เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 744|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1264
  • Money: 1952
  • Tz: 1273
  • Posts: 314
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4522
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 1-2-2016 03:00:39 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 1-2-2016 11:15

150937_229047387210329_1261310631_n.jpg





     "เธียร...เธอรีบๆ หายไปจากจากโลกนี่ซะเถอะนะ!"



     "ไอริส!! ฉันจะเป็นคนหยุดเธอในที่นี่และตอนนี้!!" เธียรตะโกนเสียงออกไปและเตรียมยิงซีลิคอาวิลขึ้นไป ภาพที่ไม่น่าเชื่อได้ทำให้ผู้คนในทั่วโลกได้เห็น เด็กสาวผมสีเหลืองทองมัดทรงหางม้าได้ตะโกนเสียงท้าทายไอริสที่แต่งตั้งตัวตนเป็นพระเจ้า เหล่าจอมเวทย์และมนุษย์ได้แต่ภาวนาขอให้เธียรเป็นฝ่ายชนะ



     "เสียงนี่มันอะไรกันน่ะเจ้าคะ?"


     "เสียงจากคนที่พื้นโลกน่ะ" กราฟเดินมาตอบคำถามให้ฮาซึมิ


     "ข้าน้อยไม่ใช่จอมเวทย์นะเจ้าคะ ทำไมถึงได้ยินเสียงพวกนี้เข้ามาในหัวไม่หยุดเลย"


     "เจ้าตั้งแต่ได้เหยียบแดนสวรรค์แห่งนี้ ก็ได้รับพลังของพระเจ้าไปเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปเจ้าไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว"


     "แหงะ!? ถ้าข้าน้อยไม่ใช่มนุษย์!? ละ...แล้วข้าน้อยเป็นอะไรคะ!?" ฮาซึมิหน้าซีดและวิ่งไปกระตุกผ้าคลุมของกราฟ


     "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าหลอกเจ้าเล่นน่ะ จริงๆ เจ้าก็หลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ครึ่งหนึ่งนะ"


     "ละ...แล้วอีกครึ่งหนึ่งของข้าน้อยล่ะเจ้าคะ!?"


     "เทพยังไงล่ะ..." สิ่งที่กราฟได้พูดออกไปทำให้ฮาซึมิอึ้งอ้าปากค้างและคนในพื้นโลกที่ได้ฟังคำพูดของกราฟก็อึ้งกันทุกคน หนักที่สุดคือเจ้าสำนักเงาทมิฬถึงกับเป็นลม พวกซอร์เนียร์ก็ตบมือแสดงความยินดีให้กับฮาซึมิผ่านภาพที่กำลังฉายอยู่


     "โอ้โห ยัยเปี๊ยกนั้นกลายเป็นครึ่งคนครึ่งเทพซะแล้ว น่าอิจฉาชะมัดเลย" ทาร์อูเอเล่พูด


     "คิดจะหักหลังเผ่าพันธ์ตัวเองรึยังไง เผ่ามังกรก็มีระดับทัดเทียบกับเทพนะเฮ่ย!" ซอร์เนียร์ใช้แขนกลเขกหัวาร์อูเอเล่


     "งะ...งั้นก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย...แหง่ก" ทาร์อูเอเล่พูดจบก็สลบไป


     ดวงจันทร์ได้บดบังดวงอาทิตย์จนทำให้เกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคา โลกได้ดับมืดลงในชั่วพริบตาจนทำให้ผู้คนแตกตื่นกันอย่างมาก ไอริส ลอยลงมาและเดินตรงเข้าไปหาเธียร เหล่าเทวทูตได้วิ่งเข้ามารุมไอริสทันที


     "ไอ้พวกเศษสวะเลี้ยงไม่เชื้องอย่างพวกแก อย่าหวังจะเข้ามาใกล้ตัวฉัน!" ไอริสสะบัดปีกทั้งหกของเธอทำให้เหล่าเทวทูตนับร้อยคนร่างแตกสลายในชั่วพริบตา เลือดได้สาดกระเด็นไปทั่วทั้งสวรรค์ ทามาโมะใช้พลังโซ่ตรวนแห่งความมืดขึ้นมาบังเพื่อไม่ให้เลือดกระเด็นเข้ามาใส่ ฮาซึมิใช้ดาวกระจายขนาดใหญ่หมุดปัดเลือดออกไป เธียรวิ่งหลบเข้าไปในซากปรักหักพัง ทั้งสามคนรีบหันไปมองกราฟเพื่อจะดูว่าเค้าใช้พลังอะไรขึ้นมาปกป้องตัวเองรึเปล่า


     "อ้า~! เลือดของเทวทูตช่างอร่อยดีแท้~" ภาพของกราฟที่กำลังยืนอ้าปากรับเลือดที่กระเด็นออกมา ทำให้เหล่าจอมเวทย์ทำกำลังดูอยู่ยืนอึ้งกันเป็นแถว ซอร์เนียร์หน้าแดงและพยายามจะเดินหนีออกจากกลุ่มแต่ถูกชีเซลล์ดึงแขนเอาไว้


    "เอ้า~! ดูความจริงที่กำลังเกิดขึ้นสิซอร์เนียร์ นี่น่ะเหรอจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่น่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"


    "กะ...ก็ท่านพ่อไม่ได้ดืมเลือดมานานแล้ว จะเห็นภาพที่ท่านได้ดืมเลือดอย่างเอร็ดอร่อยมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา" ซอร์เนียร์พยายามหาข้อแก้ตัวให้กับพ่อบุญธรรมของเธอ


    - ยังงั้นเองหรอกเหรอ -

    - นายท่านของพวกเราคงจะอดทนมามาก -

    - ไม่ใช้เรื่องที่น่าอายเลยนี่นะ -

    - ใช่ ๆ -

    เหล่าจอมเวทย์เชื่อคำพูดของซอร์เนียร์แล้วหันหน้ากับไปมองภาพที่กำลังถ่ายทอดสดอีกครั้ง ชีเซลล์พูดอะไรไม่ถูกเพราะกะจะทำให้ซอร์เนียร์หน้าแตกซักหน่อย


    "เฮ๊อะ! ไม่ได้ดื่มเลือดมาตั้ง 200ปีแล้ว(ทนมาได้ยังไง) ไอริส! มาเจอกับข้าหน่อยเป็นยังไง!" กราฟถอดผ้าคลุมออกและกลายร่างเป็นฝูงค้างคาวพุ่งเข้าไปหาไอริส
    "ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงแล้วสินะคะ ท่านพ่อ..." ไอริสหันหน้าไปมองฝูงค้างคาวนับไม่ถ้วนที่กำลังเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

     เวลาที่ท่านจะได้ฆ่าลูกสาวอันเป็นที่รักด้วยมือของตัวเอง


     [30 ปีก่อนที่กราฟจะได้รับตำแหน่งเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่]
"เจ็บ...เจ็บจังเลย..." ภาพเด็กหญิงผมสีทองกระเซิงไม่เป็นรูปทรง กำลังนั่งดูเลือดที่กำลังไหลออกมาจากหัวเข่า เพราะเธอได้เดินสะดุดล้มไม่นานมานี้

     "นั้นมันลูกสาวของราชาแวมไพร์ กราฟ เซฟเฟี้ยน ไม่ใช่รึ"

     "ได้ยินมาว่าเป็นเด็กขี้โรคน่ะ ก็เลยเอามาฝากไว้ที่ค่ายรักษาที่นี่น่ะ"

     "แล้ว...แม่ของเแกล่ะ?"

     "แม่ของแกเสียไปตั้งแต่คลอดแกออกมาน่ะ...ถ้าเข้าไปยุ่งด้วยมีหวังหัวอัศวินด่าเปิง แหง๋มๆ"

     "ทำอะไรกันน่ะ!!" หัวหน้าอัศวินเดินเข้ามาข้างในค่ายพักรักษาผู้ป่วยและตะโกนเสียงใส่พยาบาลสาวทั้งสองคนจนสะดุ้งตกใจ

    "อ๊ะ! ท่านหัวหน้าอัศวิน"

    "มัวมาสนใจเด็กอยู่ได้! ว่างงานกันนักรึไง!"

