เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 596|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1264
  • Money: 1952
  • Tz: 1273
  • Posts: 314
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4523
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 11-1-2016 01:59:30 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:14

    Rosenkreuzstilette บทที่ 26


ผู้คุมความตาย ธานาทอส








        "สปิริเธียร รอดจากการไล่ล่าสังหารพวกทหารพ้นแล้วสินะ" ซิลเลี่ยนเดินเข้ามาข้างในป่าที่อยู่หลังคฤหาสน์โรเซนเบิร์ก เค้าพบรอยหยดเลือดวิ่งตรงเข้าไปข้างในป่าและมีรอยเท้าของผู้หญิงที่เข้ามาช่วยเหลือ

       "พวกเราต้อทำพิธีฝังศพให้โรฮานอย่างสมเกียรติ เพราะมีชายคนนี้ สงครามถึงได้จบลงด้วยดี" ยามาโตะเดินเข้ามาอุ้มร่างที่ไร้วิญญาณของโรฮานขึ้นไปบนรถม้า ไลมัสหยิบดาบโคคุเทย์ที่โรฮานกำเอาไว้ซะแน่นออกมาได้และวางดาบไว้บนหน้าอกของโรฮานเพื่อทำให้เป็นการตายที่สมเกียรติยศของพาราดิน

        "โรฮานเอ๊ย~! ผู้สืบสายเลือดของนายยังไม่หมดไปจากโลกนี้หรอกนะ เด็กคนนั้นจะต้องเป็นคนที่เปลี่ยนโชคชะตาของโลกนี้แทนนายแน่นอน อีกทั้งยังเป็นลูกสาวของนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย นายนี่มันโชคดีสุดๆ ไปเลยนะ" ไลมัสพูดและยื่นมือไปลูบที่หน้าผากของโรฮาน

         วิญญาณของโรฮานต้องตกนรกเท่านั้น เพราะข้าได้ไปช่วงชิงวิญญาณมาจากสวรรค์ เพื่อว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไป!! เสียงปริศนาได้ดังกึกก้องไปทั่วทุกที่ พาราดินทั้งสามรีบหันหน้ามองหาต้นตอของเสียงนั้น ไลมัสมองเห็นหญิงสาวที่มีร่างกายโปร่งใสกำลังร้องไห้อยู่บนฟ้า เธอคนนั้นคือเธียรล่า แม่ของสปิริเธียรและยังเป็นภรรยาของโรฮานอีกด้วย

         "เธียรล่า!?" พาราดินทั้งสามคนถึงกับชะงักเมื่อได้เห็นภาพดังกล่าว ชายปริศนาที่สวมผ้าคลุมสีดำ มือขวาถือเคียวที่เต็มไปด้วยเลือดลอยออกมาจากร่างของโรฮาน

       "ดาบเล่มนั้น เดม่อนซอร์ด! ข้าขอดาบเล่มนั้นจะได้รึเปล่า?" แสงของไฟที่กำลังลุกไหม้คฤหาสน์ค่อยๆ ส่องไปที่ใบหน้าของชายคนนั้น ใบหน้าที่มีแต่กระดูกชวนคนหัวลุก อีกทั้งเสียงร้องโหยหวนของคนตายได้ดังออกมาจากร่าง ซิลเลี่ยนมองเห็นวิญญาณของพระราชาลอยอยู่ข้างในนั้นด้วย

       "ผู้คุมความตาย ธานาทอส!? นี่แกมาทำอะไรที่นี่!?" ยามาโตะชักดาบออกมาและชี้ไปที่ธานาทอส

       "นี่มันเรื่องอะไรกัน!?" ไหนโรฮานบอกว่าสงครามครั้งนี้จะไม่มีการสังหารพระราชานี่นา!?" ซิลเลี่ยนตะโกนเสียงออกไป

       "พวกมือที่สามยังงั้นสินะ" ไลมัสยื่นมือมาจับไหล่ของซิลเลียนและยามาโตะเพื่อที่จะให้ทั้งสองคนใจเย็นลง

       "โอ๊~! รู้ตัวแล้วเหรอเนี้ย~! ใช่แล้วล่ะ ที่พระราชาของพวกแกไปประกาศสงครามกับพวกจอมเวทย์น่ะ มันเป็นฝีมือของพวกเราเอง!" ธานาทอสพูดและหัวเราะ

       "หมอหลวงคนนั้นคือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดและยังมีพวกขุนนางงี่เง่าพวกนั้นอีก พวกนั้นหลอกล่อให้พาเมล่าสังหารโรฮาน พวกแกนี่มันเลวจริงๆ!"

       "ขุนนางพวกนั้นก็แค่หมากที่วางเอาไว้เท่านั้น พอหมดประโยชน์ก็ทำลายทิ้งไป" ธานาทอสเปิดผ้าคลุมออกมาให้พาราดินทั้งสามเห็น ภาพที่ทั้งสามคนเห็นคือวิญญาณของเหล่าขุนนางทั้งสิบคนกำลังร้องโหยหวนและทรมานอยู่ข้างในร่างโครงกระดูกของธานาทอส

       "ชิ! โดนฆ่าปิดปากหมดเลยยังงั้นเหรอ!?" ยามาโตะพูด

       "คิดจะมาฆ่าพวกเราอีกคนยังงั้นเหรอ! ไม่มีวันซะหรอกน่า!" ซิลเลี่ยนวิ่งเข้าไปหาธานาทอส

       "ซิลเลี่ยน! เดี๋ยวก่อน!" ไลมัสตะโกนเสียงออกไปเพื่อที่จะห้าม แต่ก็สายเกินไปแล้ว ซิลเลี่ยนวิ่งเข้าไปถึงตัวธานาทอสและใช้หอกกุงนีห์แทงแข้าไปที่ที่ร่างของธานาทอสอย่างจัง ความเสียหายไม่เกิดผลอะไรเลย ธานาทอสดึงปลายหอกออกจากร่าง ร่างกายที่มีแต่โครงกระดูกมีแต่ช่องรูผ่านมากมายจนทำให้ปลายแหลมของหอกแทงผ่านะลุเข้าไปอย่างง่ายดาย

       "ไม่ได้ผลหรอก! รีบถอยออกห่างจากเจ้านั้นซะ ซิลเลี่ยน!" ไลมัสตะโกนเสียงไปหา แต่ซิลเลี่ยนก็ไม่ขยับไปไหน ยามาโตะกับไลมัสได้แต่ยืนดู เวลาผ่านไปซักพักร่างของซิลเลี่ยนก็ล้มทั้งยืนพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากร่าง ธานาทอสยื่นมือออกมาให้ยามาโตะกับไลมัสดู พาราดินทั้งสองคนถึงกับช็อก เพราะสิ่งที่ธานาทอสถืออยู่คือหัวใจที่โชกไปด้วยเลือดและกำลังเต้นอยู่

       "โดนควักหัวใจออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่!?"

