Rosenkreuzstilette บทที่ 4 ซัคคิวบัสแห่งเกาะลอยฟ้า - Novel (นิยาย) | ThaiZeeD
เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 362|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1249
  • Money: 1924
  • Tz: 1258
  • Posts: 311
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4438
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 18-11-2015 05:13:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 19-11-2015 02:18

        ในที่สุดเธียรก็ได้รับ The Blades of the Rose Cross "Liebessturm"  ของ ไลเบียร พาร์ลิส มิโกะแห่งทวยเทพ แถมยังสามารถผ่านการทดสอบพลังจาก The Research Tower อีกด้วย และเธียรก็ได้เพื่อนร่วมเดินทางมาด้วยนั้นก็คือ ไลเบียร เพื่อที่จะได้ออกตามหาพี่ชายของเธอแต่ทว่า  The Blades of the Rose Cross "Liebessturm" ที่เธียรครอบครองอยู่นั้นได้ฉายภาพสถานที่ที่พวกเค้าต้องเดินทางไปและสมาชิกของกลุ่ม RKS ที่ปกครองอยู่ที่นั้นคือใคร เธียรซึ่งได้เห็นภาพของคนที่เธอจะต้องไปสู้ก็ตกใจสุดขีดและตัวสั่น เพราะคนๆนั้นคือเพื่อนตัวแสบของเธอซึ่งเป็นปีศาจซัคคิวบัส Luste Teuber (ลูซเต้ ทอยเบอร์) [RK 005] ที่เหล่ามนุษย์ในหมู่บ้านใกล้ๆเกาะลอยฟ้าจะเรียกเธอว่า    ซัคคิวบัส แห่งเกาะลอยฟ้า



         หลังจากที่ทั้งสามคนได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่อยู่ด้านล่างของเกาะลอยฟ้านั้น ไลเบียรได้เข้าไปในร้านค้าเพื่อที่จะหาอุปกรณ์และเสบียงที่จะไปยังเกาะลอยฟ้า แต่เธอได้มองไปที่เจ้าของร้านแล้วร้อง"กรี๊ด" ซะดังลั่นทำให้เธียรกับลิลลี่รีบวิ่งเข้ามาในร้านทันที

          "เกิดอะไรขึ้นคะ คุณไลเบีย!!"

        ไลเบียรรีบวิ่งเข้ามาหลบอยู่ข้างหลังของเธียรและค่อยๆชี้ไปข้างหน้า เธียรกับลิลลี่หันไปตามที่นิ้วไลเบียรชี้ไป โอ้!! แม่เจ้า!! มีชายร่างยักษ์และมีกล้ามเป็นมัดๆ ใส่หน้ากากเหล็กเหมือนกับนักรบการ์เดียเอเตอร์ เธียรกับลิลลี่ไม่ได้มองไปที่หน้ากากและกล้ามของเค้าแต่เธอมองไปที่ชุดของเค้าซะมากกว่า ชายร่างยักษ์สวมชุดว่ายน้ำบิกินี่แบบเป็นสายเชือกรูปตัว V

         "ฮึ่มม~~~!!!"

        ชายร่างยักษ์ค่อยๆเดินเข้ามาหาเธียรและไลเบียรที่แอบอยู่ข้างหลัง ช่วงที่ชายร่างยักษ์กำลังเดินมาสายชุดว่ายน้ำของเค้าก็ยืดขึ้นยืดลงตามจังหวะที่เดิน สายตาของเธียรและไลเบียรมองไปที่สิ่งๆหนึ่งที่หว่างขาของเค้าแล้วก็ร้อง"กรี๊ด"พร้อมกันและวิ่งหนีออกจากร้านทันที

          "อ้าว? คุณลูกค้าวิ่งหนีไปทำไมล่ะนั้น...แปลกคนจัง"

         ช่วงที่ทั้งสามคนกำลังวิ่งอยู่นั้นถ้าสังเกตดูดีๆแล้วคนเกือบทั้งหมู่บ้านใส่ชุดว่ายบิกินี่กันทุกคน วันพีชบ้างล่ะ ทูพีชบ้างล่ะ หนักสุดก็ชุดพวก SM มันเป็นภาพที่จะตาไปตลอดชีวิต คนที่เหนื่อยที่สุดนั้นก็คือไลเบียรเพราะร่างกายของเธอไม่ค่อยแข็งแรง จึงต้องรีบไปหาที่พักให้เร็วที่สุด

          "อ๊ะ นั้นโรงแรมนี่นา!!" ลิลลี่ชี้ไปทางเลี้ยวด้านขวาของเส้นทางที่ทั้งสามคนกำลังวิ่ง

          "ใช่จริงด้วย! คุณไลเบียรทนวิ่งอีกนิดนะคะ"

          "ค่ะ!!"

