เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 894|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 3-2-2016 01:02:27 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 3-2-2016 12:44



Rosenkreuzstilette Grollschwert


บทที่ 1 : อัศวินมารผู้บ้าคลั่ง







    Demon Sword หนึ่งในดาบสองเล่มของช่างตีดาบในตำนานแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้ตีขึ้นมาจากเศษซากกระดูกของคนตายนับไม่ถ้วน ไม่ใช่มีแค่กระดูกของคนตายเท่านั้น แต่ยังมีกระดูกของจอมมาร 'เรย์นาร์ด' ที่ถูกขุดขึ้นมาจากแดนปีศาจที่ถูกกวาดล้างโดย เมไจ โรเซนครูซ และเหล่าจอมเวทย์ ความแค้นของเหล่าปีศาจและวิญญาณของผู้คนที่อยู่ในดินแดนแห่งนั้น ต่างพากันเครียดแค้นเหล่าจอมเวทย์เป็นอย่างมาก วิญญาณของจอมมารเรย์นาร์ดไม่มีความแค้นต่อเหล่าจอมเวทย์จึงเดินทางไปที่นรกเป็นข้ารับใช้ของฮิปนอสตลอดไป ธานาทอสรู้สึกถึงความเครียดแค้นของวิญญาณเหล่านั้นจึงบอกให้ไปสิ่งสู่รวมตัวกันที่กระดูกของเรย์นาร์ดและอีกไม่นานพวกแกทั้งหมดจะได้ชำระแค้นอย่างแน่นอน



     "เฮ้อ~! เหนื่อยเป็นบ้าเลย ท่านหญิงชีเซลล์กับคนอื่นๆ แอบหนีงานไปเที่ยวเล่นที่บ้านของสปิริเธียรเฉยเลย ฉันเองก็อยากไปเหมือนกันน้า!!"กอร์ล่าเดินออกมาจากปราสาทเซฟเฟี้ยนหลังจากเสร็จงานอนุมัติซ่อมแซมปราสาทและเมืองต่างๆ แทนชีเซลล์



     "เห๊อะ! ท่านหญิงชีเซลล์ก็เป็นแบบนี้ตลอดพอมีงานมาให้ทำกองเป็นภูเขาก็แอบหนีไปเทียวเล่นและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันคนนี้... ซอร์เนียร์ก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน ชอบสร้างความวุ่นวายต่างๆ และฉันคนนี้ก็ต้องเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดทีหลัง ทาร์อูเอเล่ก็ชอบแอบไปว่ายน้ำเล่นที่ทะเลสาบดูดวิญญาณนิสัยแอบหนีงานแบบนี้คงจะติดมาจากท่านหญิงชีเซลล์แน่นอน ลูซเต้ก็ช่วยเหลืองานได้ดีไม่น้อย แต่การแต่งตัวของเธอทำให้คนงานต่างพากันของขึ้นและขอกลับบ้านเร็วก่อนกำหนด ไลเบียรก็ทำงานได้ดีเยี่ยมไม่มีปัญหาแต่ยังแก้นิสัยตื่นคนมากมายยังไม่ได้ ซิลเวอร์ยังเด็กเกินไปที่จะให้ทำงานแบบนี้ เจ้าหญิงน้ำแข็งฟลูเดียรจะมาช่วยงานบ้างไม่ช่วยบ้างแล้วแต่อารมณ์ของเธอ เฮ้อ~!สุดท้ายคนที่ต้องแบกรับภาระงานทั้งหมดก็คือฉันยังงั้นเหรอเนี้ย..." กอร์ล่านั่งบ่นอยู่คนเดียวพร้อมถอนลมหายใจแบบเซ็งสุดๆ



      ฮัดชิ๊ว~!!


      ทุกคนที่กอร์ล่าได้พูดนินทราลับหลังต่างพากันพร้อมใจจามออกมาพร้อมกันและมองหน้ากัน เธียร ฮาซึมิ ทามาโมะ ยืนทำหน้างงและหัวเราะเยาะใส่ทุกคนที่จามพร้อมกัน


     "ถ้าฉันคนนี้แข็งแกร่งกว่าททุกคนในกลุ่ม RKS ล่ะก็นะ จะออกคำสั่งให้เข้มงวดกว่านี้ คอยดูเถอะ!!"


     อยากแข็งแกร่งอย่างงั้นเหรอ? เสียงปริศนาดังออกมาจากป่าที่อยู่ด้านหลังของปราสาทเซฟเฟี้ยน กอร์ล่าหันไปมองแต่ก็ไม่พบอะไร คงเครียดกับงานมากและอาจจะหูฟาดไป ตัวเองคิดแบบนั้น


     ถ้าเธออยากแข็งแกร่งกว่าคนพวกนั้น...ก็เดินเข้ามาข้างในป่านี่สิ...เดี๋ยวเธอจะได้รู้... เสียงปริศนาดังขึ้นมาอีกครังและมันดังขึ้นกว่ารอบแรก กอร์ล่ามั้นใจว่าตัวเองไม่หูฟาดแน่นอน เธอจึงเดินตรงเข้าไปในป่าตามหานั้นว่ามันดังมาจากไหน


     "นะ...นี่มัน!?" กอร์ล่าถึงกับชะงักเมื่อได้ไปเห็นดาบเล่มสีดำทมิฬและสีแดงล้อมรอบอยู่ที่ด้านคมของดาบปักอยู่ที่โขดหินและดวงตาสีแดงได้ส่องประกายออกจากตาของรูปสลักหัวกระโหลก


     "ดาบเดม่อนซอร์ดของท่านปู่ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"


     จากเรื่องราวที่ผ่านมาดาบเดม่อนซอร์ดเล่มนี้ได้ถูกใช้โดย ไลมัส เซย์ฟาร์ พาราดินอาวุโสของจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ ได้เสียท่าให้กับผู้คุมความตาย ธานาทอส โดยการใช้ศพของพรรคพวกมารุมกัดกิน ไลมัสไม่ยอมตายด้วยวิธีการที่ขี้ขลาดแบบนี้ พาเมล่าที่ได้สติจากการต่อสู้กับโรฮาน ไปเห็นไลมัสกำลังถูกกัดกิน ชายแก่ได้ขอให้เธอเป็นคนสังหารตนไปพร้อมกับร่างที่ไร้วิญญาณของพาราดินทั้งสาม เธอจึงตัดสินใจ