    "เด็กคนนี้เป็นหลานของท่านนะคะ"

    "เงียบนะ!! ยัยเด็กปีศาจนี่ ไม่ใช่หลานของฉัน...แยกย้ายกันได้แล้ว!!"  พยาบาททั้งสองรีบวิ่งออกจากค่ายทันที ปล่อยให้เด็กหญิงนั่งมองแผลที่เข่าของเธออยู่ต่อไป

     "หนูน่ะ...น่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ?" ทำไมล่ะคะ?... เด็กหญิงคิดแบบนั้น

     "แกก็เลิกสนใจมันแล้วตามฉันมาได้แล้ว โรฮาน..." หัวหน้าอัศวินตะโกนเสียงไปหาอัศวินหนุ่มที่กำลังยืนมองเด็กหญิงคนนั้น เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมาและพยายามยื่นมือไปแขนอัศวินหนุ่ม

    ผัวะ!!
     หัวหน้าอัศวินถีบเข้าไปที่หน้าท้องของเด็กหญิงก่อนที่จะไปจับแขนของอัศวินหนุ่ม ร่างของเธอกระเด็นไปกระแทกกับขอบเตียงผู้ป่วย แรงถีบทำให้เด็กหญิงกระอักเลือดออกมาเต็มพื้น อัศวินหนุ่มเห็นภาพดังกล่าวจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่หัวหน้าอัศวินชักดาบออกมาจ่อไปที่คอหอยของเค้า

    "ไอ้หนู ดูเลือดของยัยเด็กปีศาจนั่นดีๆ" อัศวินหนุ่มเหลือบตาไปมองเลือดที่เลอะตามพื้นค่อยๆ ไหลกลับเข้าไปในร่างของเด็กหญิง ทุกๆ เวลาเที่ยงคืน หัวหน้าอัศวินได้สั่งการให้เหล่าทหารยามลากตัวเด็กหญิงคนนี้มาทรมานโดยการใช้ดาบทิ่มแทงเข้าในร่างของเธอหลายจุด แต่เธอก็ไม่ตาย หนักที่สุดเค้าได้จับไปแขวนคอแล้วใช้ปืนที่มีกระสุนเงินยิงเข้าไปไม่ยั้งก็ไม่อาจทำให้เธอตายได้ อัศวินหนุ่มทนเห็นภาพที่โหดร้ายนี้ไม่ได้ จึงได้ส่งจดหมายแบบลับๆ ไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยน คาร์ลเป็นผู้ได้รับจดหมายจึงสั่งให้จอมเวทย์บุกโจมตีค่ายที่พักรักษาแห่งนั้น

    "ฆ่าพวกทหารพวกนี้ให้หมดและตามหาท่านไอริสให้เจอ" เหล่าทหารไม่อาจต่อกรกับจอมเวทย์ได้จึงพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดและทิ้งค่ายพักรักษา หัวหน้าอัศวินได้ถูกจับตัวและเดินนำทางให้เหล่าจอมเวทย์ไปหาเด็กหญิงคนนั้น

    "ทะ...ท่านไอริส" ภาพที่คาร์ลเห็นคือร่างของเด็กหญิงที่ถูกจับแขวนคอ แขนขาถูกตัดขาด ลูกตาถูกควักออกมาพร้อมกับดาบจำนวน 10 เล่ม ทิ่มแทงคาไว้อยู่ทั่วร่าง อัศวินหนุ่มแก้เชือกออกและหย่อนร่างของเด็กหญิงลงมา

    "ไอ้สารเลว นี่แกทำอะไรลงไป แกขัดคำสั่งของท่านกราฟว่าจะดูแลท่านไอริสเป็นอย่างดี แล้วสภาพแบบนี้มันหมายว่าไง ห๊า!"

    "หึหึหึ เพราะไอ้ผีดูดเลือดชั่วนั้น ทำให้ลูกสาวของฉันต้องตายอย่างทรมาน ลูกของมันก็จะต้องทรมานเช่นเดียวกันเหมือนลูกของฉัน!" หัวหน้าอัศวินพูดจบ เด็กหญิงที่ถูกตัดแขนขาได้กระโจนพุ่งเข้ามากัดคอและดูดเลือดของชายแก่คนนั้นจนผอมแห้ง แม้แต่เศษซากก็กินเข้าไปไม่ให้เหลือ ภาพที่เหล่าจอมเวทย์และอัศวินหนุ่มเห็นคือ แขนขาที่ถูกตัดขาดงอกออกมา ดวงตาที่ถูกควักก็กลับสภาพคืนมา เด็กหญิงหันหน้าไปมองเหล่าจอมเวทย์ที่เต็มไปด้วยเลือด

     "กลับปราสาทกันเถอะครับ ท่านไอริส..." คาร์ลเดินไปอุ้มตัวไอริสและเดินทางกลับไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยน พอไปถึงปราสาทเด็กหญิงเหลือบตาไปมอง กราฟ ที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตูทางเข้า ราชาแวมไพร์ได้หันหลังเดินกลับเข้าไปในปราสาท ปล่อยให้เด็กหญิงที่ได้กลับมาเห็นหน้าพ่อของเธอแต่ถูกหันหลังใส่ เด็กหญิงถึงกับช็อก น้ำตาได้ไหลออกมาจากตาพร้อมกับขยับปากพูดอะไรซักอย่าง

    "ถ้าคนอย่างหนูมันน่ารังเกียจขนาดนั้น...ก็อย่ามาสนใจหนูเลย...ถึงจะยังไงก็อย่าแสร้งทำเป็นเข้าใจ...เพราะงั้นอย่ายื่นมือมาให้หนู" ไอริสสะดุ้งโหยง เมื่อได้เห็นมือของกราฟค่อยๆ ตรงเข้ามาใกล้ ไอริสจึงใช้ปีกปัดมือของกราฟออกไปและบินออกมาให้ห่างจากกราฟ

    "ยังไม่หายจากโรคกลัวมืออีกรึ ไอริส..."

    "ชิ!! เอามือที่น่าโสโครกนั้น เอาออกไปให้ห่างจากฉัน!" ไอริสหายใจแรงขึ้นและเหงือตก

    - เฮ่ย! เห็นนั้นมั้ย!? ไอริสถอยหนีออกมาจากท่านกราฟล่ะ -
    - เธอคนนั้นยังมีโรคอาการกลัวมืออยู่ เห็นทีท่านกราฟจะเป็นฝ่ายชนะนะ -
    - พระเจ้าองค์นี้ไม่เห็นจะน่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลยนี่นะ -
    - ฮ่า ฮ่า ฮ่า -
     เสียงคำพูดของเหล่าจอมเวทย์ได้ดังเข้ามาในหัวของไอริส จนทำให้เธอโกรธมากขึ้นและสได้สร้างสายฟ้าขึ้นมาแล้วปล่อยขึ้นบนท้องฟ้า สายฟ้าที่ปล่อยออกไปได้ตรงเข้าไปหาจอมเวทย์พวกนั้นจนร่างไหม้เกรียมเป็นขี้เถ้า

     "Godless Thunder มันมีไว้สำหรับจัดการไอ้ที่พูดไม่เข้าหูพระเจ้าอย่างฉัน ถ้ายังอยากตายกันมากนัก ฉันก็จะจัดให้!!" ไอริสดีดนิ้ว เสียงดีดนิ้วได้สร้างวงแหวนเวทย์ขึ้นมานับไม่ถ้วนลอยอยู่เหนือหัวเธอ

      "ไอริส! อย่าทำแบบนั้นนะ!"

     "วันพิพากษาได้เริ่มขึ้นแล้ว!!" ไอริสดีดนิ้วอีกครั้ง วงแหวนเวทย์ได้ยิงลูกพลังสีฟ้าลงไปยังพื้นโลก ผู้คนมากมายต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด เพราะลูกพลังที่ยิงออกไปนั้นโจมตีไปทั่วทั้งโลก จอมเวทย์ที่อยู่ตามเมืองต่างๆ ได้ใช้พลังเกราะป้องกันเมืองของตนเอาไว้ แต่เมืองบางแห่งได้ถูกทำลายพินาศย่อยยับ ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก เสียงร้องโหยหวนเหล่านั้นได้ดังลงไปถึงนรก ธานาทอสที่เหลือแค่หัวได้หัวเราะออกมาอย่างสะใจ ปล่อยให้ฮิปนอสยืนฟังเสียงร้องเหล่านี้ต่อไปด้วยความเจ็บใจ

     "หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอริส!!" เธียรยิงซีลิคอาวิลใส่ไอริสเข้าไปเต็มๆ ตามด้วยลูกไฟจิ้งจอกของทามาโมะ ฮาซึมิกระโดดเข้าไปที่ด้านหลังแล้วใช้ดาบสั้นฟันเข้าไปที่ปีก แต่ดาบสั้นฟันปีกของไอริสไม่เข้า ฮาซึมิได้เห็นภาพดังกล่าวจึงรีบถอยออกมาให้ห่างจากไอริส

     "ได้ผลมั้ยคะพี่!?"

