~ ภาพแจ่มมาก , ขาวเนียนมาก , อย่าดิ้นมากสิน้อง , ไร้....ด้วยว่ะ พวกเรา- พวกซอมบี้ที่รอไลเบียรอยู่ข้างล่างพากันยืนยิ้มและมีตัวหนึ่งเดินเอาทิชชูมาให้

     "หัดใส่ชั้นในบ้างสิเฮ้ย!? แล้วไอ้ซอมบี้พวกนั้นมันมีอารมณ์แบบนั้นด้วยเหรอ!?"

     "อุ๊งก่า กั๋มไก๋ (อยากมีเรื่องกับเรางั้นเหรอ)" หมอผีแกว่งไม้เท้าชี้ไปที่ซอร์เนียร์

      "เห๊อะ! นี่คิดจะหาเรื่องฉันงั้นเรอะ ไอ้หมอผีอ่อนหัด อย่าดีกว่านะ เดี๋ยวก็ตายซะเปล่าๆ หรอก" ซอร์เนียร์ยื่นแขนกลขึ้นมาเพื่อที่จะเตรียมต่อสู้กับกองทัพซอมบี้ที่กำลังเดินล้อมเข้าทุกทิศทาง


      "ซะที่ไหนล่ะ กรี๊ด~! มันเยอะเกินไปแล้ว! ไลเบียรช่วยฉันด้วย~!" ซอร์เนียร์วิ่งหนี แล้วเหล่าซอมบี้ที่กำลังวิ่งไล่ ก็วิ่งอ้อมเป็นวงกลมอยู่ลานกว้างใจกลางเมือง ส่วนไลเบียรก็ดึงกิ่งไม้ไป ปิดกระโปรงตัวเองไปเรื่อยๆ คงไม่ได้ลงมาง่ายๆ แน่นอน และอีกทางด้านหนึ่งเธียรกับทาร์อูเอเล่ก็วิ่งมาถึงลานกว้างกลางเมือง ก็ได้มาสมทบกับซอร์เนียร์ทันที


      "อ๊ะ!? ซอร์เนียร์นี่นา" เธียรวิ่งไปหาซอร์เนียร์และตามหลังด้วยทาร์อูเอเล่


      "ฉันเห็นพวกเธอมาช่วยทั้งคู่ก็ดีใจอยู่หรอกนะ แล้วไอ้พวกที่ตามหลังพวกเธอมาด้วยมันอะไนกันยะ!?" ไม่ใช่แค่เธียรกับทาร์อูเอเล่เข้ามาสมทบด้วย แต่ฝูงซอมบี้ที่ตามสองคนนั้นมาก็มาสมทบอีกด้วยเช่นกัน คราวนี้กองทัพซอมบี้ก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นสามเท่า


      "แง~ จะจ้องไปถึงเมื่อไหร่ค๊า! ช่วยหันหลังไปด้วยเถอะนะค๊า~! ฉันอยากลงไปช่วยพวกคุณเธียร" ไลเบียรก็ยังติดอยู่บนต้นไม้ต่อไป เพราะซอมบี้ยังมองอยู่ข้างล่างและมันคงจะไม่หันไปไหนเด็ดขาด






      ทางด้านซิลเวอร์กับลูซเต้ก็ยังทำตามภารกิจที่ถูกมอบหมายไว้อยู่ต่อไป ตอนนี้สุสานของเมืองแห่งนี้ก็กลายเป็นหลุมขุดขนาดใหญ่ เหล่าบรรดาผีทั้งหลายก็หนีกันไปคนละทิศคนละทาง จนในที่สุดลูซเต้ก็ขุดไปเจอวงแหวนผนึกวิญญาณที่ถูกเขียนไว้บนแผ่นหินเล็กๆ


      "ว๊า ฮะ ฮ่ะ ฮ่า หาเจอแล้วล่ะ!" ลูซเต้ดึงแผ่นหินขึ้นมาแล้ววิ่งมาหาซิลเวอร์


      "นี่เหรอ? วงแหวนผนึกวิญญาณที่คุณพี่ซอร์เนียร์พูดถึงน่ะ"


      "เห็นซอร์เนียร์บอกว่าถ้าเห็นแล้วให้รีบทำลายเลย พูดไปก็เสียเวลา ทำลายทิ้งไปเลย!" ลูซเต้โยนหินที่มีวงแหวนผนึกวิญญาณแล้วเตะเข้าไปเหมือนกับท่าเตะลูกฟุตบอล ก้อนหินที่ถูกเตะได้พุ่งเข้าไปในเมืองทันที


