เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 565|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4555
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 16-12-2015 02:09:23 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:22

      

Rosenkreuzstilette บทที่ 23


Doppelganger





         "กระจกเงามายา ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าจะเอามาไว้ที่หุบเขาหิมะแบบนี้น่ะครับ" เสียงปริศนาได้ดังออกมาจากเงามืดที่อยู่ด้านหลังเก้าอี้น้ำแข็งของฟลูเดียรที่กำลังนั่งอยู่
        "มีธุระอะไร?"

        "อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นสิครับ ผมแค่แวะมาทักทายแค่นั้นแหละ" เงาดำค่อยๆ ลอยออกมาจากเงาเก้าอี้น้ำแข็งของฟลูเดียร แสงสะท้อนที่ส่องออกมาจากน้ำแข็งได้เผยใบหน้าของเจ้าของเสียง

        "เข้าใจหาหน้ากากมาปิดหน้าตัวเองด้วย ก็ดีนะ ฉันจะได้ไม่ต้องทนดูหน้าตาน่าเกลียดของนายน่ะ ธานาทอส" ฟลูเดียรหันหน้าไปมองเงาที่กำลังลอยเข้ามาหาเธอ ชายที่สวมหน้ากากหัวกระโหลกและชุดคลุมสีดำขาดๆ มือซ้ายถือเคียวและดาบดำขนาดใหญ่ที่คาดไว้อยู่ที่หลัง ดาบเล่นนั้นคือ เดม่อน ซอร์ด ซึ่งเป็นดาบของพาราดินไลมัส เซย์ฟาร์ ปู่ทวดของ กอร์ล่า


        "ยังปากร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" ธานาทอสได้เปิดหน้ากากออกมาให้เห็นแค่ตาสีม่วงที่กำลังส่องแสง


        "..." ฟลูเดียรไม่ตอบและยังนั่งนิ่งเงียบดูกลุ่มนักโทษกบฎที่กำลังจะขึ้นมาบนหุบเขาหิมและเดินตรงเข้ามาที่ปราสาทน้ำแข็ง


       "ไลเบียร พาร์ลิส , ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาร์เกิ้ล , ซอร์เนียร์ เซฟเฟี้ยน ,ทาร์อูเอเล่ วอร์เลส , ลูซเต้ ทอยเบอร์ , ฮาซึมิ อามาโนะ , ทามาโมะ โนะ มาเอะ และหัวหน้ากลุ่มนักโทษกบฎ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก พวกนั้นทั้งหมดน่าจะปล่อยให้ผมเป็นคนจัดการนะครับ"

       "ถ้าให้แกไปจัดการพวกนั้น กระจกเงามายาที่เอามาก็สูญเปล่ากันพอดี แกอย่าเข้ามายุ่ง ฉันอยากเห็นพวกนั้นต่อสู้กับพวกเดียวกันเอง"

       "ดอปเปลแกงเกอร์!?"

       "พวกนั้นฝ่าป้อมปราการซูเวอร์เบิร์กมาได้และยังเอาชนะ ชีเซลล์ เมลสตรอม คนนั้นได้อีกด้วย"

       "ที่ผมรู้มานั้นก็เพราะว่าเธอถูกปีศาจจิ้งจอกแปดหางคิตสึเนะเล่นงานไปนี่ครับ?"

       "บาดแผลแค่นั้นน่ะ ชีเซลล์ทนได้อยู่แล้ว แต่ว่าพอได้หันหน้าไปคุยกับเธียร เธอคนนั้นก็ยอมแพ้แต่โดยดี แกอย่าเข้าไปยุ่งเป็นอันขาดเลยนะธานาทอส เธียรเป็นเป้าหมายหลักของฉัน"

       "กระจกเงามายาอันนั้น จะดึงเงาของอีกฝ่ายออกมาได้แค่คนเดียวนะครับ แล้วท่านฟลูเดียรจะให้ใครเป็นเงาของดอปเปลแกงเกอร์ล่ะครับ" ฟลูเดียรลุกขึ้น ช่วงที่เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้น้ำแข็ง ปราสาทน้ำแข็งก็ค่อยๆ สลายหายไป หิมะก็เริ่มตกหนักมากขึ้นจนทำให้ธานาทอสรีบบินออกจากหุบเขาหิมะทันที

      "ให้ตายเถอะ เจ้าหญิงน้ำแข็งคนนี้ ชอบลุยเดี่ยวอยู่เรื่อยเลย" ธานาทอสได้แต่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้าที่อยู่เหนือลมของพายุหิมะ


        ดอปเปลแกงเกอร์ ที่กระจกเงามายาสร้างขึ้นมา ถึงแม้จะสร้างออกมาได้แค่ตัวเดียว แต่มันสามารถแปลงร่างเป็นใครก็ได้ที่ถูกกระจกอันนั้นส่อง แต่ถ้าเจ้าดอปเปลมันเต็มใจเลือกคนๆ นั้นเป็นร่างของมันเมื่อไหร่ล่ะก็ คนๆ นั้นได้ตายแน่





        "หวา~! หนาวมากเลย ตอนแรกที่มาถึงหุบเขาหิมะ มันยังไม่มีพายุหิมะเลยนี่นา" ลูซเต้พูดและเดินกอดอกของตัวเอง