ปริดชีพไลมัสด้วยดาบ ไวท์ซิลเวอร์ ดาบอีกหนึ่งเล่มที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับเดม่อนซอร์ด ธานาทอสเห็นว่าสู้เธอคนนั้นไม่ได้จึงหยิบอาวุธของพาราดินทั้งสี่แล้วหายเข้าไปในป่า เวลาผ่านไปจนถึงกลุ่มนักโทษกบฎบุกโจมตีมาถึงปราสาทเซฟเฟี้ยน ไอริสได้สั่งให้ธานาทอสเป็นคนจัดการกลุ่มนักโทษกบฎให้หมด แต่ก็เสียท่าให้กับสปิริเธียรและไลเบียรที่ได้อัญเชิญ ฮิปนอส พี่ชายฝาแฝดของธานาทอสขึ้นมาจัดการและดึงกลับลงไปที่นรก ส่วนดาบเดม่อนซอร์ดได้ถูกพลังของฮิปนอสโจมตีจนกระเด็นหายไปและตอนนี้มันตกอยู่ในป่าที่อยู่หลังปราสาทเซฟเฟี้ยนไม่ห่างมากนัก จนกอร์ล่าได้มาพบกับมัน...


    "ถ้าฉันได้ครอบครองดาบเล่มนี้...จะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ...ยังงั้นเหรอ"


    แน่นอน...พลังจะเป็นตัวตัดสินทุกอย่างเอง...เอาสิ ดึงดาบเล่มนี้ขึ้นมาซะสิ กอร์ล่า เซย์ฟาร์


กอร์ล่าไม่รอช้า เธอได้ยื่นมือดึงดาบออกจากโขดหินทันที หมอกควันสีดำได้ฟุ้งกระจายออกมาเป็นกลุ่มเงาคนจำนวนมากเยือนล้อมรอบตัว กอร์ล่าเพิ่งรู้สึกตัวว่านี่คือกับดักแต่ก็สายเกินไป หมอกควันดำขนาดรูปร่างเหมือนปีศาจลอยออกจากดาบและพุ่งเข้าไปในปากพร้อมกับเงาที่ยืนล้อมรอบตัวเธอ หญิงสาวพยายามจะร้องเสียงออกมาแต่เสียงก็ส่งไปที่ถึงคนที่ยืนอยู่ในปราสาท


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า พลังแค่นี้น่ะเหรอ จะมาครอบครองข้าน่ะ...แต่ก็ขอบคุณเจ้ามาก ที่ทำให้พวกเราได้มีร่างที่ต้องการใช้ไปแก้แค้น!


    "อะไรกัน่ะ!? นี่ฉันอยู่ที่ไหน!?" กอร์ล่าที่ร่างเปลือยเปล่าถูกโซ่สีดำที่เต็มไปด้วยเลือดมัดเข้ากับเสารูปกางเขนกลางซากโครงกระดูกที่กองเป็นภูเขาหลายลูก เธอพยายามจะดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่เป็นผล


    "ยินดีต้อนรับสู่โลกปีศาจของพวกเรา" ชายปริศนาสวมชุดคลุมขาดๆ เดินตรงเข้ามาหากอร์ล่า


    "แกเป็นใคร!?"


    "ข้าไม่มีชื่อหรอกนะ เพราะตัวตนของข้าคือความแค้นของดวงวิญญาณพวกนี้น่ะ" ชายปริศนาชี้นิ้วไปข้างบนท้องฟ้าสีม่วงที่มืดคลึ้ม


กอร์ล่าเงยหน้ามองขึ้นไปก็ได้เห็นดวงวิญญาณนับล้านดวงกำลังลอยเข้าไปในแสงสีดำ


     "วิญญาณพวกนั้นจะไปไหนกันน่ะ?"


     "แก้แค้นยังไงล่ะ"


     "แก้แค้น? แก้แค้นอะไรกัน?"


     "แก้แค้นพวกจอมเวทย์และจะฆ่าให้หมดไม่ให้เหลือซักคนยังไงล่ะ"


     "ท่านกอร์ล่า! มาอยู่ที่นี่เองพวกเราตามหาตัวซะทั่วปราสาทเลย อย่าแอบมาอู้งานสิครับ" จอมเวทย์สองคนเดินเข้ามาข้างในป่าเพื่อจะตาม


กอร์ล่ากลับไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยน


     "หา~!? นี่พวกแกเรียกฉันยังงั้นเหรอ?" กอร์ล่าพูดเสียงแข็งและหันหัวไปมองชายหนุ่มสองคนที่กำลังเดินเข้ามาหา


     "ใช่น่ะสิครับ จะมีใครที่ไหนอีก...ล่ะ...ครับ" ชายหนุ่มพูดแต่สิ่งที่เค้ามองเห็นคือร่างของตัวเองกำลังยืนอยู่เหนือหัวของตน ภาพที่ชายหนุ่มที่ยืนด้านหลังเห็นคือกอร์ล่าตะหวัดดาฟันคอของชายหนุ่มที่เดินเข้าไปหาหลุดออกจากบ่าจนเลือดพุ่งออกมาเหมือนน้ำผุ


      "ท่านกอร์ล่า!? นี่ท่านทำอะไรลงไปน่ะครับ!?"


      "หนวกหูน่ารำคาญ ดาบเล่มนี้มันต้องการเลือดให้มากกว่านี้แค่คนเดียวมันยังไม่พอหรอก" กอร์ล่าพูดพึมพำอยู่คนเดียว จอมเวทย์หนุ่มค่อยๆ เดินถอยหลังหนี กอร์ล่าได้เหลือบตาไปมองเห็นด้วยสายตาเหมือนปีศาจกระหายเลือด


      "ดาบเล่มนั้น!? ท่านกอร์ล่าครับ กรุณาทิ้งดาบเล่มนั้นทิ้งไปเถอะนะครับ"


      "ไม่เอาหรอก! ถ้าฉันไม่มีดาบเล่มนี้ก็จะแข็งแกร่งกว่าพวกนั้นไม่ได้น่ะสิ เอ้า! ขอเลือดของนายมาสังเวยให้ดาบเล่มนี้ซะเถอะนะ" กอร์ล่าแสยะยิ้มแล้วเดินตรงเข้าไปหาจอมเวทย์หนุ่มอย่างใจเย็น


      "ยะ...อย่าเข้ามา!" จอมเวทย์หนุ่มยิงพลังลูกไฟโจมตีใส่กอร์ล่าเต็มๆ เสียงระเบิดของลูกไฟทำให้คนในปราสาทตื่นตกใจรวมทั้งคาร์ล ได้พากันวิ่งออกมาจากปราสาทและแยกย้ายกันไปสำรวจ