     "ไม่รู้เหมือนกัน"

     "พวกเธอสองคนเนี้ยชักทำให้ฉันปวดหัวขึ้นมาแล้วนะ!!" ไอริสยิงลูกไฟทั้งสองลูกใส่เธียรและทามาโมะกระเด็น กราฟกระโดดไปรับทั้งสองคนไว้ได้แล้วสร้างหอกเลือดโจมตีไปที่ไอริสไม่ยั้ง

     "ฮู้ว~! ดุเดือดเป็นบ้าเลย!" ชีเซลล์นั่งดูภาพการต่อสู้อย่างสนุกสนาน ปล่อยให้คนอื่นๆ ในกลุ่มต้านพลังของไอริสที่ยิงลงมาจากสวรรค์

     "หอกเลือด? คิดว่าลูกใช้พลังแบบนั้นไม่ได้เหรอคะ ท่านพ่อ!!" ไอริสสร้างหอกเลือดขึ้นมาเช่นเดียวกันแล้วโจมตีสวนกลับไป ฮาซึมิขว้างดาวกระโจมตีใส่ แต่ไอริสก็เอนตัวหลบได้ เธียรมองลงไปยังพื้นโลกและได้เห็นเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ไปทั่วทุกที่พร้อมกับลูกพลังมากมายกำลังตกไปยังพื้นโลกอย่างต่อเนื่อง

      "พี่คะ! อย่าได้หวั่นไหวกับภาพข้างล่างนั่น ตอนนี้เราต้องจัดการไอริสให้ได้ ถ้าท่านพี่อยากจะหยุดลูกพลังพวกนั้น" ทามาโมะตะโกนเสียงเพื่อเรียกสติของเธียรกลับมา

      "อะ...อื้ม" เธียรใช้มือทั้งสองข้างตบไปที่แก้มของตัวเองและวิ่งไปพร้อมกับทามาโมะ

      "ฮ่า ฮา ฮ่า โลกทั้งใบจงกลายเป็นทะเลเพลิงไปซะ!!" ไอริสหัวเราะอย่างสะใจ กราฟทนให้เห็นภาพเหล่านี้ไม่ไหว เค้าจึงเปลี่ยนร่างตัวเองให้กลายเป็นอสูรกายตัวใหญ่ยักษ์ ดวงตาสีแดงฉาน จ้องมองไปที่ไอริส

      ก๊าซซซซซ!!!!
      มือยักษ์ได้ต่อยไอริสอย่างรุนแรงจนร่างของเธอกระเด็นตกลงไปใส่ซากปรักหักพังและต่อเนื่องลูกไฟที่ยิงออกมาจากปากโจมตีใส่จุดที่ไอริสกระเด็นตกลงไป

     "สุดยอด เพิ่งจะเคยร่างที่แท้จริงของท่านกราฟก็ตอนนี้แหละ!" ฮาซึมิเห็นภาพดังกล่าวก็ไม่รอช้า เธอขว้างดาวกระจายลงไปซ้ำเติมตรงจุดที่กราฟยิงลูกไฟใส่

     สายฟ้าได้ถูกยิงออกมาใส่ร่างของอสูรกายยักษ์ทะลุ จนร่างใหญ่ยักษ์ล้มลงไปกับพื้นทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว เธียรและทามาโมะยิงพลังเข้าไปโจมตีตรงจุดที่สายฟ้ายิงออกมาไม่ยั้ง ไอริสได้ลอยพุ่งออกมาจากซากปรักหักพังและยิงสายฟ้าโจมตีใส่เธียร

     "โอ้ย!!!" เธียรที่ถูกพลังสายฟ้าโจมตีใส่ก็ได้ล้มลงไปนอนกับพื้น

     "พี่คะ ไม่เป็นอะไรนะ"

     "ลองถูกฟ้าผ่าดูบ้างมั้ยล่ะ เดี๋ยวน้องจะรู้..."

     "ชิ! โดนเข้าไปเต็มๆ แบบนั้นยังไม่ตายอีกเหรอ!?" ไอริสเรียกสายฟ้าขึ้นมาอีกครั้งและเร่งให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ดาวกระจายได้ถูกขว้างออกมาทำลายสายฟ้าก่อนจะยิงออกไป สายฟ้าได้ระเบิดใส่หน้าไอริสจนเธอสะบัดหน้าหนี

     "เสร็จฉันล่ะ!!" ทามาโมะยืดกรงเล็บให้ยาวขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปข่วนร่างกายไอริสไม่ยั้ง

      ฉัวะ ฉวัะ ฉวัะ ฉวัะ ฉวัะ!
      กรี๊ด~~!!
ไอริสใช้ฝ่ามือของตัวเองแทงเข้าไปที่หัวใจของทามาโมะ ร่างนั้นเป็นแค่ร่างปลอมของทามาโมะ ส่วนตัวจริงยืนอยู่ด้านและเตรียมที่จะยิงลูกไฟจิ้งจอกขนาดใหญ่

     "นี่คือพลังทั้งหมดของฉัน เอาไปกินซ๊าาาาา!!!" ลูกไฟยักษ์ได้ถูกยิงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     "แค่ดีดนิ้วทำลายทิ้งไปก็สิ้นเรื่อง!" นิ้วของไอริสเตรียมที่จะดีดทำลายลูกไฟของทามาโมะ ฮาซึมิขว้างดาบสั้นพุ่งขึ้นไปตัดนิ้วของไอริสจนขาด ลูกไฟได้เข้าไปชนกับไอริสจนทำให้เกินระเบิดมหาศาล ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปหลบในซากปรักหักพัง ร่างของเธียรที่ยังขยับตัวไม่ได้ก็ปลิวไปพร้อมกับแรงลมกระเด็นติดที่กำแพง กลุ่มเปลวไฟค่อยๆ หายไปจนเห็นร่างของไอริสที่กำลังถูกไฟลุกไหม้พร้อมกับเลือดท่วมตัว

     "อั๊ก~!! บัดซบเอ๊ย!" ช่วงจังหวะที่ไอริสกำลังพูดอยู่ กรงเล็บขนาดใหญ่ยักษ์ได้ฟันเข้าไปที่ร่างของไอริสขาดกระจุย เศษซากร่างกายได้ตกลงมาที่พื้นสวรรค์มาพร้อมกับเลือดที่สาดกระเด็นไปทั่วแดนสวรรค์ อสูรกายเดินตรงเข้ามาและยืนดูเศษซากของไอริสที่ตกลงพื้น

     "ถ้าเป็นข้าน้อยจะไม่ยอมตายแบบนั้นเป็นอันขาดเจ้าค่ะ" ฮาซึมิพูดพร้อมกับเอามือไปปิดปาก ทามาโมะเดินมายืนข้างๆ ฮาซึมิแล้วร่างกายก็กลับมาเป็นร่างเด็กเหมือนเดิมเพราะใช้พลังไปเยอะพอสมควร วงแหวนเวทย์แตกสลายหายหายไปพร้อมลูกพลังที่กำลังตกลงไปยังพื้นโลก

    "จบแล้วเหรอ?" ซอร์เนียร์เดินเข้ามาถามชีเซลล์

    "เอื๊อก~! อาจจะนะ...ไอริสโดนฟันจนร่างขาดกระจุยไปซะขนาดนั้นน่ะ" ชีเซลล์พูดไปพร้อมกับเสียงกลืนน้ำลาย

    "ท่านคาร์ลมีรายงานจากหน่วยข่าวกรองที่ประจำตามเมืองต่างๆ ส่งมาครับ"

    "ว่ามาซิ?"

    "การโจมตีของไอริสเมื้อกี้ได้สร้างความเสียหายให้กับเมืองต่างๆ ไปเยอะพอสมควรและ 60% พื้นโลกเต็มไปด้วยทะเลเพลิง"

    "รายงานผู้เสียชีวิตล่ะ?"

