Rosenkreuzstilette บทที่ 22 Nightmare - Novel (นิยาย) | ThaiZeeD
เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 559|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1249
  • Money: 1924
  • Tz: 1258
  • Posts: 311
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4448
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 14-12-2015 14:02:09 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:24

  

Rosenkreuzstilette บทที่ 22


Nightmare





         "ท่านโรฮานครับ จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ กราฟ เซฟเฟี้ยน ได้เดินทางมาถึงแล้วครับ" เสียงของพ่อบ้านได้เดินเข้ามาในห้องทำงานของชายผู้เป็นนายและเป็นเจ้าของคฤหาสน์


           "เชิญพวกเค้าเข้ามาข้างในได้เลย"

           "ครับ" พ่อบ้านได้เดินออกไปจากห้องและบอกสาวใช้ที่ยืนอยู่นอกห้อง ไปต้อนรับกราฟที่กำลังเดินเข้ามาในคฤหาสน์

           "คุณพ่อคะ หนูขอออกไปดูพวกเค้าข้างนอกจะได้มั้ยคะ?" เด็กหญิงได้เดินเข้ามาหาพ่อของเธอ

           "ได้สิลูก แต่ข้างนอกมันหนาวมากนะ อย่าลืมใส่ชุดกันหนาวออกไปด้วยล่ะ" ชายหนุ่มได้ยื่นมือมาลูบลูกสาวของตน เด็กหญิงที่ได้รับคำอนุญาตจากพ่อ เธอจึงรีบวิ่งออกไปจากห้องด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและวิ่งสวนทางกับกราฟที่กำลังเดินตรงเข้ามาในห้อง

           "โธ่ คุณหนูครับ อย่าวิ่งสวนแขกแบบนั้นสิครับ" พ่อบ้านได้หันหน้ามาพูด

           "ขอโทษนะคะ พอดีอยากจะเห็นจอมเวทย์มากไปหน่อย ก็เลยตื่นเต้นมากไปหน่อย ฮิ ฮิ" เด็กหญิงตอบกลับและวิ่งออกไปข้างนอกคฤหาสน์ทันที

           "ต้องขออภัยด้วยครับ ที่คุณหนูของพวกเราทำอะไรที่ไม่สุภาพ"

           "ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือหรอก" กราฟที่กำลังจ้องมองเด็กหญิงที่กำลังวิ่งออกไปข้างนอกสักพัก ภาพที่เค้าเห็นคือปีกสีขาวอมทองที่กำลังกางออกมาอย่างสวยงาม เหล่าจอมเวทย์ที่เห็นเด็กหญิงวิ่งไปหาก็ต่างยิ้มแย้มขึ้นมาทันที

           "นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์เหรอ?"

           "มองเห็นด้วยเหรอครับ ปีกของลูกสาวผมน่ะ" โรฮานได้พูดออกมาและกำลังยืนรออยู่ที่หน้าห้องของตน

           "อืม...ทำเอาข้ารู้สึกโล่งใจขึ้นมาเลยล่ะ" กราฟตอบกลับ

           "นี่แหละครับ คือสาเหตุที่ผมเรียกท่านมาที่นี่แบบลับๆ เชิญเข้ามาด้านในห้องของผมเลยครับ" โรฮานได้ชวนกราฟเข้ามาในห้องของตน


           เด็กหญิงที่เป็นลูกสาวคนเดียวของโรฮาน โรเซนเบิร์ก ได้วิ่งไปพูดคุยกับเหล่าจอมเวทย์ที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ด้านนอก ทำให้พวกเค้าทุกคนยิ้มแย้มขึ้นมาและวิ่งเล่นกับเธอ จนเด็กสาวปริศนาได้เดินลงมาจากรถม้า

            "ฟะ...ฟลูเดียรนี่นา" จอมเวทย์ที่กำลังยิ้มแย้มหันหน้าไปมองฟลูเดียร ตกใจและรีบวิ่งกลับไปประจำจุดที่ตัวเองยืน

           "แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ทำให้พวกนายลืมหน้าที่เฝ้าระวังได้ง่ายดายขนาดนี้ ช่างน่าอายจริงๆ นี่น่ะเหรอผู้คุ้มกันของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่น่ะ" ฟลูเดียรได้พูดออกมาทำให้จอมเวทย์ทุกคนเหงือตกกันเลยทีเดียว

           "พี่สาวใส่ชุดแบบนั้นไม่หนาวเหรอคะ?" สายตาที่เด็กหญิงเห็นคือ เด็กสาวที่อายุราว 14-15ปี ผมสีขาว ดวงตาสีแดง สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวที่เกาะถึงแค่หน้าอกและสวมถุงมือยาวสีขาว กำลังยืนจ้องหน้าเธออยู่ด้วยสายตาที่เย็นชา

           "หืม? ลูกสาวของโรฮานยังงั้นเหรอ เธอน่ะอย่าเข้ามาใกล้ฉันจะดีกว่านะ ถ้ายังไม่อยากแข็งตายน่ะ" ฟลูเดียรพูดและเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ใต้ต้นไม้ ช่วงที่เธอกำลังนั่ง น้ำแข็งก็ค่อยๆ เกาะไปตามเก้าอี้ที่เธอนั่ง

           "พี่สาวคนนั้นสวยจังเลย" เด็กหญิงได้จ้องมองไปที่ฟลูเดียรที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ด้วยสายตาที่เปร่งประกาย

           "เอ่อ คุณหนูครับ พวกผมขอเตือนไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า อย่าไปยุ่งกับเธอคนนั้นเลยจะดีกว่านะครับ"

           "ทำไมเหรอคะ?"

           "เธอคนนั้นไม่ชอบสุงสิงกับใคร เวลางานก็จะขอลุยเดี่ยวตลอด จนตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าไปพูดคุุยกับเธอเลย" ชายหนุ่มที่เป็นจอมเวทย์ได้เดินเข้ามาบอกเด็กหญิง

           "เอ๋~ ถ้าเป็นแบบนั้นก็แย่น่ะสิ เดี๋ยวหนูจะไปคุยกับพี่สาวคนนั้นให้เองนะคะ!"