       "ข้าคือผู้คุมความตาย ธานาทอส ความตายของพวกนายมันอยู่ในสายตาของฉันแล้วล่ะ เอาล่ะ! ต่อไปจะเป็นการตายแบบไหนดีล่ะ" ธานาทอสเดินตรงเข้าไปหาพาราดินทั้งสองคน พร้อมกับควงเคียวของตนเพื่อให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้น

       "ซิลเลี่ยนถูกโค่นลงด้วยพลังที่สุดจะโกงแบบนั้น ชักไม่เข้าท่าแล้วแฮ๊ะ" ยามาโตะหันหน้าไปพูดกับไลมัส

       "เออ...ลองคิดในแง่ดีเข้าไว้สิ ถ้าพวกเราฆ่าธานาทอสได้ก็จะไม่มีใครมารับวิญญาณพวกเราไป ในเมื่อไม่มีผู้คุมความตาย มนุษย์ทุกคนก็จะไม่มีความตายอีกต่อไป"

       "ฮ่า ฮ่า~! ตาแก่งี่เง่าก็กลัวตายเป็นเหมือนกันนี่หว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ยามาโตะหัวเราะเสร็จ พาราดินทั้งสองรีบวิ่งตรงเข้าไปปะทะกับธานาทอสพร้อมกันทันที

       "เห็นว่าข้าไม่ใช่มนุษย์ เล่นบุกเข้ามาพร้อมกันแบบนี้เลยรึ น่าสนุกดีนี่!" ธานาทอสหยิบหอกกุงนีห์ขึ้นมาป้องกันดาบของไลมัส ส่วนเคียวที่ถืออยู่มือขวาก็ควงออกมาป้องกันดาบคู่ของยามาโตะ

       "ยามาโตะ มุรามาสะ ผู้ครอบคองดาบคู่ เซเบอร์และฮิซาเมะ อายุขัยของแกกว่าจะหมดก็อีกนานเลย แต่แกกล้ามาต่อกรกับผู้คุมความตายแบบนี้ ต้องได้รับบลงโทษหน่อยแล้ว" ธานาทอสมองเห็นเทียนสีแดงลอยอยู่บนหัวของยามาโตะ ไลมัสได้ยินคำพูดของธานาทอสก็ผลักยามาโตะออกไปให้ห่างที่สุด ช่วงที่ยามาโตะกระเด็นออกไปเคียวของธานาทอสเกือบจะฟันโดนเทียนอายุขัยของยามาโตะอย่างฉิวเฉียด

      "ทำอะไรน่ะตาแก่!"

      "เจ้านั้นมองเห็นเทียนอายุขัยของนายนะ"

      "ว่าไงนะ!? ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบน่ะสิ"

       "โกงความตายที่ข้าวางแผนไว้ได้เหรอเนี้ย!? น่าชื่นชมจริงๆ ไลมัส เซย์ฟาร์" ธานาทอสหันหน้าไปมองดาบของไลมัสก็พอจะรู้ได้ว่าทำไมถึงจับการโจมตีของเคียวที่จะไปฟันได้แม่นยำนัก แสงสีม่วงที่ส่องประกายออกมาจากดาบของไลมัส ทำให้ธานาทอสยิ่งอยากได้ดาบเล่มนั้นมากยิ่งขึ้น

       "โจมตีแบบระยะไกล...ฉันไม่ค่อยถนัดเลยแห๊ะ" ยามาโตะสบัดดาบฮิซาเมะเป็นคลื่นน้ำแข็งพุ่งเข้าไปหาธานาทอสอย่างรวดเร็ว พลังน้ำแข็งของดาบฮิซาเมะสร้างความเสียหายให้กับธานาทอสได้

       "เยี่ยม! ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราชนะแน่! 'เสียงกระซิบของยมฑูต' " คมดาบที่มองไม่เห็นจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าไปฟันร่างของธานาอสเต็มๆ เสื้อคลุมสีดำค่อยๆ ขาดกระจายออกมาจนเห็นร่างโครงกระดูกของธานาทอส

       "ชิ! อาวุธที่พวกนั้นใช้ล้วนแต่เป็นอาวุธของเทพทั้งนั้น ถ้าเรามัวแต่เล่นแบบนี้ มีหวังโดนฆ่าตายแน่ 'เฮลล์จัสเม้น!' " เงาสีดำค่อยๆ โผล่ออกมาจากเงาของพาราดินทั้งสองคนและฟันเข้าไปทีกลางหลังจนทำให้ทั้งสองทรุดเข่าลงไปกับพื้นทันที ธานาทอสหยิบหอกกุงนีห์ขึ้นมาและขว้างไปหายามาโตะ หอกที่ขึ้นชื่อว่าปายังไงก็ไม่มีวันพลาดเป้าก็ปักเข้าไปที่หัวของยามาโตะเต็มๆ จนกระเด็นไปติดกับต้นไม้และสิ้นใจตายไปในที่สุด ธานาทอสเดินไปหยิบดาบเซเบอร์กับฮิซาเมะที่ตกอยู่กับพื้นขึ้นมา ไลมัสพยายามที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งและชี้ดาบไปที่หน้าธานาทอส

       "โฮ่ว~! เพิ่งจะเคยเห็นมนุษย์ทนความเจ็บปวดของเฮลล์จัสเม้นได้แบบนี้ ครั้งแรกเลยนะเนี้ย"

       "แก่ง่ายแต่ตายยากโว้ย~!" ไลมัสวิ่งเข้าไปปะทะกับธานาทอสแบบระยะใกล้ ธานาทอสได้ดูดวิญญาณของซิลเลี่ยนและยามาโตะเข้าไปก็ได้รับรู้ความสามารถของทั้งสองคน จึงสามารถใช้อาวุธที่เพิ่งแตะเป็นครั้งแรกได้อย่างคร่องแคร่ว

       "ถ้าเป็นแบบนี้ แกจะว่ายังไง?" เสียงดีดนิ้วของธานาทอสดังขึ้นมา ร่างที่ไร้วิญญาณของพาราดินทั้งสามคนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเดินตรงเข้ามาหาไลมัส

       "โรฮาน ซิลเลี่ยน ยามาโตะ!? ไอ้สารเลว~! ธานาทอส!" ไลมัสถึงกับชะงักเมื่อได้เห็นศพของพาราดินทั้งสามเดินตรงเข้ามาและกัดกินร่างของไลมัส ทันใดนั้นเองประตูคฤหาสน์ก็ถูกถีบกระเด็นออกมา หญิงสาวผมแดงที่เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาจากการต่อสู้กับโรฮานก็ได้เห็นภาพของชายแก่กำลังถูกพวกเดียวกันรุมกัดกิน

       "นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ!? แก! ธานาทอส!? มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?"

       "โอ๊ะ!? มีคนที่ไม่อยู่ในแผนการโผล่ออกมาแล้ว งั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะ" ธานาทอสยึดอาวุธของพาราดินทั้งสี่คนและหายเข้าไปในป่า ไลมัสที่กำลังถูกรุมกินก็ขอให้พาเมล่าสังหารตนไปพร้อมกับศพเพื่อนของทั้งสามคน พาเมล่าได้ใช้ดาบ ไวท์ซิลเวอร์ สบัดเป็นคลืนสีแดงขนาดใหญ่ยักษ์พุ่งเข้าไปหาพาราดินทั้งสี่คนจนร่างสลายหายไปเหลือเพียงแค่ลอยคาบเลือด

        "เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว สงครามที่เพิ่งจะจบไปเป็นแค่ฉากบังหน้า ต้องรีบกลับไปรายงานที่องค์กร กางเขนทมิฬ โดยด่วน" พาเมล่าขึ้นไปบนหลังม้าและรีบออกเดินทางกลับไปที่เมืองของตน


        การตายของพาราดินทั้งสี่คนจะได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของสงครามครั้งนี้ พาเมล่าคนนี้ให้คำสัญญาด้วยเกียรติของพาราดินคนสุดท้ายแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์...