       "คงจะเป็นฝีมือของฟลูเดียรแน่ๆ เจ้าหล่อนไม่ค่อยชอบต้อนรับแขกน่ะ"

        "พี่ฟลูเดียร นิสัยของเค้าก็เป็นแบบที่คุณซอร์เนียร์พูดนั้นแหละ ยิ่งเป็นศัตรูของพี่เค้าแบบนี้ก็ก่ะจะให้แข็งตายกันไปเลย" เธียรยื่นหน้าออกไปพูดกับซอร์เนียร์

        "ว้าว~! อุ่นจังเลยค่ะ"

        "นั้นน่ะสิน้า~"

        "หุหุ คิดถูกจริงๆ ที่ได้เป็นเพื่อนกับจิ้งจอกเก้าหางแบบนี้น่ะเจ้าค่ะ"

        "พี่ทามาโมะเก่งจังเลยค่ะ" เสียงของ ไลเบียร ทาร์อูเอเล่ ฮาซึมิ และซิลเวอร์ ดังออกมาจากลูกบอลที่เป็นหางทั้งเก้าของทามาโมะห่อหุ้มเอาไว้และให้ลูซเต้กับซอร์เนียร์เป็นคนลากขึ้นไปบนหุบเขา

        "น่าอิจฉาชะมัด ฉันเองก็อยากเข้าไปอยู่ข้างในนั้นบ้างจัง" ซอร์เนียร์หันหน้าไปพูดกับเธียรที่ยื่นหน้าออกมาจากหางของทามาโมะ

        "ช่วยไม่ได้นะคะ จับไม้สั้นไม้ยาวไปแล้ว คุณซอร์เนียร์กับลูซเต้ ได้ไม้สั้นทั้งคู่แบบนี้น่ะ" เธียรตอบกลับและยิ้มให้

        "อ๊ะ! ข้างหน้ามีถ้ำอยู่ด้วย" ลูซเต่ชี้นิ้วไปข้างหน้า ซอร์เนียร์กับเธียร มองไปที่ถ้ำข้างหน้าที่ลูซเต้ชี้ไป

        "เข้าไปที่นั้นกันเถอะ มันอาจจะเป็นทางผ่านของหุบเขาหิมะก็เป็นไปได้และจะได้ไม่ต้องฝ่าพายุหิมะพวกนี้อีกด้วย"

        "โอ้!" ลูซเต้กับซอร์เนียร์รีบลากลูกบอลเข้าไปข้างในถ้ำทันที


         ทุกคนได้มามาข้างในถ้ำก็ได้เห็นน้ำแข็งที่แช่แข็งทหารของจักรวรรดิช่วงสงคราม 10ปีที่แล้ว เธียรได้สังเกตไปเห็นอาวุธที่ถูกแช่แข็งไว้ข้างบนผนังถ้ำก็คือ หอกกุงนิห์ ดาบคู่เซเบอร์กับฮิซาเมะ และดาบโคคุเทย์

         "นั้นมันอาวุธของพาราดินแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์นี่นา ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ"

         "เธอรู้ได้ยังไง ว่าอาวุธพวกนั้นเป็นของพาราดิน" ทาร์อูเอเล่หันไปถาม

         "กุงนิห์(หอกที่ไม่มีวันพลาดเป้า)อาวุธคู่กายของ พาราดินซิลเลี่ยน วินซอร์ ส่วนดาบคู่ เซเบอร์(ผู้สะบั้น)กับฮิซาเมะ(พิรุณน้ำแข็ง)
อาวุธคู่กายของ พาราดินยามาโตะ มุรามาสะ พวกเค้าเป็นพาราดินอาวุโสของพ่อฉัน พาราดินโรฮาน โรเซนเบิร์ก ผู้ครอบครองดาบ โคคุเทย์(จักรพรรดิกำสรวล) ที่ได้มาจากช่างตีดาบแห่งเมืองเจเปนนิส" เธียรตอบกลับ


         "ถ้าจำไม่ผิด พาราดินของจักรวรรดิมีทั้งหมด 5 คนนี่นา" ลิลลี่พูด


         "สองคนที่เหลือคือ พาราดินไลมัส เซย์ฟาร์ ส่วนอีกคนหนึ่งฉันไม่รู้นะว่าเป็นใคร เพราะมันเป็นความลับสุดยอด รู้แค่ว่าเป็นผู้หญิงน่ะ"


         "หืม? เซย์ฟาร์ เหรอ?" ซอร์เนียร์ชะงักและหันหน้าไปมองหน้าเธียร


         "ใช่แล้ว เค้าเป็นปู่ทวดของกอร์ล่ายังไงล่ะ ตอนเด็กๆ เวลาเค้าแวะมาหาฉันก็จะชอบให้ฉันขี่คอตลอดเลย"  เธียรเงยหน้าขึ้นไปมองดาบโคคุเทย์ที่ฝักดาบมีสัญลักษณ์ของตระกูลโรเซนเบิร์กด้วย