          ทันใดนั้นเองก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งตัดหน้า ทำให้เธียรและไลเบียรที่กำลังวิ่งอยู่ไม่ทันสังเกตเห็นจึงชนเข้าอย่างจัง ขวดน้ำสีแดงมาก
มายกระจัดกระจายและมีอีกหนึ่งขวดตกใส่หัวของไลเบีย ส่วนเธียรกับลิลลี่ ก็กระเด็นเข้าไปที่โรงแรม

           โป้กก!!!!!!

           "โอ้ย!! เจ็บ เจ็บ!! หืม...นี่มันน้ำมะเขือเทศนี่นา" ไลเบียร ได้มองไปที่เด็กคนที่วิ่งตัดหน้าแล้วเห็นเธอนอนสลบอยู่ข้างทาง

           "ว้าย!! ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ" ไลเบียรรีบวิ่งพยุงตัวของเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วจับที่ไหล่ของเธอและขย่าขอโทษด้วยความ
เร็วที่ไม่มีใครในโลกนี้ทำได้มาก่อน

             ภาพที่ไลเบียรเห็นนั้นคือ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่อายุประมาณ 7-9 ขวบ ชุดที่เธอสวมมันเปิดเผยมากเป็นบิกินี่สีดำและเธอสวมถุงมือยาวสีดำอีกทั้งที่ข้อมือของเด็กคนนี้ใส่กำไลสีขาวรูปไข่พร้อมกับสวมรองเท้าบู๊ทผู้ชายสีขาวด้านหลังมีปีกค้างคาวเล็กอยู่ด้วยแต่จุดที่ไลเบียร สนใจที่สุดคือเครื่องประดับรูปไม้กางเขน สีเงินและมีอัญมณีสีแดงอยู่ตรงกลางไม้กางเขนที่ติดอยู่ตรงกลางชุดของเด็กคนนั้น ซึ่งไลเบียรเคยเห็นมันมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว มันคือ  The Blades of the Rose Cross นั้นเอง

             "ไม่จริงน่า...รึว่าเด็กคนนี้คือ...ลูซเต้งั้นเหรอ"

              ลูซเต้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็ตกใจแล้วจึงรีบลุกขึ้นมาอย่างเร็ว

              "ว๊ะ ฮะ ฮะ ฮ่า~~!! นี่มันเป็นแค่การแสดงตบตาแค่นั้นแหละ!! เอ๋!!! น้ำมะเขือเทศของฉันทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ"

               "เอ่อ...คือเมื่อกี้เธอวิ่งตัดหน้าพวกเราน่ะ ขอโทษนะคะ"

               "หืม? นี่ฉันเป็นคนวิ่งตัดหน้าพวกเธอเหรอ? ช่วยไม่ได้น้างั้นฉันก็ฝ่ายผิดสินะเนี๊ย อืม อืม.." ลูซเต้พูดพึมพำๆพร้อมกับพยักหน้าไปมาซักพักหนึ่ง

                 "เอ่อ...คือว่า" ไลเบียรไม่รู้จะทำยังไงดีในเมื่อคนที่กำลังตามหาอยู่นั้นได้ยืนอยู่ตรงหน้า

                 "ว๊ะ ฮะ ฮะ ฮ่า!!! ขอโทษละกันนะ! ฉันผิดเองแหละที่ไม่ดูทางให้ดีน่ะเพราะมัวแต่ดีใจที่ได้น้ำมะเขือเทศมาน่ะฉันชอบน้ำมะเขือเทศ มากๆเลยล่ะนะ แต่เอ๊ะ...ทำไมเธอถึงแต่งชุดแบบนั้นล่ะ?" ลูซเต้เกิดอาการสงสัยขึ้นมาว่าทำไมไลเบียรถึงแต่งกายไม่เหมือนคนในหมู่บ้านเลย
                  