      "ชิ! เลือดยังไม่พออีกเหรอเนี้ย เห็นทีเราต้องหลบหนีไปก่อนซะแล้วสิ" กอร์ล่าหันไปมองเห็นกลุ่มจอมเวทย์กำลังวิ่งตรงเข้ามาในป่า มือขวาถือหัวใจที่กำลังเต้นพร้อมกับเลือดพุ่งออกมาแล้วเดินหายเข้าไปในป่าพร้อมกับเสียงหัวเราะและได้โยนดาบเล่มเก่าทิ้ง กอร์ล่าตัวจริงที่ถูกดึงวิญญาณลงมากักขังไว้ได้เห็นตัวเองกำลังกัดกินหัวใจสดๆ เหมือนสัตว์ป่า เธอรับไม่ได้กับภาพที่ตัวเองเห็นและได้หลับตาลงพร้อมหยดน้ำตาที่กระเด็นออกมา ชายปริศนาเงยหน้าขึ้นไปมองภาพดังกล่าวแต่ก็ไม่พูดไม่จาอะไรแล้วหันหน้าไปมองกอร์ล่าที่กำลังร้องไห้


    "นะ..นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้นเนี้ย!?" คาร์ลและจอมเวทย์หลายคนยืนดูสิ่งที่น่าขนหัวลุกอยู่ในป่าและได้เห็นดาบของกอร์ล่าตกอยู่ข้างๆ ศพ


    "ดาบของกอร์ล่า? ทุกคนรีบแยกย้ายกันหาตัวเธอเร็วเข้า บางทีตัวคนร้ายอาจจะต่อสู้กับเธออยู่ที่ไหนซักแห่งก็เป็นได้" คาร์ลออกคำสั่งให้จอมเวทย์แยกย้ายกันตามหากอร์ล่า จนเวลาผ่านไป 2 วันก็ไม่มีรายงานการพบตัวกอร์ล่าอีกเลย คาร์ลคิดหนักและยังนึกภาพที่น่าสยดสยองอยู่ข้างในป่า ตัวเองจึงสั่งให้คนในปราสาทเก็บเรื่องนี้เป็นควาบลับสุดยอดและออกคำสั่งตามล่าตัวฆาตกรแบบลับๆ


    จะให้สมาชิกของกลุ่ม RKS รู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด


เวลาผ่านไปอีก 1 วันก็มีเกิดคดีคนในเมืองถูกฆ่าอย่างน่าสยดสยองเหยื่อที่ถูกฆ่าตายแต่ละรายจะไม่เหมือนกัน แต่ที่มันเตะตาของคนในปราสาทเซฟเฟี้ยนคือ เหยื่อทุกรายจะถูกสูบเลือดออกจนหมดและถูกควักหัวใจออกไป รายงานเรื่องนี้ได้หลุดไหลออกไปจนเกิดข่าวลือไปทั่วเมืองต่างๆ ว่ามีฆาตกรกระหายเลือดฆ่าคนไปเยอะ ชาวเมืองของแต่ละเมืองถึงกลับขวัญผวา เวลาตกเย็นก็รีบขนข้าวขนของปิดบ้านทันที


    "อารายกานเนี้ย~! ทำไมเมืองมันถึงมืดและเงียบสนิทอย่างนี้ฟร๊ะ" ชายแก่เดินโซเซอยู่กลางพื้นถนนและมือถือขวดเหล้าโวยวายเสียงออกมา


     "เฮ้ย! ไอ้ขี้เมา! รีบๆ กลับไปบ้านของแกได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนเจ้า 'ฆาตกรกระหายเลือด' นั่นฆ่าหรอก" เสียงชายร่างอ้วนเปิดหน้าต่างบ้านออกมาไล่ชายแก่ขี้เมาให้กลับบ้าน


     "อ๋อ~? ไอ้ข่าวลืองี่เง่าแบบน๊าน~ กูไม่เชื่อหรอกโว้ย~ ได้ยินมาว่าฆาตกรเป็นผู้หญิงนี่น่า~ เด๋วข้าจะจับมันมาเป็นเมียเลยคอยดูเถอะ~!"


     "ขอให้สมพรปากแกนะ ฉันเตือนแกแล้ว" ชายร่างอ้วนปิดหน้าต่างบ้าน ปล่อยให้ชายแก่ขี้เมายืนโซเซพร้อมกับชูนิ้วกลางใส่


     "อื๊ก~! ปั๊ดโธ่~! เหล้าหมด? จะหามันมาได้อีกยังไงฟร๊าเนี้ย ร้านเหล้ามันก็ปิดปายโจนโหมดเล๊ย" ชายแก่ขี้เมาเดินหาร้านเหล้าทั่วเมืองแต่ก็ไม่มีร้านไหนเปิดเลยเพราะกลัวฆาตกรกันหมด ชายแก่เดินต่อไปสักพักก็ได้เห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งเดินโซเซตรงเข้ามา


     "โว๊ว~! เจอพวกเดียวกันแล้ว พี่สาวคนน๊านน่ะ พอจะเหล้าซักขวดให้ฉ้านดื่มบ้างม๊าย?" ชายแก่ตะโกนเสียงออกไป หญิงสาวโยนบางสิ่งบางอย่างให้ชายแก่แล้วเดินหายไปในความมืด ชายแก่ไม่รอช้ารีบวิ่งไปหยิบสิ่งของที่หญิงสาวคนนั้นโยนมาให้และได้ดื่มมันเข้าไปอย่างไม่รอช้า


      "อืก~~? ทำมายเหล้ามันมีรสชาติแปลกๆ ว๊ะเนี้ย? รสชาติยังกะเลือดชิบหาย" ชายแก่มองดูสิ่งที่ตัวเองกำลังถืออยู่ ตาของเค้าเปิดกว้างขึ้นเมื่อได้เห็นมัน


      หะ...หะ...หัวคน!? หัวคนนี่หว่า!? แว๊กกกกก!