           "เหวอ~! เดี๋ยวก่อนครับ คุณหนู!!" จอมเวทย์พยายามห้ามแต่ก็ไม่ทัน เด็กหญิงได้วิ่งไปหาฟลูเดียรทันที

           "ที่เจ้าเรียกข้ามาที่นี่เพราะลูกสาวของเจ้างั้นเหรอ ถึงได้ทรยศพวกเดียวกันแบบนี้น่ะ" กราฟที่กำลังนั่งมองลูกสาวของโรฮาน จากด้านในของห้องและหันหน้ามาพูดกับโรฮานที่กำลังจ้องมองลูกสาวของตัวเองด้วยเช่นกัน

           "ใช่แล้วครับ"

           "ขอฟังเหตุผลที่ข้าจะยอมช่วยเหลือเจ้าหน่อยซิ"  


            นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ คือตัวตนของหญิงสาวรูปงามที่มีปีกสวยงาม ผมยาวสีเหลืองทอง ที่คอยให้ความอบอุ่นให้แก่ผู้คนมากมาย รวมทั้งคนที่ล้มป่วยและบาดเจ็บก็หายกลับมาปกติ พลังของเธอสามารถกล่อมให้ศัตรูยอมแพ้โดยไม่ต้องต่อสู้ จนทำให้เหล่าขุนนางเห็นว่าเธอคนนั้นคือแม่มดจำแลงร่างเป็นนางฟ้า จึงจับตัวเธอมาและได้รับโทษประหารโดยการจับเผาทั้งเป็นโดยคำสั่งของพระราชา ชาวเมืองต่างเรียกร้องว่าอย่าฆ่าเธอ อีกทั้งเหล่าทหารที่บาดเจ็บและได้รับพลังรักษาจากเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ยืนกัดฟันของตัวเอง ก่อนที่จะถูกไฟเผา หญิงสาวได้หันไปมองหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนอุ้มเด็กทารกอยู่และร้องไห้
เธอได้ยิ้มไปให้ชายหนุ่มคนนั้นและได้พูดอะไรบางอย่างออกมา

           "โรฮานฉันรักคุณนะคะ ฝากดูแลลูกของเราด้วยนะ"

           "เธียรล่า..." ชายหนุ่มยืนร้องไห้อยู่หลังฝูงชน หยดน้ำตาได้หยดไปที่ใบหน้าของเด็กทารกและมือได้ยื่นออกมาจับแก้มของเค้า ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเด็กทารกน้อย ทำให้โรฮานรีบหันหลังทันทีและเดินออกจากเมือง เสียงของกองไฟก็ดังขึ้นจนเสียงฝูงชนโฮ่ร้องไห้กันสนั่นทั่วทั้งเมือง ภาพที่โรฮานเหลือบตาไปมองหญิงสาวอันเป็นที่รักของเค้าเป็นครั้งสุดท้าย ได้เห็นริมฝีปากของเธอพูดบางสิ่งออกมาก่อนที่ร่างจะตกลงไปที่กองฟืนไฟ

          "ให้ลูกเป็นตัวแทนของฉันนะคะ ชื่อของเธอคือ สปิริเธียร" คำพูดก่อนตายของเธียรล่า ที่โรฮานจับจังหวะการพูดของเธอได้

          โรฮานได้พาเด็กทารกเข้ามาในคฤหาสน์และเลี้ยงดูเป็นอย่างดีเพราะเค้าคนนี้ได้กลายเป็นพ่อคนแล้ว จนเวลาผ่านไป 4 ปี โรฮานก็ได้เป็นพาราดินในจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ ทุกครั้งที่เค้าเข้าไปในเมืองหลวง ก็จะขี่ม้าวิ่งผ่านจุดๆ นึง ที่มีดอกไม้วางประดับไว้อย่างสวยงามพร้อมกับรั้วกั้นไว้ ซึ้งนั้นก็คือจุดที่นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ถูกตัดสินโทษและประหารนั้นเอง


           "ผ่านมาตั้ง 4 ปีแล้วสินะ ที่นี่ก็ยังมีคนเคารพเธอคนนั้นอยู่น่ะ" พาราดินอีกหนึ่งคนได้พูดขึ้นมา


           "ท่านไลมัส เซย์ฟาร์ พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับ" โรฮานที่กำลังขี่ม้าได้หันหน้าไปถาม


           "ฉันรู้นะว่า เธียรล่า เป็นคนรักของนายน่ะ ฉันเองก็ไม่เห็นด้วยกับโทษประหารนี้หรอกนะ แต่มันเป็นคำตัดสินจากพระราชาโดยตรง พวกทหารเองก็อยากคัดค้านแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยน่ะ"


           "เรื่องนั้นผมเข้าใจดีครับ หยุดพูดเรื่องนี้กันเถอะครับ"


           "อ่า นั้นสินะ ตอนนี้มีคำสั่งให้ไปรวมตัวกันที่ปราสาทนี่นะ" ทั้งสองคนรีบขี่ม้าเข้าในปราสาททันที


           "พวกจอมเวทย์จะต้องถูกกวาดล้างให้หมดสิ้น เวทยมนต์น่ะ มันเป็นพลังของปีศาจ" เสียงของขุนนางได้ดังออกมาจากท้องพระโรง
โรฮาน และ ไลมัส เดินเข้ามาข้างในก็ได้เห็นพาราดินคนอื่นๆ ยืนอยู่ข้างห้องอีก 3คน


           "โอ๊ว~! พาราดินได้มากันครบแล้ว ขอรายงานชื่อพวกเค้าทั้งหมดนะครับ เริ่มจากคนที่อายุมากที่สุด" หัวหน้าอัศวินได้พูดขึ้น
            ไลมัส เซย์ฟาร์(64) , ซิลเลี่ยน วินซอร์(55) , ยามาโตะ มุรามาสะ(52) , โรฮาน โรเซนเบิร์ก(31) , พาเมล่า อาร์วิงค์(15)