      "เป็นความจริงเหรอ!? ที่ว่าฆ่าเจ้าพวกนี้ยังไงมันก็โผล่ขึ้นมาจากหลุมตลอดน่ะ?" ซอร์เนียร์หันหน้าไปหาเธียรทั้งๆ ที่กำลังวิ่งหนีฝูงซอมบี้กันอยู่


      "ใช่แล้วค่ะ ทาร์อเอเล่บอกมายังงั้น" เธียรยืนยันกับสิ่งที่พูดไป


      "อ๊ะ!? เธียร ซอร์เนียร์ มีบางอย่างกำลังพุ่งมาทางนี้และเร็วมากด้วย รีบหมอบลงเร็วเข้า!" ทั้งสามคนรีบหมอบลงกับพื้นทันที่ บางอย่างที่ทาร์อูเอเล่พูดนั้นมันคือก้อนหินที่มีวงแหวนผนึกวิญญาณที่ลูซเต้เตะมา แล้วพุ่งไปหาหมอผีที่กำลังบังคับเหล่าลูกสมุนก็โดนก้อนหินนั้นชนเข้าไปที่หัวจนหัวแตกกระจายเลือดสาดไปทั่ว และก้อนหินผนึกก็แตกกระจายด้วยเช่นเดียวกัน เหล่าซอมบี้ต่างพากันล้มลงไปนอนกับพื้นกันทุกตัว ส่วนกลุ่มที่กำลังมองภาพสุดเสียวของไลเบียรก็ล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยใบหน้าที่มีความสุข


      "นี่ขนาดแค่รองบอสนะเนี้ย เล่นเอาซะเหนื่อยเลย" ซอร์เนียร์เดินมาดูศพที่ไร้หัวของหมอผี และใช้ไฟเผาร่างนั้นทันที


      "รองบอส? งั้นเจ้านี้ก็ไม่ใช่เป้าหมายหลักของพวกเรายังงั้นเหรอคะ?" ไลเบียรที่ลงมาจากต้นไม้ ได้เดินเข้ามาถาม และกำลังจัดกระโปรงของตัวเองอยู่


      "ฉันเคยพูดไปแล้วใช่มั้ยว่า ที่มาที่นี่คือจะมาปลดปล่อยดวงวิญญาณและจัดการกับกอร์ล่าน่ะ ตอนนี้เราจัดการเรื่องปลดปล่อยวิญญาณสำเร็จแล้ว ดูสิ! เหล่าวิญญาณต่างลอยออกไปจากเมืองแห่งนี้กันเยอะแยะเลย" ซอร์เนียร์ชี้นิ้วไปที่เหล่าวิญญาณจำนวนมากกำลังลอยออกไปจากเมือง


       "แต่ว่าเมืองนี้มันก็ยังคงอยู่นี่นา" เธียรพูดขึ้นมา


       "ใช่แล้ว ถ้าจะทำให้เมืองนี้หายไปด้วยนั้น พวกเราต้องไปจัดการกับกอร์ล่ายังไงล่ะ..."


        ปุ๊ง!  
       เสียงระเบิดพลุดังขึ้นมาแล้วทำให้ทุกคนที่อยู่ในเมืองหันไปมองต้นตอของเสียงก็ได้เห็นว่า แสงพลุนั้นเป็นสีแดง และอยู่ตรงจุดที่ลิลลี่กับซิ้ปปี้อยู่ตรงทางออกของเมืองด้วย


       "ฮ่า ฮ่า เป็นยังไงล่ะระเบิดพลุที่ได้มาสวยดีใช่มั้ยล่ะ" ลิลลี่พูดแล้วชี้ขึ้นไปบนแสงพลุที่ตัวเองจุดขึ้นไป


       "สวยมากเลยครับ เหมาะจริงๆ ที่เอามาจุดตอนพระจันทร์เต็มดวงแบบนี้ จุดลูกสีฟ้าต่อเลย" ซิ้ปปี้หยิบลูกระเบิดพลุสีฟ้าไปให้ลิลลี่


       "สุดยอดไปเลยนะเนี้ย! คราวนี้ลูกสีฟ้ามันจะสวยกว่าลูกสีแดงอีกมั้ยน้า" กอร์ล่านั่งรอลุ้นอยู่