      "ฆาตกรกระหายเลือดได้ฆ่าคนอย่างน่าสยดสยอง สูบเลือด ควักหัวใจ !? อะไรกันเนี้ย เพิ่งจะหยุดวันพิพากษาไปไม่นานก็มีตัววุ่นวายโผล่อมาอีกแล้วเหรอเนี้ย!?" ทาร์อูเอเล่อ่านหนังสือพิมพ์แล้วโวยวายเสียงออกมาให้ทุกคนได้ยิน แต่สภาพของแต่ละคนดูไม่ได้เลยเพราะฉลองปาร์ตี้มาตั้ง 3 วัน ไม่ได้หยุดไม่ได้พัก


       "ฮึ่ย~ ยังเมาค้างไม่หายเลย ไหนเอามาดูหน่อยซิ? ฆาตกรกระหายเลือด...บลาๆๆๆ เรื่องแค่นี้เองทำไมคนในปราสาทเซฟเฟี้ยนถึงปล่อยเรื่องมันเลยเถิดมาได้ขนาดนี้กันน้า กอร์ล่าเนี้ย~ ใช้ไม่ได้เลยจริง~" ชีเซลล์อ่านหนังสือพิมพ์เสร็จก็ฉีกทิ้งแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของเธียรเพื่อจะนอนพักต่อ ทาร์อูเอเล่มองดูสภาพแต่ละคนแล้วดูท่าจะไม่ไหวจริงๆ เพราะตัวเธอเองก็ยังเมาค้างอยู่เช่นกันแล้วเดินตามหลังชีเซลล์ไปติดๆ


       "ท่านทามาโมะเจ้าคะ ได้ยินที่สองคนนั้นพูดรึเปล่า?"


       "อื้อ! เต็มสองหูเลยล่ะ" ทามาโมะและฮาซึมิวิ่งมาเก็บเศษกระดาษหนังสือพิมพ์มาต่อกลับคืนใหม่อีกครั้ง


       "หืม~? ฆาตกร...บลาๆๆๆ~ โอ๊ว~! นี่มันเรื่องใหญ่นะเจ้าคะท่านทามาโมะ"


       "พวกพี่ก็เหนื่อยจากการต่อสู้มาไม่นานปล่อยให้พวกเค้านอนพักเถอะ บทนี้! เอ๊ยไม่ใช่สินี่มันภาคใหม่แล้ว ภาคนี้เราทั้งคู่จะได้เป็นตัวเอก ฮาซึมิไปเก็บข้าวของเตรียมพร้อม พวกเราจะไปตามล่ายัยฆาตกรกระหายเลือดนี้กัน"


       "รับทราบเจ้าค่ะ!" ฮาซึมิรีบวิ่งไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนทามาโมะเดินเข้าไปที่ห้องนอนของเธียร ภาพที่เธอเห็นคือเหล่าสาวๆ กลุ่ม RKS นอนรวมกันอยู่บนเตียงนอนของเธียร ฟลูเดียรนอนกอดแขนข้างซ้ายของเธียรส่วนไลเบียรนอนกอดแขนข้างขวา ลูซเต้นอนทับที่ตัวของเธียร ทามาโมะส่ายหน้ากับภาพที่ไม่น่าจะเห็นแล้วเดินตรงเข้าไปหาเธียร


        "พี่คะ...พี่คะ"


        "งืม~ ทามาโมะ...เหรอ พี่ยังเมาอยู่เลยขอนอนต่ออีกสักพักนะ~"


        "พี่คะ น้องกับฮาซึมิจะออกเดินทางไปตามล่าฆาตกรกระหายเลือดกัน น้องจะมาขออนุญาตพี่ไปตามล่ายัยนั้นจะได้รึเปล่า"


        "มีธุระเหรอ?~ จ้า จ้า พี่อนุญาต...แล้วรีบๆ กลับมานะ" เธียรพูดแบบลอยๆ ออกไป แล้วหันหน้าไปซุกหน้าอกของซอร์เนียร์ที่นอนอยู่ด้านบนของหัวที่เธอนอน ทามาโมะหันหน้าไปมองฮาซึมิแล้วยกนิ้วโป้งให้กัน


        "ท่านคาร์ลครับ มีคนรอดชีวิตหลังจากได้เจอกับฆาตกรกระหายเลือดครับ!" หน่วยข่าวกรองวิ่งเข้ามาหาคาร์ลที่กำลังคุยธุระกับกราฟอยู่ข้างในห้องส่วนตัว


        "ท่านกราฟ!? ขออภัยด้วยครับ ผมไม่ทราบว่าท่านก็อยู่ในห้องด้วย"


        "ไม่เป็นไร ดูจากสีหน้าของเจ้าท่าทางจะเป็นเรื่องด่วนมาก ว่ามาเลย" คาร์ลพยักหน้าให้คนของหน่วยข่าวกอง


        "คนที่รอดจากฆาตกรกระหายเลือดคือ ชายแก่ขี้เมาคนหนึ่งที่กำลังเดินโซเซอยู่กลางเมือง แต่ชาวเมืองรู้ว่าฆาตกรได้มาที่เมืองนี้จึงรีบเก็บข้าวของปิดบ้านก่อนฟ้าจะมืด ชายแก่คนนี้ไม่เชื่อกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงเดินไปมารอบเมืองจนเจอกับตัวฆาตกร"


       "เจ้านั้นพอจะบอกรูปประพันสันฐานของตัวฆาตกรได้รึเปล่า" คาร์ลถาม


       "ครับ! ฆาตกรเป็นผู้หญิงตรงตามที่ข่าวลือว่าเอาไว้ เธอผมยาวสีม่วงและสวมชุดเกราะสีดำผสมม่วง มือซ้ายพันด้วยผ้าพันแผลพร้อมกับดาบขนาดใหญ่ที่ดูน่าเกรงขาม เดินโซเซหายเข้าไปในเงามืดครับ"


       "ฆาตกรได้เดินผ่านเมืองนั้นไปนานแค่ไหนแล้ว"


       "29 ชั่วโมงก่อนครับ"


       "มันคงจะไปได้ไม่ไกล สั่งให้หน่วยลาดตระเวนคอยติดตามมันไปและอย่าให้ข่าวนี้ไปถึงหูของสมาชิกกลุ่ม RKS เด็ดขาด!"