           "ท่านไลมัส เด็กผู้หญิงคนนั้นใครเหรอครับ?" โรฮานกระซิบที่ข้างหูของไลมัสและเหลือบตาไปมองที่เด็กสาวที่สวมชุดแขนยาวสีขาว และสวมเกราะไหล่ที่ประดับไปด้วยลายลูกไม้สีแดงเข้มที่ขอบเกราะและสวมกระโปรงสีแดง แถมเธอยังผมยาวสีแดงสดใส


           "ลูกสาวของขุนนางอาร์วิงค์น่ะ เธอแอบไปฝึกเพลงดาบอย่างลับๆ จนได้เป็น Royal Knight แถมยังได้รับตำแหน่งเพิ่มขึ้นไปอีกจนได้เป็นพาราดิน ถ้าเป็นไปได้นะ อย่าไปสบตากับเธอจะดีกว่านะ เพราะตัวตนของเธอมันเป็นความลับสุดยอด" ไลมัสตอบกลับ


           "มีปัญหาอะไรไม่ทราบคะ?" พาเมล่าหันหน้ามาพูดกับโรฮาน


           "ไม่มีครับ!(นั้นมันดาบ *Whitesilver นี่)" โรฮารรีบหลบหน้าหนีทันทีและเหลือบตาไปมองดาบ
            *ดาบ Whitesilver(ไวท์ซิลเวอร์) เป็นดาบเวทย์ของช่างตีดาบในตำนานของจักรวรรดิที่จะตีออกมาแค่ 2 เล่มเท่านั้น ส่วนอีกหนึ่งเล่มก็อยู่ที่หลังของท่านไลมัส Demon Sword (เดม่อน ซอร์ด)


           "ระวังตัวด้วยล่ะโรฮาน เพลงดาบของเด็กคนนี้ร้ายเอาเรื่องเลยนะและอย่าไปตกหลุมรักเธอเข้าล่ะ ฮ่า ฮ่า" ยามาโตะเดินเข้ามาจับไหล่ของโรฮาน   


           "ท่านยามาโตะ ผมมีลูกสาวแล้วนะครับ" โรฮานเหลือบตาไปมองยามาโตะและหน้าแดง


          "เอาน่า ยามาโตะมันก็แค่พูดล้อเล่น อย่าถือสาคำพูดของคนแก่เลยนะ" ซิลเลี่ยนเดินเข้ามาพูดกับโรฮาน พาเมล่าที่กำลังมองพวกโรฮานคุยกัน ก็หันหน้าหนี


          "มากันครบแล้วสินะ ขอบใจมาก ที่มาตามคำสั่งของข้า" พระราชาได้เดินเข้ามาในท้องพระโรง เหล่าขุนนางและพาราดินทุกคนรีบคุกเข่าลงทันที สายตาของโรฮานได้จ้องเขม็งไปที่พระราชาอย่างจริงจัง พาเมล่าได้เหลือบตาไปมองโรฮานที่กำลังกัดฟันอยู่


          "เอาล่ะ! ลุกขึ้นยืนกันได้แล้ว" ราชาได้สั่งให้ทุกคนในท้องพระโรงยืนขึ้น


          "พระราชา คำขอของพวกเราที่ส่งไปท่านนั้น ท่านคิดเช่นไร" หนึ่งในขุนนางทั้งสิบคนได้ถามไปยังพระราชาที่กำลังนั่งเก้าอี้


          "ข้าเห็นด้วยกับความคิดของพวกเจ้า เราจะทำสงครามกับจอมเวทย์!" พาราดินทั้งห้าคนถึงกับชะงักทันทีเมื่อได้ฟังคำพูดของพระราชา


          "นี่มันหมายความว่าไงครับ อยู่ๆ ก็มาประกาศที่จะทำสงครามกับจอมเวทย์กระทันหันแบบนี้" ไลมัสตะโตนเสียงไปหาพระราชา


          "ช่วยบอกเหตุผลที่จะทำสงครามนี้ให้พวกเราฟังด้วยเถอะครับ" ยามาโตะจับไหล่ของไลมัสและเดินตรงไปมาพระราชา โรฮานกับซิลเลี่ยนได้เหลือบตาไปมองพวกคุณนางที่กำลังยิ้มแสยะให้กัน


          "แผนการของพวกคุณนางยังงั้นเหรอ?" ซิลเลี่ยนเอียงหัวเข้าไปกระซิบหูของโรฮาน


          "โรฮาน ฉันรู้นะว่าแม่ของลูกสาวนายเป็นใครน่ะ ถึงแม้โทษได้ตัดสินไปแล้ว แต่ก็โชคดีไปนะที่เด็กคนนั้นเกิดมาไม่มีความผิด แต่สงครามครั้งนี้อาจไม่แน่นะ ที่ลูกสาวของนายจะอยู่รอดได้น่ะ" เสียงของขุนนางคนหนึ่งได้พูดขึ้น จนทำให้โรฮานรีบวิ่งเข้าไปหาแต่ถูกพาเมล่าจับไหล่เอาไว้และส่ายหน้าให้


           "ข้าจะทำสงครามกับพวกจอมเวทย์ ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่ามัน~!" พระราชาได้พูดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทำให้ยามาโตะได้สังเกตดวงตาของเค้าที่กำลังหมุนไปทั่ว


           "พระราชาเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมตอนที่เดินเข้ามาก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่" ไลมัสเดินเข้ามาดูใกล้ๆ


           "พระราชามีอาการประชวรน่ะ ขอข้าพาท่านกลับห้องก่อนนะคะ" เด็กหญิงคนหนึ่งได้พาพระราชาออกไปจากท้องพระโรง โรฮานได้เหลือบตาไปมองเด็กหญิงที่แต่งชุดเป็นหมอหลวงที่กำลังพาพระราชาออกไป


           "ดวงตาสีแดงแบบนั้น!?"


