เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 540|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4622
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 29-1-2016 21:07:58 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 29-1-2016 21:13

       Rosenkreuzstilette บทที่ 28

    Judgment Day

(บทแรก)





        วันจันทร์พระเจ้าได้สร้างโลกและสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง                   "นั้นมันอาซาเซลนี่!! ทำไมมาอยู่ที่นี่!!" เทวทูตทั้งหลายต่างพากันตกใจเมื่อเห็นเทพตกสวรรค์ อาซาเซล สังหารเหล่าเทวทูตตายไปจำนวนมากและตามหลังมาด้วย ไอริส คิตสึเนะและกราฟ

       วันอังคารพระเจ้าได้ตั้งกฎระเบียบและความวุ่นวายต่างๆ
       "เป็นไปไม่ได้!? ปีศาจไม่สามารถเหยียบย้ำเขตแดนสวรรค์ได้นี่นา ทำไมพวกมันทั้ง 4 ตน ไม่เป็นอะไรเลยล่ะ!?"
       "หิหิหิ กฏระเบียบงี่เง่าแบบนั้น ทำอะไรว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไปไม่ได้หรอกนะ กฏน่ะเค้ามีไว้แหกนะจ๊ะ~!" ไอริสหมุนตัวเต้น ช่วงที่เธอกำลังหมุนตัวก็มีคมดาบขนาดใหญ่หมุนรอบตัวเธอและฟันร่างของเทวทูตที่กำลังยืนล้อมตัวเธอขาดกระจุยเป็นชิ้นๆ

       วันพุธพระเจ้าได้รายละเอียดทุกอย่าง
       "เกิดอะไรขึ้น!?"
       "มีปีศาจ 4 ตน บุกขึ้นมาที่นี่และได้สังหารเทวทูตไปจำนวนมาก พระบิดาพวกเราควรจะทำยังไงดี"
       "เรียกรวมตัวเหล่าเทวทูตทุกคนให้มาวิหารแห่งนี่ด่วนเลย!!"

       วันพฤหัสบดีพระเจ้าได้อนุญาตการไหลเวียนของเวลา
       "พระบิดา!! เหล่าเทวทูตถูกสังหารตายจนหมดก่อนคำสั่งจะส่งไปถึงครับ"
       "อะไรนะ! ข้าเพิ่งจะสั่งการออกไปเมื่อไม่กี่วินาทีนี่เองนะ ทำไมพวกนั้นถึงรู้ว่าข้าจะเรียกรวมตัวล่ะ เด็กสาวผมทองคนนั้นเป็นใครกันแน่!?"
       "หิหิหิ~ ดีนะเนี้ย...ก่อนที่พวกเราจะเหยียบแดนสวรรค์แห่งนี้ ฉันได้ใช้ 'ดาย กีฟรานเต้ ซูครัซ' ฆ่าพวกเทวทูตคนอื่นๆ ตายไปก่อนแล้วยังไงล่ะ หิหิหิ~!" ไอริสพูดและหันหน้าไปมองลูกแก้วสีฟ้าที่กำลังลอยอยู่เหนือหัวเธอ

       วันศุกร์พระเจ้าได้สำรวจโลกทุกซอกทุกมุม   
       "ดาย กีฟรานเต้ ซูครัซ? พลังที่ทำให้การไหลเวียนของเวลาเดินช้าลง จอมเวทย์แห่งการเวลาก็ตายไปแล้ว ชีเซลล์ เมลสตรอม ก็สูญเสียนาฬิกาพกของตัวเองไปและถูกช่วงชิงแหล่งเก็บพลังเวทย์ไปจนหมด คนที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็มีแค่ข้ากับ... บ้าน่า! หมอนั้นกลับชาติมาเกิดยังงั้นเหรอ!!"

     วันเสาร์พระเจ้าได้พักผ่อน
     บึ้ม!! ประตูวิหารได้ถูกทำลายจนบานประตูกระเด็นออกมา พระเจ้าองค์ปัจจุบันชักดาบแสงออกมาและชี้ไปที่หน้าประตู เงาคนสี่คนค่อยๆ เดินออกมาจากกลุ่มม่านควัน ไอริสเดินนำหน้ามาก่อนและหยุดอยู่กลางห้องโถงของวิหารเทพ
    "โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ~ ได้เวลานอนพักผ่อนแล้วน้าค้า~~" ไอริสยิ้มหวานให้กับพระเจ้าองค์ปัจจุบัน

    วันอาทิตย์พระเจ้าได้ตายไปแล้ว
    ไอริสเดินออกมาจากวิหารและมือขวาได้ถือศีรษะของชายแก่คนหนึ่งออกมาด้วย เธอยื่นศรีษะของชายแก่ให้เหล่าเทวทูตที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาดู เหล่าเทวทูตถึงกับหยุดชะงักและตื่นตกใจอย่างมาก เมื่อได้เห็นศรีษะของชายแก่ที่ไอริสถือ เทวูตทุกตนทิ้งอาวุธลงและต่างพากันร่ำไห้
บางคนถึงกับปิดชีวิตตัวเอง บางคนฉีกปีกของตัวเองและกระโดดลงไปยังพื้นโลกและสุดท้ายสีของปีกเทวททูตบางคนเปลี่ยนสีเป็นสีดำและเดินไปคุกเข่าให้กับไอริส กราฟที่ถูกจับตัวมาด้วยก็หันหน้าหนีไม่พูดไม่จาอะไร

   "นี่ข้าและภรรยาของข้า ได้ให้กำเนิดปีศาจร้ายที่แท้จริงขึ้นมาเหรอเนี่ย โปรดให้อภัยข้าด้วย...พระผู้เป็นเจ้า"



    ทางด้าน เธียร ทามาโมะและฮาซึมิที่กำลังขี่หลังของมังกรบินขึ้นมาจากพื้นโลก ก็ได้เห็นร่างคนจำนวนมากตกลงมาจากกลุ่มก้อนเมฆ ทามาโมะพยายามจะรับตัวแต่ก็ไม่ทัน