                 "คะ...คะ...คือว่า...ฉันเป็นนักเดินทางน่ะคะ พอดีเห็นหมู่บ้านนี้อยู่ในระหว่างการเดินทางจึงมาพักที่นี่สักพักน่ะค่ะ!!" แย่แล้วสิ..
ถ้าขืนพูดออกไปว่าจะมาชิง The Blades of the Rose Cross จากเธอตรงๆล่ะก็มีหวังได้นองเลือดแน่ๆเลย แต่ว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ได้ล่ะ ไลเบียรคิดแบบนั้น

                 "อื้อ!! เป็นยังงั้นหรอกเหรอ? ฉันนึกว่าเป็นคนที่ฝ่าฝืนกฎของฉันน่ะสิ"

                 "กฎงั้นเหรอคะ?" ไลเบียรสงสัยจึงตอบไปแบบนั้น
                       
                  "ว๊าา ฮะ ฮ่ะ ฮ่า!! ใช่แล้วล่ะ เพราะฉันคือ 1ใน8สาวกของกลุ่ม RKS [RK 005] ท่าน ลูซเต้ ทอยเบอร์ ยังไงล่ะ!! ว๊า  ฮะ  ฮ่ะ ฮ่าและกฎของที่นี่น่ะนะ คือถ้าใครในหมู่บ้านแพ้เกมส์ที่ฉันเป็นคนสร้างขึ้นมาจะต้องใส่ชุดบิกินี่ตลอดชีวิตถ้าใครฝ่าฝื่นกฎของ ท่านลูซเต้ ผู้นี้จะต้องถูกทำลายเกาะลอยฟ้าให้ถล่มลงมายังไงล่ะ ว๊า ฮะ ฮ่ะ ฮ่า..."

                 "นี่สินะ! เหตุผลที่จะทำสงครามกับจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์น่ะ" เสียงของเธียรได้แทรกเข้ามา

                 ไลเบียรกับลูสเต้ได้หันหน้าไปทางที่เสียงของเธียรที่พูดออกมา ทันใดนั้นเองลูสเต้รีบบินพุ่งเข้าไปหาเธียรทันที ซึ่งทำให้ไลเบียร
ไม่ทันรู้ตัว เธียรยื่นแขนออกแล้วเตรียมที่จะใช้ ซีเลคอาวิล

                 "ว้าววว!!! เธียรนี่นา!!" ลูซเต้พุ่งเข้ากอดเธียรทันทีและใช้หน้าถูๆไปหน้าอกของเธียร

                 "ว้าย~~!! ทำอะไรของเธอเนี้ยลูซเต้!!"

                 "ว้าว!! ไม่เจอกันตั้งนานหน้าอกใหญ่ขึ้นนะเนี๊ย!!" ลูซเต้รีบไปที่ด้านหลังของเธียรแล้วยื่นมือมาบีมที่หน้าอกของเธียร เหมือนบีม
ลูกโปร่งที่นุ่มนิ่มอย่างทะนุถนอม

                 "อ๊าง~~! อย่านะ...อย่าบีมตรงนั้นน้า!!"

                 "เอ๋~~~? ครั้งนี้แปลกจังเลยน้า เธียรที่ฉันรู้จักถ้าเจอเรื่องแบบนี้แล้วจะรีบผลักฉันแล้ววิ่งหนีไปนี่นา แต่ทำไมรอบถึงยอมล่ะ?"

                 "อึ๊ก!!?? เรื่องแบบนั้น..."

                ภาพความจำของเธียรที่ก่อนหน้านี้เธอก็เคยโดนทำเรื่องแบบนี้เช่นเดียวกันแต่มันหนักว่านี้อีก เมื่อตอนที่บุกขึ้นไปที่หอคอยวิจัยอาวุธเวทมนต์ The Research Tower นั้นเอง ถ้าคนที่อ่านมาจากบทที่ 3 มาแล้วคงนึกภาพได้         

                "โธ่!! พอได้แล้วยัยโลลิซัคคิวบัส!!" เธียรได้ผลักลูซเต้ออกแล้วรีบวิ่งไปหาไลเบียรทันที

                "คุณไลเบียร ไม่เป็นอะไรนะคะบาดเจ็บ..ไม่สิ ถูกทำอะไรลามกๆรึป่าวคะ?"