         เธอได้ยื่นมือขึ้นไปอย่างช้าๆ ก็มีแสงเลเซอร์ได้พุ่งออกมาจากน้ำแข็งเข้ามาหาเธียรอย่างรวดเร็ว ทาร์อูเอเล่ได้ใช้หอกโกลาหลกันเอาไว้จนสะท้อนไปอีกทางอื่น แสงได้ตัดน้ำแข็งที่แช่ทหารขาดออกไป ลูซเต้ได้มองไปดูน้ำแข็งที่ถูกตัดขาดก็ถึงกับตกใจ ลอยที่ตัดขาดเนียนเรียบ ศพทหารที่อยู่ข้างในที่ถูกตัดขาดไปด้วยก็ไหม้หายไปทันที ยกเว้นน้ำแข็งที่ห่อหุ้มเอาไว้


         "แสงเลซอร์พวกนี้มันอะไรกันน่ะ" ซอร์เนียร์พูด เธอเงยหน้าขึ้นไปบนผนักถ้ำก็ได้เห็นแสงเลซอร์พุ่งออกมาอีกทางหนึ่ง


         "กับดักเลเซอร์ของฟลูเดียรเหรอ!!" ลูซเต้ขว้างกงจักรปีศาจเข้าไป แต่ก็ถูกตัดขาดทะลุเข้ามาหาเธอทันที ซิลเวอร์มองไปเห็นก้อนน้ำแข็งที่กำลังสะท้อนแสงของหอกกุงนีห์จากอีกทางไปอีกเส้นทางหนึ่ง จึงให้ซิ้ปปี้ผลักก้อนน้ำแข็งไปดักหน้าไว้ก่อนที่มันจะเข้าไปถึงตัวลูซเต้


         "ทุกคนคะ ก้อนน้ำแข็งสีฟ้าที่อยู่รอบถ้ำมันสามารถสะท้อนแสงเลเซอร์ไปทางอื่นได้ อย่าไปปะทะกับแสงเลซอร์พวกนั้นเป็นอันขาด" ซิลเวอร์ตะโกนเสียงไปหาทุกคน


         "ปล่อยให้เป็นหน้าของฉันเองเจ้าค่ะ" ฮาซึมิได้ใช้มือตบไปที่พื้นน้ำแข็งทำให้แผ่นน้ำแข็งตั้งขึ้นมาเป็นกำแพงล้อมกลุ่มไว้ทั้งแปดทิศ


         "สุดยอด! มีกำแพงน้ำแข็งโผล่ขึ้นมาจากพื้นด้วย ยัยนินจาเปี๊ยกเธอนี่เจ๋งไปเลย ตอนที่สู้กันที่เมืองเจเปนนิสก็ไม่ได้เก่งอะไรเลยนี่นา ทำไมมาครั้งนี้โชว์พาวได้ถึงขนาดนี้กันล่ะเนี้ย!" ซอร์เนียร์พูดชมให้กับฮาซึมิ


         "รู้สึกเหมือนโดนว่ายังไงไม่รู้นะเจ้าคะ นั้นก็เพราะว่าได้เดินทางมากับพวกท่าน มันทำให้ฉันได้แสดงฝีมือออกมาได้มากขึ้นก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ"


        "เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมฮาซึมิถึงโดนเนรเทศออกมาจาก สำนักเงาทมิฬ เพราะว่าเด็กคนนั้นเก่งเกินไปสำหรับพวกเค้าที่จะฝึกสอนให้อีกต่อไปแล้วและกลายเป็นตัวอันตราย จึงถูกแกล้งให้ได้รับภารกิจไปสังหารคิตสึเนะ  เพื่อที่จะให้เธอออกไปจากสำนักและไม่ให้กลับมาอีกแต่ก็ทำภารกิจล้มเหลวไม่เป็นท่า จึงขอให้พวกพี่เธียรไปช่วยต่อสู้กับคิตสึเนะ" ทามาโมะมองไปที่ฮาซึมิ


         "พวกเราต้องรีบเข้าไปแล้ว เลเซอร์พวกนั้นมันกำลังพุ่งไล่หลังพวกเราแบบรูปทรงตาข่าย" ทาร์อูเอเล่ชี้นิ้วไปที่เลเซอร์ที่กำลังรวมตัวกันเป็นรูปทรงตาข่ายและค่อยๆ ไล่หลังมา


         "เธียร! ลืมเรื่องดาบของพ่อเธอไปก่อน พวกเราต้องรีบเข้าไปข้างในถ้ำให้ลึกที่สุดแล้ว" ซอร์เนียร์จูงมือของเธียรวิ่งเข้าไปข้างในถ้ำตามหลังด้วยทุกคนในกลุ่ม


        กลุ่มนักโทษกบฎทุกคนได้วิ่งเข้ามาถึงห้องกระจกน้ำแข็งที่อยู่ใจกลางถ้ำ เงาสะท้อนได้ส่องไปทั่วทั้งห้อง ตรงกลางห้องจะมีเสาหัวกระโหลกน้ำแข็งตั้งอยู่หนึ่งต้น


        "ห้องกระจกเงา?"