       "ทราบแล้วครับ!" จอมเวทย์ประจำหน่วยข่าวกรองรีบวิ่งออกจากห้องทันที กราฟเหลือบตาไปมองหน้าคาร์ลเพราะพอจะรู้ว่าตัวจริงของฆาตกรกระหายเลือดคือใคร


       "ขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดเถอะนะครับ นายท่าน" คาร์ลเดินออกไปจากห้องพร้อมกับสีหน้าที่ตึงเครียด


        ทางด้านทามาโมะและฮาซึมิที่หวังจะเอาบทบาทเด่นของนิยายภาคนี้ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ทั้งสองได้เดินทางไปยังเมืองที่ฆาตกรได้ผ่านเมืองไปไม่นานและสอบถามข้อมูลต่างๆ จากคนในเมือง


       - น่ากลัวมากเลยเค๊อะ เดี๊ยนได้ข่าวว่าฆาตกรจะมาที่เมืองนี้ ก็ได้จัดหนักกับสามีแทบทุกคืนกลัวว่าจะไม่ได้จัดหนักกันอีกต่อไปซะแล้ว -


       "อ่า~ ค่ะ... "


       - มันโหดเหี้ยมมากเลยยัยหนู ดูสิ! ข้าวของที่บ้านฉันพังไม่เหลือชิ้นดี -


       - ไอ้แก่! นี่แกไปหม้อสาวยังไม่พอ เด็กตัวเล็กๆ ก็ยังไม่เว้นนะ - ภรรยาเจ้าของบ้านปาข้าวของใส่ กระจัดกระจายไปทั่วบ้าน


       "นี่สินะเจ้าคะ ฆาตกรที่ว่า!?"


       ชาวเมืองได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ข้อมูลที่ได้มาล้วนแต่เป็นเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น เพื่อจะได้เป็นตัวละครเด่นของภาคนี้ ทั้งสองคนจึงไม่ยอมแพ้ที่จะถอยแล้วเดินทางสืบหาข้อมูลต่อไป กลุ่มชายปริศนาประมาณ 5 คน ได้แอบติดตามทั้งสองคนไปอย่างเงียบและเว้นระยะห่างให้มากที่สุดเพราะรู้จัก เด็กสาวทั้งสองคนเป็นอย่างดี


      "ท่านทามาโมะ นี่มันก็มืดค่ำแล้วนะคะ ข้อมูลที่เราได้มามันไม่ได้ชี้ไปตัวฆาตกรกระหายเลือดเลยซักนิด"


      "เอาน่า~ การติดตามตัวฆาตกรมันไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไปหรอกนะ เพื่อที่จะได้เป็นตัวเด่นของภาคนี้ก็อย่ายอมแพ้ เพราะฉันได้ไปอ่านหนังสือแนวไขคดีปริศนามาเรื่องหนึ่ง ฉันจะต้องแน่กว่าเจ้าเด็กผู้ชายสวมแว่นคนนั้น"


      "เอ๊ะ!? ใครล่ะนั้น!?" ฮาซึมิกำลังจินตนาการภาพเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ทามาโมะรีบใช้มือปัดความคิดนั้นทิ้งทันที


      "อย่าคิดภาพแบบนั้นจะดีกว่านะ เดี๋ยวนิยายเรื่องนี้จะโดนฟ้องร้องเอานะ!" (ทามาโมะแจ๋วไปเลย! รักเธอที่สุด!)


      "เด็กผู้หญิงสองคนนั้น ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เธอทั้งสองคนเป็นคนของกลุ่ม RKS ไม่ใช่เหรอครับ?"


      "ดูท่าทางจะมาตามตัวฆาตกรกระหายเลือดแน่ๆ จะให้ไปขวางพวกเธอมั้ยครับ"


      "อย่าเพิ่ง! ลองดูสีหน้าของทั้งสองคนให้ดีๆ สิ"


      "ใบหน้าแบบนั้นเหมือนตัวละครร้ายที่จะแย่งบทเด่นของนางเอกเลยนะครับ"


      "อ้อ~! ยังงั้นเองเหรอ ยัยเด็กเปี๊ยกสองคนนั้นจะแย่งงานพวกเรายังงั้นล่ะสินะ มีคู่แข่งเข้าให้แล้วสิ~" กลุ่มชายปริศนาได้รู้ที่มาของทั้งสองคนที่ออกตามหาตัวฆาตกร จึงถอยหลังกลับออกมาแล้วเดินหายไปในเงามืด


      "ฮาซึมิรีบแอบเร็วเข้า!" ทามาโมะได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในป่า ทั้งสองรีบแอบเข้าไปหลบในพุ้มไม้


      "ผู้หญิง? ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงเดินเข้ามาในป่ามืดๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ"


       "ฮาซึมิ...เธอได้กลิ่นอะไรแปลกๆ รึเปล่า"


       "ข้าน้อยไม่ได้ตดนะเจ้าคะ!"


       "ไม่ใช่! ฉันหมายถึงกลิ่นที่ลอยมาจากผู้หญิงคนนั้นต่างหาก"


       "เอ๊ะ!? กลิ่นนี้มันกลิ่นเลือดนี่คะ!?"


       "อ่า...มาได้เวลาพอเหมาาะเลยนะเนี้ย" เด็กสาวทั้งสองคนจับตามองไปที่หญิงสาวปริศนาและสะกดรอยตามไปจนถึงบ้านร้างหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางป่า หญิงสาวปริศนาเดินเข้าไปข้างในและปิดประตู


      "เจอรังของมันเข้าให้แล้ว ถ้าจัดการยัยฆาตกรนั้นได้ล่ะก็ คริ คริ" ทามาโมะนึกภาพตัวเองตอนจับตัวฆาตกรส่งไปให้ปราสาทเซฟเฟี้ยนและเธียรก็เดินมากอดพร้อมกับพูดชม ส่วนฮาซึมินึกภาพตัวเองกำลังยืนหัวเราะและมีกลุ่ม RKS นั่งคำนับเธอพร้อมกับพูดว่า 'ท่านเทพจุติ!'


      "ต้องขอบคุณยัยเปี๊ยกสองคนนั้นที่ทำให้พวกเราตามตัวยัยฆาตกรกระหายเลือดจนมาถึงรังของมันน่ะ" กลุ่มชายปริศนาได้แอบอยู่ด้านหลังของเด็กสาวทั้งสองคนและเตรียมจะบุกเข้าไปในบ้านร่างหลังนั้นทันที


      "จะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ บุกเข้าไปซึ่งๆ หน้ากับมันเลยสิยะ" ทามาโมะยิงลูกไฟจิ้งจอกทำลายประูทางเข้าจนพังพินาศ กลุ่มชายปริศนาถึงกับเหงือตกหน้าเมื่อแผนการที่เตรียมการเอาโดนทามาโมะเปิดงานก่อนซะเอง


      "ยัยเด็กบ้านั้นเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ มีใครที่ไหนบุกทำลายประตูทางเข้าเสียงดังแบบนั้นกันเล่า! แบบนี้ตัวฆาตกรมันก็รู้ตัวน่ะสิ!?" กลุ่มชายปริศนาได้แต่จับตามองเด็กสาวทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้านอย่างไม่เกรงกลัว