    "ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พวกเราคาดเดาไว้ว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อกี้ 57ล้านคนครับ"

    "57ล้านคนยังงั้นเหรอ!!" คาร์ลตะโกนเสียงออกมาทำให้เหล่าจอมเวทย์ที่ได้ยินถึงกับขวัญผวา ไลเบียรที่ได้ยินก็เข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้น ซอร์เนียร์เดินเข้ามาพยุงตัวเธอเอาไว้ ฟลูเดียรได้แต่ยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร และจดจ้องไปที่ภาพฉายของลูกแก้ว

    - โอ้ย~ ทรมานเหลือเกิน -
    - เฮ้ย! ยังมีคนติดอยู่ข้างในนี้ รีบมาช่วยกันดึงเค้าออกมาเร็วเข้า! -
    - หมอ! หมอ! ช่วยมาทางนี้หน่อย! -
    - ขาของฉัน!! อ้าากกก!! -
    - รีบมาช่วยทางนี้ก่อนเร็วเข้า เรากำลังจะเสียเค้าไป! -
    - วันพิพากษาของพระผู้เจ้าคือวันโลกาวินาศ! -
    - อย่าทำร้ายพวกเราไปมากกว่านี้เลย ฮือ~ -
    - โลกใบนี้จะไม่มีแสงสว่างอีกต่อไปแล้ว! -

    "เอาเลย...โกรธฉันสิ...สาปแช่งฉันสิ...แค้นฉันซะสิ...สิ่งเหล่าจะเป็นพลังให้กับฉัน..." เสียงของไอริสดังขึ้น ฮาซึมิ ทามาโมะ ถึงกับชะงักและรีบหันหน้าไปมองส่วนหัวของไอริส ปากของเธอกำลังพูดคำเหล่านี้ออกมาไม่หยุด ทามาโมะยิงลูกไฟจิ้งจอกทำลายหัวของไอริสระเบิดเละ

     - ไปตายซะไอริส -
     - แกมันปีศาจร้าย ไปห่าซะ! -
     - พวกเราไม่ต้องการพระเจ้าที่มีจิตใจของปีศาจร้ายอย่างแก -
     กราฟได้ฟังคำพูดเหล่านี้ก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ตอนที่ไอริสถูกทรมานที่ค่ายรักษาตัวเมือ 30ปี ก่อนมันเกิดอะไรขึ้น เค้าได้กลับคืนร่างเป็นร่างมนุษย์และวิ่งตรงไปทำลายเศษเนื้อต่างๆ ของไอริสให้หมด

    "ฮาซึมิ! ทามาโมะ! รีบทำลายเศษเนื้อพวกนี้เร็วเข้า! คำสาปแช่งพวกนี้จะทำให้ไอริสฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง!" ทั้งสองคนทำตามที่กราฟพูดแล้วรีบทำลายเศษซากและชิ้นส่วนต่างๆ ทิ้ง

    "มารู้ตัวเอาป่านนี้ก็สายไปแล้วล่ะค่ะ ท่านพ่อ..." กลุ่มควันสีดำได้มารวมตัวกันเป็นร่างกายคน เลือดที่กระจัดกระจายได้ไหลเข้ามาในกลุ่มควันพร้อมกับเศษเนื้อที่ถูกทำลายไปจนกลายเป็นขี้เถ้า ไอริสเดินออกมาจากกลุ่มควันดำพร้อมกับปัดฝุ่นขี้เถ้าออกจากแขนเสื้อ ภาพที่ทั้งสามคนเห็นคือไอริสที่เหมือนกับตอนที่ออกมาจากบ่อเลือดมาใหม่ๆ ร่างกายไม่มีรอยแผลตามตัวซักที่

    "คะ...คืนชีพขึ้นมาแล้ว..." ฮาซึมิค่อยๆ เดินถอยหลังออกไป

    "ใช่อย่างคิดไว้เลย พลังของโรเซนครูซที่ไอริสครอบครองอยู่นั้นถึงจะจะฆ่าด้วยวิธีการยังไงเธอก็ไม่ตาย แย่แล้วสิแบบนี้" กราฟคิดแบบนั้น

    "แฮ่ก แฮ่ก พลังของเราไม่มีเหลือแล้ว จะเปลี่ยนให้เป็นร่างผู้ใหญ่อีกครั้งก็ต้องรออีก 1 วัน สถานการณ์มันไม่อำนวยให้เลย..." ทามาโมะนั่งลงกับพื้นและกางพัดปิดหน้าไปครึ่งหนึ่ง

    "อึ๊ก! เมื่อไหร่อาการชาจะหายไปซักทีเนี๊ย!?" เธียรพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ก็ลุกขึ้นไม่ได้เพราะผลจะการถูกพลังสายฟ้าของไอริสยังคงเหลืออยู่

    "หิหิหิ ลองมองขึ้นไปข้างบนดูสิ" ไอริสชี้นิ้วขึ้นไปข้างเพื่อที่จะให้ทั้งสี่คนเห็น ภาพที่ได้เห็นคืนลูกบอลไฟที่ไอริสเคยใช้ทำลายเทือกเขาเหมืองแร่นอซดูรหายไปในชั่วพริบตา แต่ครั้งนี้มันใหญ่กว่าลูกแรกถึง 300 เท่า

    "แย่แล้ว! ลูกแรกที่มีขนาดเท่าฝ่ามือยังทำลายเทือกเขานั่นหายไปในชั่วพริบตา ถ้าเป็นลูกใหญ่ขนาดนี้พื้นดินในโลกนี้จะหายไปครึ่งหนึ่งเชียวนะ" กราฟอธิบายขนาดและความเสียหายให้ทั้งสามคนฟัง แต่คำพูดนี้ได้ส่งไปถึงผู้คนทั่วโลกด้วย

   - ไอ้ลูกไฟนั้นน่ะเหรอที่ทำลายเทือกเขาเหมืองแร่นอซดรูน่ะ!? -
   - ถ้าท่านกราฟพูดออกมาด้วยตัวเองแบบนี้ มันต้องเป็นความจริงน่ะสิ!? -
   - ความเสียหายครึ่งหนึ่งของโลกนะ เฮ้ย -

    "เฮ่ย เฮ่ย แบบนี้มันไม่สวยแล้วนะ" ชีเซลล์ถึงกับเหงือตก

    "ท่านคาร์ล พวกเราควรจะอพยพคนไปจากเมืองมั้ยครับ"

    "ไม่ทันแล้วล่ะ ไม่เคยมีใครหนีจากวันพิพากษานี้พ้นหรอก"

    แสงสว่างของลูกไฟที่เทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ได้ฉายแสงไปทั่วทั้งอาณาจักร เหล่าสัตว์ต่างพากันวิ่งหนีตามสัญชาตญาณของมัน ผู้คนตามพื้นที่ต่างๆ ได้เห็นแสงที่ส่องมาจากลูกไฟที่ลอยอยู่บนฟ้า บางคนถึงกับสิ้นหวังแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านของตนทำเป็นเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    - พ่อครับ แม่ครับ ทำไมพวกเราถึงไม่อพยพตามคนพวกนั้นไปล่ะครับ -
    - ต่อให้หนีไปถึงสุดขอบโลกก็ไม่มีทางหนีวันพิพากษาของพระเจ้าได้หรอกนะลูก -
    - หากปาฎิหารย์มีอยู่จริง ขอให้วันพิพากษานี้จบลงด้วยดีด้วยเถิดพระผู้เป็นเจ้า -
    พ่อแม่ลูกต่างยืนกอดกันอยู่ข้างในบ้านพร้อมภาวนาถึงพระเจ้าองค์ก่อนให้ปาฎิหารย์เกิดขึ้น คำภาวนาของครอบครัวได้ส่งไปถึงเธียรที่กำลังพยายามขยับตัวให้หายจากอาการชา

    "ขอร้องล่ะ! ขอแค่ขยับแขนได้ก็ยังดี พระผู้เป็นเจ้า...ได้โปรดมอบพลังให้ฉันด้วยเถอะ"

     เจ้าต้องทำได้แน่นอน หลานสาวของข้า... ภาพของชายแก่สวมชุดคลุมขาวลางๆ กำลังยืนมองเธียรที่กำลังฝืนขยับตัวอยู่และได้ยื่นมือไปแตะแขนของเธียร ชายแก่ได้พูดอะไรบางอย่างให้กับเธียรก่อนจะหายไปตามกับสายลม