                "อะ...เอ่อ ไม่เลยค่ะ ถะ...ถ้าฉันถูกทำแบบนั้นจริงๆ ฉันร้องไห้ไปนานแล้วค่ะ แฮะ...แฮะ..แฮะ"

                "เฮ้อ ยังงั้นเหรอคะ ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย"      

                "นี่! ฉันไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอกน่าเพราะว่าฉันไม่มีรสนิยมชอบพวก "อกแบน" หรอกนะ และอีกอย่างนะยัยหัวชมพูนั้นน่ะ  "อกแบน" จนไม่มีที่จะให้บีบเลยด้วยซ้ำ ตกลงว่าเธอน่ะไม่ใช่ว่าเป็นผู้ชายหรอกเหรอ ทำไมถึงได้ "แบน" ซะขนาดนั้น"

                อกแบน อกแบน อกแบน เสียงของลูซเต้ที่พูดว่า อกแบน นั้นได้เข้าไปอยู่ในหัวของ  ไลเบียร  ตลอดอย่างไม่ขาดสายเลยคำพูดนั้นทำไห้หญิงสาวที่ได้ฉายาว่า"มิโกะแห่งทวยเทพ" ช็อกแบบว่าเหมือนถูกการโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่หยุุด ยื่นนิ่งแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
แบบว่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นี่สินะที่เค้าเรียกว่า สงครามประสาท

                 "ฮืก...ฮึก...ฮือ~~~~~~~!!" ไลเบียรร้องไห้ออกมา

                "โหดร้ายมาก!! บังอาจมาแย่งคำพูดก่อนที่ฉันจะพูดได้ยังไงเนี๊ย" ลิลลี่ตะโกนออกมา   

                 "แง~~~~~~!!!" ไลเบียรร้องไห้หนักกว่าเดิม มิหน่ำซ้ำช่วงจังหวะที่ไลเบียรกำลังร้องไห้ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักแต่นั้น
มันไม่ใช่ฝนธรรมดามันคือ "ฝนกรดมรณะ" ถ้าจำไม่ผิดนะช่วงการร่ายคาถาเวทมนต์นี้รู้สึกว่าช่วงท่อนแรกจะเป็น "น้ำตาแห่งเทพธิดา" ในใจ
ส่วนลึกของไลเบียรคงกำลังคลุ่มคลั่งอยู่จึงกลายเป็นท่อนที่สอง "เทพเมฆาคลุ้มคลั่ง"

                  "ละ...ไลบิส..ไลบิสน่ะ...พยายามแล้วนะคะแต่มันไม่ยอมใหญ่ขึ้นเลย" ไลเบียรพูดชื่อของตัวเองออกมาผิดเพราะกำลังสะอึกหลังจากหยุดร้องไห้ได้ซักพัก และนั้นก็คือท่อนที่สาม "ไลบิสสตรัม" เพราะท่อนนี้ไม่จำเป็นต้องพูดให้ครบมันก็จะส่งผลออกมาทันที


                 เม็ดฝนที่ส่งผลให้กับผู้ที่ถูกฝนนั้นจะปวดแสบปวดร้อนและมีการโจมตีดั่งเหมือนการถูกต่อย เธียร ลิลลี่ และลูซเต้ รีบเข้าไปหลบในโกดังเก็บของและคว้าแขนของไลเบียรให้เข้ามาด้วย แต่คนในหมู่บ้านที่ไม่รู้เรื่องอะไรนั้นโดน ฝนกรดมรณะ เข้าไปเต็มๆ บางคนก็วิ่งหลบฝนทัน บางคนก็สลบคาที่

                "หว๋ายย~~ เอาเรื่องนะเนี๊ย ฝนแบบนี้มันอะไรกันเนี๊ย" ลูซเต้ได้พูดออกมา

                "เอาล่ะลูซเต้ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า" เธียรทำหน้าตึงเครียด

                 "หืม?"