    "คนพวกนี้ไม่ใช่มนุษย์นี่เจ้าคะ!? แล้วทำไมถึงตกลงมาจากท้องฟ้าล่ะ" ฮาซึมิหันหน้าไปถามเธียร

    "คนพวกนั้นคือเทวทูตค่ะ แต่แปลกนะคะ พวกเค้าน่าจะมีปีกนี่นา แต่ทำไม่ถึงตกลงไปที่พื้นโลกล่ะ"

    "ได้กลิ่นคาวเลือด...พี่คะ ปีกของพวกเค้าถูกฉีกขาดนี่คะ" ทามาโมะสังเกตเห็นแผลที่หลังของเทวทูตแล้วรีบหันหน้าไปบอกเธียรทันที

    "ข้างบนต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ฮาซึมิรีบสั่งให้มังกรบินให้เร็วเดี๋ยวนี้เลย"

    "ทราบแล้วเจ้าค่ะ!!" ฮาซึมิใช้ฝ่ามือตบไปที่หัวมังกรเพื่อที่จะให้มันบินเร็วขึ้น แต่เธอเล่นใช้พลังนินจาตบหัวมังกรแรงเกินไปจนทำให้มังกรติดอาการ สตั้น แล้วบินเซไปเซมาขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว

     "ว๊ายยยย~~~! ตบแรงไปแล้วน้าาา~~~~"

     "แห๊ะ แห๊ะ ขออภัยเจ้าค่ะ รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เห็นสวรรค์ก็เลยตื่นเต้นไปหน่อย แห๊ะ แห๊ะ"

     "นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก ข้าคงจะให้พวกเจ้าขึ้นไปข้างบนไปมากกว่าไม่ได้แล้วล่ะ" เสียงปริศนาดังออกมาจากวงแหวนเวทย์สีดำที่ลอยอยู่ด้านบนและปรากฏร่างของเทพตกสวรรค์ อาซาเซล ออกมา

     "เทพตกสวรรค์!?" เธียรร่ายเวทย์ ปีกนางฟ้า ขึ้นมาและกระโดดออกจากหลังของมังกร

     "พี่คะ!? นั่นพี่จะทำอะไรน่ะ"

     "ศัตรูโผล่มาขวางทางไว้แบบนี้ คงไม่ปล่อยให้ผ่านไปแน่ๆ ต้องจัดการให้ได้เท่านั้น ฮาซึมิรีบพาทามาโมะขึ้นไปวิหารก่อนเลย เดี๋ยวฉันจะตามไปทีหลัง" เธียรตะโกรเสียงไป

     "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!!"

     "ไม่ปล่อยให้ผ่านไปได้หรอก!!" อาซาเซลเรียกหอกแสงออกมาและเล็งไปที่หัวมังกร เธียรยิง ซีลิคอาวิล ทำลายหอกแสงก่อนที่อาซาเซลจะขว้างไป

     "คู่ต่อสู้ของท่านคือฉันคนนี้นะ อย่าหันหลังให้กันแบบนี้สิคะ" เธียรกวักมือท้าทายอาซาเซลและแลบลิ้นใส่

     "ย่อมได้...ข้าจะขอรับคำท้าทายของเจ้าละกัน" อาซาเซลตั้งท่าเตรียมยิงหอกแสงอีกครั้ง

     "หว๋าย~!  ท่านเทพตกสวรรค์ดูท่าทางจะโมโหสุดๆ  จะทำยังไงดีล่ะตัวฉัน~" เธียรคิดแบบนั้น

     ทามาโมะและฮาซึมิขี่มังกรจนมาถึงแดนสวรรค์ ทั้งสองคนรีบกระโดดลงมาจากหลังของมังกรและวิ่งไปตามเส้นทางของพวกไอริสที่เดินเหยียบย้ำจนเขตแดนสวรรค์แปดเปื้นตรงไปที่วิหาร

     "ที่นี่น่ะเหรอ สวรรค์น่ะ" ฮาซึมิเบิกตากว้างมากเมื่อได้เห็นสิ่งก่อสร้างที่เธอไม่เคยมาก่อนในชีวิตและตัวเธอเองก็กำลังวิ่งอยู่ในที่ที่มนุษย์ไม่อาจมาได้ ทามาโมะสังเกตให้ลูกไฟสีฟ้าจำนวนหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

      "ฮาซึมิ ระวังข้างหน้า!!" ทามาโมะตะโกนเสียงไปหาฮาซึมิ นินจาสาวที่กำลังมองสิ่งก่อสร้างต่างๆ ก็สะดุ้งตกใจและก็ได้เห็นลูกไฟสีฟ้าพุ่งเข้ามาหาเธอ

      "ฟุเนี๊ยว~!!" ฮาซึมิหลบได้ในระยะเผ่าขน ทามาโมะเรียกลูกไฟจิ้งจอกขึ้นมาและโจมตีสวนกลับไปข้างหน้า

      "โย๊ว~! ฮาซึมิไม่ได้เจอกันนานเลยกับจิ้งจอกไร้นาม...อุ๊ฟ~! เธอมีชื่อแล้วนี่นะ...ทามาโมะสินะ" คิตสึเนะเดินออกมาจะกลุ่มก้อนเมฆที่พัดผ่านไปตามสายลม

      "คิตสึเนะ..." ฮาซึมิหยุดวิ่งและตั้งท่าเตรียมที่จะสู้

      "หืม? คิตสึเนะทำไมหางของเธอทำเหลือแค่ 6 หางล่ะ?" ทามาโมะสังเกตไปที่หางของคิตสึเนะและถามออกไป

      "โดนยัยอัศวินมารและยัยหัวแดงตัดขาดน่ะสิ...ถามได้~" คิตสึเนะตอบกลับและกระตุกคิ้วข้างซ้าย

      "เพื่อที่จะทำให้ภาจกิจเงาทมิฬสำเร็จ คิตสึเนะ!! หัวของแกจะต้องเป็นของฉัน!!" ฮาซึมิชี้นิ้วและตะโกนเสียงออกไป