    "ค่ะ! หนูต้องทำได้แน่นอนค่ะ ท่านปู่" เธียรได้ใช้เวทย์สื่อสารทางจิตส่งไปหาทามาโมะที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักและได้บอกแผนการบางอย่างให้กับทามาโมะ

    "หิหิหิ จงเผชิญหน้ากับพลังของพระเจ้าองค์ใหม่นี้ซะเถอะนะ!!" ไอริสยื่นแขนขึ้นเพื่อจะปล่อยให้ลูกไฟลงไปยังพื้นโลก

    "ไอริส!!" เสียงของเธียรตะโกนออกมา ทำให้ไอริสหันไปมองเห็นเธียรยื่นแขนออกมาได้ข้างหนึ่งเพื่อจะยิงซีลิคอาวิล

    "เห๋~ เธียร...นี่เธอโดนสายฟ้าของฉันไปเต็มๆ ขนาดนั้นยังจะขยับตัวได้อีกเหรอ"

    "ไอริส การโจมตีของฉันครั้งนี้จะเป็นตัวปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้รวมทั้งวันพิพากษานี้ด้วย"

    "เธอก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอเธียร เธอจะโจมตีมาแบบไหนก็ฆ่าฉันไม่ได้หรอกนะ คริ คริ คริ~"

    "ซีลิคอาวิล ดิ แฮนด์ ออฟ ก็อด!!" เธียรยิงกระสุนปืนใหญ่แห่งแสงพุ่งเข้าไปหาไอริส แต่รูปร่างของกระสุนเป็นรูปมือ ไอริสเห็นภาพดังกล่าวก็ถึงกับเหงือตก เธอพยายามจะโจมตีสวนกลับก็ไม่ได้เพราะกำลังอยู่ในสมาธิควบคุมลูกไฟอยู่

    "มะ...ไม่...ไม่นะ มือนั้น! อย่าเข้ามาใกล้ฉันน๊าาาา!"

    "่ท่าทางเธอจะมีความทรงจำไม่ดีเกี่ยวกับมือมาก่อนสินะ"

    "แค่กระสุนแสงเปลี่ยนรูปทรงเป็นมือ ทำไมไอริสถึงได้กลัวขนาดนั้นล่ะเจ้าคะ" ฮาซึมิหันหน้าไปถามกราฟ

    "โรคกลัวมือ(Crirophobia) เป็นโรคในกลุ่มหวาดกลัวในที่นี้คือ 'อาการกลัวมือ' ผู้ป่วยจะมีความกลัวมือและทุกสิ่งที่คล้ายมือ จะมีอาการตึงเครียด เหงื่อออก ใจสั่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นใช้ชีวิตในสังคมไม่ได้ จนต้องใส่ถุงมือตลอดเวลา..."

    "แต่ถุงมือที่ไอริสใส่มันก็เป็นรูปร่างมือนี่คะ"

    "ไอริสไม่เคยเหลือบไปมองมือยังไงล่ะ ต่อให้เดินไปจับมือกับใครก็ไม่เหลือบตาลงไปมองเด็ดขาด ถ้าเธอมองเห็นมือเข้าก็จะเกิดอาการยังไงล่ะ"

    "ถึงว่าทำไมเวลาจะดีดนิ้วหรือยิงเวทย์ถึงยื่นแขนออกห่างจากการมองเห็นของตัวเอง" ฮาซึมิมองไปที่กระสุนแสงรูปมือพุ่งไปหาไอริส ส่วนตัวไอริสถึงกับตัวสั่นและเสียงกัดฟันดังขึ้น

    "ไม่...ไม่...อย่าเข้ามานะ!!" ไอริสนึกภาพเธอตอนที่ยังอยู่ในค่ายพักรักษาตัวตอนนั้น ทุกคืนเวลาเที่ยงคืนไอริสจะถูกมือของทหารยื่นดึงตัวออกมาไปทรมาน จนภาพเหล่านั้นได้ฝังลึกลงไปในจิตใจ

     "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยัยเด็กนี่น่ะเหรอ ลูกสาวของ กราฟ เซฟเฟี้ยน น่ะ หุ่นดีไม่เบานี่หว่า"

     "เฮ้ย! เด็กคนนี้เป็นหลานสาวของหัวหน้าอัศวินจอมโหดคนนั้นนะ"

     "แกยังไม่เห็นอีกเหรอวะ ยัยเด็กนี้ถูกจับไปทรมานแทบทุกคืนแต่ก็ไม่เป็นอะไรเลย โดนทั้งฟันทั้งแทงไปแบบนั้น ก็ยังไม่ร้องเสียงออกมาซะนิด เราจะใช้โอกาสนี้จับยัยนั้นมาปู้ยี้ปู้ยำก็ยังได้เลย"

     "ฟังแกพูดแล้วฉันรู้สึกเงี่ยนขึ้นมาทันทีเลยว่ะเพื่อน"

     "ก็เอาเซ่ ยัยเด็กนั้นเพิ่งจะถูกทรมานเสร็จ ตอนนี้พวกทหารยามคงไปประจำการที่ของมันแล้ว" ทหารกลุ่มหนึ่งประมาณ 6 นาย ได้วางแผนกันแล้วเดินเข้าไปในค่ายของไอริสที่นอนพักอยู่ข้างใน ไอริสที่กำลังนอนพักและฟื้นสภาพของตัวเองอย่างช้าๆ ก็ได้เห็นกลุ่มทหารพวกนั้นเดินเข้ามาข้างในและยื่นมือเข้ามา สายตาของไอริสจดจ้องไปที่มือพวกนั้นก่อนจะถูกข่มขืน เวลาได้ผ่านไป 2 ชั่วโมง กลุ่มทหารได้เดินออกมาจากค่าย ปล่อยให้เด็กหญิงนอนขดตัวและตัวสั่น ทั่วทั้งตัวเธอเลอะไปด้วยของเหลวต่างๆ เต็มไปทั่วตัว

    แคว๊กกก~!!! เสียงอะไรบางอย่างถูกฉีกขาดจนทำให้ไอริสสะดุ้งโหยงและหันไปมองสิ่งรอบข้างต่างๆ ก็ได้แต่เห็น เธียรยื่นแขนค้างไว้และกราฟกับฮาซึมิยืยนอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน

    "หึ หึ หึ...นี่เธอเล่นสงครามประสาทกับฉันยังงั้นเหรอเธียร ไหนล่ะ? ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลยนี่ การโจมตีที่จะปิดฉากเรื่องทั้งหมดน่ะ หืม?"

    "ฉันไม่ได้ยิงเธอหรอก แต่เล็งไปยิงสิ่งนั้นต่างหาก" เธียรชี้นิ้วไปที่กระเป๋าสีขาวของไอริสที่ฉีกขาด

    "เอ๊ะ!? อย่าบอกนะว่าเธอ..."

    "ถูกต้อง! กระเป๋าอันนั้นสามารถควบคุมมิติและดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างได้ ที่ฉันเล็งยิงกระเป๋านั่นเพื่อจะทำลายตัวสะกดพลังไม่ให้เกิดแรงดูดของมัน ไอริสเธออยู่ใกล้ไอ้สิ่งที่เรียกว่า หลุมดำ ซะขนาดนั้นจะหนีรอดจากแรงดูดของมันได้รึเปล่าล่ะ" เธียรพูดและแลบลิ้นใส่ไอริส กระเป๋าควบมิติที่ถูกทำลายไปทำให้หลุมดำที่อยู่ข้างหลุดออกมาและเริ่มดูดกลืนุกสิ่งทุกอย่างเข้าข้างใน

     "ทำไม!....ทำไมล่ะ!? ทำไมเธอถึงรู้ว่ากระเป๋าควบคุมมิติของฉันอยู่ตรงนี้ล่ะเธียร!?"

     "เพราะพระเจ้าองค์ก่อนได้มาบอกฉันน่ะสิ"


     5 นาทีก่อน
    "ไอริสมีจุดร้ายแรงอยู่อย่างหนึ่ง เธอผู้นั้นมีอาการหวาดกลัวมือเป็นอย่างมาก เจ้าต้องยิงกระสุนแสงและเปลี่ยนให้เป็นรูปมือ"

     "ถึงจะพูดอย่างก็เถอะนะคะ ต่อให้ยิงไปกี่ครั้งๆ ไอริสก็ไม่มีวันตายนะคะ"

     "ใครบอกว่าจะยิงไปใส่ตัวเธอล่ะ"

     "เอ๊ะ!?"