        "ห้องกระจกเงาแบบนี้!? เหมือนที่สวนหนุกของหนูเลยค่ะ มะม๊า" ซิลเวอร์รีบวิ่งไปกระตุกแขนเสื้อของเธียร ประตูทางเข้าได้ปิดทันที จนทำให้ทุกคนที่เข้ามาในห้องสะดุ้งตกใจ เสาหัวกระโหลกน้ำแข็งได้ยิงหอกน้ำแข็งออกมา ทุกคนรีบวิ่งหลบหอกน้ำแข็งและแยกตัวออกมา กระจกที่ติดตามห้องก็ได้สะท้อนเงาของทุกคนที่กำลังวิ่งอยู่


        "ระยะห่างของพวกเรากับเสานั้นมันไกลเกินไป เธียรรีบยิงจัดการเสานั้นเร็วเข้า!" ซอร์เนียร์ตะโกนไปหาเธียร


        "ได้เลย! ซีลิคอาวิล!!" เธียรได้ยิงกระสุนปืนใหญ่แห่งแสงเข้าไปที่เสาหัวโหลกแตกกระจายและสะท้อนกระสุนปืนใหญ่แตกกระจายด้วยเช่นกัน แสงในกระจกเงาก็วูบดับลงเห็นเพียงแค่แสงของกระสุนปืนใหญ่พุ่งชนกระจกและชิ่งไปมา ทุกคนที่อยู่ในห้องรีบหมอบลงกับพื้น


         "หว๋า~! มันสะท้อนการโจมตีมาได้ด้วย!!" ไลเบียรที่กำลังหมอบอยู่ ได้มองกระจกที่กำลังถูกกระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้าปะทะทำให้เกิดแสงวับๆ ขึ้นมา เงาสะท้อนที่ไลเบียรเห็นนั้น ไม่ได้เป็นเงาที่ทุกคนกำลังก้มหมอบลงกับพื้นแต่กำลังยืนมองอยู่และยิ้มแสยะให้


         "นั้นมันอะไรน่ะ!?" ไลเบีนรพูด จนกระทั่งกระสุนปืนใหญ่ได้หายไปและทำให้ห้องทั้งห้องมืดสนิท


         "อ๊ะ...ไฟดับเจ้าค่ะ"


         "คำพูดนี้มันคุ้นๆ นะ"


         "นึกถึงตอนที่อยู่สวนสยองได้เลยนะ เสียงร้องครางของคุณซอร์เนียร์ตอนนั้นน่ารักมากเลย"


         "จริงอ่า!? ซอร์เนียร์ช่วยร้องเสียงนั้นให้ฉันฟังบ้างสิ"


          ผวัะ~! "อ๊าง!~"

"โอ๊ะ! รอบนี้ต่อยถูกแห๊ะ"


         "รีบๆ จุดไฟขึ้นมาทีสิ" ลูซเต้ตะโกนเสียงออกมา ทามาโมะจึงเรียกไฟจิ้งจอกออกมา ถึงมันจะไม่สว่างเท่าไฟธรรมดา แต่ก็ทำให้ถึงคนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง


         "ทุกคนรายงานตัวซิ! ว่าอยู่กันครบมั้ย ฉันซอร์เนียร์ เซฟเฟี้ยน!"


         "ทะ...ทาร์อูเอเล่ วอร์เลส...ค่ะ นอนจมกองเลือดอยู่นี่ค่ะ"


         "ว๊า ฮะ ฮ่ะ ฮ่า~! จ้าวแห่งเกม ลูซเต้ ทอยเบอร์!!"


         "มิโกะแห่งทวยเทพ ไลเบียร พาร์ลิส ค่ะ"


         "ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล ค่ะ ซิ้ปปี้ก็นั่งอยู่บนหัวด้วยค่ะ"


         "นินจาเงาทมิฬ! ฮาซึมิ อามาโนะ รายงานตัวเจ้าค่ะ"


         "สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก กับ ลิลลี่ ปลอดภัยดีค่ะ"


         "ทามาโมะ โนะ มาเอะ อยู่เคียงข้างพี่สาวตลอดค่ะ"


          "สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก จะฆ่าพวกคุณทุกคนให้หมดค่ะ"

"หา!? เธียรเมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?" ซอร์เนียร์หันหน้าไปถามเธียร


         "เอ๋~!? ฉันไม่ได้พูดนะ"


         "นั้นมันเสียงของเธอจริงๆ นะ"


          "ใช่ๆ ถ้าเธอไม่ยอมรับเดี๋ยวก็ฆ่าทิ้งซะหรอกนะ" เสียงของทาร์อูเอเล่ได้ดังขึ้น


         "ยัยบ้า นี่เธอพูดอะไรออกมาน่ะ" ลูซเต้ดึงเสื้อของทาร์อูเอเล่


         "ฉันเพิ่งจะหายมึนเองนะ ยังไม่ได้พูดอะไรเลย" ทาร์อูเอเล่กำลังเช็ดเลือดออกจากหน้าก็งง ที่ถูกลูซเต้ดึงเสื้อให้ก้มหน้าลงมา


          "ทำไมไม่รีบตายๆ ไปซะล่ะ อยู่ไปก็รกโลกเปล่าๆ ยัยมังกรฟ้างี่เง่าเอ๊ย!" คราวนี้เป็นเสียงของไลเบียร ทุกคนรีบหันหน้าไปมองทันที ไลเบียรยืนนิ่งเงียบ