      "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่เธอยังไม่ตัดใจจากภารกิจอันนั้นอีกเหรอ ห๊า! ก็เอาสิ" คิตสึเนะแสยะยิ้มใส่ฮาซึมิ

      "ฉันเองก็มีแค้นส่วนตัวกับคิตสึเนะเหมือนกันนะฮาซึมิ พวกเราทั้งมาแข่งกันมั้ยล่ะ ว่าใครจะเป็นคนฆ่าคิตสึเนะได้สำเร็จน่ะ" ทามาโมะเดินมาจับไหล่ของฮาซึมิและยื่นข้อเสนอให้

     "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ มาแข่งกันเลย!!" ฮาซึมิตอบตกลงเสร็จทามาโมะก็พุ่งไปหาคิตสึเนะอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ฮาซึมิยืนทำหน้างงแปปหนึ่งและเธอก็รีบสะบัดหน้าแล้ววิ่งตามไปสมทบกับทามาโมะ

     "แหม่~ มีผู้บุกรุกขึ้นมาในแดนสวรรค์ของฉันเหรอเนี้ย เพิ่งจะได้เป็นพระเจ้าเมื่อตะกี้เองน๊า~ ก็มีคนท้าทายพระเจ้าองค์ใหม่ซะแล้ว ช่างกล้าหาญจริงๆ" ไอริสเห็นภาพทุกอย่างจากลูกแก้วและหันหน้าไปพูดกับกราฟที่ถูกโซ่ตรวนไว้ที่เสาของวิหาร

     "ความหวังของพวกเราเหล่าจอมเวทย์และมนุษย์ทุกคนยังไงล่ะ" กราฟพูด

     "มันจะกลายเป็นความหวังสุดท้ายที่ไร้ค่าของพวกมันทั้งหมดเช่นเดียวกัน" ไอริสเสกลูกบอลไฟขึ้นมา รูปร่างของลูกไฟคล้ายเหมือนกับดวงอาทิตย์แต่เป็นขนาดเล็ก เธอเดินตรงไปที่หน้าต่างของวิหารแล้วโยนลูกไฟลงไปยังพื้นโลก

     "คิดจะทำอะไรน่ะ!?"

     "หิหิหิ ดูไปเดี๋ยวก็รู้เองค่ะ ท่านพ่อ"

      ทางด้านเธียรกับอาซาเซลที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั่น ทั้งสองได้เห็นแสงลูกไฟที่ส่องแสงสว่างเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์กำลังร่วงหล่นไปลงไปข้างล่าง อาซาเซลรู้ตัวว่าสิ่งนั้นคืออะไร เค้าสร้างเกราะป้องกันตัวเองและสร้างให้เธียรด้วย

      "นั่นมันแสงอะไรน่ะ!?"

      "ท่านไอริส...เริ่มประกาศวันพิพากษาแล้ว"

      "วันพิพากษา?"

       แสงของลูกไฟขนาดเล็กตกลงไปถึงพื้นโลกและได้ก่อเกิดแสงสว่างจ้าขึ้นมาและเสียงที่ดังกึกก้อง ตามหลังมาด้วยแรงลมที่พัดขึ้นมาจากพื้นโลก กลุ่มเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้าต่างถูกพัดหายไปในชั่วพริบตา ฮาซึมิ ทาามาโมะและคิตสึเนะ ก็ต่างพากันถูกแรงลมพัดผ่านมาอย่างรุนแรง เศษซากสิ่งก่อสร้างต่างๆ ก็ถูกพัดปลิวหายไป ส่วนทางด้านในของวิหารเทพ กราฟและไอริสก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นโลกได้

      "นี่น่ะเหรอ พลังของท่านไอริสน่ะ" เสียงอาซาเซลได้ดังขึ้น เธียรที่แอบอยู่หลังเกราะป้องกันของอาซาเซลที่สร้างขึ้นมาให้ ได้มองลงไปยังพื้นโลกก็ได้เห็นหลุมขนาดใหญ่ยักษ์ ถ้าจำไม่ผิดพิกัดของหลุมนั้นคือเทือกเขาเหมืองแร่นอซ์ดรูที่มีความสูง 4,000 เมตรและความกว้าง 1,800 เมตร หายไปจากสายตาของเธียร เด็กสาวถึงกับตัวสั่นเมื่อได้เห็นพลังอำนาจของไอริส

      "นะ...นี่มันพลังของปีศาจชัดๆ...ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกทำลายให้หายไปจากโลกนี้แน่ๆ" เธียรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลออกมาจากตา



      ส่วนทางด้านพื้นโลกเหล่าจอมเวทย์ที่อยู่ในปราสาทเซฟเฟี้ยนต่างพากันวิ่งออกจากปราสาทและออกเดินทางไปที่เทือกเขาเหมืองแร่นอซ์ดรูที่ถูกทำลายหายไปในชั่วพริบตา คาร์ลสั่งการให้หน่วยข่าวกรองกระจายข่าวไปทั่วทั้งโลก ว่าศัตรูที่แท้จริงคือ 'ไอริส เซฟเฟี้ยน'
จักรวรรค์ศักดฺ์สิทธิ์ที่ไร้พระราชายอมทำตามทุกอย่างที่เหล่าจอมเวทย์สั่ง ชาวเมืองที่อยู่ใกล้เทือกเขาที่หายไปก็ต่างพากันอพยพออกจากเมือง คริสตจักรได้ทราบข่าวจากจอมเวทย์และตกลงจะช่วยเหลือทุกอย่างเต็มที่ เมืองต่างๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของจักรวรรคิก็ออกมาให้ความช่วยเหลือเมืองต่างๆ เช่นเดียวกัน แต่ก็มีกลุ่มคนบางคนสวดภาวนาขอความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้าและไม่เชื่อว่าพระเจ้าถูกฆ่าตายไปแล้ว