      "อี๋~! กลิ่นเหม็นเน่านี่มันอะไรกันเนี้ย!?" ทามาโมะพูดพร้อมกับเอามือปิดจมูก


      "สัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตหนึ่งจุดอยู่ข้างบนบ้านเจ้าค่ะ" ตั้งแต่ฮาซึมิได้พลังของเทพเข้ามาก็ได้พลังสัมผัสรับรู้สิ่งมีชีวิตรอบข้างในระยะ 10 เมตรได้ และบอกตำแหน่งให้ทามาโมะได้ทราบ


      "อื้ม! งั้นแปลว่าที่บ้านหลังนี้ไม่มีอะไรนอกจากยัยฆาตกรนั้นสินะ" ทามาโมะหยิบพัดออกมาจากแขนเสื้อแล้วกางมันออกมาและชี้ไปที่บันไดของบ้าน ทั้งสองคนจ้องหน้าและพร้อมใจเดินขึ้นไปข้างบนบ้านพร้อมกัน


       งั่ม ง่ำ ง่ำ ง่ำ ~ !


เสียงเคี้ยวขนมปังดังออกมาจากข้างในห้องมุมสุดของบ้าน ทามาโมะและฮาซึมิเดินตรงเข้าไปในนั้นก็ได้เห็นหญิงสาวคนนั้นกำลังนั่งเคี้ยวขนมปังอย่างหิวโหย เธอสวมผ้าคลุมขาดๆ ที่เลอะไปด้วยเลือด ฮาซึมิขักดาบสั้นออกมาแต่ทามาโมะห้ามเอาไว้และเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้น


      "เห๋~? นึกว่าจะกินแต่เลือดและหัวใจของคนอย่างเดียวซะอีกนะ" ทามาโมะพูดและพับพัดชี้ไปที่ซากศพคนตายที่นอนกองกันอยู่ข้างๆ หญิงสาวปริศนาคนนั้น


      "ฉันอยู่รอดได้อยู่แล้วกับการได้ดื่มเลือดและกินหัวใจของมนุษย์ แต่ร่างกายนี้ยังต้องการสารอาหารอีกมากพอสมควร ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้นล่ะก็ จะโดนเจ้าของร่างนี้โวยวายเอาน่ะสิ" หญิงสาวกลืนขนมปังลงไปและได้ตอบกลับมาได้น้ำเสียงที่เยือกเย็น


     "ทำไมแกต้องฆ่าคนพวกนี้ด้วยล่ะ?"


     "ทำไมน่ะเหรอ? เพราะฉันต้องการเลือดมาปลุกพลังให้ดาบเล่มนี้ยังไงล่ะ" หญิงสาวปริศนาหยิบดาบออกมาปักที่พื้นให้ทั้งสองคนเห็น


     "ดาบเล่มนั้นมัน...ดาบเดม่อนซอร์ดของธานาทอสนี่!?" ฮาซึมิพูดแทรกเข้ามา


     "โห๊ว~! รู้จักด้วยเหรอ? แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย" หญิงสาวลุกขึ้นและดึงดาบขึ้นมา ทามาโมะรู้สึกถึงจิตสังหารที่พุ่งออกมาจากหญิงสาวคนนั้นและรีบวิ่งไปหาฮาซึมิทันที


       บรึ้ม!!

      เสียงระเบิดดังออกมาจากในบ้านจนทำให้กลุ่มชายปริศนาสะดุ้งตกใจและเห็นเด็กสาวทั้งสองคนกระเด็นตกลงมาจากชั้นสองของบ้าน


      "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยัยหมาน้อยตัวนี้สัญชาตญาณดีเยี่ยมจริงๆ ถ้ายัยนั่นไปช้าแค่ก้าวเดียวล่ะก็ ร่างของแกแหวกครึ่งสองซีกไปนานแล้ว" หญิงสาวปริศนาเดินลงมาจากชั้นที่สองของบ้านและเดินตรงเข้ามาหาทามาโมะและฮาซึมิที่นอนบาดเจ็บอยู่นอกบ้าน


      "จะให้พวกเราไปช่วยยัยเปี๊ยกสองคนนั้นมั้ยครับ!"


      "ไม่ต้อง! ยัยเปี๊ยกสองคนนั่นไม่ใช่คนธรรมดาหรอกนะ โดนแค่นั้นไม่เป็นอะไรหรอก"


      "แต่ว่า...ตัวฆาตกรกระหายเลือดเตรียมที่จะฆ่าเธออีกครั้งนะครับ" ชายหนุ่มในกลุ่มชี้ไปที่หญิงสาวปริศนากำลังยกดาบโจมตีอีกครั้ง


      "ฟ้าก็เริ่มมืดมากแล้ว มองไม่เห็นหน้าของมันเลย!"


      "หยุดอยู่แค่นั้นแหละยัยฆาตกร!" ฮาซึมิตะโกนเสียงออกมาจนทำให้หญิงสาวปรฺิศนาหยุดเดินทันที


      "ไอ้เส้นพวกนี้มันอะไรกันน่ะ?" เส้นใยมากมายได้ถูกตึงเอาไว้ทั่วทิศทาง ฮาซึมิยื่นมือออกมาและเดินตรงเข้าไปหาทันที


      "เส้นใยพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาพิเศษ มันมีความทนทานเป็นอย่างมากและมีพิษร้ายแรงเคลือบไว้อีกด้วย ถ้าขืนแกขยับไปมากกว่านี้ล่ะก็ จะโดนตัดขาดเป็นชิ้นๆ ไม่รู้ด้วยนะ อีกทั้งพิษที่เคลือบไว้มันจะออกฤิทธิ์ทันทีเมือเส้นใยบาดแกเข้า"


      "เฮ่ย...ยัยนินจาเปี๊ยกนั่นเจ๋งเป็นบ้า ดูสิ! ยัยฆาตกรไม่ยอมขยับไปไหนเลย"


      "หึ หึ หึ หึ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ~!!"