                 "ที่ฉันมาหาเธอที่นี่เพื่อจะมาชิง The Blades of the Rose Cross ของเธอยังไงล่ะ เพื่อที่จะหยุดสงครามระหว่างจอมเวย์ กับ
จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ ที่กำลังจะเกิดขี้นยังไงล่ะ"

                  "เอ๋~~~!! หยุดสงครามนี้งั้นเหรอ แบบนั้นก็อดเล่นเกมส์สนุกน่ะสิ"

                  "เกมส์เหรอ?" ทำหน้างงๆ

                 "อืม... ลุซเต้ไม่รู้หรอกนะว่าสงครามมันคืออะไรน่ะ แค่รู้ว่าลูซเต้เป็นฮีโร่ที่คอยกำจัดศัตรูที่ชั่วร้ายที่ชื่อว่าจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์"

           
                  จริงสิ!! ถึงแม้ว่าลูสเต้จะยังเป็นเด็กแต่พละกำลังของเธอนั้นเยอะกว่าเราอีกด้วย แต่ปัญหามีอยู่ว่ายัยซัคคิวบัสโลลินี่ ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเกมส์กับความเป็นจริง งั้นก็แปลว่าถ้าเราท้าแข่งเกมส์กับเธอ ก็จะไม่มีใครโดนลูกหลงจากการแข่งครั้งนี้ เพราะว่าถึงมันจะเป็นเกมส์ก็จริง แต่ว่าเกมส์ที่ลูซเต้เป็นคนออกแบบมันขึ้นมาล่ะ มันก็คือสนามรบที่แท้จริงของเรา แถมสิ่งที่จะเดิมพันไว้สำหรับลูซเต้ก็คงแค่จะเอาน้ำมะเขือเทศเท่านั้น แต่ความเป็นจริงถ้าเราแพ้ผลที่ได้ก็คือ ความตาย

              "งั้นเรามาแข่งเกมส์กันมั้ย? ถ้าฉันชนะเธอ ฉันขอ The Blades of the Rose Cross ของเธอนะ แต่ว่าถ้าฉันแพ้จะเลี้ยงน้ำมะเขือเทศไม่อั้นเลย!! ว่าไงสนใจมั้ย?"

              ลูซเต้ยืนนิ่งเงียบสักพักใหญ่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ มันก็ต้องใช่อยู่แล้วของที่จะเดิมพันนั้นน่ะมันคือเครื่องหมายของกลุ่ม RKS ใครมันจะไปเอาของสำคัญที่สุดแบบนั้นมาแลกกับน้ำมะเขือเทศที่หาซื้อได้ทั่วไปกันล่ะ โธ่...เรานี่คิดอะไรโง่ๆนะ

                "อื้อ! ตกลง"

                "เอ๊ะ!? เมื่อกี้ว่าอะไรนะ" เธียรหันหน้าไปมองที่ลูซเต้แบบงงๆ

                "ฉันบอกว่าตกลงยังไงล่ะ! The Blades of the Rose Cross กับ น้ำมะเขือเศไม่อั้นน่ะ"

                ว้าวว!!! ขอบคุณสวรรดิ์ดีจริงๆที่ยัยนี่มันโง่ แถมยังสนใจแต่เรื่องเกมส์อีกต่างหาก 555+

                "ว๊ะ ฮะ ฮ่ะ ฮ่าาา แต่ว่า...เกมส์ที่จะแข่งนั้นฉันจะเป็นคนกำหนดเองนะ นี่คือเงื่อนไขเกมส์ของฉัน"

                 "ได้สิ ตกลงตามนั้น"
               
                  "OK 'งั้นไปกันเลย!! ไปยังเกาะลอยฟ้า!! ว๊ะ ฮะ ฮ่ะ ฮ่า!!"

                  "เอ๊ะ!? ไปเกาะลอยตอนนี้เลย..." ลิลลี่ยังไม่ทันพูดประโยคสุดท้ายจบ ก็มีแสงวงเวย์ขนาดใหญ่ คลุมทั้งสี่คนแล้วพุ่งขึ้นไปยัง
เกาะลอยฟ้าทันที

                   "หวาาาา~~~~ นี่มันอะไรกันคะเนี๊ย!!" ไลเบียรตะโกนขึ้นมา

                     "ว๊าา ฮะ ฮ่ะ ฮ่า...ตกใจล่ะซี่!! นี่คือเวทมนต์ของฉันเองแหละ"