     "เห็นกระเป๋าสีขาวข้างกระโปรงของเธอผู้นั้นมั้ย? นั้นคือกระเป๋าที่สามารถควบคุมมิติและดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่าง"

     "กระเป๋าหน้าท้องของซิลเวอร์!?"

     "ใช่...เจ้าจะต้องทำลายกระเป๋านั้นให้หลุมดำหลุดออกมา เธอผู้นั้นจะต้องถูกหลุมดำดูดเข้าไป"

     "แต่ว่าถ้าหลุมดำหลุดออกมาแบบนั้น มันก็จะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปหมดรวมทั้งโลกนะคะ!" เธียรพูดก่อนที่ร่างของพระเจ้าองค์ก่อนจะจางหายไป พระเจ้าได้ชี้ไปที่กระเป๋าข้างกระโปรงของเธียรแล้วหายไปพร้อมกับสายลม ลิลลี่ลอยออกมาจากกระเป๋าเสื้อและมุดตัวเข้าไปในกระเป๋าข้างกระโปรงของเธียร ลิลลี่ดึงบางสิ่งบางอย่างออกมาให้เธียรเห็น

     "นะ...นี่มัน!?"

     เธียรได้เล่าแผนการทั้งหมดให้ไอริสฟัง หลุมดำเริ่มดูดแรงขึ้นจนไอริสพยายามเดินออกมาให้ห่างที่สุด แต่เธออยู่ใกล้มากจนทำให้ก้าวเดินออกมาลำบากมาก ไอริสได้ใช้มือซ้ายหยิบนาฬิกาพกออกมาจากเสื้อ

      "คริ คริ คริ เธอพลาดซะแล้วล่ะเธียร ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันมีพลังควบคุมการไหลเวียนของเวลาอยู่น่ะ แค่ทำให้เวลาเดินช้าลงแล้วฉันก็เดินออกมาให้ห่างจากหลุมดำแค่นี้เอง คริ คริ คริ" ไอริสใช้พลัง ดาย กีฟรานเต้ ซูครัซ และพยายามจะเดินออกมาให้ห่างจากหลุมดำ สายตาของเธอเหลือบมองไปที่เธียรกำลังแสยะยิ้มให้

      "ทำไมยัยนั้นถึงยังยิ้มได้อีกนะ ไม่เข้าใจจริงๆ เอ๊ะ!?" ไอริสเหลือบตาลงไปมองที่ขาตัวเองก็ได้เห็นโซ่สีดำมัดขาของเธอไว้และรีบหันไปมองข้างๆ ก็ได้เห็นทามาโมะกำลังวิ่งหนีพร้อมกับชูนิ้วกลางใส่ ไอริสพยายามที่ตัดโซ่ให้ขาดจนเวลาของ ดาย กีฟรานเต้ ซูครัซ หมดและเธอก็จะใช้มันอีกครั้ง ดาวกระจายของฮาซึมิได้พุ่งเข้ามาทำลายนาฬิกาพกอันนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

      "บ้าเอ๊ย! เธียรถึงแม้ว่าจะชนะฉันได้ก็เถอะนะ เธอจะทำยังไงกับหลุมดำที่หลุดออกมาล่ะ!?" ไอริสตะโกนเสียงออกไปแล้วก็ได้เห็นลิลลี่กำลังถือกระเป๋าหน้าท้องของซิลเวอร์อีกอันโชว์ให้ไอริสดู

     "ซิลเวอร์เค้าทำอันสำรองไว้น่ะ(จากบทที่ 27)" ลิลลี่พูดและตีก้นตัวเองเยาะเย้ยไอริส

     "เฮ้อ~! อยากจะบ้าตาย..." ร่างของไอริสถูกดูดเข้าไปในหลุมดำพร้อมกับลูกไฟขนาดใหญ่ ลิลลี่ขยายประเป๋าให้ใหญ่ขึ้นและโยนเข้าคลุมหลุมดำไว้ได้ ทุกอย่างได้กลับคืนสู่สภาพปกติ ดวงจันทร์ที่บดบังดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลอยตัวออกมา แสงพระอาทิตย์ก็ค่อยๆ ส่องลงไปยังพื้นโลกอย่างช้าๆ ผู้คนมากมายต่างพากันยืนมองท้องฟ้า

     "ฟลูเดียร...พลังเวทย์สือสารทางจิตของเธอพอจะขยายไปทั่วโลกได้รึเปล่า" คาร์ลเดินเข้ามาถามฟลูเดียร

     "ทำได้สิ...ทำไมเหรอ" ฟลูเดียรตอบกลับ คาร์ลยิ้มและก็ได้พูดอะไรบางอย่างให้กับฟลูเดียร

     "ชนะแล้ว...พวกเธียรจัดการไอริสได้..." ซอร์เนียร์วิ่งตรงไปที่ลานกว้างของปราสาทที่เต็มไปด้วยเหล่าจอมเวทย์และตะโกนเสียงออกไปว่า 'ไอริสไม่ได้อยู่ที่โลกนี่อีกแล้ว พวกเราเป็นฝ่ายชนะ' เหล่าจอมเวทย์ได้ส่งเสียงร้องดีใจกันไปทั่วทั้งปราสาทและผู้คนมากมายที่กำลังมองดูภาพแห่งชัยชนะของพวกเธียร บางคนถึงกับร้องไห้และประสานเสียงขอบคุณเธียรและเพื่อนพ้องอีกสามคนที่อยู่บนแดนสวรรค์

      "แห๊ะ แห๊ะ อายจังเลย" เธียรที่ได้ยินเสียงขอบคุณจากคนทั่วโลกก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก

      "พี่คะ พื้นที่ที่ถูกไอริสทำลายไป...พวกเราจะทำยังไงดีล่ะคะ" ทามาโมะเดินเข้ามาถามเธียร

      "ถ้าเรื่องนั้นไม่มีปัญหา สปิริเธียร...เจ้าได้เอากิ่งไม้ของต้นซากุระมารึเปล่า?" กราฟได้พูดแทรกเข้ามา

      "ค่ะ...คุณคาร์ลได้ให้ฉันมาตอนที่จะออกเดินทางมาจากปราสาท..."

      "หักมันแล้วโยนลงไปที่พื้นโลกสิ" เธียรทำหน้างงและก็ทำตามที่กราฟพูด เธอหักกิ่งไม้ของต้นซากุระแล้วโยนลงไปที่พื้นโลก ภาพที่เธอเห็นคือกิ่งไม้ได้ส่องแสงแล้วแตกกระจายกลายเป็นฝนสายรุ้ง ตกลงไปทั่วพื้นที่ที่ถูกทำลายไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกทำลายได้ย้อนกลับคืนสภาพเดิมอีกครั้ง รวมทั้งชุบชีวิตคนที่ตายไปกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

       "เอ๊ะ!? ทำไมล่ะ"

       "กิ่งไม้นั่นมีพลังทั้งหมดของโรเซนครูซที่ถูกคิเคียวผนึกเอาไว้ มันจะคืนสภาพทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับมาเหมือนเดิมเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน พูดง่ายๆ ก็คือสิ่งที่ถูกฝนสายรุ้งนี้จะย้อมกลับไปเมื่อ 2 ฃั่วที่แล้วยังไงล่ะ" กราฟอธิบายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นให้เธียรฟัง

       "ว้าว~! ดีจังเลยค่ะ"

       "ยัยมิโกะเจ้าเล่ห์ ตายไปแล้วยังจะมีลูกเล่นซ่อนไว้อีกนะ" ทามาโมะพูดและเหลือบตาไปมองคิเคียวที่กำลังยืนหัวเราะเยาะอยู่สักพักแล้วโบกมือลาหายไป ฮาซึมิสังเกตเห็นแสงแวววับอยู่ข้างๆ กระเป๋าของซิลเวอร์และได้หยิบมันขึ้นมาดู

       "หืม?...อะไรล่ะเนี้ย...มงกฎของไอริส?" เพรชสีแดงที่ติดอยู่กลางมงกฎได้เปลี่ยนเป็นลูกตาน่าขยะแขยง ฮาซึมิสะดุ้งโหยงแล้วขว้างมันออกไปไกลๆ มงกฎได้ส่องแสงสว่างระเบิดออกมาจนทำให้แดนสวรรค์สั่นไหวและค่อยๆ พังทลายลงไปยังพื้นโลก

       "แย่แล้ว! แดนสวรรค์กำลังพังลาย พวกเราจะทำยังไงดีคะท่านกราฟ"

       "ตัวข้าแปลงร่างเป็นค้างคาวลงไปได้สบายอยู่แล้ว แต่พวกเธอสามคนนี้สิ ข้าไม่รู้จะช่วยเหลือพวกเจ้ายังไงดี" ช่วงจังหวะที่กราฟกำลังพูด จุดที่ทั้งสี่คนยืนอยู่ได้พังทลายหายไป

       "กรี๊ด~~~~!!!! ตกแล้ว~~~!"