       "กำแพงกางเขนโลหิตและกระจกเงามายา อาวุธเวทมนต์ที่แข็งที่สุดทั้งสองถูกทำลายไปพร้อมกันภายเวลาแค่ 1 วัน แถมพวกนักโทษกบฎที่กำลังทำลายระบบป้องกันในปราสาทอีก มันผิดแผนที่วางไว้นี่ครับ" เสียงของหัวหน้าจอมเวทย์ดังขึ้นจากห้องห้องใต้ดินของปราสาทเซฟเฟี้ยน

     "อาวุธของพาราดินทั้งสี่คนที่เอาไว้ข้างในถ้ำภูเขาหิมะเพื่อที่จะใส่ร้ายฟลูเดียรก็ถูกสปิริเธียรเอาออกมาด้วย พวกเราจะทำยังไงต่อดีล่ะนายหญิง!" คิตสึเนะพูด

      "เรื่องจัดการพวกนักโทษกบฎปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ" ธานาทอสเดินออกมาจากเงามืด เด็กสาวปริศนาผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด พยักหน้าและยิ้มให้กับธานาทอส จอมเวทย์ที่เป็นลูกสมุนก็เดินออกจากห้องเพื่อที่จะไปรับมือกับนักโทษกบฎและเรื่องทั้งหมดนี้ก็เก็บไว้เป็นความลับเพื่อที่จะไม่ให้กราฟทราบเรื่องนี้เด็ดขาด

       "การป้องกันของปราสาททำไมถึงไม่ได้เรื่องแบบนี้น๊า ไม่มีพวกเราแปดสาวกอยู่ด้วย ก็ทำอะไรไม่เป็นเลยรึยังไง!" ซอร์เนียร์หยิบลูกระเบิดออกมาและโยนเข้าใส่กลุ่มจอมเวทย์ที่วิ่งเข้ามาขวาง

       "อยากฆ่าพวกเดียวกันมานานแล้ว ย๊ะฮู้~!" ลูซเต้วิ่งตรงเข้าไปกระชากหัวของจอมเวทย์และเตะเข้าไปในหน้าตาของปราสาท ทำให้จอมเวทย์คนอื่นๆ เห็นหัวที่ถูกเตะเข้าไปข้างในต่างพากันตกใจและวิ่งหนีออกมา

      "บ้าน่า!? แปดสาวกจอมวทย์ทุกคนเป็นนักโทษกบฎกันหมดเลยยังงั้นเหรอ!?" จอมเวทย์ทุกคนเป็นเพียงแค่ระดับ B เท่านั้น พวกเค้าทุกคนรู้ตัวว่าไม่มีทางที่จะต่อกรเหล่าจอมเวทย์ระดับ King ได้ จึงพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดเหลือแต่พวกลูกสมุนของหญิงสาวปริศนาที่ยังคงต่อสู้อยู่

      "พวกนั้นไม่ยอมหนี!? งั้นก็แปลว่าเป็นพวกมือที่สามยังงั้นสินะ!" ทาร์อูเอเล่เรียกเสาน้ำขนาดใหญ่(ลีเวียธาน) ดูดพวกจอมเวทย์เข้ามาข้างใน ร่างของจอมเวทย์ที่ถูกดูดเข้าไปในเสาน้ำร่างกายขาดเป็นเป็นชิ้นๆ จากเสาน้ำสีฟ้าก็กลายเลือดในพริบตา

      "ปราสาทวุ่นวายขนาดนี้ ไม่เห็นท่านกราฟออกมาเลยหรือว่าท่านไม่อยู่ในปราสาทยังงั้นเหรอ?" ลูซเต้ตะโกนเสียงไปหาไลเบียร

      "เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อรู้ว่าพวกเรานักโทษกบฎบุกเข้ามาในปราสาทแล้ว ท่านกราฟไม่มีทางทิ้งปราสาทไว้เป็นแบบนี้หรอกค่ะ!  อีกทั้งยังเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่อีกด้วย" ไลเบียรตอบกลับ

      "ทุกคน~! ฉันมาแล้ว~!" เสียงของเธียรดังเข้ามาจากนอกปราสาท ทามาโมะได้ยินเสียงของพี่สาวที่ตนรักก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเธอทันที

      "เธียร!? นี่เธอเอาชนะเจ้าหญิงน้ำแข็งฟลูเดียรมาได้ยังงั้นเหรอ!?" ซอร์เนียร์เดินเข้ามาหาเธียร

      "ก็เกือบจะแพ้น่ะคะ...ถ้าไม่มีหัวหน้าชีเซลล์กับกอร์ล่ามาช่วยสู้ก็คงอีกนานกว่าจะตามทุกคนทัน"

      "ก็คงจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะ เรื่องนี้ค่อยเล่าทีหลัง! พวกเราต้องบุกเข้าไปให้ถึงห้องของท่านกราฟให้ได้!" ลูซเต้ตะโกนเสียงออกมาและวิ่งนำทุกคนในกลุ่มบุกเข้าไปข้างในปราสาท เสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนทำให้ปราสาทได้รับความเสียหายอย่างมาก ลูซเ้ที่กำลังวิ่งนำก็ต้องหยุดวิ่งเพราะมีเงาสีดำกำลังลอยขวางทางอยู่ข้างหน้า

       "ขอโทษด้วย...เส้นทางข้างหน้าต่อจากนี้...ผมคงจะปล่อยให้พวกคุณบุกเข้าไปไม่ได้อีกแล้ว...ผมจะเป็นคู่มือให้กับพวกคุณเอง เหล่าแปดสาวกจอมเวทย์" เงาสีดำค่อยๆ เผยร่างออกมาให้กลุ่มหญิงสาวเห็น ชายที่สวมชุดคลุมสีดำมือขวาถือเคียวส่วนมือซ้ายถือดาบเดม่อนซอร์ด ร่างกายที่มีแต่โครงกระดูกอยู่ภายใต้ชุดคลุมและเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณคนตาย

      "ผู้คุมความตาย ธานาทอส!?" ทุกคนชะงักทันทีเมื่อได้เห็นธานาทอสยืนอยู่ตรงหน้ายกเว้นทามาโมะและฮาซึมิที่ไม่รู้จักผู้คุมความตาย

      "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พวกคุณทุกคนรู้จักผม แต่เอ๊ะ~!? สองคนนั้นไม่รู้จักผมรึเนี้ย สงสัยจะเป็นคนจากต่างแดนสินะครับ" ธานาทอสหันหน้าไปมองทามาโมะและฮาซึมิ ดวงตาสีแดงที่กำลังมองชื่อและจำนวนอายุขัยที่อยู่บนหัวทั้งสองคน แต่ก็ถูกทาร์อูเอเล่วิ่งเข้ามาโจมตีทันทีเพื่อไม่ให้ธานาทอสมองชื่อและเทียนอายุขัยของทั้งสองคน

      "เธียร! อย่าให้หมอนั่นเห็นหน้าสองคนนั้นเป็นอันขาด เทียนอายุขัยจะถูกมองเห็นได้นั้น มันจะต้องรู้ชื่อและเห็นใบหน้าเท่านั้น!" ทาร์อูเอเล่ตะโกนเสียงไปหาเธียร  

      "โคตรโกงเลย แค่รู้ชื่อและเห็นใบหน้าก็ฆ่าพวกเราได้แล้วยังงั้นเหรอ!?" ทามาโมะเสกหน้ากากจิ้งจอกออกมาสองอันและโยนไปให้ฮาซึมิหนึ่งอัน ทั้งสองคนรีบเอาหน้ากากมาปิดใบหน้าและบุกเข้าไปโจมตีธานาทอสทันที

      "มังกรฟ้าแห่งท้องทะเล ทาร์อูเอเล่ วอร์เลส คุณไปรู้วิธีการสั่งตายของผมได้ยังไงครับเนี้ย?" ธานาทอสจับแขนของทาร์อูเอเล่เหวี่ยงออกไปหาทามาโมะและฮาซึมิ

      "เรื่องอะไรฉันจะบอกให้โง่ล่ะ" ทาร์อูเอเล่ลุกขึ้นและเปิดหนังตาแลบลิ้นใส่ธานาทอส ทามาโมะและฮาซึมิที่ถูกทาร์อูเอเล่นอนทับก็ลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกัน

       "เฮ้ย~! มัวแต่สนใจสามคนนั้นอย่าลืมพวกเราสิ!" ลูซเต้โยนกรงจักรปีศาจไปโดนที่มือขวาของธานาอสจนเคียวที่ถืออยู่หลุดออกจากมือ

       "เธียร! ทำลายเคียวนั้นซะ เร็วเข้า!" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงไปหาเธียร ธานาทอสยืนนิ่งเงียบและหันหน้าไปมองเคียวที่ปักอยู่บนพื้น นิ้วที่เป็นกระดูกชี้ไปที่เคียว เธียรยิงซีลิคอาวิลเข้าไป แต่เคียวกลับลอยขึ้นและควงอยู่บนอากาศและลอยพุ่งเข้าไปหาเธียรอย่างรวดเร็ว

       "ทุกคนคะ! เคียวอันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของธานาทอส ถ้าโจมตีไปที่เคียวนั่น ธานาทอสก็จะโดนความเสียหายช่นเดียวกันค่ะ" ไลเบียร
มองเห็นเส้นใยสีแดงที่ดูเหมือนด้ายของหุ่นเชิ่ดติดอยู่ที่เคียวและทำตามคำสั่งของนิ้วที่ธานาทอสกำลังบังคับอยู่ ฮาซึมิได้ฟังคำอธิบายของไลเบียร ก็โยนมีดขว้างออกไปสกัดเคียวที่กำลังลอยไปหาเธียรจนเคียวกระเด็นไปทางอื่น

       "มิโกะแห่งทวยเทพ ไลเบียร พาร์ลิส เธอเป็นตัวอันตรายสำหรับเรา!? ต้องรีบกำจัดเธอทิ้งก่อนซะแล้ว!" สายตาของธานาทอสจดจ้องไปที่เทียนอายุขัยที่อยู่บนหัวของไลเบียร นิ้วของธานาทอสชี้ไปที่เทียนอายุขัยเพื่อที่จะดับไฟเ ทามาโมะเห็นว่าไลเบียรกำลังจะถูกสั่งให้ตาย ก็ได้ยิงลูกไฟจิ้งจอกโจมตีไปที่เคียวจนทำให้ธานาทอสชะงักชั่วคราว เธียรเปลี่ยนเป้าจากเคียวมาเป็นธานาทอสที่กำลังชี้นิ้วไปที่เทียนอายุขัยอีกครั้ง

       "แค่นี้ก็จบการต่อสู้นี่ได้แล้ว! ซีลิคอาวิล!!" เธียรได้ยิงกระสุนปืนใหญ่แห่งแสงออกไป

       "ไม่ได้นะคะ! พวกเราจะฆ่าธานาทอสไม่ได้นะ!" ไลเบียรตะโกนเสียงไปหาเธียรทันที เธียรได้ยินเสียงตะโกนของไลเบียรก็รีบทำลายกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงออกไปทิ้ง ฮาซึมิใช้ช่วงเวลาของแรงระเบิดกระโดดไปคว้าตัวไลเบียรออกมาให้ห่างจากธานาทอส

        "ทำไมล่ะ!? ทำไมพวกเราถึงฆ่ามันไม่ได้ล่ะเจ้าคะ" ฮาซึมิหันหน้าไปถามไลเบียร

        "ผู้คุมความตาย ธานาทอส ถือว่าเป็นเทพแห่งนรกที่ควบคุมความตายของมนุษย์ทุกคนในโลก หากไม่มีธานาทอส มนุษย์ในโลกจะไม่มีวันตายอีกต่อไป ต่อให้ถูกฆ่ายังไงก็ไม่มีวันตาย คนพวกนั้นจะไม่นับว่ามีชีวิตเป็นอมตะและจะไม่ถูกเรียกว่ามนุษย์อีกต่อไป แต่จะถูกเรียกว่าศพเดินได้แทน เพราะร่างกายที่ตายไปแล้วจะเริ่มเน่าเปื่อยตามกาลเวลา"

        "ฉันเองก็เคยคิดอยากจะมีชีวิตเป็นอมตะอยู่หรอกนะ แต่จะให้ถูกเรียกว่า 'ศพ' แบบนี้น่ะ ไม่เอาด้วยหรอกนะ" ลูซเต้พูดพร้อมกับตัวสั่น

        "หมายความว่าธานาทอสก็ถูกหลอกใช้เหมือนกัน เพื่อที่จะเป็นพระเจ้าโดยไม่มีความตายมาขวางแผนการ จึงต้องให้ผู้ควบคุมความตายหายไปจากโลกนี้ ใครกันนะที่กล้าหลอกใช้แม้กระทั่งเทพ" เธียรคิดแบบนั้น

        "แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ!? ฆ่ามันก็ไม่ได้ พวกเราก็จะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบน่ะสิ" ทาร์อูเอเล่พูดและกระโดดพุ่งเข้าไปปะทะกับธานาทอส
ซิลเวอร์วิ่งไปหาไลเบียรและหยิบบันทึกโบราณออกมาจากกระเป๋าหน้าท้องและยื่นไปให้ไลเบียร

        "ธานาทอสมีพี่ชายฝาแฝดที่ชื่อว่า 'ฮิปนอส' ผู้ควบคุมการหลับไหลของมนุษย์ ในบันทึกได้เขียนไว้ว่าฮิปนอสได้จดบันทึกเอาไว้ว่า วิธีการจะเอาชนะธานาทอสโดยไม่ฆ่าทิ้งสามารถทำได้ คือการส่งธานาอสกลับไปที่นรก สิ่งที่ต้องใช้คืออาวุธที่มีพลังของเทพสิงสถิตอยู่เท่านั้นและต้องทั้งหมดสี่ชิ้นถึงจะเปิดประตูนรกและส่งธานาทอสกลับไปยังนรกได้" ซิลเวอร์อธิบายบความหมายจากบันทึกโบราณให้ไลเบียรฟัง

        "อาวุธที่มีพลังของเทพสิงสถิตอยู่? หอกกุงนีห์กับดาบคู่เซเบอร์และฮิซาเมะ!"

        "ถ้าหอกกับดาบคู่นั่นน่ะ ฉันเอามาด้วยนะ!" เธียรหยิบอาวุธทั้งสามชิ้นออกมาจากระเป๋าหน้าท้องที่เป็นอันสำรองของซิลเวอร์ที่ได้ให้เธียรเก็บเอาไว้

       "แต่ในบันทึกบอกว่าต้องใช้อาวุธ 4 ชิ้นนะคะ"

       "นั้นไงล่ะ! อาวุธชิ้นที่ 4 ดาบเดม่อนซอร์ดของคุณปู่ไลมัส" เธียรชี้นิ้วไปที่ดาบเดม่อนซอร์ดที่ธานาทอสกำลังถืออยู่ที่มือซ้าย
       "แจ๋วไปเลย! ธานาทอสมันยังไม่รู้ตัว เพราะกำลังปะทะกับทาร์อูเอเล่อยู่ แผนการของพวกเราคือ แย่งชิงดาบเดม่อนซอร์ดและส่งธานาทอส กลับไปยังนรก!" ซอร์เนียร์บอกแผนการให้ทุกคนฟังเสร็จ ก็แยกย้ายกันไปรุมล้อมธานาทอสทันที

       "ดูเหมือนว่าเพื่อนๆ ของคุณทาร์อูเอเล่จะวางแผนกันเสร็จแล้วนะครับ"