         "ไลเบียร คำพูดเมื่อกี้นี่มันแรงไปนะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า คนที่พูดสุภาพอย่างเธอจะกล้าพูดแบบนี้" ทุกคนมองหน้ากันและพยักหน้าให้กัน เดินตรงเข้าไปหาไลเบียร ทำให้เธอได้เห็นสีหน้าของแต่ละคนเหมือนกับเตรียมที่จะฆ่าคน


         "ยัยคนอ่อนแอเอ๊ย พูดแรงไปแล้วนะ อยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงของกลุ่ม ตายไปซะเถอะ!" เสียงครั้งเป็นของฮาซึมิ


        "คนที่ต้องตายน่ะ มันแกต่างหาก!!" ทามาโมะหันหลังและโยนลูกไฟจิ้งจอกไปทิศทางที่เสียงนั้นดังออกมา ทุกคนก็รีบหันหลังเหมือนกันและจ้องมองไปที่ลูกไฟที่กำลังพุ่งไป


         บึ้ม! เสียงของระเบิดลูกไฟได้ดังไปทั่วทั้งห้อง ทำให้ทุกคนได้เห็นเงาของตัวเองในกระจกกำลังยืนหัวเราะ แสงไปส่องออกมาจากกระจกทุกทิศทาง ทุกคนรีบปิดตาของตัวเองทันที ซิลเวอร์ที่กำลังก้มหน้าก็ได้เห็นควันสีดำระเหยออกมาจะเงาของทุกคนและลอยเข้าไปในกระจก เวลาผ่านไปสักพักกระจกในห้องทุกบานแตกกระจาย เหลือเพียงแค่กลุ่มควันสีดำลอยอยู่กลางห้อง


        "คราวนี้อะไรอีกล่ะ"  ซอร์เนียร์หันไปมองฮาซึมิเหมือนจะถามว่าจะเข้าไปโจมตีมั้ย ฮาซึมิเรียกร่างแยกออกมาหนึ่งตนและสั่งให้เข้าไปโจมตีกลุ่มควันสีดำ


         ซีลิคอาวิล! กระสุนปืนใหญ่แห่งแสงพุ่งออกมาจากกลุ่มควันและสีของมันเป็นสีดำ พุ่งทะลุร่างแยกของฮาซึมิและตรงเข้ามาหาซอร์เนียร์กับฮาซึมิที่กำลังยืนตกใจอยู่


        เก็คโค โคโจ (เขตแดนขจัดเงามืด) ทามาโมะโยนแผ่นยันต์ไปที่พื้นข้างล่างของกลุ่มควันดำและยกแขนขึ้นไปชี้กลุ่มควันดำที่กำลังลอยอยู่ อักษรอักขระได้ปรากฎขึ้นและส่องแสงพุ่งขึ้นไปโจมตีรวมทั้งกระสุนปืนใหญ่สีดำ


       "ขอแจมบ้างเซ่!" ทาร์อูเอเล่ขว้างหอกโกลาหลขึ้นไป จนเกิดแสงสว่างขึ้นและระเบิด หอกได้กระเด็นออกมาฮาซึมิกระโดดขึ้นไปรับและโยนคืนให้ทาร์อูเอเล่


       "กลุ่มควันดำแบบนั้นเหมือนกับของจ้าวเงินตราเลยนะคะ" ไลเบียรพูด


        "อย่าเอาฉันรวมกับพวกขยะแบบนั้นสิ" กลุ่มควันดำได้รวมตัวกันเป็นรูปเป็นร่างเหมือนคน ลอยลงที่พื้น


        "แกมันตัวอะไรกันแน่" ซอร์เนียร์หยิบแท่งเสาหัวโหลกน้ำแข็งที่แตกหักขึ้นมาและขว้างเข้าไปหาเงาปริศนาที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้า เงาดำรับเสาน้ำแข็งได้และหักทิ้งทันที


        "เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องตอบเธอ เพราะฉันอยู่เคียงข้างเธอมาตลอด ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ?"

"พูดอะไรของแกไม่เห็นจะเข้าใจ" ซอร์เนียร์เปลี่ยนแขนกลให้เป็นดาบและวิ่งเข้าไปหาเงาดำ


         "ยัยโง่เอ๊ย" เงาดำได้เปลี่ยนแขนซ้ายเป็นดาบเช่นกันและวิ่งเข้าไปปะทะกับซอร์เนียร์ทันที




        ซิลเวอร์รีบวิ่งไปดูที่ขอบของกระจกที่แตกออกมา เธอได้ฉีกแขนเสื้อของตัวเองเช็ดน้ำแข็งที่เกาะตามขอบกระจกออก จึงได้เห็นบางสิ่งที่ทำให้เธอชะงักทันทีและหันไปมองเงาดำที่กำลังต่อสู้กับซอร์เนียร์อยู่


         "กระจกเงามายา"

        ทุกคนได้ยินซิลเวอร์พูดชื่อของกระจกออกมาและรีบหันหน้าไปมองเงาที่กำลังต่อสู้กับซอร์เนียร์ รูปร่างของมันค่อยๆ เผยโฉมออกมาอย่างช้าๆ ทรงผมทวินเทลสีเทาดำ แขนกลสีดำ ใบหน้าของมันเหมือนซอร์เนียร์รวมทั้งการแต่งกาย แต่ชุดเป็นสีขาวกับกระโปรงสีเทาดำและดวงตาสีแดงโลหิต


        "ดอปเปลแกงเกอร์!?"