    - โรเซนครูซมันกลับชาติมาเกิด! มันจะฆ่าพวกเราทั้งหมด -
    - พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น อย่าฆ่าพวกเราเลย!! -
    - พระเจ้าอย่าทอดทิ้งพวกเราเลย ฮือออ~ -
    - พวกจอมเวทย์มันโกหก!! พระเจ้ายังไม่ตาย!! -

     เสียงร้องคร่ำครวญของมนุษย์ได้ดังไปทั่วห้องโถงของวิหาร ไอริสนั่งฟังเสียงร้องเหล่านี้นและหัวเราะอย่างสะใจ ส่วนกราฟก็ได้ทำนั่งกัดฟันอยู่เฉยๆ และต้องมานั่งทนฟังเสียงร้องคร่ำครวญที่ดังเข้ามาตลอดเวลา

     "เห็นพลังของท่านไอริสรึยัง สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก เจ้าน่ะ...ไม่มีทางเอาชนะท่านไอริสได้หรอกนะ" อาซาเซลหันหน้าไปพูดกับเธียรที่กำลังอยู่ในอาการช็อก สายตาของเธียรจดจ้องไปที่หลุมขนาดใหญ่ที่อยู่พื้นโลกตลอดเวลา

     "ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป...พวกคุณซอร์เนียร์ก็จะต้องถูกลบหายไป...ไม่ใช่แค่นั้น...สิ่งมีชีวิตทุกอย่าง...จะถูกลบให้หายไป...ยังงั้นเหรอ..."

     "ใช่แล้ว...เป็นไปตามที่เจ้าพูดทุกอย่างนั้นแหละ" อาซาเซลบินเข้าไปหาเธียรอย่างใจเย็นและมือซ้ายได้สร้างหอกแสงขึ้นมาเพื่อจะสังหารเธียร อีกไม่กี่เมตรอาซาเซลก็จะลอยไปถึงตัวเธียรก็มีก้อนหินพุ่งขึ้นมาชนจนกระเด็นขึ้นไปข้างบน เธียรเริ่มตั้งสติขึ้นมาได้และหันไปมองต้นตอของทิศที่ก้อนหินพุ่งขึ้นมา

     - เธียร! เธอไม่ได้ต่อสู้อยู่คนเดียวนะ -

     "เสียงนี่มัน...คุณซอร์เนียร์นี่นา"

      - โย่ว~! ยัยหนูสปิริเธียร ยังมีแขนขาอยู่ครบรึเปล่าเอ่ย~ -

      "หัวหน้าชีเซลล์!? ทำไมล่ะ? ทำไมทุกคนถึงใช้เวทย์สื่อสารทางจิตได้ล่ะ?"

      - ฉันเป็นทำเองเธียร -

       "พี่ฟลูเดียร!"

      - ช่วงที่พวกเธอสามคนกำลังบินขึ้นไปบนฟ้าจนละสายตา ฉันได้ร่ายเวทย์สือสารทางจิตตามหลังพวกเธอไป ตอนนี้ฉันกำลังใช้สมาธิในการใช้อยู่และลิลลี่ก็ตอบรับพลังจิตของฉันได้ - เธียรได้ฟังคำอธิบายของฟลูเดียรและเปิดกระเป๋าเสื้อของตัวเองก็ได้เห็นลิลลี่กำลังรับพลังสื่อสารทางจิตของฟลูเดียรที่ส่งมาจากพื้นโลก (เกือบลืมว่าลิลลี่ก็มาด้วย แหะ แหะ)

      - ฟลูเดียรเนี๊ย~ สุดยอดไปเลย!! - เสียงของลูซเต้แทรกเข้ามา

      "ฮ่ะ ฮ่ะ ทุกคนดูร่าเริงกันจังเลยนะคะเนี้ย..."

      - เธียร! เจ้าเทพตกสวรรค์นั่นโดนก้อนหินที่พวกเราโยนขึ้นรึเปล่า? - คราวนี้เสียงของทาร์อูเอเล่

      "เอ่อ...ค่ะ...โดนเต็มๆ เลยค่ะ"

      - เยี่ยม! ซิลเวอร์เตรียมโยนก้อนหินขึ้นไปอีกครั้งได้เลยนะ -

      - ค่ะ! -

      "ซิลเวอร์เป็นคนขว้างหินขึ้นมายังงั้นเหรอคะ!?"

      - ลืมไปแล้วเหรอคะมะม๊า พลังพิเศษของหนูคือ ถ้าไปแตะสิ่งของต่างๆ แล้วสิ่งของเหล่านั้นจะขยับได้เหมือนมีชีวิตนะคะ - สิ่งที่ซิลเวอร์กำลังจะพูดก็คือโกเลมตัวใหญ่ยักษ์ที่กำลังยกเศษซากปรักหักพังของปราสาทและเตรียมโยนขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง

      "อยู่สูงซะขนาดนี้ โยนขึ้นมาถูกได้ยังไงกันคะเนี้ย"

      - โอ๊ว~ นักเล่นแร่แปรธาตุอย่างฉันสร้างอะไรที่ฉันอยากจะทำได้ทุกอย่าง แค่สร้างกล้องดูดาวน่ะ ของกล้วยๆ - ซอร์เนียร์ตอบกลับ

      "ยังงั้นเหรอหเรอะคะเนี้ย เฮ้อ~" เธียรได้พูดคุยกับทุกคนที่ผ่านเวทย์สื่อสารทางจิตของฟลูเดียรก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที เธอหันหน้ามองขึ้นไปข้างบน อาซาเซลก็ลอยลงมาอย่างช้าๆ และใช้มือปัดเศษหินที่ติดตามเสื้อออก

      "ก้อนหินนั่นมันมาจากไหนกันนะ แต่ก็ช่างเถอะ! สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก มาเริ่มต่อสู้กันอีกรอบกันเถอะนะ"