       "เออ...ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกนั้นวางแผนอะไรกัน? แต่ฉันเดาว่าพวกนั้นคงจะรู้วิธีจัดการกับแกแล้วยังไงล่ะ" ทาร์อูเอเล่สบัดหอกใส่ธานาทอสให้กระเด็นถอยหลังออกไป ซิลเวอร์ได้วางกับดักผสมเวทมนต์ของทามาโมะ 'โซ่ตรวนแห่งความมืด' ดักรอเอาไว้ที่ด้านหลัง ซอร์เนียร์เปลี่ยนแขนกลของตัวเองให้กลายเป็นมือยักษ์และวิ่งเข้าไปต่อยธานาทอสเต็มๆ จนร่างโครงกระดูกที่เบาหวิวปลิวไปตรงจุดที่ซิลเวอร์วางกับดักเอาไว้

       "ตอนนี้แหละพี่ทามาโมะ!" ซิลเวอร์ตะโกนเสียงไปหาทามาโมะ

       "จุบาคุ เคียวกะ! (โซ่ตรวนแห่งความืด)" โซ่สีดำโผล่ออกมาจากใต้ดินพร้อมกับกับดักระเบิดของซิลเวอร์ ธานาทอสเห็นภาพดังกล่าวและพยายามจะลอยหนีไปทางอื่น แต่ก็ถูกฮาซึมิขว้างดาวกระจายขนาดใหญ่เข้าใส่ที่กลางหลัง ทำให้ธานาทอสกระเด็นไปยังทิศทางของโซ่ที่กำลังพุ่งขึ้นมา

       "เด็กผู้หญิงนินจาคนนั้นตัวก็ไม่ได้ใหญ่มาก แต่เอาของที่มีขนาดใหญ่แบบนั้นไปซุกซ่อนไว้ที่ไหนกันนะ!?"  ธานาทอสถูกโซ่มัดเอาไว้และระเบิดพร้อมที่จะทำงาน นิ้วโครงกระดูกได้สั่งการให้เคียวลอยเข้ามาเพื่อที่จะตัดโซ่ทิ้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะซอร์เนียร์เหยียบเคียวเอาไว้พร้อมกับโซ่ตรวนแห่งความมืดของทามาโมะ


       "หาไอ้นี่อยู่งั้นเหรอ?" ซอร์เนียร์เรียกลูกระเบิดจำนวนนับถ้วนออกมาและโยนขึ้นไปหาธานาทอส

       "ชิ! ยัยพวกพวกบ้านี่!"

       ทุกคนเห็นระเบิดจำนวนนับไม่ถ้วนที่ซอร์เนียร์โยนขึ้นไปก็รีบกระโดดออกนอกหน้าต่างของปราสาทและมายืนรวมตัวกันที่ลานกลางของปราสาท เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องและแรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ห้องทางเดินของปราสาทพังพินาศ เคียวของธานาทอสกระเด็นออกมาและฮาซึมิก็กระโดดขึ้นไปรับไว้ ไลเบียรได้รู้ว่ามนุษย์ไม่มีทางจับต้องเคียวได้จึงกัดนิ้วของตัวเองและสะบัดแขนให้เลือดกระเด็นไปโดนเคียวก่อนที่ฮาซึมิจะไปจับ เศษโครงกระดูกที่กระจัดกระจายออกมาพร้อมกับดาบเดม่อนซอร์ดปักอยู่ที่พื้นลานกลางของปราสาท

      "มันตายแล้วเหรอ?" ทามาโมะเดินเข้ามาถามไลเบียร

      "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ธานาทอสยังไม่ตายเพราะไม่ได้ถูกการโจมตีด้วยธาตุแสง เพราะงั้นสบายใจได้ค่ะ" ไลเบียรอบกลับ

      "เธียร ไปเอาดาบเล่มนั้นมาได้แล้ว จะได้รีบส่งเจ้าบ้านี่กลับไปนรกซะที" ซอร์เนียร์บอกให้เธียรไปเอาดาบเดม่อนซอร์ดที่ปักอยู่ข้างเศษโครงกระดูก

       เธียร...อย่าเข้าไปใกล้ดาบเล่มนั้น... เสียงปริศนาได้ดังขึ้นมาในหัวของเธียร เธอหยุดชะงักแปปหนึ่งและได้เห็นวิญญาณคนตายลอยขึ้นมาจากพื้นดินมากมาย ทุกคนในกลุ่มก็มองเห็นเช่นเดียวกัน แต่สายตาของเธียรจดจ้องไปที่ดวงวิญญาณ 4 ดวง ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

      "คุณปู่ไลมัส...คุณลุงยามาโตะ...คุณลุงซิลเลี่ยน...คุณพ่อ..." เธียรยืนนิ่งเงียบและไม่ขยับไปไหน

       "จงฟังเสียงร้องของพวกมันซะ!!" เสียงของธานาทอสดังไปทั่วลานกลาง ไฟนรกค่อยๆ เผาร่างพาราดินทั้งสี่คนต่อหน้าเธียร หญิงสาวที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่มองพ่อของเธอกำลังถูกไฟเผาและเสียงร้องที่สุดแสนทรมาน

      "หยุดเดี๋ยวนะ! อย่าทำร้ายคุณพ่อนะ!" เธียรรีบวิ่งรงเข้าไปหาพาราดินทั้งสี่คนเพื่อที่จะช่วยเหลือออกมา

      "พี่คะ! อย่าเข้าไปนะ ถ้าพี่เดินเข้าไปข้างในนั้นก็เท่ากับว่าตกนรกแล้วนะคะ" ทามาโมะวิ่งเข้าไปดึงแขนเธียรเอาไว้

      "คุณพ่อคะ! คุณพ่อคะ!" เธียรไม่ฟังคำพูดของทามาโมะและพยายามจะวิ่งเข้าไปข้างในไฟนรกที่กำลังเผาไหม้ไปทั่วลานกว้างของปราสาท

      "นี่แหละคือวิธีการของมันล่ะ ใช้ดวงวิญญาณของคนที่รักมาหลอกล่อเธียรให้เดินเข้าไปในไฟนรก ธานาทอส...ไอ้สารเลว!" ทาร์อูเอเล่เรียกเสาน้ำขึ้นมาเพื่อที่จะดับไฟนรกแต่ก็ไม่ได้ผล

      "ขอแค่ฆ่า สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก แผนการของว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไปก็จะสำเร็จ!" เศษกระดูกที่กระจัดกระจายได้มารวมกันเป็นมือ ลอยพุ่งขึ้นไปเพื่อที่ดับเทียนอายุขัยบนหัวของเธียร

      "มือนั้น!? แย่แล้ว! ฮาซึมิ! จัดการมือนั้นทิ้งซะ เร็วเข้า!" ลูซเต้ชี้นิ้วไปที่มือกระดูกที่กำลังลอยขึ้นไปดับเทียนอายุขัยของเธียร

      "ไม่ไหวเจ้าค่ะ! มือนั้นมันเร็วมาก" ทุกคนอยู่ห่างจากตัวเธียรมากยกเว้นทามาโมะที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอถอดหน้ากากออกและหันหน้าไปมองที่หัวกระโหลกของธานาทอส ส่วนหน้ากากที่ถอดออกมา ทามาโมะโยนออกไปสกัดมือที่กำลังพุ่งเข้ามา

       "ยัยโง่! ถอดหน้ากากออกมาให้ฉันเห็นหน้าและชื่อของแกแบบนี้ ...ฉันจะหยุดอายุขัยของแกซะ!" ธานาทอสรีบรวบรวมเศษกระดูกขึ้นมาใหม่และสวมชุดคลุมอีกครั้ง

       "ถ้าทำได้ก็ลองดูสิ!"

       "เฮ้ย!? อายุขัยของแก!? ทั้งที่จะลดลงมาแต่กลับเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่หยุด แกเป็นใครกันแน่!"