        ดอปเปลแกงเกอร์ (Doppelganger) แฝดปีศาจที่เชื่อว่ามีนิสัยต่างหรือไม่เหมือนกับตัวจริงทุกประการ มีคำร่ำลือว่าหากใครได้พบกับดอปเปลแกงเกอร์ล่ะก็... เขาจะต้องตาย  
        
        "ซอร์เนียร์อีกร่างที่มีนิสัยต่างจากตัวจริงงั้นเหรอ!?" เธียรนึกภาพตอนที่ได้สู้กับซอร์เนียร์ที่ เทือกเขาเหมืองแร่นอซ์ดรู  


        "แย่ล่ะสิ อีกด้านหนึ่งของซอร์เนียร์จะฆ่าไม่เลือกหน้าเลยนะ" ทาร์อูเอเล่พูดพร้อมกับวิ่งไปแจมกับซอร์เนียร์


        "ตัวตนของฉันอีกด้านหนึ่งอย่างงั้นเหรอ!?" ซอร์เนียร์กระโดดถอยออกมา


        "ใช่แล้ว ตัวตนที่ยังเครียดแค้นพวกจักรวรรดิและพวกทรยศยังไงล่ะ" ดอปเปลเปลี่ยนแขนกลสีดำให้กลายเป็นหอกโกลาหลของทาร์อูเอเล่ขึ้นมา


        "ไม่ใช่แค่แปลงร่างเป็นซอร์เนียร์แถมยังใช้อาวุธของคนอื่นได้ยังงั้นเหรอ!?"


        "ตอนที่พวกแกโดนแสงของกระจกเงามายาเข้าไปและทำให้เกิดเงาของตัวเองขึ้นมา พลังของกระจกก็ได้ดึงพลังจากเงาของพวกแกเข้ามาในกระจกและแตกสลายไป จนทำให้ฉันคนนี้ได้พลังของพวกแกออกมาได้ทั้งหมด" ซิลเวอร์ได้ฟังคำพูดของดอปเปลก็ได้นึกภาพตอนที่ทุกคนถูกแสงของกระจกและเงาก็มีไอระเหยลอยเข้าไปในกระจก


       "แกเอาพลังของคนอื่นไปก๊อปปี้เป็นของตัวเอง แล้วขอเจ้าของพลังรึยังว่ายินยอมให้มั้ย!" ทาร์อูเอเล่ที่กำลังฟาดฟันกับดอปเปลได้พูดขึ้นมา  


        "คุณเธียรคะ ดอปเปลแกงเกอร์ตอนนี้ยังไม่ใช่ร่างสมบูรณ์ของมันค่ะ" ไลเบียรวิ่งไปกระซิบที่ข้างหูเธียร


         "หมายความว่าไงเหรอ?"


         "ดูตรงจุดที่มันยืนสิคะ มันกำลังเหยียบเงาของทั้งสองคน ถึงสามารถใช้พลังได้แถมยังสร้างหอกโกลาหลได้อีก ถ้าทำให้เงาของพวกเราอยู่อีกฟากหนึ่งของแสงที่ส่องพวกเรา ดอปเปลก็จะใช้พลังของทุกคนไม่ได้ค่ะ"


         "เข้าใจแล้ว! ทามาโมะช่วยโยนลูกไฟจิ้งจอกไปข้างหลังของดอปเปลที ขอลูกไฟลูกใหญ่นะ" เธียรตะโกนเสียงไปหาทามาโมะ


         "ได้เลยค่ะ!" ทามาโมะสร้างลูกไฟให้ใหญ่ขึ้นและโยนไปข้างหลังของดอปเปลที่กำลังต่อสู้กับทาร์อูเอเล่              


          "แย่แล้ว!" ดอปเปลพยายามจะวิ่งไปอีกฟากหนึ่งแต่ก็ถูกฮาซึมิกระโดดขวางเอาไว้และใช้ดาบสั้นฟันเข้าไป ทำให้ดอปเปลกระเด็นกลับไปคืน


         "ซอร์เนียร! ทาร์อูเอเล่! ถอยออกมาให้ห่างจากยัยนั้นเร็ว!" ทามาโมะเรียกทั้งสองให้กลับเข้ามาและได้ใช้เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ให้โผล่ขึ้นมาจากพื้นที่อยู่ด้านหลังของดอปเปล


          "พี่คะ! ใช้โอกาสตอนที่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ระเบิดขึ้นมาและแสงที่ส่องเงาของพวกเราไปอีกฟากหนึ่ง ยิงซีลิคอาวิลใส่มันให้กระเด็นเข้าไปข้างในเขตนะคะ!"