           "เอาล่ะ พระราชาได้ออกคำสั่งแล้ว พวกนายรีบไปประจำหน่วยของพวกนายซะ สงครามกำลังจะเริ่มแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เหล่าขุนนางได้เดินออกจากท้องพระโรงพร้อมกับหัวเราะสะใจ โรฮานได้แต่ยืนมองคนพวกนั้นและกำหมัดของตัวเองจนเลือดไหลออกมา


           "โรฮานเอ๊ย เธียรลูกสาวของนายตอนนี้ก็อายุ 5 ขวบแล้ว อายุไล่หลังหลานสาวของข้า กอร์ล่า แต่ไม่ต้องห่วงนะ เธียรก็เป็นหลานรักของฉันอีกคนหนึ่ง จะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ" ไลมัสเดินมากอดคอของโรฮานและเดินออกไปจากท้องพระโรง


           "เฮ้~! โรฮาน ลูกสาวของนายฉันจองมาเป็นหลานสะใภ้นะ" ยามาโตะเดินมาตบหลังของโรฮานและตามหลังด้วยซิลเลี่ยน พาเมล่าที่ยังยืนอยู่ในห้องท้องพระโรงก็ยังจ้องมองไปที่โรฮานกับพาราดินอีกสามเดินออกไป




           "พวกเราจะใช้สงครามครั้งนี้ สังหารลูกของโรฮาน โรเซนเบิร์กซะ" เสียงกลุ่มคนได้ดังออกมาจากชั้นใต้ดินของปราสาท ซึ่งจะมีเหล่าขุนนางทั้งสิบคนนั่งรวมตัวกันอยู่


           "วางแผนทำสงครามซะใหญ่โต เพื่อที่จะฆ่าเด็กผู้หญิงคนเดียวนี่นะ"  


           "เด็กคนนั้นเป็นลูกสาวของนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เธียรล่า ที่มีพลังทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้แต่โดยดีและเชื่อฟังคำพูดของเธอ เพื่อที่จะทำให้แผนของท่านนั้นให้สำเร็จ เราต้องกำจัดตัวปัญหาหลักให้หายไปจากโลกนี้ให้ได้ แด่ว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไป"


           "ขนาดตายไปแล้วยังทิ้งความหวังไว้ก่อนตายอีกนะ ยัยแม่มดนั้นน่ะ พระราชาก็โดนเวทมนต์ของท่านผู้นั้นควบคุมอยู่ แค่ขออะไรก็ได้ทุกอย่างเลย ฮ่า ฮ่า"


           "ตอนนี้ท่านผู้นั้นหายไปไหนแล้วล่ะ"


           "เค้าเดินทางไปเมืองเจเปนนิสน่ะ เห็นว่าได้ลูกน้องคนใหม่มาและกำลังจะไปฆ่าคิเคียวที่เป็นนายหญิงของจอมเวทย์ที่เมืองนั้น รู้สึกจะเรียกกันว่า กลุ่มมาโฮว"


           "ถ้าพวกเราฆ่า ลูกสาวของโรฮาน และ กราฟ เซฟเฟี้ยน ได้ล่ะก็ จะไม่มีใครหยุดพวกเราได้อีกแล้ว"


            ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !
โรฮานทที่กำลังนั่งแอบฟังอยู่ขั้นบันไดของชั้นใต้ดิน ได้ฟังความจริงทั้งหมดจากคำพูดของเหล่าขุนนางพวกนั้นพูดคุยกัน ดวงตาที่กำลังโกรธแค้น เพราะแผนการของพวกงี่เง่าพวกนี้ ทำให้หญิงสาวที่ตนรักหมดใจต้องมาตายอย่างทรมาน เค้ารีบลุกขึ้นและชักดาบออกมาเพื่อที่จะไปสังหารขุนนางพวกนั้นทั้งหมด


           "คุณพ่อคะ..." เสียงของลูกสาวของตนได้ดังขึ้นมาในหัวและภาพที่กำลังยิ้มแย้มเหมือนแม่ของเธอ ปีกนางฟ้าน้อยๆ ที่กำลังกางออกมาได้พริ้วไหวไปกับสายลม เด็กหญิงได้วิ่งเข้ามากอดแขนและเงยหน้ายิ้มให้และได้สะท้อนใบหน้าของเธียรล่าขึ้นมา โรฮานได้หยุดเดินและเก็บดาบเข้าไปในฟัก เดินขึ้นมาจากห้องใต้ดิน ชายหนุ่มได้เดินก้มหน้าตลอดเวลาและเดินออกจากปราสาททันที


           "เธียรล่า ผมจะไม่ให้ใครหน้าไหนเข้ามาทำร้ายลูกของเราเป็นอันขาด"


          เวลาผ่านไป 1 เดือนต่อมา สงครามระหว่างจอมเวทย์และจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็ได้เกิดขึ้น กองทัพทหารจำนวน 3แสน นายกำลังเคลื่อนทัพออกจากปราสาทพร้อมกับกองทัพทหารจากเมืองต่างๆ อีก 1แสน ได้เดินตรงไปที่ทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งปราสาทเซฟเฟี้ยน


         ซิลเลี่ยนได้นำทัพหน้าบุกโจมตีไปที่ป้อมปราการของกลุ่มจอมเวทย์ที่อยู่หน้าเขตแดนและได้สังหารไปจอมเวทย์ไปทั้งหมดและยึดป้อมปราการมาได้ ยามาโตะได้นำกองทัพทหาร 5หมื่นนาย บุกแหลมเทือกเขาเหมืองแร่นอซดรูแต่ก็ถูก จอมเวทย์ที่สามารถควบเวลาได้กับศิษย์ของตนได้สังหารทหารไปจำนวนมากจนแตกทัพ ยามาโตะก็ได้ถอยหนีออกมาตั้งหลักใหม่ ไลมัสและพาเมเล่อยู่ทัพหลังและคอยสนับสนุนทัพหน้าอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ส่วนโรฮานรีบส่งสารจดหมายอย่างลับๆ ไปหากราฟ เซฟเฟี้ยน และนัดมาพบกันที่คฤหาสน์โรเซนเบิร์กแบบลับสุดยอด

"เหตุผลทั้งหมดก็มีเท่านี้ครับ" โรฮานได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้กราฟฟัง


         "อืม ขอฟังแผนการของเจ้าให้ข้าฟังหน่อยสิ?"