                   เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ขึ้นมาถึงเกาะลอยฟ้า แต่ภาพที่ทั้งสามคนเห็นนั้นมันเป็นพื้นที่ราบเท่านั้น ไม่มีต้นไม้ ไม่มีสิ่มีชีวิตใดๆเลย
มีเพียงแต่เสาหิน และ เสากังหันลมจำนวนมาก ไลเบียรได้มองลงไปด้านล่างก็เห็นพายุหมุนก่อตัวขึ้นคลุมเกาะลอยฟ้าไว้แต่มองดีๆแล้วมันมี
ใบพัดกังหันลมขนาดมหึมาอยู่ใจกลางด้านล่างของเกาะ

                     "เธียร!! เกาะลอยฟ้าแห่งนี้ไม่ได้มีมาแต่แรกโดยธรรมชาติ แต่มันถูกสร้างขึ้นมาต่างหาก!!" ไลเบียรตะโกนไปหาเธียรสุดเสียง

                      "ว่าไงนะ!! ลูซเต้นี่มันหมายความว่าไง!!"

                      "ว๊า ฮะ ฮ่ะ ฮ่า!!  ถูกต้องแล้วล่ะ เกาะลอยฟ้าแห่งถูกฉันคนนี้สร้างขึ้นมายังไงล่ะ!!" ลูซเต้หัวเราะอย่างสะใจ

                       "เธียร!! ไลเบียร!! เสากังหันลมพวกนั้นกำลังหันมาหาพวกเรา!!" ลิลลี่ตะโกนเพื่อที่จะให้ทั้งสองคนเตรียมรับมือก่อนที่ตัวของลิลลี่เองจะปลิวหายไป
        

                        "ลิลลี่!!"

                        "ว๊า ฮะ ฮ่ะ ฮ่า!! เอาล่ะนะเธียรฉันจะอธิบายกฎให้ฟังน้าา...เธอจะต้องทำให้ท่าน ลูซเต้ ทอยเบอร์คนนี้ เหยียบพื้นของ
เกาะลอยฟ้าให้ได้โดยมีเวลา 1 ชั่วโมง แต่ว่านะ!! จะมีลมที่พัดจากกังหันลมคอยก่อกวนเธอตลอดพยายามอย่าปลิวตกลงไปล่ะถ้าเธอตกลงไป
ถือว่าเธอแพ้ และก็ทุกๆ 10 นาทีเกาะลอยฟ้าแห่งนี้จะค่อยๆร่วงลงข้างล่างอย่างช้าๆ"

                      "ว่าไงนะ!! นี่เธอคิดจะทำลายหมู่บ้านข้างล่างนี้เหรอ!?"

                      "ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้นมันก็ไม่สนุกสิจริงมั้ยล่ะ ตอนที่เธอท้าแข่งเกมส์กับฉันเหมือนกับว่าเป็นเพียงแค่การแข่งเกมส์เล่นเหมือนเมื่อก่อนและเธอก็จะไม่เอาจริง ฉันถึงต้องหาอะไรมากระตุ้นเธอเพื่อที่จะให้เธอเอาจริงยังไงล่ะ และที่สำคัญนะพลังเวทย์ของยัยอกแบนนั้นน่ะ
มันอันตรายจริงๆ แต่ก็นะ การที่จะใช้เวทมนต์นั้นอีกครั้งคงทำไม่ได้อีกแล้วเพราะ  The Blades of the Rose Cross "Liebessturm" นั้นได้ถูก
เธียรชิงไปแล้ว ที่เห็นอยู่ในหมู่บ้านนั้นคงเป็นพลังเวทย์ที่เหลือครั้งสุดท้าย ยังไงล่ะ"

                         "นี่ วางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยคะ!!" ไลเบียรตะโกนออกมา


                         "อึ๊ก!!" เธียรถึงพูดอะไรไม่ออก

                  
                         "อ๊ะ!! จริงด้วยสิเกาะลอยฟ้าของฉันยังไม่มีชื่อเลยนี่นะ งั้นฉันขอตั้งชื่อเกาะนี้ว่า..."

                                 

                          Sleipnir The Flying Fortress!! (ป้อมปราการบิน สเลปไนร์)





To be continued...






                           

                                       

                        

                        


                     

                     
                 
              

            




ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 21-8-2018 07:23 , Processed in 0.030185 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th