         "ได้เลย!" เธียรยื่นแขนซ้ายรอทันที


         "ใครมันจะไปยอมกันเล่า! ลีเวียธาน!(เสาเข็มหมุดมหาสมุทร)" ดอปเปลได้เรียกเสาน้ำออกมาแต่มันเป็นสีม่วง ดูดทุกคนที่อยู่รอบห้องเข้ามา


         "ลีเวียธานของฉันทำไมสีของมันดูน่าเกลียดแบบนั้น ยัยบ้าเอ๊ย! ซอร์เนียร์ช่วยโยนลูกระเบิดไปใส่มันที" ทาร์อูเอเล่ขอให้ซอร์เนียร์ขว้างระเบิดเข้าไปข้างในเสาน้ำ ทาร์อูเอเล่ได้สร้างลูกบอลน้ำหุ้มระเบิดเอาไว้และสั่งให้มันลอยเข้าไปข้างในเสาน้ำ


         "ระเบิดของฉันทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอเนี้ย? คิดได้ยังไงทาร์อูเอเล่"


         "เพิ่งจะคิดได้เมื่อกี้นี่แหละ ดอปเปลถึงแม้แกจะก๊อปปี้พลังของฉันไปได้ก็เถอะนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าพลังที่ฉันเพิ่งจะคิดได้เมื่อกี้หรอก!"


         "ยัยบ้านี่!"  ระเบิดที่หุ้มไปด้วยลูกบอลน้ำของทาร์อูเอเล่ได้เข้าไปข้างในเสาน้ำอย่างสบายๆ เพราะพลังเวทย์เป็นธาตุเดียวกันจึงไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ ระเบิดของซอร์เนียร์ก็ได้ระเบิดข้างในเสาน้ำทำให้ดอปเปลกระเด็นออกมาและทำให้เสาน้ำได้หายไปทันที


          "จิน ฟุทสึ เซย์ อินเงย์ โจ!(เขตแดนศักดิ์สิทธิ์)" เขตแดนได้ระเบิดและส่องแสงสว่างออกมาทำให้เงาของซอร์เนียร์กับทาร์อูเอเล่ที่ดอปเปลกำลังเหยียบอยู่หายไปและไปอยู่อีกฟากหนึ่ง


           "ลากันตรงนี้แหละ ซีลิคอาวิล!!"


            "ยัยโง่เอ๊ย ถึงแม้ฉันจะไม่ได้เหยียบเงาของพวกแก แต่พลังของพวกแกฉันได้ก๊อปปี้ไว้หมดแล้ว ซีลิคอาวิล!" ดอปเปลยิงสวนกลับไปทันทีและได้ปะทะกับกระสุนปืนใหญ่ของเธียรกระจายหายไป แต่ก็มีอีกหนึ่งลูกพุ่งเข้ามา


            "หิหิ~!"


             "บ้าน่า กระสุนปืนใหญ่แห่งแสงต้องใช้ดเวลาสามวินาทีถึงจะยิงได้อีกครั้ง ทำไมถึงมีอีกลูกพุ่งเข้ามาล่ะ ฝืนใช้เวทย์โดยตรงยังงั้นเหรอ!?" ควันของกระสุนปืนทั้งสองที่เข้าปะทะกันได้จางหายไปและก็ได้เห็นเธียรยื่นแขนขวาออกมา


            "ซีลิคอาวิล ทวินช็อตกัน" เธียรได้พูดชื่อใหม่ของพลังที่ยิงไป ดอปเปลได้ถูกยิงเข้าไปเต็มๆ และกระเด็นเข้าไปข้างในแขนแดนศักดิ์สิทธิ์ ดวงตาสีแดงได้จ้องมองเธียรเขม็ง ก่อนที่ร่างจะสลายกลายเป็นกลุ่มควันดำ


          "เห็นร่างตัวเองสลายไปมันทำให้รู้สึกไม่ดีเลยแห๊ะ" ซอร์เนียร์พูดและเหงือตก


           "พี่คะ ท่าใหม่ของพี่สุดยอดมากเลย คิดได้ยังไงคะเนี้ย" ทามาโมะวิ่งเข้ามากอดเธียร


           "มันก็คือซีลิคอาวิลธรรมดานั้นแหละ ก่อนที่จะยิงออกไปพี่ได้ใช้มือขวาดึงแสงออกมาครึ่งหนึ่ง ยิงออกไปและก็ยิงอีกครึ่งที่ดึงออกมาตามหลังไป ส่วนชื่อก็เพิ่งจะคิดได้นี่แหละ"


           "กระสุนปืนใหญ่แห่งแสงที่ถูกดึงพลังออกไปครึ่งหนึ่งเพื่อที่จะให้ยิงได้สองครั้ง ถึงว่าทำไมตอนยิงไปครั้งแรงลูกพลังมันเล็กลงผิดปกติน่ะ" ลูซเต้บินมากอดเธียรจากด้านหลัง


           "มะม๊าคะ หนูว่าดอปเปลมันยังไม่ตายนะคะ" ซิลเวอร์ชี้นิ้วขึ้นไปที่กลุ่มควันดำข้างบนผนังถ้ำ


            "ฉันตัดสินใจแล้ว คนที่ฉันจะเลือกเป็นแก สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก"

"พูดมาก! รีบหายไปซะ" ทามาโมะเรียกลูกไฟจิ้งจอกที่กำลังลอยอยู่ข้างหลังกลุ่มควันดำพุ่งเข้าไปโจมตีทันที แต่กลุ่มควันได้ลอยพุ่งเข้ามาหาเธียรอย่างรวดเร็ว


           "เธียร! มันพุ่งเข้าไปหาเธอแล้วนะ" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงไปหาเธียร


            - ถ้าเจ้าดอปเปลมันเต็มใจเลือกคนๆ นั้น เป็นร่างของมันได้เมื่อไหร่ล่ะก็ คนๆ นั้นได้ตายแน่ -

กลุ่มควันดำพุ่งเข้าชนเธียรกระเด็นไปชนผนักน้ำแข็งทะลุเข้าไปอีกห้องหนึ่ง ทามาโมะได้เห็นเธียรถูกกลุ่มควันดำชนก็รีบวิ่งตามไปดูเธอก็ถึงกับชะงักทันที ทุกคนได้วิ่งตามหลังมาและดูว่าเธียรอะไรอะไรรึเปล่า ภาพที่ทุกคนกำลังได้เห็นนั้นทำเอาช็อกสุดๆ


            "ฉันไม่เป็นอะไร แค่นี้สบายมาก"
            
           "พะ...พี่คะ"


            "ทามาโมะเป็นอะไรไปน่ะ ทำหน้ายังกับเห็นผี"


            "งานเข้าแล้วไง มันได้ร่างสมบูรณ์แล้ว"


            "คุณซอร์เนียร์ พูดอะไรน่ะ ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลยนะคะ" ซอร์เนียร์ชี้นิ้วไปทางซ้าย ทาร์อูเอเล่ได้ชี้ไปทางขวา เธียรได้หันหน้าไปทางซ้ายตามที่ซอร์เนียร์ชี้ไป ก็ได้เห็นว่าตัวเองยืนอยู่ข้างๆ ทางซ้ายมือ ส่วนอีกคนหนึ่งก็หันหน้ามองตามที่นิ้วของทาร์อูเอเล่ชี้เช่นกัน


           "มะม๊า...มีสองคน" สายตาที่ซิลเวอร์มองคือ เธียรมีสองคน สีผม ทรงผม การแต่งกาย น้ำเสียง สีของดวงตา เหมือนกันทุกอย่าง


           "แย่แล้ว ขนาดกลิ่นไอวิญญาณและพลังเวทย์ของพี่ ก็เหมือนทั้งคู่ แยกไม่ออกเลยจริงๆ" ทามาโมะถึงกับเข่าอ่อนทันที ที่ไม่สามารถแยกได้ว่าเธียรคนไหนคือตัวจริง




           เธียรทั้งสองคนมองหน้ากันและเหงือตกทั้งคู่ สายตาของทั้งสองคนจ้องเขม็งและได้ยื่นมือเพื่อที่จะยิงซีลิคอาวิล ทุกคนที่ได้เห็นต่างพากันตกใจและรีบวิ่งตรงเข้าลดแขนของทั้งลง ซอร์เนียร์ ไลเบียร ลูซเต้ ยื่นอยู่ข้างๆเธียรที่ยืนอยู่ทางซ้าย ส่วน ทามาโมะ ซิลเวอร์ ฮาซึมิ ทาร์อูเอเล่ ยืนอยู่ข้างๆเธียรที่อยู่ทางขวา


          กลุ่มนักโทษกบฎได้แบ่งกลุ่มออกไปเป็นสองกลุ่ม เพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือเธียรทั้งสองคนและจับผิดให้ได้ว่าใครคือ
สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก ส่วนอีกคนคือ ดอปเปลแกงเกอร์


  "ดอปเปลแกงเกอร์ ได้เลือกร่างของมันแล้ว เป็นไปตามแผนเลยนะครับ ท่านฟลูเดียร" เสียงของธานาทอสได้ดังเข้ามาอยู่ในหัวของฟลูเดียรที่กำลังยืนดูกลุ่มของเธียรที่แยกกลุ่มออกมาเป็นสองกลุ่มผ่านลูกแก้วน้ำแข็ง


         "เจอแบบนี้เข้าไป เธอจะทำยังไงต่อไปล่ะเธียร"


         
          ใครรอดไปได้ ก็ถือว่าเป็นเธียรตัวจริงละกัน...










To Be Continued.   
Tiasprite.PNG
        
กลุ่มซ้าย
เธียร(1) : มีตัวละครเอกตั้งสองคนแน๊ะ พวกเราแยกย้ายกันไปจัดการบอสใหญ่กันเลย นิยายจะได้จบเร็วๆ
ลูซเต้ : เออ~! นั้นน่ะสินะ
ซอร์เนียร์ : ยัยบ้า! มันต้องเดินเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ สิยะ นี่ก็ใกล้จะบุกถึงปราสาทแล้ว
ไลเบียร : ยังไงทุกคนก็ได้ลงรูปท้ายบทนะคะ น่าดีใจออก

กลุ่มขวา
เธียร(2) : ความคิดตรงกันเป๊ะ สมแล้วที่เป็นตัวฉัน
ทาร์อูเอเล่ : จะดีใจไปทำไมเนี้ย คนที่ต้องตายอาจจะเป็นเธอนะ
ซิลเวอร์ : งือ~!  
ทามาโมะ : คิดหนักเลยแบบนี้ พี่สาวของเรามีตั้งสองคน
ฮาซึมิ : ไม่เห็นต้องฆ่ากันเองเลย มาเป็นพี่น้องฝาแฝดไปเจ้าค่ะ



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 16-10-2018 22:36 , Processed in 0.051458 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th