         "ผมจะคอยส่งข่าวการเคลื่อนไหวของกองทัพว่าจะไปที่เส้นทางไหนบ้างและจะบอกเส้นทางลับที่จะให้ท่านบุกโจมตีที่เมืองหลวงแบบเร็วที่สุดพร้อมกับประตูลับที่จะเข้าไปข้างในปราสาท"


         "สิ่งที่เจ้าต้องการจากข้าคืออะไร?"


         "ผมอยากให้ลูกสาวของผมมีชีวิตอยู่ต่อไป"


         "แค่นั้นเองเหรอ ยอมทรยศประเทศของตัวเองเพื่อลูกสาวยังงั้นเหรอ!?"


         "คำขอร้องอย่างที่สอง เมืองที่ผมกำลังจะให้ท่านดูต่อจากนี้ ผมขอให้ท่านอย่าไปบุกโจมตีเมืองดังกล่าวที่ผมวงกลมไว้ ผมได้ไปพูดคุยกับเจ้าเมืองต่างๆ ที่เมืองเหล่าก็มีจอมเวทย์อยู่ไม่น้อย เจ้าเมืองต่างก็ตกลงกับผมเรียบร้อยแล้ว หากว่าท่านได้รับชัยชนะในสงครามนี้  เมืองพวกนี้ก็จะตกไปอยู่ในอำนาจของท่านทันทีครับ" โรฮานได้สั่งพ่อบ้านเปิดแผนที่ให้กราฟดูและได้ยื่นข้อเสนอกับเค้า


         "ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่ยังไม่ได้วงกรมไว้นี่?" กราฟชี้นิ้วไปที่เมืองเจเปนนิส


         "อ้อ! ผมกำลังจะออกเดินทางไปที่เมืองเจเปนนิสพอดีน่ะครับ แต่มาตกลงสัญญากับท่านก่อนจะออกเดินทางไปน่ะครับ"


         "ข้อเสนอของเจ้าใช้ได้เลยนี่ ตกลง ข้าจะยอมทำตามที่เจ้าขอไว้และคอยส่งข่าวมาให้ข้าด้วยล่ะ" กราฟลุกขึ้นยืนทันทีและทั้งสองคนก็ได้จับมือตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย


         "นี่...พี่สาว นี่...พี่สาว" เด็กหญิงวิ่งรอบต้นไม้ไปมาและเรียกพี่สาวไป จนทำให้ฟลูเดียรเหงือตกเลยทีเดียว


         "ฉันบอกไปแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าเข้ามาใกล้ฉันน่ะ เดี๋ยวก็แข็งตายไปซะหรอก"


         "ไม่เห็นจะหนาวเลย~ หนูเป็นห่วงพี่สาวซะมากกว่า"


         "เป็นห่วงฉันเหรอ? ฉันมีอะไรที่เธอจะต้องมาเป็นห่วงฉันด้วย"


         "หนูชื่อ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก นะคะ จะเรียกสั้นๆ ว่า เธียร ก็ได้นะ"


         "..." ฟลูเดียรนั่งนิ่งเงียบ


         "ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว เพราะแบบนี้ไง พี่สาวถึงไม่มีเพื่อนกับคนอื่นเค้าน่ะ" ฟลูเดียรได้ยินคำพูดจากเธียรจนเส้นเลือดขึ้นหน้า เธอใช้พลังน้ำแข็งสร้างลมขึ้นมาและพลักเธียรกระเด็นออกไปชนตุ๊กตาหิมะที่ตั้งอยู่ข้างๆ


         "คุณหนูครับ/คะ" เสียงของสาวใช้และจอมเวทย์ได้ดังขึ้นมาพร้อมกัน กราฟได้เดินออกมาจากประตูคฤหาสน์ยื่นแขนออกมาห้ามพวกเค้าเอาไว้ โรฮานที่ได้เห็นลูกสาวของตัวเองถูกทำร้ายก็พยายามจะวิ่งไปช่วย


         "โรฮาน ปล่อยให้เด็กคนนั้นจัดการเอง" กราฟได้พูดออกมา โรฮานจึงหยุดวิ่งและมองไปที่เธียรกำลังลุกขึ้นออกมาตุ๊กตาหิมะ


         "พูดแทงใจดำเข้าให้แล้วสิ , คุณหนูบ้านนี้ ช่างกล้าว่ะ , ไปพูดเกลี้ยกล่อมยังไงเธอคนนั้นก็ไม่ฟังหรอก" เสียงของจอมเวทย์ที่กำลังกระซิบกันทำให้โรฮานเหลือบตาไปมอง


         "หนูอยากเป็นเพื่อนกับพี่สาวนะคะ เพราะงั้นอย่าทำหน้าตาหน้ากลัวแบบนี้อีกต่อไปเลยนะ" เธียรเดินตรงเข้าไปหาฟลูเดียรและยื่นมือออกไป


         "อย่ามายุ่งกับฉัน!" ฟลูเดียรได้สร้างหอกน้ำแข็งออกมาและจ่อไปที่คอของเธียร


          "เธียร!" โรฮานตะโกนเสียงออกไป


          "หนูอยากเป็นเพื่อนกับพี่สาวจริงๆ นะคะ" เธียรได้ยิ้มออกไป ทำให้ฟลูเดียรมองเห็นปีกนางฟ้าสีขาวอมทองกางออกมา ไอเย็นที่ระเหยออกมาจากตัวของเธอก็หายไป เธียรเดินมาจับมือของฟลูเดียรและเงยหน้ายิ้มให้


         "เฮ้ย~! คุณหนูคนนั้นจับมือของฟลูเดียร! , ไม่จริงน่า ปกติจะต้องถูกแช่แข็งไว้นี่!? , เป็นไปได้ยังไงกันฟะเนี้ย" เหล่าจอมเวทย์พากันแตกตื่นตกใจกันกับภาพที่พวกเค้าเห้น


         "พี่สาวชื่ออะไรเหรอ?"