      "เห๊อะ เห๊อะ ท่านเทพตกสวรรค์ยังไม่รู้ตัวแบบนี้ก็แจ๋วสิ" เธียรคิดแบบนั้น

      - เธียร! ก้อนหินได้ถูกโยนขึ้นไปแล้วนะ อีก 30 วินาที ก้อนหินจะไปถึงจุดที่เธอกำลังต่อสู้กับเทพตกสวรรค์ และทุกๆ 3 นาทีจะโยนก้อนหินขึ้นไปอีกครั้ง เข้าใจตรงกันนะ! - เสียงของทาร์อูเอเล่ดังขึ้นมา

       "รับทราบ!!" เธียรได้รับข้อความจากทาร์อูเอเล่เสร็จก็ได้บินพุ่งตรงเข้าไปหาอาซาเซลอย่างรวดเร็ว

       "ใจสู้ดีมาก! เมื่อกี้ที่ได้เห็นพลังของท่านไอริสเข้าไปแล้วจิตตก แต่ตอนนี้กลับมีแรงฮึดสู้อีกครั้ง ยอดเยี่ยมจริงๆ!!" อาซาเซลก็บินพุ่งตรงเข้าหาเธียรเช่นเดียวกัน ทั้งสองบินเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงดังสะนั่นไปทั่วท้องฟ้าเหมือนดั่งเสียงฟ้าร้อง

       ส่วนทางด้านทามาโมะและฮาซึมิก็กำลังต่อสู้กับคิตสึเนะอย่างดุเดือด ทั้งสามคนต่างไม่ยอมให้ถูกฆ่าตายง่ายๆ คิตสึเนะได้ถูกฮาซึมิตัดหางออกไป 1 หางแล้ว พลังที่เคยสะสมมาเป็นร้อยๆ ปี*ก็เริ่มสูญเสียไปอย่างมาก ส่วนทามาโมะก็ยังมีหางทั้งเก้าอยู่ครบและดูท่าทีไม่เหนื่อยล้าอีกด้วย (*ทุกๆ 100ปี ปีศาจจิ้งจอกจะมีหางงอกออกมา 1หาง)

      "แฮ่ก แฮ่ก ~ ฉันได้หางของแกมาได้แล้วหนึ่งหางนะ คิตสึเนะ..." ฮาซึมิหยิบหางของคิตสึเนะที่ถูกตัดขึ้นมาให้ดู

      "ภารกิจของแกก็สำเร็จแล้วน่ะสิแบบนี้ เอาไปส่งภารกิจสิที่สำนักซะสิ"

      "ขออภัยนะเจ้าคะ ฉันบอกคนในสำนักว่าจะเอาหัวของแกมาให้ได้ หางของแกมันไม่ใช่ข้อตกลงน่ะ"

      "เรื่องมากจังเลยนะ ยัยเด็กบ้า" คิตสึเนะยืดแขนของตัวเองพุ่งเข้าไปต่อยฮาซึมิจนร่างกระเด็นปลิวเข้าไปในซากปรักหังพัง

      "เล่นแต่กับฮาซึมิอยู่คนเดียวแบบนี้ ฉันก็เหงาเป็นเหมือนกันนะ" ทามาโมะกระโดดพุ่งเข้าถีบเข้าไปที่กลางหลังของคิตสึเนะจนเข่าของเธอไปแตะลงกับพื้นทันที

      "เล่นทีเผลอแบบนี้ มันไม่แฟร์นี่นา ทามาโมะ"

      "ก็เธอไม่ได้ตั้งกฏเอาไว้นีนา ช่วยไม่ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ทามาโมะกระทืบเข้าไปที่หลังของคิตสึเนะอย่างต่อเนื่อง

      "มันจะมากไปแล้วนะ!!" คิตสึเนะตะโกนเสียงออกมาและจับขาของทามาโมะเหวี่ยงออกไป คิตสึเนะลุกขึ้นยืนพร้อมกับแสงออร่าที่ส่องแสงรอบตัวของเธอ ร่างกายค่อยๆ เปลี่ยนไปจากร่างของหญิงสาวกลายเป็นปีศาจจิ้งจอกตัวใหญ่และมีหางจำนวน 5 หาง ทามาโมะเห็นภาพดังกล่าวก็ได้หยิบพัดออกมาจากแขนเสื้อและเดินตรงเข้าไปหาปีศาจจิ้งจอก

      "เฮ้อ~ เล่นเปิดเผยตัวจริงออกมาแบบนี้ ฉันก็แย่น่ะสิ เห็นทีตัวฉันก็ต้องเปิดเผยตัวจริงออกมาเหมือนน่ะสิแบบนี้"

      "ก็เอาสิ!! ฉันเองก็อยากเห็นตัวตนที่แท้จริงของแกเช่นเดียวกัน!!" คิตสึเนะจ้องมองดูไปที่ทามาโมะ แสงออร่าสีส้มค่อยๆส่องประกายไปทั่วร่างกายของเธอ ร่างกายจากเด็กตัวเล็กกลายเป็นหญิงสาวที่สวยงาม หน้าอกก็ใหญ่ขึ้น แขนขายืดสูงขึ้น คิตสึเนะถึงกลับอึ้งกันเลยทีเดียว

       "อ๊าง~! ขอแนะนำชื่ออีกครั้งนะค๊า ฉันชื่อ ทามาโมะ โนะ มาเอะ จิ้งจอกเก้าหางตัวจิงและนี่ก็คือตัวตนที่แท้จริงของฉัน..." ทามาโมะตั้งท่าสุดเซ็กซี่อวดโชว์ให้คิตสึเนะดู ฮาซึมิที่เดินออกมาจากซากปรักหักพังก็ยืนอ้าปากค้างอยู่ไปชั่วขณะ

      "แค่มีร่างกายอวบอึ๋มแบบนั้น อย่ามาทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลยยัยบ้าเอ๊ย!!" คิตสึเนะวิ่งตรงเข้ามาหาทามาโมะเพื่อที่จะกัดขย้ำให้หมดสวย

      "คริ คริ~ ติดกับดักเข้าให้แล้ว" คิตสึเนะกัดเข้าไปที่กลางตัวของทามาโมะ แต่ฟันที่แหลมคมของคิตสึเนะที่กำลังกัดร่างกายทามาโมะอยู่นั่นก็ได้แตกกระจายออกมาเป็นเสี่ยงๆ

      "อะไรกันเนี่ย!!"