       "พี่คะ! ใช้พลังเวทย์ปีกนางฟ้าสิคะ!" ทามาโมะตะโกนเสียงออกไป

       "มันเรียกออกมาไม่ได้อ่า...พลังสายฟ้าของไอริสส่งผลทำให้แหล่งเก็บพลังเวทย์หมดหลอด ไม่เหลือเลย"

       "ซวยจังเลยเน๊าะ" ฮาซึมิพูดพร้อมกับร่างของตัวเองติดอยู่กับว่าวส่วนตัวล่อนลงอย่างช้าพร้อมกับกราฟที่กลายร่างเป็นค้างคาว

       "แง~!! ทั้งสองคนใจร้ายมากเลย!!"

       "ยังเหลือหนูอีกคนนะคะพี่" ทามาโมะลอยตัวเข้ามากอดเธียร

        ก๊าส!!!! มังกร Swopps บินเข้ามารับตัวทั้งสองคนเอาไว้ได้ ทามาโมะรีบขยับตัวมานั่งตรงส่วนคอ ส่วนเธียรก็ยังนั่งตัวสั่นไม่หยุด

       "เจ้ามังกรตัวนี้มันกลับมาได้ยังไงเนี้ย นึกว่าส่งพวกเราแล้วจะไม่กลับมารับซะอีก"

       - ฝีมือของฉันเอง - เสียงของฟลูเดียรดังเข้ามาในหัวของทามาโมะ

       "เสียงนี่มัน...เจ้าหญิงน้ำแข็งฟลูเดียร"

       - ช่วงที่มังกรไปส่งพวกเธอถึงแดนสวรรค์ก็ได้บินจากไป คาร์ลเป็นคนเดียวที่สามารถเรียกมังกรตัวนั้นกลับมาได้ เค้าขอให้ฉันกระจายคลื่นสื่อสารทางจิตออกไปทั่วโลกเพื่อตามหาเจ้ามังกรตัวนี้ยังไงล่ะ -

       "อ่อ...พอจะเข้าใจแล้วล่ะ"

       - เธียรนั่งอยู่ข้างๆ เธอรึเปล่า? -

      "อื้อ...นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ ฉันนี่แหละ"

      - เธียร...ตอนนี้พลังสื่อสารทางจิตของฉันได้กระจายไปทั่วทั้งโลกแล้ว เธอช่วยพูดอะไรซักอย่างจะได้รึเปล่า - เธียรที่กำลังนั่งตัวสั่นได้ยินคำพูดของฟลูเดียรก็กลับเข้าโหมดปกติในพริบตา เธอสูดลมหายใจเข้าออกและเตรียมพร้อมที่จะพูด

      ทุกคนคะ! ถึงแม้โลกใบนี้จะไม่มีแดนสวรรค์และพระเจ้าอีกต่อไปอีกแล้วก็ตาม แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวังไปนะคะ เพราะคนที่มีสายเลือดของพระเจ้ายังอยู่ที่โลกใบนี้และเค้าได้มอบความสุขกลับคืนมาให้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเค้าคนนั้นคือใคร แต่เค้าคนนั้นได้ฝากข้อความทิ้งไว้ว่า

     ความสุขนั้นจะอยู่ที่นี่ตลอดไป

  ผู้คนทั่วโลกได้ฟังคำพูดของเธียรก็ต่างพากันเชื่อคำพูดของเธอและตะโกนเสียงขอบคุณให้กับเธอ บางคนถึงกับประกาศจะขอเธอมาแต่งงาน บางคนก็เรียกเธอว่าผู้กล้าแห่งแดนสวรรค์  มังกรได้พาเธียรกลับไปยังปราสาทเซฟเฟี้ยนช่วงที่มังกรกำลังล่อนลงไป ขนปีกสีขาวได้พัดผ่านไปตามสายลม ทุกคนยืนต้อนรับการกลับมาของเธอและตบมือให้อย่างล้นหลาม ฟลูเดียรวิ่งตรงเข้ามากอดพร้อมกับร้องไห้

    "เธียร...ยินดีต้อนรับกลับมานะ"

    "ค่ะ...หนูกลับมาแล้วค่ะ...พี่ฟลูเดียร"     


      
     






    [1 เดือนต่อมา]


    "ยินดีต้อนรับกลับมานะครับ คุณหนูสปิริเธียร" คนสวนของตระกูลโรเซนเบิร์กที่รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ในช่วงสงครามเดินออกมาต้อนรับเธียรที่กำลังเดินลงมาจากรถม้า


    "ว้าว~! สภาพของคฤหาสน์ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยนี่คะ คุณลุงเป็นคนดูแลคนเดียวเหรอคะ?"


    "ใช่แล้วครับคุณหนู ตั้งแต่สงครามเมื่อ 10ปีก่อนนั้น ทุกคนก็ถูกฆ่าตายจนหมดและไม่มีใครกล้ามาดูแลคฤหาสน์แห่งนี้อีกเลย แต่ผมเชื่อนะครับ ว่าคุณหนูต้องยังไม่ตายและซักวันจะต้องกลับที่นี่แน่นอน"



     "ขอบคุณมากนะคะคุณลุง ที่ยังมีความซื่อสัตย์กับตระกูลโรเซนเบิร์กนะคะ ถ้าคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็ ท่านจะต้องดีใจมากแน่ๆ ค่ะ" เธียรเดินตรงเข้าไปหอมแก้มของคนสวนทั้งสองข้างและบอกให้คนขับรถม้าขนของเข้าไปข้างในคฤหาสน์ เธียรยืนมือผลักประตูคฤหาสน์เข้าไปข้างใน


    ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้า!! ซอร์เนียร์ ไลเบียร ทาร์อูเอเล่ ซิลเวอร์ ฮาซึมิ ทามาโมะ ลูซเต้ ลิลลี่ ตะโกนเสียงออกมาพร้อมกัน จนทำให้เธียรสะดุ้งตกใจ


     "ทะ...ทำไมทุกคนถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ!? ไม่ได้อยู่ที่ปราสาทเซฟเฟี้ยนกันหรอกเหรอ?"


     ไม่เอาอ่า...อยู่ที่นั้นมีแต่งานน่าเบื่อๆ ทั้งนั้น และได้ยินมาว่าเธียรกำลังจะกลับบ้านก็เลยวางแผนกับทุกคนมาเซอร์ไพรส์เธอน่ะสิ" ซอร์เนียร์เดินเข้าจับมือของเธียรแล้วลากเข้ามานั่งเก้าอี้


     "ทุกคนที่ว่านี้...อย่าบอกนะว่า"


     "ถูกต้อง!! ทุกคนที่เธอว่าคือพวกเรากลุ่ม RKS ทุกคนยังไงล่ะ" ทาร์อูเอเล่เปิดประตูห้องครัวก็ได้เห็นชีเซลล์กำลังดึงแขนของฟลูเดียรให้เดินออกมาจากห้องครัว


      "ชีเซลล์อย่าดึงสิ ชุดนี้มันไม่เหมาะกับฉันเลยนะ!"


      "บอกว่ามันไม่เหมาะแต่เธอก็ใส่ไปแล้วนี่นา ออกมาซักทีเซ่ เจ้าของคฤหาสน์เค้ามาแล้วนะ!"