         "ฟะ...ฟลูเดียร นิลวาร์..." ฟลูเดียรสลายหอกน้ำแข็งหายไปและยืนนิ่งก้มหน้าลง


         "ดูเหมือนว่าฟลูเดียรก็มองเห็นปีกของลูกสาวนายนะ โรฮาน" กราฟเดินมาจับไหล่ของโรฮาน


         "เธียรล่า...สปิริเธียรเหมือนเธอจริงๆ" โรฮานได้เดินตรงเข้าไปหาเธียร ส่วนฟลูเดียรก็เดินขึ้นไปนั่งรถม้าพร้อมกับกราฟและเดินทางออกจากคฤหาสน์ทันที ที่หน้าต่างของรถม้า ฟลูเดียรได้ยื่นหัวออกมาดูเธียรที่กำลังขึ้นรถม้าอีกคันหนึ่งและวิ่งออกไปอีกเส้นทางหนึ่งและกำลังจะเดินทางไปเมืองเจเปนนิส


          เวลาผ่านไป 1วัน โรฮานได้เดินทางไปถึงเมืองเจเปนนิสและเข้าไปพูดคุยกับเจ้าเมืองเจเปนนิส เธียรที่กำลังนั่งฟังพวกผ้ใหญ่ที่กำลังคุยธุระกัน เธอจึงเดินออกมาจากค่ายและเดินตรงเข้ามาดูศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ใต้โขดหิน โรฮานได้ตกลงกับเจ้าเมืองเจเปนนิสเสร็จ ก็ได้เห็นเธียรกำลังยืนคุยกับใครซักคนแต่ก็ไม่มีใครเลย


          "เธียร เราจะเดินทางกลับแล้วนะ รีบขึ้นรถม้าเร็วเข้า"


          "ค๊า คุณพ่อ ขอเวลาแปปนึงนะคะ" เธียรตอบกลับและได้หันไปพูดกับศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ใต้โขดหินสักพัก จึงวิ่งขึ้นรถม้าทันที


          "ลูกไปคุยกับใครมาเหรอ?"


          "คุยกับทามาโมะค่ะ"


          "ทามาโมะ? ใครล่ะนั้น?"


          "น้องสาวของหนูเองค่ะ คุณพ่อ" เธียรตอบออกมาแบบนั้น โรฮานจึงยื่นมือมาลูบหัวของเธอ


          "จริงด้วยสินะ เธียรอยากได้น้องสาวนี่นะ"


          "อ๊ะ!? นั้นทามาโมะนี่นา เค้ามายื่นส่งหนูด้วยล่ะ คุณพ่อ!" เธียรได้ยื่นตัวออกไปที่นอกหน้าต่างรถม้าและโบกมือให้ โรฮานก็หันหลังไปมองก็ได้เห็นเด็กหญิงผมยาวสีเหลืองมีหูจิ้งจอกอยู่บนหัวและมีหางจำนวนเก้าหางยืนโบกมือให้ โรฮานรีบขยี้ตาตัวเองแล้วกลับไปมองใหม่ก็ไม่เห็นเด็กคนนั้นแล้ว


          เวลาได้ผ่านไป 3 ปี กองทัพของเหล่าจอมเวทย์ได้บุกไปถึงเมืองหลวงและกำลังพังประตูของปราสาทเพื่อที่จะบุกเข้าไป เหล่าขุนนางก็ได้รู้ว่า ที่พวกจอมเวทย์บุกเข้ามาถึงที่นี่ได้อาจจะเป็นฝีมือของโรฮาน จีงสั่งให้พาราดินทั้งสี่คนไปสังหารโรฮานที่คฤหาสน์


          "โรฮาน โรเซนเบิร์ก เจ้าคนทรยศ! แกได้ถูกตัดสินโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรแล้ว ข้อหาปล่อยข่าวของกองทัพและร่วมมือกับพวกจอมเวทย์" หัวหน้าอัศวินได้บุกโจมตีคฤหาสน์พร้อมกับทหาร 50 นาย ได้ฆ่าพ่อบ้านและสาวใช้ของตระกูลตายจนหมด เหลือเพียงแต่โรฮานคนเดียวที่ยังต่อสู้กับพวกทหารที่กำลังบุกเข้า ส่วนเธียรได้แอบเข้าไปในช่องลับเพื่อที่จะหนีออกไปทางประตูหลังของคฤหาสน์

         "รายงานครับ! ตอนนี้มีพวกทหารจักรวรรดิได้บุกเข้าไปโจมตีคฤหาสน์โรเซนเบิร์ก อีกทั้งพาราดินทั้งสี่คนก็กำลังมุ่งหน้าไปที่นั้นครับ"
จอมเวทย์ที่ประจำหน่วยข่าวกรองได้รายงานให้กับกราฟที่กำลังยืนมองประตูปราสาทที่กำลังถูกทำลาย จึงได้สั่งฟลูเดียรให้รีบไปช่วยเหลือทันที

          โอ้ย~! , อ้าก~!
          ทหารจำนวน 50นาย รวมทั้งหัวหน้าอัศวินได้ถูกโรฮานจัดการจัดไม่เหลือ เค้าเริ่มหนื่อยล้าเต็มทีและอากาศข้างนอกี่หนาวเย็นได้พัดเข้ามาในคฤหาสน์ ชายหนุ่มที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องลับเพื่อที่จะตามหลังของลูกสาวของตนก็ได้ถูกธนูยิงเข้าไปที่หลัง 4 ดอก เค้าได้หันหน้าไปมองก็ได้เห็นลูกธนูไฟที่กำลังยิงเข้ามาในคฤหาสน์ ไฟเริ่มลุกไหม้ไปทั่วและมีเด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับดาบสีเงืนที่ส่องแสงประกาย


          "พาเมล่า งั้นเหรอ!?"