      "หัวเราะอะไรของแกมิทราบ"


      "เส้นใยของแกน่ะ มันถูกตัวขาดตั้งแต่เดินเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วยังไงล่ะ" หญิงสาวปริศนาพูดจบ เส้นใยมากมายค่อยๆ คลายตัวออกมาและสลายหายไป ฮาซึมิถึงกลับชะงักและทำอะไรไม่ถูก


      "ฉันได้กลิ่นถึงความกลัวที่อยู่ในจิตใจของแก"


      "ฮาซึมิรีบถอยออกมาจากยัยนั้นเร็วเข้า!!" ทามาโมะตะโกนเสียงให้ฮาซึมิถอยออกมา แต่ดูเหมือนฮาซึมิจะถูกสะกดไม่ให้ขยับไปไหน


      "ขะ...ขาขยับไม่ได้เจ้าค่ะ" ฮาซึมิตอบกลับพร้อมกับตัวสั่น


      "Demon Fear(เดม่อนเฟียร์) พลังที่จะทำให้เป้าหมายตกอยู่ในสภาพความหวาดกลัวของตัวผู้ร่าย คนที่โดนพลังนี้เข้าจะมีอาการหวาดกลัวเป็นอย่างมากและขยับตัวไปไหนไม่ได้ตามที่ใจสั่ง ยิ่งเป้าหมายมีความกลัวตั้งแต่แรกมันยิ่งจะทำให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น เอาล่ะ! ขอเลือดของเธอไปล่ะนะ ยัยมนุษย์ครึ่งเทพ..." หญิงสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฮาซึมิพร้อมกับดาบที่เตรียมจะแทงเข้าไปในร่างกาย ลูกไฟปริศนาได้ลอยออกมาจากป่าจนทำให้หญิงสาวปริศนารีบใช้ป้องกันทันที ทามาโมะได้ใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปและขยายมือตัวเองให้ใหญ่ขึ้น ต่อยหญิงสาวปริศนากระเด็นเข้าไปในบ้านร้าง


      "พวกเธอสองคนรีบหนีไปจากที่นี่เร็วเข้า!" กลุ่มชายปริศนาถอดผ้าคลุมออกและวิ่งออกมาจากป่า


      "จอมเวทย์แห่งปราสาทเซฟเฟี้ยน ทำไมพวกนายถึงมาอยู่ที่นี่"


      "ไม่มีเวลามาพูดคุยแล้ว รีบพายัยนินจาเปี้ยกนั้นหนีออกไปจากที่นี่ซะ ทางนี้พวกเราจะจัดการเอง"


      "ขะ...เข้าใจแล้ว!" ทามาโมะรีบอุ้มฮาซึมิแล้ววิ่งหายเข้าไปในป่า ปล่อยให้จอมเวทย์ทั้ง 5 คน ยิงพลังลูกไฟโจมตีเข้าไปในบ้านร้างจนพังพินาศพร้อมกับไฟที่กำลังลุกไหม้


      "ได้ผลมั้ย!"


      "ไม่รู้ว่ะ...แต่ฉันเชื่อว่ามันต้องตายแน่ๆ"


      "ไอ้พวกจอมเวทย์เศษสวะ...จงตายไปซะ" เสียงปริศนาดังออกมาจากเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ คลื่นสีม่วงได้พุ่งออกมาจากเปลวไฟฟันจอมเวทย์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนร่างขาดครึ่ง


      "บ้าน่า!? โดนไปขนาดนี้ มันไม่เป็นอะไรเลยเหรอ!?" หัวหน้ากลุ่มได้พูดออกมาและมองดูลูกน้องของตนถูกฟันจนร่างขาดเป็นชิ้นๆ ไปที่ละคน


      "หัวหน้าช่วยผมด้วย!! อ๊ากกก!!" ลูกน้องคนสุดท้ายได้ถูกดาบแทงเข้าไปที่กลางหลังจนทะลุและร่างกายถูกสูบเลือดจนผอมแห้งสลายหายไป เหลือเพียงแต่หัวหน้ากลุ่มคนเดียวเท่านั้นที่ยังเหลือรอด


      "ปีศาจ...แกมันปีศาจชัดๆ"


      "ถูกต้อง! ฉันคนนี้แหละคือปีศาจที่ถูกพวกแกกวาดล้างไปยังไงล่ะ" แสงของไฟที่กำลังลุกไหม้ได้ส่องแสงให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวปริศนา จนหัวหน้าของหน่วยลาดตระเวนถูกกับชะงักเมื่อได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของฆาตกรกระหายเลือด


       "ทะ...ท่านคือ...อ๊ากกกก!!" หัวหน้ากลุ่มยังไม่ได้เอ่ยชื่อของตัวฆากรก็ได้ถูกฟันเข้าไปที่กลางหัวจนเลือดสาดกระเด็นไปพร้อมกับไขสมองกระจายไปทั่ว


       "แย่ชะมัด! ดันปล่อยให้เหยื่อตัวใหญ่หนีรอดไปได้ซะนี่ น่าเสียดายชะมัด" หญิงสาวเดินหายเข้าไปในป่าและปล่อยให้ศพของจอมเวทย์นอนตายล้อมรอบบ้านร้างที่กำลังลุกไหม้


       ส่วนทางด้านทามาโมะได้พาตัวฮาซึมิเข้ามาในเมืองและวิ่งเข้าไปหลบในซอยที่ลับตาคนและพยายามเรียกสติให้กลับคืนมาจนเวลาผ่านไป 15 นาทีฮาซึมิเริ่มได้สติกลับคืนมาแล้วหมดสติไป


      "โดนเวทย์เล่นงานจิตใจเข้าไปเต็มๆ เลยเหรอเนี้ย คงต้องปล่อยฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแล้วค่อยถามเธอละกัน" ทามาโมะแบกฮาซึมิขึ้นหลังแล้ววิ่งตรงเข้าไปยังโรงแรมที่ยังเปิดให้บริการอยู่


     "หน่วยลาดตระเวนที่ได้ส่งไปแกะลอยตามฆาตกรกระหายเลือดถูกฆ่าตายไปจนหมดเลยครับ!" หน่วยข่าวกรองวิ่งมารายงานให้คาร์ลฟัง


     "ถูกฆ่าตายหมดเลยยังงั้นเหรอ!? แบบนี้พวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าตัวจริงของฆาตกรเป็นใครน่ะ"


     "ก่อนที่พวกเค้าจะถูกฆ่าตายหมด ก็ได้ส่งข่าวมาว่ามีเด็กผู้หญิงสองคนได้ติดตามตัวฆาตกรเช่นเดียวกับพวกเราครับ"


     "เด็กผู้หญิงสองคนนั้นเป็นใครกันล่ะ?"


     "จิ้งจอกเก้าหาง ทามาโมะ โนะ มาเอะ กับอดีตนินจาแห่งสำนักเงามิฬ ฮาซึมิ อามาโนะ ครับ!" คาร์ลได้ฟังชื่อของทั้งสองก็ถึงกับเหงือตกและลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที


    เด็กสองคนนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่นะ ให้ตายเถอะ!





     แกร๊ก!! แกร๊ก!!