      "จุ๊ จุ๊ จุ๊ พลังของเธอกับฉันมันต่างกันมากเลยนะ ดูหางของฉันสิมีตั้ง 9 หางแน่ะ แต่ว่าหางของเธอ..." ทามาโมะชี้ไปที่หางของคิตสึเนะที่กองอยู่กับพื้นจำนวน 5 หาง คิตสึเนะเห็นหางของตัวเองก็ร้องเสียงโหยหวนออกมาซะดังรั่นไปทั่วสวรรค์ ร่างปีศาจจิ้งจอกก็กลับกลายมาเป็นร่างหญิงสาวตามเดิมและล้มลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากหางที่ถูกตัวขาด

      "ระ...ร่างกายขยับไม่ได้..."

      "เธอไม่มีพลังปีศาจหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว ตัวเธอในตอนนี้ได้เป็นมนุษย์ธรรมดา" ทามาโมะเดินตรงเข้ามาหาคิตสึเนะและใช้มือจิกดึงผมขึ้นมา

      "เออ...ฉันแพ้พวกแกทั้งสองคนแล้ว ฆ่าฉันซะสิ! แก้แค้นให้คิเคียว ฆ่าฉันเซ่!" คิตสึเนะตะคอกใส่ทามาโมะ แต่ใบหน้าของเธอไม่แสดงถึงความโกรธแค้นอะไรที่มีให้กับคิตสึเนะหลงเหลืออีกเลย เธอปล่อยมืออกจากผมของคิตสึเนะและเดินหันหลังให้กับคิตสึเนะ

      "ใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสของพี่สาวของฉันมันผุดขึ้นมาในหัวของฉันน่ะสิ แรงอาฆาตพยาบาทที่ฉันมีให้กับเธอโดนพี่สาวของฉันทำลายไม่เหลือ ฉันในตอนนี้มีแค่พี่สาวคนนี้เท่านั้นที่ไม่อยากจะสูญเสียไปอีกแล้ว คิตสึเนะ...กรรมที่เธอก่อกับพวกฉันและคิเคียวน่ะ..ฉันอโหสิ..." ช่วงที่ทามาโมะกำลังพูดท่อนสุดท้ายและหันหน้ากลับมาก็ไม่เห็นหัวของคิตสึเนะอยู่ที่บ่า ทามาโมะรีบหันหน้าไปมองฮาซึมิแล้วก็ได้เห็นมือซ้ายของเธอถือหัวของคิตสึเนะอยู่และมือขวาที่ถือดาบสั้นที่มีเลือดติดอยู่

      "บอกไปแล้วนะเจ้าคะ ว่าหัวของคิตสึเนะจะต้องเป็นของฉัน" ฮาซึมิเหลือบตาไปมองทามาโมะและพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

      "เฮ้อ~ ยัยนั้นยังไม่ได้ฟังคำพูดของฉันจบเลยนะ ใจร้อนจังเลยนะ ฮาซึมิ" ทามาโมะเดินตรงเข้าไปในวิหาร ฮาซึมิใช้ผ้ามาห่อหัวของคิตสึเนะและรีบวิ่งตามหลังทามาโมะไปติดๆ


      ทางด้านเธียรที่กำลังต่อสู้กับเทพตกสวรรค์อาซาเซล ทั้งสองฝ่ายเริ่มออกอาการเหนื่อยล้าและก้อนหินก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นโลกทุกๆ 3 นาที
พลังเวทย์ปีกนางฟ้าของเธียรก็ใกล้จะหมดเวลาลงในอีกไม่กี่นาที สายตาของเธอจดจ้องไปที่อาซาเซลที่ดูภายนอกเหมือนไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ แต่จริงๆ บาดเจ็บสาหัสมาก เธียรยื่นมือออกไปและยิงซีลิคอาวิลโจมตีไปอย่างต่อเนื่อง

      "ก้อนหินที่ลอยขึ้นมาคงจะเป็นฝีมือเพื่อนๆ ของเจ้าสินะ สปิริเธียร" อาซาเซลใช้ปีกของตนสะบัดให้เกิดสายลม ทำให้กระสุนแสงของเธียรที่ยิงออกไป เปลี่ยนเส้นทางไปที่อื่น

      "แห๊ะ แห๊ะ ถูกจับได้ซะแล้วสิ"

      - เธียร! สิ่งที่ซิลเวอร์โยนขึ้นไปไม่ใช่ก่อนหินอีกต่อไปแล้วนะ ครั้งนี้เป็นกรงจักรเหล็กที่ซอร์เนียร์สร้างขึ้น ถ้ามองแบบขวางมันจะมีขนาดใหญ่มาก แต่ถ้ามองแบบตรงๆ แทบจะมองไม่เห็นเลย อีก 20 วินาที กรงจักรเหล็กจะไปถึงเป้าหมาย -

      "20 วินาทีเหรอ" คำอธิบายของทาร์อูเอเล่ทำให้เธียรตัดสินใจที่จะยอมเสี่ยงกับการโจมตีครั้งนี้ เธอสะบัดปีกของตัวเองจนทำให้ขนปีกกระจายออกไปทั่วทุกทิศและหยุดยิงซีลิคอาวิล

      "คิดจะทำอะไร?"

      "15"

      "ก้อนหินอีกแล้วเหรอ? การโจมตีแบบนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก" อาซาเซลสร้างหอกแสงให้ใหญ่ขึ้น

       "10"

       "จบกันตรงนี้แหละ นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์!!"