          "โรฮาน สิ่งที่นายทำลงไปน่ะ มันอภัยให้ไม่ได้จริงๆ" พาเมล่าวิ่งเข้ามาหาโรฮานอย่างรวดเร็วและชี้ดาบพุ่งเข้ามา


          "พุ่งเข้ามาดื้อๆ ยังงี้เลยเหรอ!" โรฮานตวัดดาบสกัดการโจมตีของพาเมเล่ได้


          "สมแล้วที่เป็นอันดับหนึ่งของพาราดิน รับดาบของฉันได้แบบนี้ขอนับถือจากใจเลย"


          "ฝีมือเธอเองก็ยังไม่ถึงขั้นนะ อายุก็ยังน้อยด้วย ฉันจะสอนวิธีการใช้ดาบของจริงให้ธอดูเอง!"            


          "อวดดีนักนะ!!" พาเมล่าสร้างวงแหวนเวทย์ขึ้นมาและวิ่งเข้าไปข้างใน


           "อะไรวะนั้น!?" โรฮานถึงกับชะงักเมื่อได้เห็นพาเมล่าวิ่งเข้าไปในวงแหวนและหายไป


           "แล้วถ้าเจอแบบนี้ จะอวดดีอีกมั้ย!" วงแหวนได้ปรากฎอยู่ข้างหลังของโรฮาน พาเมล่าได้พุ่งออกมาจากวงแหวนและฟันไปที่กลางหลังของโรฮาน จนเค้าต้องรีบหันหน้าไปมองก็ได้เห็นว่าพาเมล่าวิ่งเข้าไปในวงแหวนอีกครั้ง


           "ทำไมพวกเราถึงไม่บุกเข้าไปข้างในล่ะ" ยามาโตะหันหน้าไปถามไลมัส


           "ตัวตนของพาเมล่าเป็นความลับสุดยอดน่ะ ขนาดจะให้ไปดูการต่อสู้ของเธอก็ยังเป็นความลับอีกด้วย ถ้าเจ้าโรฮานมันรอดออกมาได้ ฉันจะได้ถามมันทันทีเลย" ไลมัสตอบกลับพร้อมกับถอนหายใจ


           "พวกนายน่ะ อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กันด้วยล่ะ" ซิลเลี่ยนหันหน้าไปมองและทั้งสองคนก็พยักหน้าให้


           "ฮะ ฮะ ฮะ เป็นอะไรไปล่ะ คุณพ่อพาราดิน ทำได้แค่นี้เองเหรอ?" เสียงของพาเมล่าได้ดังออกมาทั่วทั้งห้อง โรฮานได้แต่ยืนมองหาและถูกฟันไปหลายที่และเลือดก็เริ่มไหลออกจากชุดเกราะ


           "ที่ตัวตนของเธอเป็นความลับสุดยอด นั้นก็เพราะว่าตัวเธอเองก็สามารถใช้เวทมนต์ได้ แถมยังมีดาบไวท์ซิลเวอร์อีก แต่การโจมตีของเธอแค่พุ่งออกมาจากวงแหวนเวทย์และกลับเข้าไปใหม่ คงต้องพึ่งสัญชาตญาณซะแล้วสิ" โรฮานเริ่มจะจับเคล็ดของพาเมล่าได้แล้ว ตัวเองจึงยืนนิ่งเงียบและฟังเสียงของวงแหวนที่กำลังปรากฎออกมาทั่วทั้งห้อง


           "หึ! ยืนนิ่งเงียบแบบนั้น สงสัยคงจะเตรียมใจที่จะตายแล้วสินะ" พาเมล่าพุ่งออกมาจากวงแหวนและพุ่งเข้าไปหาโรฮานซึ่งๆ หน้าอย่างรวดเร็ว แต่โรฮานยื่นดาบออกไปและชี้ไปที่พาเมล่าที่กำลังพุ่งเข้ามา


           ฉัวะ!!
          ดาบของโรฮานได้แทงไปที่เกราะไหล่ของพาเมล่าหลุดออกมา เด็กสาวถึงกับชะงักทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกโจมตีซะเอง จึงเสียหลักล้มลงไปที่พื้นและพยายามจะลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ถูกโรฮานวิ่งเข้ามาล็อกแขนไว้จากด้านหลังและจับเธอชนไปที่กระจกของหน้าต่างห้อง


           "อึ๊ก~! ได้ไงกัน!"


           "เห๊อะ! ท่าโลหะฟาดฟันน่ะ มันเป็นท่าที่ฟันไปข้างหน้าหากศัตรูเอนหลังหลบได้ ก็พุ่งแทงเข้าไปอีกครั้ง แต่สำหรับเธอที่พุ่งเข้ามาหาซึ่งๆหน้าแค่เอาดาบชี้รอก็พอแล้ว ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะนะสาวน้อย" โรฮานได้เหลือบตาไปเห็นเธียรจากข้างในหน้าต่าง ที่กำลังวิ่งหนีเข้าไปในป่าและถูกทหารอีก 5 นายวิ่งไล่อยู่และเธอก็สะดุดล้ม จึงถูกฟันเข้าไปที่กลางหลังจนเลือดพุ่งออกมาแล้วนอนลงไปกับพื้นหิมะ


           "เธียร!!" โรฮานเห็นภาพดังกล่าวจึงปล่อยมือของพาเมล่าออก เธอจึงใช้โอกาสที่โรฮานกำลังตกใจอยู่นั้นฟันแขนซ้ายของโรฮานขาด
และแทงเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้าย


           "โทษของนายคือประหารเจ็ดชั่วโคตร อย่าคิดนะว่าลูกของนายจะหนีรอดไปน่ะ" พาเมล่าบิดดาบของเธอเพื่อที่จะสร้างบาดแผลให้ใหญ่ขึ้นและหัวใจฉีกขาดมากขึ้น โรฮานเริ่มจะมองอะไรไม่เห็นจึงใช้หัวของตัวเองไปกระแทกที่หน้าผากของพาเมล่าล้มทั้งยืนและหมดสติไป