     เสียงโซ่ที่มัดตัวกอร์ล่ากำลังพยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่เป็นผล ชายปริศนาได้แต่นั่งมองดูตลอดเวลาไม่พูดไม่จาอะไรและปล่อยให้

กอร์ล่าทำแบบนั้นต่อไป


     "อย่าฆ่าคนไปมากกว่านี้เลย ฉันขอร้องล่ะ หยุดเถอะนะ!"


     "ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะตอนนี้ดาบเดม่อนซอร์ดได้ดื่มเลือดไปเยอะพอสมควรแล้ว สงสัยคงได้เวลากวาดล้างจอมเวทย์แล้วล่ะ"


     "ถ้าเรื่องกวาดล้างพวกนั้นมันเป็นฝีมือของ เมไจ โรเซนครูซ จริงๆล่ะก็พวกเราได้สังหารเค้าไปแล้วและยังกลับชาติมาเกิดอีกในร่างเด็กผู้หญิงที่ชื่อ ไอริส เซฟเฟี้ยน พวกเราก็จัดการเธอไปแล้วอีกเช่นกัน ทำไมพวกแกถึงยังเครียดแค้นพวกเราอยู่อีกล่ะ!?"


     "ก็ไมรู้สินะ ข้าไม่ได้เป็นคนตัดสินใจซะด้วยสิ วิญญาณพวกนั้นต่างหากที่เป็นคนตัดสินใจน่ะ" ชายปริศนาเดินจากไปและหายเข้าไปในเศษซากโครงกระดูก


      "บัดซบเอ๊ย!" กอร์ล่าตะโกรเสียงดังลั่นไปทั่วแดนปีศาจ



      "อ๊ะ...อืม..."


      "ตื่นแล้วเหรอฮาซึมิ"


      "ท่านทามาโมะ? นี่ข้าน้อยสลบไปนานแค่ไหนเหรอเจ้าคะ?"


      "1 วันเต็มเลยล่ะ เพราะเธอโดนยัยฆาตกรกระหายเลือดนั่นเล่นงานจิตใจเข้าน่ะ"


      "ต้องรีบไปบอกทุกคนแล้วเจ้าค่ะ" ฮาซึมิพยายามที่จะลุกออกจากเตียงนอน


      "อ๊ะ! อย่าเพิ่งขยับตัวสิ"


      "ไม่ได้เจ้าค่ะ เรื่องนี้ต้องรีบไปบอกคนของกลุ่ม RKS ให้รู้เจ้าค่ะ"


      "ทำไมถึงรีบร้อนแบบนั้นล่ะ ฆาตกรกระหายเลือดคนนั้นเป็นใคร ทำไมเธอถึงต้องรีบไปบอกพวกพี่เธียรล่ะ"


      "ตัวจริงของฆาตกรกระหายเลือด คือสมาชิกกลุ่ม RKS อัศวินมาร 'กอร์ล่า เซย์ฟาร์' เจ้าค่ะ!!"


      "ว่ายังไงนะ!!"


      "มีคำยืนยันเข้ามาแล้วครับท่านคาร์ล ตัวจริงของฆาตกรกระเลือดไม่ได้เป็นที่ไหนเลยครับ"


      ตัวจริงของฆาตกรกระหายเลือดคือ กอร์ล่า เซย์ฟาร์ ไม่ผิดแน่ครับ!











——————— To Be Continued ———————






     พูดคุยกันท้ายบทกับเสียงกระซิบจากเบื้องบน (L)



     สวัสดีคร้าบผมเลย์ครับผม! หลังจากทำนิยายเรื่องนี้จบภาคแรกไปแล้วก็ก่ะว่าจะไม่ทำภาคต่ออีกแล้ว ผมจึงใส่ชื่อของภาคเสริมและภาคสองลงไปที่ท้ายบทอวสานของ Rosenkreuzstilette บทที่ 29 Judgment Day (บทจบ) ไปแล้วก็เถอะนะ พอดีว่าผมไปทานข้าวที่โรงอาหารของมหาลัยและได้ยินนักศึกษากลุ่มหนึ่งเค้าคุยกันเล่นๆ และหนึ่งในนั้นนั่งจดจ่อไปที่โทรศัพท์และพูดออกมาว่า นิยายเรื่องโรเซนครูซอะไรซะอย่าง(เพราะเค้าอ่านท่อนหลังไม่ถูก)อวสานแล้ว เจ้ากระทู้ได้ทิ้งชื่อภาคเสริมและภาคสองเอาไว้และพิมพ์ว่า 'ทำต่อดีมั้ยน้อ' แต่ก็ไม่กล้าตอบความคิดเห็นไปเพราะไม่มีคนตอบเลยซักคนตั้งแต่บทที่ 1 แล้ว อยากให้เค้าทำภาคเสริมและภาคสองต่อให้จบจังเลย น่าเสียดายจัง ผมได้ยินคำพูดนี้เข้าไปทั้งสองหูเลยครับ แค่มีคนพูดแค่คนเดียวแบบนี้ก็ทำให้ผมอยากทำภาคต่อขึ้นมาอีกครั้งจนได้ Rosenkreuzstilette Grollschwert มายังไงล่ะ




     สำหรับภาคนี้จะเป็นเนื้อเรื่องหลักของตัวละครตัวหนึ่งแต่มันจะต้องทำให้เหมือนกับภาคแรกทั้งหมดเลย แค่เปลี่ยนจาก เธียร เป็น กอร์ล่า(จาก Rockman ก็ต้องมี Zero) ผมจึงคิดใหม่ว่าลองให้กอร์ล่าเป็นตัวร้ายของภาคเสริมนี้ดูล่ะมันจะเป็นยังไงกันนะ เพราะภาคสองกอร์ล่าจะได้รับบทเป็นตัวร้ายอยู่แล้ว เพราะไปจับดาบเดม่อนซอร์ด ผมจึงดึงออกมาจากภาคสองมาอยู่ในภาคเสริมนี้ซะเลย เพราะภาคสองจะมีตัวละครใหม่มาอีกเยอะ



     ขอขอบคุณนักศึกษาคนนั้นที่ทำให้ผมมีกำลังใจทำภาคเสริมนี้ขึ้นมาได้และแน่นอนรวมทั้งผู้อ่านทุกคนด้วยและผู้ใหญ่ใจดีของผม Thaizeed ที่ให้ลงกระทู้นิยายตามที่ต้องการ ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายเรื่องนี้ครับผม











ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 21-10-2018 23:35 , Processed in 0.091405 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th