       "จิ้กจอกเก้าหาง ทามาโมะ โนะ มาเอะ"

       "จิ้งจอกเก้าหาง!?" ธานาทอสนึกภาพที่คิตสึเนะเตือนเอาไว้ว่าอย่าไปต่อกรกับจิ้งจอกเก้าหางเด็ดขาด เพราะว่ามันสามารถใช้พลังของเทพโดยตรงได้ เป็นไปได้อย่าไปยุ่งกับมันเลยจะดีที่สุด ผู้คุมความตายถึงกับอึ้งเมื่อได้เจอคนที่สามารถฆ่าตนได้อย่างสบายๆ

       "ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ขอจัดการพวกแกม้วนเดียวจบไปเลย!!" ธานาทอสยื่นดาบเดม่อนซอร์ดชี้ขึ้นไปบนฟ้า เสียงม่วงที่ส่องแสงออกมาจากดาบและหายไปจากมือของธานาทอส ซิลเวอร์เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เธอเข่าอ่อนทันทีเมื่อได้เห็นดาบเดม่อนซอร์ดขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือหัวและค่อยๆ ร่วงลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับวิญญาณคนตายที่พุ่งออกมาจากดาบนับไม่ถ้วน


       "ใหญ่เกินไปแล้ว! มันกะจะทำลายปราสาททิ้งไปเลยยังงั้นเหรอ!" เหล่าหญิงสาวทุกทำอะไรไม่ได้และยืนมองดาบขนาดใหญ่ยักษ์ที่กำลังลงมาจากฟ้าอย่างช้าๆ ส่วนเธียรก็ยังอยู่ในอาการช็อก ทามาโมะเขย่าแขนเพื่อเรียกสติกลับคืนมาแต่ก็ไม่ได้ผล


       "ตายไปซะให้หมด ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!" ธานาทอสหัวเราะอย่างสะใจ


       "ไม่มีดาบเดม่อนซอร์ดก็เปิดประตูนรกไม่ได้...หมดหวังแล้ว...พวกเราไม่สามารถต่อกรกับธานาทอสได้แล้ว!!" เธียรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ทามาโมะกัดฟันตัวเองและใช้ฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของเธียรอย่างแรง


        "ให้มันน้อยๆ หน่อยสิคะ!...เป็นพี่สาวประสาอะไร! เวลาแบบนี้ดันมายอมแพ้ง่ายๆ แล้วจะเป็นคนของตระกูลพาราดินไปทำไม!"


        "ทะ...ทามาโมะ..." เธียรยกมือมาจับแก้มที่ถูกทามาโมะตบและหันหน้าไปมองน้องสาวของเธอกำลังวิ่งเข้าไปหาธานาทอส


        "ธานาทอส!! ฉันจะเป็นคู่ต่อสู้ของแกเอง!" ทามาโมะยื่นกรงเล็บออกมาและกระโดดพุ่งเข้าไปหาธานาทอสอย่างรวดเร็ว


        "เห๊อะ! ย่อมได้! กว่าดาบเดม่อนซอร์ดจะลงมาถึงที่ลานกว้าง ผมจะยอมเล่นด้วยแล้วกัน!" ธานาทอสเรียกดวงวิญญาณคนตายออกมาและสั่งให้เข้าไปโจมตีทามาโมะ เธียรได้แต่ยืนมองน้องสาวของตัวเองกำลังต่อสู้อยู่เพียงลำพัง แสงสีขาวได้ส่องลงมาจากท้องฟ้า เธียรเงยหน้าขึ้นไปมองก็ได้เห็นขนปีกนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์กำลังล่วงหล่นลงมาหนึ่งเส้น ภาพที่เธอเห็นคือ เธียรล่ากำลังยื่นมือลงมาหาเธอ


       "คะ...คุณแม่..." เธียรยื่นมือไปจับมือของแม่และลุกขึ้นยืน รอยยิ้มที่แสนและอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ได้มองหน้าลูกสาวสุดที่รักของตน เธียรล่าขยับปากเหมือนพูดอะไรบางอย่าง ทุกคนในกลุ่มเห็นเธียรกำลังพูดอยู่กับใครซักคนเพราะมองไม่เห็น เธียรพยักหน้าและเดินตรงเข้ามาหาลูซเต้


       "ลูซเต้...ฉันขอยืมพลังของเธอหน่อยสิ..."


       "คุณเธียร...อย่าบอกนะว่า..." ไลเบียรหันหน้าหาเธียรและยิ้มให้ ซิลเวอร์กับทาร์อูเอเล่ยืนทำหน้างง ซอร์เนียร์ยกนิ้วโป้งให้กับเธียรและพยักหน้าให้


       "ไม่ได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้านานแล้วแห๊ะ..." เธียรหยิบกางเขนที่ติดอยู่กลางเสื้อของลูซเต้ออกมาและได้สร้างปีกนางฟ้าขึ้น ฮาซึมิและซิลเวอร์ ยื่นอ้าปากค้าง เพราะไม่เคยเห็นเธียรในรูปแบบนี้มาก่อน


       "มะม๊า...คือนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์...ยังงั้นเหรอ" ซิลเวอร์พูดและขยี้ตาตัวเองเพื่อจะดูภาพที่สวยงามที่สุดในชีวิตของเธอ


       "ฮ่ะ ฮ่ะ ไม่ได้เห็นซะนานเลยนะ...ตั้งแต่บทที่ 10 เห็นจะได้มั่งเนี้ย" ซอร์เนียร์เดินมาจับไหล่ของฮาซึมิที่กำลังยืนอ้าปากค้างอยู่และหัวเราะ
         
       "อืม...งั้นขอตัวไปช่วยน้องสาวสุดที่รักก่อนนะ" เธียรบินขึ้นไปบนฟ้าเพื่อจะไปช่วยทามาโมะที่กำลังต่อสู้กับธานาทอส


         
        "อึ๊ก!!...ต้องล่อเจ้านี่ให้ห่างจากพี่และทุกคน แล้ว...เอาไงต่อดีล่ะเนี่ย!!? ต้องหาทางหยุดดาบเล่มนั้นให้ได้สินะ...!"


        "เฮลล์จัสเม้น..."


         "แย่แล้ว!!" ทามาโมะพยายามกระโดดหลบให้พ้นจากสายตาของธานาทอสแต่ก็สายเกินไป คมดาบที่มองไม่เห็นไปฟันไปที่กลางของเธอเต็มๆ ร่างของหญิงสาวค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ธานาทอสลอยพุ่งเข้าจับหน้าและเหวี่ยงเธอไปที่กำแพงของปราสาทด้วยความเร็วสูง


        "กระแทกกำแพง!?...ความเร็วขนาดนี้ แย่แล้ว...แบบนี้มีหวัง..." ร่างของทามาโมะพุ่งไปที่กำแพง เธียรบินเข้ามารับร่างของทามาโมะได้ทันก่อนที่จะไปชนกับกำแพง


        "สมกับเป็นน้องสาวของผู้หญิงที่เอาแต่ใจเลยนะ น้องคนนี้..."


        "พี่คะ!!"


        "รีบๆ เกาะหลังพี่เร็วเข้า! ถ้าไม่อยากตกลงไปล่ะก็...อย่าปล่อยมือล่ะ"


        "อื้ม!" ทามาโมะเปลี่ยนร่างของตัวเองให้เล็กลงและปีนไปเกาะหลังของเธียร ธานาทอสมองเห็นเธียรที่มีปีกนางฟ้ากำลังลอยอยู่ตรงหน้า จนพูดอะไรไม่ออกเพราะได้เห็นเธียรเหมือนนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์เธียรล่า ที่ตนไปแยกสามีของเธอลงมาจากสวรรค์ให้ลงมาอยู่นรก


        "นี่น่ะเหรอ...สาเหตุที่นายหญิงกลัวนักกลัวหนาน่ะ"


        "ฉันไม่รู้หรอกนะว่า นายหญิงของแกจะเป็นใคร...ธานาทอสนายน่ะ ได้เวลากลับไปนรกแล้ว!"