       "5" เธียรก็ยังคงนับถอยหลังอยู่ต่อไป อาซาเซลไม่เห็นท่าทีของเธียรที่จะมีใจสู้ ตนได้ขว้างหอกแสงขนาดใหญ่ตรงเข้าไปหาเธียรทันที

       "เสร็จข้าล่ะ สปิริเธียร" สายตาของอาซาเซลจดจ้องไปที่หอกแสง เธียรยิ้มให้และหมุนตัวหลบไปทางซ้าย ขนปีกนางฟ้าของเธียรที่กระจั่นจายไปทั่วได้หาย กรงจักรเหล็กที่ซิลเวอร์ขว้างขึ้นมาผ่าหอกแสงของอาซาเซลแหวกครึ่งทะลุไปหาอาซาเซล

       "0" กรงจักรพุ่งไปตัดปีกของอาซาเซลขาดไปข้างหนึ่งและพยายามฝืนบินให้สูงขึ้นถึงแม้จะมีปีกเหลือแค่ข้างเดียว เธียรยิงซีลิคอาวิลทำลายปีกอีกข้าง

       "บัดซบ!...นี่ข้าตกสวรรค์เป็นครังที่สองเหรอเนี่ย" ร่างของอาซาเซลตกลงไปที่พื้นโลกและสลายหายไป


       ซอร์เนียร์ที่กำลังส่องกล้องดูดาวได้เห็นร่างของอาซาเซลสลายหายไป ก็ได้บอกทุกคนในกลุ่มว่าเธียรเอาชนะเทพตกสวรรค์แล้ว ทุกคนต่างพากันดีใจกันยกใหญ่ คาร์ลได้สั่งการให้หน่วยข่าวกรองส่งข่าวไปทั่วให้โลกทราบไปตามๆ กัน




      แกร๊ก!! เสียงโซ่ตรวนที่มัดร่างของของกราฟได้แตกหักออกเพราะโซ่นี้เป็นพลังของอาซาเซล ในเมื่อเจ้าของพลังไปสลายหายไปโซ่ตรวนก็จะสลายหายไปด้วยเช่นกัน ไอริสได้ยินเสียงแล้วรีบหันหน้ามองทันที

      "เห๋~ อาซาเซลตายไปแล้วยังงั้นเหรอ!?"

      "ไม่ใช่แค่เจ้าเทพตกสวรรค์นั่น ลูกน้องอีกคนของแกก็ถูกฆ่าตายไปแล้วเช่นเดียวกัน!" เสียงของทามาโมะดังขึ้นและเหวี่ยงร่างของเทวทูตที่เป็นลูกสมุนใส่ไอริส ร่างที่โยนไปนั้นได้สลายหายไปก่อนจะถึงตัวไอริส

      "นี่น่ะเหรอพระเจ้าคนใหม่น่ะ ดูยังไงก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เองนี่เจ้าคะ" ฮาซึมิเดินตามหลังทามาโมะ ไอริสเหลือบตาไปมองห่อผ้าที่มีเลือดหยดลงมาที่พื้น

       "ไม่ใช่แค่อาซาเซล...คิตสึเนะก็ถูกฆ่าไปด้วยยังงั้นเหรอเนี่ย? ผู้หญิงคนนั้น...ทามาโมะเหรอ? ทำไมหุ่นถึงได้อวบอึ๋มขนาดนั้นนะ ส่วนอีกคนก็นินจาแห่งสำนักเงาทมิฬ ฮาซึมิ อามาโนะ"

      "พวกเทวทูตที่แปดเปื้อนได้กลับมาเป็นปกติแล้ว ด้วยพลังของนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์" กราฟตะโกนเสียงออกมาจนทำให้ไอริสชะงัก เหล่าเทวทูตนับร้อยคนปรากฎออกมายืนล้อมรอบตัวไอริสและเธียรก็เดินเข้ามาจากด้านนอกของประตูวิหาร แสงได้ส่องไปตามจังหวะการเดินของเด็กสาวผมสีเหลืองทอง เหล่าเทวทูตต่างพากันคุกเข่าให้กับเธียรรวมทั้งกราฟ ไอริสได้เห็นภาพดังกล่าวก็ได้กำหมัดตัวเองแน่นจนเลือดหยดออกมา

      "ไอริส! การกระทำของเธอที่สร้างความวุ่นวายต่างๆ มากมายให้กับโลกใบนี้ ฉันคนนี้จะเป็นคนจัดการเธอเอง!!" เธียรตะโกนเสียงและชี้นิ้วไปหาไอริส ภาพเงาของชายแก่ในชุดคลุมสีขาวและเธียรล่ายืนอยู่ด้านหลังของเธียร ทั้งคู่ก็ชี้นิ้วไปที่ไอริสเช่นเดียว

       "หึ หึ หึ . . . . โฮ๊~ โฮะ โฮะ โฮะ เธอน่ะเหรอเธียร! จะเป็นคนจัดการฉันน่ะ ฉันเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้นะและวันนี้ก็เป็นวันพิพากษาของพระเจ้าองค์ใหม่ ไอริส เซฟเฟี้ยน ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอตรงนี้ พวกแกทั้งหมดมัวทำอะไรอยู่อีกล่ะ! รีบไปสังหาร สปิริเธียร เซ่!!" ไอริสตะคอกเสียงใส่เหล่าเทวทูต ทุกคนที่ได้ยินแต่ตก็ไม่ทำตามคำสั่งของไอริส

      "ไอริส...ข้าจะบอกความลับบางอย่างให้เจ้าฟังนะ" กราฟเดินออกมายืนที่กลางห้องโถง

      "เห๋~ความลับอะไรคะ? ท่านพ่อ..."

      "นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์เธียรล่าเป็นลูกสาวของพระเจ้าองค์ก่อนที่เจ้าได้สังหารไป เธียรล่าได้ลงมาที่โลกมนุษย์เพื่อมาให้คำสอนแทนพระเจ้าและเธอก็ได้ไปตกหลุมรักอัศวินคนหนึ่งที่เธอไปรักษาที่ค่ายพักของจักรวรรคิ อัศวินคนนั้นคือ โรฮาน โรเซนเบิร์ก..."

      "นี่ท่านพ่อจะบอก...สายเลือดของพระเจ้าองค์ก่อนตอนนี้..."