      "ขะ...เข้าใจแล้ว..." ฟลูเดียรค่อยๆ เดินออกมาจากห้องครัว ทำให้เธียรที่กำลังรอดูถึงกับอ้าปากค้าง เจ้าหญิงน้ำแข็งที่สุดแสนจะเยือกเย็นคนนั้นใส่ชุดสาวใช้ประจำตระกูลโรเซนเบิร์กพร้อมกับชีเซลล์


      "พะ...พี่ฟลูเดียร..." เธียรถึงกับหน้าแดงเมื่อได้เห็นสารรูปของฟลูเดียรในตอนนี้ ทุกคนในกลุ่มต่างพากันหัวเราะกันยกใหญ่ เพราะคนที่สุดแสนจะน่ากลัวถูกทำให้กลายเป็นคนตลก ฟลูเดียรเส้นเลือดขึ้นหน้าจับพวกที่หัวเราะแช่แข็ง ส่วนคนที่หลบได้ก็คุกเข่าขอโทษ


      "เอาล๊ะ! เพื่อไม่ให้เสียเวลา! อาหารทำเสร็จแล้ว พวกแกทั้งหลายได้เวลาอาหารแล้วเฟ๊ย!" ชีเซลล์เดินออกมาจากห้องครัวและถืออาหารมาวางที่โต๊ะอย่างหรูหรา


      "ว้าว~! น่าทานมากเลยค่ะ" ไลเบียรเดินเข้ามานั่งเก้าอี้และพูดชมให้กับชีเซลล์


     "ฮ่า ฮ่า ของมันแน่อยู่แล้ว!"


      "รสชาติที่หมากินได้รึเปล่าเนี้ย" ลูซเต้พูดแล้วโดนมีดขว้างของชีเซลล์ปักเข้าไปที่กลางหัวล้มลงไปนอนกับพื้น


      "ถ้าจำไม่ผิด ท่านหญิงชีเซลล์ตอนเด็กๆ เคยทำงานที่ร้านอาหารนะ" ทาร์อูเอเล่อธิบายความหลังชองชีเซลล์ให้ทุกคนฟัง


      "มันน่าอายออก อย่าพูดสิ"


      "โอ้โห~ เอาจริงดิ" ซอร์เนียร์พูดพร้อมกับน่องไก่ที่คาอยู่ในปาก


      "เฮ้ย!? นี่หล่อนเอาไปกินตั้งแต่เมื่อไหร่"


      "อร่อยมากเลยค่ะ ท่านหญิง" ซิลเวอร์กินไปชมไป


      "กินเยอะๆ น้า จะได้มีหุ่นที่อวบอึ๋มเหมือนกับฉัน"


      "ไม่ได้วางยาพิษเพื่อจะปิดปากข้าน้อยนะเจ้าคะ" ฮาซึมิหยิบจานขึ้นและมองไปรอบๆ จานที่ตัวเองกำลังถือ


      "ฉันจะทำแบบนั้นไปเพื่อ..."


      "เอ๋~? ไม่เห็นกอร์ล่าเลย เธอไม่ได้มาเหรอ?" ทามาโมะหันหน้าไปถามชีเซลล์


      "อ้อ! ยัยนั้นไม่มาหรอก ตอนนี้กำลังยุ่งกับงานซ่อมแซมปราสาทน่ะ"


       ทุกคนได้คุยกันบนโต๊ะอาหารอย่างสนุกสนานและมีความสุข เธียรยืนดูภาพที่เธอได้ใฝ่ฝันเอาไว้มานานคือการได้เห็นคนในกลุ่มหันหน้าเข้ามาคุยกันและยิ้มให้กัน แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กัน ฟลูเดียรเดินเข้ายืนข้างๆ และเอียงหัวมาพิงไหล่ของเธียร


      "เมื่อก่อนพวกนั้นเคยคิดจะฆ่าเธออยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมายิ้มให้เธอและหัวเราะแบบนี้ เธอใช้พลังนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์เหรอ?"


      "ไม่เลย พลังแบบนั้นฉันไม่ได้ใช้มาตั้งแต่แรกแล้ว ที่ทุกคนได้มารวมตัวกันที่นี่เป็นเพราะอยากจะให้รู้ว่า ตัวเองก็อยากจะทำให้คนรอบข้างมีความสุขในแบบของตัวเองก็เท่านั้นเอง"


      "เหมือนกับเธอในตอนนี้ใช่มั้ย..." ฟลูเดียรพูดจนทำให้เธียรหน้ามามองหน้าเธอ


      "อื้ม!" เธียรยิ้มให้กับฟลูเดียร ใบหน้ายิ้มแย้มของเธียรทำให้ฟลูเดียรหน้าแดงและจ้องหน้าไม่หยุด เธอพยายามจะดันหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้หน้าของเธียรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


      อะแฮ่ม!! เสียงไอของชีเซลล์แทรกเข้ามาจนทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งโหยง


      "วิ๊ดวิ๊ว~! กล้ามากนะที่จะมาทำต่อหน้าพวกเราแบบนี้ ฟลูเดียร...เธอนี่มันร้ายจริงๆ" ทาร์อูเอเล่พูดพร้อมกับทำหน้ากวนๆ ใส่


      "มะ...ไม่ใช่นะ...มันไม่ใช่อย่างที่พวกเธอคิดนะ!" ฟลูเดียรพยายามหาข้อแก้ตัว


      "หืม~! ไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันคืออะไรเหรอ~?" ทุกคนผสานเสียงออกมาพร้อมกัน ฟลูเดียรเห็นทุกคนทำหน้าเหมือนจะรอคำตอบจนทนไม่ไหงแล้ววิ่งหนีเข้าไปในห้องครัว ทุกคนมองหน้ากันและพยักหน้าให้กัน พร้อมใจเดินตามฟลูเดียรเข้าไปในห้องครัว ปล่อยให้เธียรหัวเราะอยู่คนเดียว


      "คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ตอนนี้หนูมีเพื่อนเยอะแยะเลยค่ะและไม่ต้องเป็นห่วงหนูแล้วนะคะ"


     " เพราะว่าตอนนี้หนูได้พบหนทางที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขแล้วค่ะ "






       "เฮ้อ~! เหนื่อยเป็นบ้าเลย พวกนั้นก็แอบหนีงานไปบ้านของสปิริเธียรเฉยเลย ฉันเองก็อยากไปเหมือนกันน้า!!!" กอร์ล่าเดินออกมาจากปราสาทเซฟเฟี้ยนแล้วโวยวายอยู่คนเดียว ช่วงที่เธอกำลังโวยวายก็ได้เห็นเสียงสีแดงสองจุดส่องแสงอยู่ข้างในป่าที่อยู่ด้านหลังของปราสาท



       "นี่มัน! ดาบเดม่อน ซอร์ด ของท่านปู่นี่นา!? ทำไมมันมาอยู่ที่นี่ล่ะ?" กอร์ล่าได้ยื่นมือดึงดาบขึ้น ช่วงที่ดึงขึ้นก็มีหมอกควันสีดำลอยออกมาจากดาบ


       "หึหึหึหึ~! คนที่ดึงข้าออกมาเป็นหลานสาวของไลมัสเหรอเนี้ย? พลังแค่นี้อย่าหวังจะมาครอบครองข้าเลย! ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


       "อึ๊ก~! อ้ากกกก!!" กลุ่มควันสีดำได้ลอยเข้าไปในปากของกอร์ล่าจนไม่มีเหลือ ดวงตาของกอร์ล่าได้ส่องแสงประกายออกมาและเดินหายเข้าไปในป่า


        หลังจากนั้นกอร์ล่าได้หายสาบสูญไปและมีรายงานข่าวเข้ามาในปราสาทว่ามีฆาตกรฆ่าฟันชาวเมืองเกิดขึ้น พยานที่เห็นเหตุการณ์ได้บอกลักษณะของฆาตกรว่า เป็นผู้หญิงผมสีม่วงถือดาบที่ดูน่าเกรงขามเดินร่อนเร่ไปเมืองต่างๆ ทางปราสาทเซฟเฟี้ยนพอจะรู้ว่าฆาตกรคนนี้คือใคร



       ฆาตกรนั้นต้องเป็น ' กอร์ล่า เซย์ฟาร์ ' ไม่ผิดแน่




  ——————— The End ————————









Rosenkreuzstilette Grollschwert


(ภาคเสริม)


จะทำต่อดีมั้ย้้อ~



Rosenkreuzstilette Freudenstachel


+


Rosenkreuzstilette Weißsilber (Whitesilver)


(ภาค 2 + ภาคเสริม)












ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 21-9-2018 07:07 , Processed in 0.139976 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th