        "อะไรนะ!?" ธานาทอสหันหน้าลงไปมองที่ลานกว้างของปราสาท ก็ได้เห็นวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่และตรงใจกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งแต่ละมุมจะมีอาวุธของพาราดินปักอยู่นั้นก็คือ หอกกุงนีห์ ดาบเซเบอร์และฮิซาเมะ ไลเบียรกำลังเดินไปตรงมุมสุดท้ายก็ได้แบมือออกมา สิ่งที่อยู่ในมือของเธอคือ กิ๊ปติดผมรูปกางเขนของเธียร




         [5 นาทีก่อน]         
         "เธียร...กิ๊ปติดผมรูปกางเขนของลูกมีพลังของเทพสิงสถิตอยู่...ใช้มันเป็นอุปกรณ์ชิ้นที่สี่เพื่อที่จะเปิดประตูนรก"


         "จริงเหรอคะ!? หนูไม่รู้มาก่อนเลย"


         "ฮิ ฮิ พ่อของลูกคงยังไม่ได้บอกสินะ ลูกจงใช้กิ๊ปติดผมอันนี้ช่วยดวงวิญญาณของมนุษย์ที่ถูกดูดเข้าไปอยู่ในร่างของธานาทอสและช่วยดึงดวงวิญญาณพ่อของลูกออกมาด้วยนะ"


         "หนูจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะคะ จะฆ่าธานาทอสก็ไม่ได้ด้วย"


         "เคียวยังไงล่ะ เคียวของธานาทอสไม่ว่าจะตัดสิ่งใดก็ไม่สามารถต่อกลับคืนหรือคืนสภาพกลับคืนมาได้ ต่อให้ปีศาจหรือเทพที่มีความสามารถดังกล่าวนี้ เมื่อโดนเคียวนี้ตัดขาด พลังเหล่านั้นก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ลูกจะต้องตัดคอของธานาทอสและทำลายร่างของกายของเค้าทิ้งซะ แต่เรามีปัญหาอีกหนึ่งอย่างคือ มนุษย์ไม่มีทางจับต้องเคียวของธานาทอสได้ จำเป็นต้องมีเลือดของมิโกะแห่งเมืองเจเปนนิส"


         "ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณแม่" เธียรชี้นิ้วไปที่ไลเบียรและฮาซึมิที่กำลังยืนถือเคียวของธานาทอสอยู่

         "เด็กคนนั้น...มิโกะแห่งทวยเทพ!?"

         "คุณแม่คะ...ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวหนูจะไปช่วยคุณพ่อออกมาจากไฟนรกพวกนั้นและส่งธานาทอสกลับลงไปที่นรกให้ได้เลยค่ะ"
เธียรล่ายื่นมือไปลูบหัวของเธียรและยิ้มให้ ร่างของเธอก็ค่อยๆ จางหายไป เธียรหันหน้ามองลูซเต้และเดินตรงเข้าไปหาทันทีและบอกแผนการทุกอย่างที่จะส่งธานาทอสกลับไปยังนรกให้ทุกคนฟัง


         "แย่แล้ว!? พิธีกรรมอัญเชิญประตูนรก!? ยัยพวกนี้ไปรู้วิธีแบบนี้มาจากไหนกัน!?" ธานาทอสเร่งให้ดาบเดม่อนซอร์ดลงมาให้เร็วยิ่งขึ้น เธียรได้ยิงซีลิคอาวิลออกไปทำลายแขนซ้ายของธานาทอส ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทามาโมะใช้เวทมนต์ 'คุกแสง 4 ชั้น' ซึ่งเป็นพลังของเทพ กักขังเฉพาะร่างกายของธานาทอสและสั่งให้ระเบิดทันที

         "นี่น่ะเหรอ พลังที่ยัยคิตสึเนะพูดถึงน่ะ เจ็บเป็นบ้า!" ร่างโครงกระดูกของธานาทอสค่อยๆ ร่วงลงไปที่วงแหวนเวทย์ ลูซเต้อุ้มฮาซึมิขึ้นมาบนฟ้าและเหวี่ยงเธอตรงเข้ามาหาธานาทอสเพื่อที่จะตัดคอให้หลุดออกจากบ่า

         "ยัยโง่! ลืมไปแล้วงั้นเหรอว่าเคียวอันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายข้า!" ธานาทอสยื่นมือขวาออกมาเพื่อที่จะสั่งให้เคียวสบัดฮาซึมิออกไป แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเคียวอันนั้นถูกเลือดของไลเบียรซึ่งเป็นมิโกะขั้นสูงสุดและเส้นด้ายสีแดงได้ถูกตัดขาดไปนานแล้ว

         "เย๊~! ครั้งแรกเลยนะเนี้ย ที่จะได้ตัดหัวของเทพแบบนี้เจ้าค๊าาา~!"

          "บัดซบเอ๊ย!!!!"
ฮาซึมิใช้เคียวตัดคอของธานาทอสหลุดออกมาจากบ่าและหลังจากนั้นเธียรได้ยิงซีลิคอาวิลไปทำลายร่างกายของธานาอสแตกกระจาย วิญญาณเหล่าคนตายที่ถูกธานาทอสช่วงชิงมาและไม่ได้ส่งลงไปที่นรกได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ไลเบียรวางกิ๊ปติดผมตรงจุดสุดท้ายเรียบร้อย ประตูนรกก็ได้โผล่ขึ้นมาจากดิน ประตูค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับมือยักษ์พุ่งออกมาจากประตูและตรงเข้าไปที่หัวของธานาทอสที่กำลังร่วงลงมา

        "ได้เวลานอนแล้ว ไอ้น้องชาย..."

        "ฮิปนอส!? แกหลุดออกมาจากห้องขังที่ข้าผนึกแกไว้ได้ยังไงกัน!?"

        "กิ๊ปติดผมรูปกางเขนอันนั้นยังไงล่ะ มันมีพลังของเทพที่สามารถปลดปล่อยผู้ที่ถูกผนึกและกักขังไว้ ข้าถึงได้หลุดออกมาได้ยังไงล่ะ"

        "ของแบบนั้นมันมีด้วยยังงั้นเหรอ!?"

        "โอ๊ย~! เดี๋ยวจะเล่าต่อที่นรกแล้วกันนะ ไอ้น้องชาย..."