      "ถูกต้อง! สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก มีสายเลือดของพระเจ้าองค์ก่อนยังไงล่ะ!!" ทามาโมะและฮาซึมิที่ได้ฟังความจริงจากปากของกราฟ ก็รีบหันหน้าไปมองเธียร ภาพที่ทั้งสองได้เห็นนั้นคือ แสงสีขาวอมทองได้ส่องประกายไปทั่วร่างของเธอ อีกทั้งยังมีปีกนางฟ้าที่กางออกมาอย่างสวยงามพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังของเธอ ไอริสก็เห็นเช่นเดียวกัน เธอรับไม่ได้กับความจริงที่ได้รู้มาสดๆ ร้อนๆ

      "ฉันไม่น่าปล่อยให้เธอมีชีวิตมาถึงตอนนี้เลย เธียร...ในเมื่อเธอได้ประกาศตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมาแล้ว เห็นทีฉันจะอยู่เฉยต่อไปอีกไม่ได้แล้ว" ไอริสได้ใช้ฟันของเธอกัดไปที่ข้อมือทำให้เลือดไหลออกมาและลุกขึ้นออกมาจากเก้าอี้ ห้องโถงของวิหารก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นบ่อเลือด ไอริสถอดชุดของตัวเองจนโป๊และร่างของเธอก็ค่อยๆ จมลงไปในบ่อเลือด

     "แย่แล้ว!! ทุกคนรีบไปจากวิหารนี้ เร็วเข้า!!" กราฟตะโกนเสียงให้ทุกคนรีบวิ่งออกจากวิหาร หลังจากที่ไอริสลงบ่อเลือดไปก็เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววิหารจนถล่มลงมา จุดศูนย์กลางของแรงสั่นสะเทือนจากวิหารได้ส่งผลไปยังพื้นโลก ผู้คนมากมายต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด ส่วนกลุ่มของซอร์เนียร์และจอมเวทย์ก็พากันวิ่งออกมาจากปราสาท

     - นี่น่ะเหรอ!? วันพิพากษาของพวกเราทุกคนน่ะ -
     - ฮือ~~ ได้โปรดอย่าฆ่าพวกเราเลย -
     - พระผู้เป็นเจ้าให้อภัยพวกเราด้วยเถิด -
     - อ้าก! ช่วยข้าได้!! -
     เสียงร้องคร่ำครวญได้ดังขึ้นมาในแดนสวรรค์ เธียรได้แต่ยืนฟังเสียงคร่ำครวญเหล่านั้น แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ลิลลี่ที่กำลังเชื่อมต่อพลังสื่อสารทางจิตกับฟลูเดียรได้กระตุกกระเป๋าให้เธียรก้มหน้าลงมามอง


      "เธียรจะต้อง 'ทำให้ทุกคนมีความสุขแน่นอน' ฉันเชื่อแบบนั้นนะ" คำพูดของลิลลี่ทำให้เธียรนึกย้อนภาพไปตอนที่เธอได้ พบกับฟลูเดียรเป็นครั้งแรกเมื่อตอนยังเด็ก คำพูดของคาร์ลในตอนนั้นได้พูดไว้ว่า 'คุณหนูเธียรจะต้องพบหนทางที่ทำให้ทุกคนมีความสุขแน่นอน' ทามาโมะและฮาซึมิเดินเข้ามาจับของเธียรและยิ้มให้กับเธอ

      "ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอดนะ"

      ทางด้านกลุ่มของจอมเวทย์ได้แต่ยืนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซอร์เนียร์มองท้องฟ้าไปร้องไห้ไป เพราะกล้องดูดาวถูกเศษซากของปราสาททับพังเสียหาย ลูซเต้เห็นแสงแวววับที่กำลังตกลงมาจากฟ้า เธอรีบบินขึ้นไปรับและร่อนกลับลงมาที่พื้น

     "ลูกแก้วเหรอ?"

     "คุณลูซเต้ ขอฉันดูลูกแก้วอันนั้นหน่อยได้มั้ยคะ" ไลเบียรเดินเข้ามาหา

     "อะ...อื้ม" ลูซเต้ยื่นลูกแก้วไปให้ไรเบียร พอนิ้วไรเบียรไปแตะโดนลูกแก้วก็มีแสงสว่างส่องออกมาจากลูกแก้ว ทุกคนในกลุ่มต่างพากันตกใจและวิ่งเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แสงที่ส่องออกมาจากลูกแก้วได้ฉายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสวรรค์ให้ทั่วทุกมุมโลกได้เห็น ผู้คนต่างพากันตื่นตกใจกันอย่างมากในเมื่อเห็นภาพที่ไม่น่าเชื่ออยู่ตอนนี้

     "ว้าว! มีถ่ายทอดสดให้ดูด้วยเหรอเนี้ย พระเจ้าเล่นอุ๊บของดีไว้แบบนี้ มันไม่แฟร์จริงๆ เลยน้า!" ชีเซลล์เดินเข้ามาและดูภาพเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น สายตาของฟลูเดียรจดจ้องไปที่เธียรที่กำลังยืนมองดูเศษซากของวิหาร

     "ต้องชนะให้ได้นะ เธียร..."  



     "ขอโทษที่ปล่อยให้คอยนานนะเธียร..." เศษซากปรักหักพังของวิหารได้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของไอริสค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากบ่อเลือด ภาพที่เธียรและคนทั้งโลกเห็นคือ ไอริส สวมชุดที่ทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมีปีก 6 ปีกและมีวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ลอยอยู่ข้างหลังเธอ ดวงตาสีแดงโลหิตที่ส่องแสงประกายไปพร้อมกับเพรชสีแดงที่ติดอยู่กลางมงกุฎ ไอริสได้ทำให้การไหลเวียนของเวลาเดินเร็วขึ้นจนทำให้เกิด ปรากฎการณ์สุริยุปราคา

    เธียร...เธอรีบๆ หายไปจากโลกนี้ซะเถอะนะ

     ไอริส! ฉันจะเป็นคนหยุดเธอในที่นี่และตอนนี้...



To Be Continued.







hqdefault (1).jpg



















ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 11-12-2018 05:00 , Processed in 0.035007 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th