           "เธียร...พ่อ...จะไปช่วยลูก...เดี๋ยวนี้แหละ" โรฮานเดินออกมาจากคฤหาสน์และพยายามจะเดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อทีจะตรงไปที่ป่า
ยามาโตะได้เห็นจึงหยิบธนูแล้วยิงไปที่ต้นขาของโรฮาน ไลมัสที่กำลังมองดูโรฮานที่กำลังฝืนเดินตรงไปที่ป่าได้ก้มหน้าลง ซิลเลี่ยนได้เดินตรงเข้าไปหาโรฮานพร้อมกับหอก จึงได้เตะไปที่เอวจนโรฮานล้มไปนั่งพิงกับผนังคฤหาสน์


           "ฉันมาทำตามสัญญาแล้วนะ โรฮาน"




           4 วันก่อนที่กองทัพจอมเวทย์จะบุกเข้ามาถึงเมืองหลวง

            "สงครามใกล้จะจบแล้วจริงๆ เหรอ!?" เสียงของไลมัสได้ดังออกมา

            "ใช่แล้วครับ อีกไม่กี่วันสงครามก็จะจบลงแล้วครับ" โรฮานยืนยันคำตอบ

            "แต่พวกขุนนางมันก็ต้องรู้ตัวสิว่านายเป็นไปบอกเส้นทางลับให้กับพวกจอมเวทย์ พวกนั้นจะต้องส่งทหารมาฆ่านาย หนักสุดอาจจะเป็นพวกเราก็เป็นได้" ยามาโตะหันหน้าไปพูดกับโรฮาน

            "คนที่จะเข้ามาฆ่าผมอาจจะไม่ใช่พวกท่านนะครับ"

            "พาเมล่า อาร์วิงค์สินะ" ซิลเลี่ยนพูดแทรกเข้ามา

            "ถูกต้องแล้วครับ ถึงแม้พวกขุนนางจะส่งพวกท่านมายังไง พาเมล่าจะเข้ามาฆ่าผมอยู่ดี ซึ่งตัวตนของเธอมันเป็นความลับสุดยอดก็แปลว่าจะไม่มีใครเข้ามาข้างในคฤหาสน์ซักคนยกเว้นเธอคนนั้น"


             "คิดว่าสู้เธอได้ยังงั้นเหรอ?"


             "เพื่อเธียรลูกสาวสุดที่รักของผม ผมจะขอยอมตายเพื่อเธอ ถ้าผมเอาชนะพาเมล่ามาได้ล่ะก็ บาดแผลคงจะเยียวยาไม่ได้และอาจจะทรมานมากๆ ผมอยากจะขอร้องพวกท่านช่วยปลิดชีวิตผมด้วย สัญญานะครับ" โรฮานได้บอกคำขอร้องให้กับพาราดินสามฟัง


             "อืม , อ่า , อือ" ทั้งสามคนพยักหน้าให้และจับมือกับโรฮานเป็นครั้งสุดท้าย



             สายตาของโรฮานค่อยๆ มืดลงอย่างช้าๆ และได้เหลือบตาไปมองเห็นศพของทหารทั้ง 5 นายถูกหอกน้ำแข็งปักอบู่ที่กลางหัว ซึ่งนั้นทำให้เค้ารู้ว่า สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก ลูกสาวสุดที่รักของเค้าได้รับการช่วยเหลือจากจอมเวทย์แล้ว แสงสีขาวสว่างได้ปรากฎภาพหญิงสาวผมยาวสีเหลืองทองเดินออกมาจากแสงและตามหลังมาด้วยกลุ่มสาวใช้และพ่อบ้านยืนอยู่ด้านหลัง


             "เธียรล่า ลูกของเราปลอดภัยแล้วล่ะ หน้าที่ของผมจบลงแค่นี้ล่ะ"


             "ลูกสาวของเราจะต้องมอบความอบอุ่นและรอยยิ้มให้กับผู้คนได้แน่นอนค่ะ"


             "ผมน่ะ ไม่ว่าวันไหนก็ยังรักคุณนะ"


             "ฉันก็รักคุณเหมือนกันค่ะ"


             "คุณกลับมารับผมยังงั้นสินะ"


             "ค่ะ...พวกเราต้องไปกันแล้วนะ ลุกขึ้นยืนไหวมั้ย" เธียรล่าได้ยื่นมือมาหาโรฮาน


             "ถ้าได้มือที่แสนอบอุ่นแบบนี้ยื่นมาให้ ผมยิ่งไม่อยากลุกขึ้นเองน่ะสิ" มือของเธียรล่าได้จับมือของโรฮานให้ลุกขึ้นยืน เธอก็ได้กอดแขนของโรฮานและกางปีกออกมาอย่างสวยงามแล้วเดินเข้าไปในแสงสีขาวตามหลังด้วยพ่อบ้านกับสาวใช้




             ฉึก!!
             ซิลเลี่ยนได้ใช้หอกแทงเข้าไปที่หัวใจของโรฮานพร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลออกมา ไลมัสกับยามาโตะก็ร้องไห้ออกมาเช่นเดียวกัน โรฮานได้หลับตาลงอย่างสงบและยิ้มให้ทั้งสามคนก่อนจะสิ้นใจไปในที่สุด


            "คุณพ่อคะ!!" เธียรลืมตาและยกตัวขึ้นมา ทำให้ทามาโมะที่กำลังนอนหนุนตักก็ตกใจตื่นขึ้นมาด้วย

            ภาพที่เธียรเห็นในตอนนี้คือทุกคนในกลุ่มกำลังนั่งอยู่บนหัวของซิ้ปปี้ที่ตัวขยายใหญ่ขึ้นและกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่หุบเขาหิมะ ที่ฟลูเดียรกำลังรอพวกเธอทุกคนอยู่บนยอดปราสาทน้ำแข็งที่เธอได้สร้างขึ้นมา

            "พี่คะ เป็นอะไรไปเหรอคะ เล่นสะดุ้งตื่นขึ้นมาแบบนี้น่ะ" ทามาโมะเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเธียรและได้ถามออกไป


            เธียรได้ก้มหน้าลง เอาหน้าผากตัวเองไปแตะกับหน้าผากของทามาโมะพร้อมกับยิ้มให้
            "แค่ฝันร้ายน่ะ"





To Be Continued.




ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 22-8-2018 11:37 , Processed in 0.047326 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th