        "ไม่! ข้ายังไม่อยากกลับลงไปที่นั้นอีกแล้ว นายหญิงช่วยข้าด้วย! นายหญิงไอริส!!!" มือยักษ์ได้กำหัวของธานาทอสและย้อนกลับลงมาที่ประตูนรก ไฟนรกที่กำลังเผ่าไหม้ปราสาทก็ถูกประตูดูดเข้าไปจนหมดและประตูนรกก็กลับลงไปใต้ดิน ก่อนวงแหวนเวทมนต์อัญเชิญประตูนรกหายไป ฮิปนอสได้ยิงแสงขึ้นไปทำลายดาบเดม่อนซอร์ดขนาดใหญ่ยักษ์แตกสลายกลายเป็นดาบขนาดเล็กและกระเด็นหายไป

        "เฮ้อ~! นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว~!" ซอร์เนียร์นอนลงไปกับพื้นและบ่นเสียงออกมา

        "สุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะคะเนี้ย ที่ได้ต่อสู้กับเทพ!" ฮาซึมิพูดและยิ้มให้กับลูซเต้ที่กำลังอุ้มเธอลงมาจากฟ้า

        "ต้องขอบคุณไลเบียรนะเนี้ย ถ้าไม่มีเธอ พวกเราก็ใช้เคียวอันนั้นตัดคอของธานาทอสไม่ได้แน่ๆ" ทาร์อูเอเล่เดินตรงเข้าไปหาไลเบียรที่กำลังเก็บรวบรวมอาวุธทั้งสามชิ้นและกิ๊ปติดผมของเธียร

        "มะม๊ากับพี่ทามาโมะอยู่ไหนล่ะคะ" ซิลเวอร์เดินตามหาทั้งสองคน ไลเบียรชี้นิ้วออกไปข้างนอกปราสาท ซิลเวอร์มองตามนิ้วที่ไลเบียรชี้ไปก็ได้เห็นเธียรกับทามาโมะกำลังยืนคุยกับดวงวิญญาณ 4 ดวง ซอร์เนียร์เดินเข้ามาจับมือของซิลเวอร์และส่ายหน้าไปมาเหมือนจะบอกว่า 'ปล่อยให้พวกเค้าคุยกัน' แบบนั้น

        "คุณปู่ไลมัส คุณลุงยามาโตะ คุณลุงซิลเลี่ยน หนูได้ช่วยพวกท่านออกมาจากไฟนรกแล้ว ขอให้พวกท่านทั้งสามคนไปสู่ภพภูมิที่ดีนะคะ..." ดวงวิญญาณพาราดินทั้งสามคนยิ้มให้กับเธียรและจางหายไปพร้อมกับสายลม เหลือเพียงวิญญาณอีกหนึ่งดวงที่ยังไม่ไปไหน เธียรหันหน้าไปมองวิญญาณดวงนั้น ซึ่งนั้นก็คือ โรฮาน โรเซนเบิร์ก พ่อของเธียรที่ถูกธานาทอสจับขังเอาไว้

        "ขอบใจมากนะลูก ที่ช่วยให้พ่อหลุดพ้นออกมาจากไฟนรกที่ธานาทอสกักขังพ่อเอาไว้"

        "หนูมีเรื่องที่จะต้องคุยกับคุณพ่ออีกมากมายเลย แต่เวลามันมีไม่พอนี่สิคะ"

        "ฮะ ฮะ ก็คงจะเป็นแบบนั้นล่ะนะ เด็กคนนี้น่ะเหรอ? น้องสาวที่ลูกพูดถึงน่ะ?" โรฮานหันหน้าไปมองทามาโมะ

         "ทะ...ทามาโมะ โนะ มาเอะ ค่ะ!! ยินดีที่ได้พบท่านค่ะ ท่านโรฮาน..."

         "อย่าเรียกท่านโรฮานสิ เธอเป็นน้องสาวของเธียรไม่ใช่เหรอ...เธอต้องเรียกฉันว่าพ่อสิถึงจะถูก" โรฮานยื่นมือมาลูบหัวของทามาโมะ เธียรยิ้มแฉ่งทันทีเมื่อได้เห็นทามาโมะได้รับการยอมรับเป็นลูกสาวอีกหนึ่งคนจากปากของพ่อ

         "โรฮานคะ...ได้เวลาแล้วนะคะ" เสียงของเธียรล่าดังขึ้นมาจากด้านหลังของโรฮานและเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาวทั้งสองคน

         "ชื่อทามาโมะยังงั้นเหรอจ๊ะ ขอบใจมากนะจ๊ะ ที่คอยดูแลลูกสาวที่เอาแต่ใจแบบนี้ คงลำบากแย่เลยสินะ" เธียรล่ายื่นหน้ามามองหน้าทามาโมะใกล้ๆ

         "คะ...ค่ะ! หนูเองก็ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบคุณค่ะ นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์!" ทามาโมะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ติดๆขัดๆ เธียรล่ายื่นมือมาเขกหัวทามาโมะเบาๆ

         "เธอต้องเรียกฉันว่าแม่สิ เพราะเธอในตอนนี้คือคนในครอบครัวโรเซนเบิร์กแล้วนะ"

         "คุณแม่คะ...คุณพ่อคะ...จะไปกันแล้วเหรอคะ..."

         "อ่า...พ่อกับแม่ต้องไปแล้วล่ะ หมดเวลาแล้ว" แสงสีขาวได้ส่องลงมาจากฟ้าลงมาที่โรฮานและเธียรล่า เธียรยืนกำหมัดแน่นและพยายามจะกลั่นเพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องไห้ออกมาเด็ดขาด ทามาโมะยื่นมือไปจับมือของเธียรที่กำลังกำหมัดไว้แน่น

         "ลาก่อน...ลูกรัก" โรฮานและเธียรล่าบอกลาลูกสาวอันเป็นที่รักและจางหายไป ทามาโมะสังเกตไปที่ปากของเธียรล่าที่ดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างก่อนจะหายไป

         "ลาก่อนค่ะ คุณพ่อคะ คุณแม่คะ" เธียรคุกเข่าลงกับพื้นและปล่อยเสียงโฮ่ร้องไห้ออกมาดังลั่น ทุกคนในกลุ่มต่างพากันร้องไห้ตามๆ กัน ซอร์เนียร์เช็ดน้ำตาของตัวเองและแอบเดินเข้าไปข้างในปราสาทคนเดียวโดยไม่มีใครในกลุ่มรู้ตัว





         "ท่านหญิงคะ...ธานาทอสเสียท่าให้กับพวกนักโทษกบฎแล้วค่ะ" คิตสึเนะวิ่งมารายงานความพ่ายแพ้ของธานาทอสให้เด็กสาวผู้เป็นนายหญิงของเธอ

         "ฮิ ฮิ ฮิ ~! ผู้คุมความตายเสียท่าให้กับพวกกระจอกแบบนั้น น่าขายหน้าจริงๆ เลยน้า~! เห็นทีพวกเราต้องออกโรงซะแล้วสินะ คิสึเนะ..." เด็กสาวเดินเข้าไปที่คุกใต้ดินและหยุดอยู่หน้าห้องขังห้องแรก

         "หึ หึ หึ แผนการที่เจ้าวางเอาไว้ไม่ตรงไปตามที่คาดหมายเอาไว้เหรอ หืม~?"

         "ลูกสาวของนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก จะต้องถูกว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไปผู้นี้สังหารทิ้ง สวดมนต์ขอความเมตตาจากพระเจ้าที่กำลังจะถูกแทนที่ไปเถอะ จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ กราฟ เซฟเฟี้ยน อ๊ะ!...ไม่ได้สิ...ต้องเรียกว่า ท่านพ่อ ถึงจะถูกสินะ" เด็กสาวยื่นหน้าเข้ามาข้างในห้องขังจนแสงเทียนส่องให้เห็นใบหน้า เด็กสาวผมยาวสีเหลือง สวมเสือแขนสั้นสีแดงและกระโปรงสั้นสีขาวและเธอได้ประกาศตัวเองว่าเป็นลูกสาวของกราฟ ซึ่งแน่นอนว่า กราฟ เซฟเฟี้ยน มีลูกสาวเพียงคนเดียวนั้นก็คือ ไอริส เซฟเฟี้ยน

        ซอร์เนียร์รีบวิ่งตรงเข้ามาที่คุกใต้ของปราสาทเซฟเฟี้ยนและเธอภาวนาขอให้สิ่งที่ได้ยินจากปากของธานาทอสไม่เป็นความจริงว่า พี่สาวของเธอหรือไอริส จะเป็นตัวการของเรื่องทั้งหมด...



To Be Continued.



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 21-9-2018 12:57 , Processed in 0.035907 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th