        ลิลลี่กับซิ้ปปี้อาจจะลืมไปแล้วว่าพลุที่ซอร์เนียร์ให้ไว้นั้นมันเอาไว้บอกเป็นสัญญาณฉุกเฉิน คงกำลังเคลียดเพราะไม่มีบทบาทให้ไปช่วยสู้ และพลุที่จุดไปนั้นทำให้ทั้งหกคนที่อยู่ในเมืองถึงกลับเครียดกันเลยทีเดียว


       "เอ๊ะ แสงพลุสีแดงนั้น มันตรงจุดที่ลิลลี่กับซิ้ปปี้อยู่นี่คะ?" ไลเบียรได้บอกตำแหน่งให้ทั้งสามคนรู้


       "แสงระเบิดพลุสีแดงงั้นเรอะ? ทำไมยัยนั้นถึงได้ไปอยู่ที่นั้นล่ะ..." ซอร์เนียร์มองไปที่แสงพลุนั้นแล้วหันไปมองหน้าเธียรกับทาร์อูเอเล่


       "ต้องรีบไปช่วยพวกลิลลี่แล้ว!" เธียรรีบวิ่งนำทั้งสองคนไปทันที


        "พวกเราก็ต้องรีบไปกันแล้ว มาเร็วทาร์อูเอเล่"


        "อ่า..." ซอร์เนียร์กับทาร์อเอเล่ก็วิ่งตามหลังเธียรไปติดๆ


         "ลิลลี่ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ อย่าเพิ่งเป็นอะ..."


          ปุ้ง! ช่วงที่เธียรกำลังพูดต่ออยู่นั้น เสียงของระเบิดพลุก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง คราวแสงที่แตกอยู่บนท้องฟ้า เป็นสีฟ้า ภาพที่เธียรกำลังคิดนั้นเป็นภาพของลิลลี่กำลังถูกกอร์ล่าทำร้าย และซิ้ปปี้ที่บาดเจ็บได้แอบจุดระเบิดพลุขึ้นมา


         "ลิลลี่!!!!!!" เธียรตะโกนเสียงออกมาแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาทันที


         "แย่แล้วนั้นมันสัญญาณที่จะบอกว่าคนใดคนหนึ่งต้องบาดเจ็บสาหัสแน่ๆ" ซอร์เนียร์เห็นหน้าของเธียรกำลังร้องไห้และกำลังวิ่งตรงไปที่จุดของลิลลี่กับซิปปี้ ที่ประจำอยู่ทางออกของเมือง


         ทางด้านซิลเวอร์และลูซเต้ก็กำลังตรงไปที่ทางออกของเมืองเช่นเดียวกันและทั้งสองก็ทำสีหน้าตึงเครียดมากๆ เพราะกำลังคิดว่าเพื่อนในกลุ่มกำลังจะถูกกอร์ล่าฆ่าตายแล้วแน่ๆ






         เธียร ซอร์เนียร์ ทาร์อูเอเล่ ไลเบียร ซิลเวอร์ และลูซเต้ กำลังมุ่งหน้าไปจุดที่ลิลลี่กับซิ้ปปี้อยู่ และทั้งสองยังไม่รู้ตัวว่าที่พวกเค้าทำไปเมื่อกี้ จะทำให้ที่ที่พวกเค้านนั่งย่างเห็ดอยู่นั้นกำลังกลายเป็นสนามรบนองเลือดในอีกไม่ช้า...
        


  




To Be Continued.   








30071_atriclepic_1520672341436169245.jpg

ไลเบียร : พักนี้คุณซอร์เนียร์ได้ถ่ายรูปท้ายบทบ่อยจังเลยนะคะ?
ซอร์เนียร์ : คนมันน่ารักนี่นา ทำไงได้
เธียร : สาวไว้ผมทรงทวินเทลส่วนมากจะซึนเดเระกันทุกคนแหละ ดูสิ นั่งกอดตุ๊กตาแน่นเชียว น่ารักมากเลยค่ะ
ซอร์เนียร์ : อ๊ะ...เอ่อ ขอบคุณ... (-////-)
(ตุ๊กตาที่กอดคือ หุ่น Mega Z , จากบทที่ 7)



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 18-10-2018 12:10 , Processed in 0.094174 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th