เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1811|ตอบกลับ: 2

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1318
  • Money: 2051
  • Tz: 1327
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4600
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 21-2-2016 18:07:17 |แสดงโพสต์ทั้งหมด




The Last Man in the World!? ผมคือผู้ชายในโลกคนสุดท้าย!?


บทที่ 7 : อาร์คบิชอปจากต่างโลก






        "โรโรโนอา โลโซ , มาครับ ~ ชิโมะมุระ ซุยกะ , มาค่ะ ~ กุ๊กกิ๊ก ดี ฟุตฟิต , มาครับผม" เสียงของอาจารย์ประจำชั้นกำลังเช็คชื่อนักเรียนในห้องทีละคนๆ ฉันหันหน้าไปมองโต๊ะอีกหนึ่งตัวที่อยู่หลังสุด ถ้าจำไม่ผิดที่นั่งตรงนั้นเป็นที่นั่งของเพื่อนร่วมชั้นอีกหนึ่งคน แต่ทำไมอาจารย์ถึงมองข้ามไป และไม่สนใจเลยว่าเจ้าของที่นั่งตรงนั้นเป็นใคร


       "อริสา....อริสา นันฐภัทร..."


       "อ๊ะ!? มาค่ะ! มาค่ะอาจารย์"


       "เป็นอะไรรึเปล่า? เห็นนั่งเหม่อลอยไปที่โต๊ะตัวนั้นน่ะ?"


       "มะ...ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ"


       "อืม...เอาล่ะ งั้นหมดเวลาการสอนเพียงเท่านี้ ไปพักเที่ยงกันได้"


       "นักเรียกทำความเคารพ~"


        ขอบคุณครับ / ค่ะ


       "น็อต....น็อต"


       "โอ๊ะ! อริสา!? แปลกจังแฮะ ที่เธอเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับฉันแบบนี้น่ะ มีอะไรเหรอ?"


       "เรย์นาร์ดเขาหายไปไหนเหรอ? ทำไมเค้าถึงไม่มาเรียนล่ะ"


       "เรย์นาร์ด? ใครเหรอ?"


       "อ้าว? ก็เพื่อนร่วมห้องของพวกเราไง ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหลังสุดและเค้าก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของนายด้วยไม่ใช่เหรอ?"


       "ขอโทษจริงๆ นะอริสา เราไม่เคยมีเพื่อนสนิทที่ชื่อเรย์นาร์ดเลย"


       "ไอ้น็อต! รีบออกมาได้แล้ว เดี๋ยวไปแข่งเตะฟุตบอลไม่ทัน"


       "เออๆ งั้นขอตัวไปก่อนนะ"


       "อืม..." ไม่เข้าใจเลย ทำไมทุกคนถึงลืมเรย์นาร์ดไปจนหมดเลยล่ะ? จริงสิ! เค้ามีพี่สาวฝาแฝดอยู่นี่นา ลองไปหาเธอก็แล้วกัน ฉันเดินไปที่อาคารฝั่งตรงข้ามเพื่อจะไปหาพี่เลเน่


       "หา? เลเน่เหรอ? ห้องของพวกเราไม่มีคนชื่อเลเน่นะ" รุ่นพี่ห้องเดียวกันกับเธอก็ตอบว่าไม่รู้จัก เธอคนนั้นเค้าโด่งดังในหมู่นักเรียนหญิงในโรงเรียนนี่นา ทำไมทุกคนถึงลืมตัวตนของเธอไปล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


       "อริสา ครูว่าเธออาจจะเคลียดกับการเรียนมากไปนะ ไปนอนพักหน่อยก็ดีนะ"


       "ครูเช็คดูรายชื่ออย่างละเอียดแล้วนะ ไม่มีนักเรียนที่ชื่อ เรย์นาร์ดกับเลเน่ เลยนะ"


       ฉันจะต้องรู้ให้ได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถามคนอื่นๆ ไปก็ไม่มีใครรู้จักพวกเค้าทั้งสองคนเลยซักคน มีอยู่ทางเดียว ต้องไปหาพวกเค้าที่บ้าน ฉันตัดสินใจเดินไปที่บ้านของทั้งสองคน แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะว่าบ้านที่เรากำลังจะตามหามันไม่มีเลย มีเพียงแค่พื้นที่ดินโล่งๆ แถมยังว่างเปล่าอีกด้วย


       ตรื๊ด~ ตรื๊ด~ เสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากกระเป๋า ฉันหยิบมันออกมาแล้วดูว่าใครโทรมา


       "คุณพ่อ..."


       ปิ๊บ! ฉันกดรับ


       - เฮ้ย! อยู่ที่ไหนของแกน่ะห๊า นี่มันเย็นมากแล้วนะ รีบกลับมาบ้านได้แล้ว! -


       "หนูกำลังจะกลับอยู่ค่ะ อีกเดี๋ยวใกล้จะถึงบ้านแล้ว..."


       - ก่อนจะมาถึงบ้าน ซื้อเหล้ามาให้ฉันด้วยนะ -


       "เอ๊ะ!? เมื่อวานก็ซื้อให้แล้วนี่คะ ทำไม..."


       - หนวกหู! รีบๆ ซื้อมาให้ฉันซะ! ฉันเป็นพ่อของแกนะรู้มั้ย! - คุณพ่อพูดจบ ก็วางสายทิ้งทันที ฉันหยิบซองเงินออกมาจากกระเป๋าและนับดูว่ามีเหลือเท่าไหร่


       "เงินรางวัลทุนการศึกษาใกล้จะหมดแล้ว จะไปหางานทำก็ไม่ได้ เพราะวุฒิการศึกษายังไม่ถึงด้วย จะทำยังไงดี..." ฉันเดินเข้าไปในร้านค้าและซื้อเหล้ามา 2 ขวด และเดินกลับบ้าน


       "อะไรว๊ะ!! ซื้อมาแค่ 2 ขวดเหรอห๊า!! แค่นี้มันไม่พอหรอกนะเฮ้ย!!" พ่อของฉันหยิบขวดเปล่าแล้วขว้างมาใส่ฉัน


       "เงินของหนูใกล้จะหมดแล้วนะคะ ถ้าคุณพ่อยังทำตัวแบบนี้มีหวัง..."


       "หา? ฉันทำตัวยังงี้มันทำไม...?" คุณพ่อยื่นหน้าเข้ามาใกล้และทำตาดุใส่ฉัน


       "ปะ...เปล่าค่ะ" ฉันหลบหน้าหนีเค้าและเอามือขึ้นมาปิดจมูก เพราะเหม็นกลิ่นเหล้ามาก


       ฉันอยู่บ้านกับคุณพ่อเพียงแค่สองคน ส่วนคุณแม่ท่านก็เสียไปตั้งแต่ฉันยังเด็กมาก พอคุณแม่เสียไป พ่อก็เลยว่าฉันว่า 'การที่แม่ซึ่งร่างกายอ่อนแอต้องตาย เพราะครอดแกออกมา' หลังจากนั้นเค้าก็เตะต่อยฉันทุกวันโดยไร้เหตุผล เวลาที่ฉันโดนซ้อมหนัก ก็มีพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่งแอบเข้ามาในห้องของฉัน พวกเค้าพกกล่องยามาด้วยและรักษาบาดแผลที่โดนคุณพ่อตบตี ฉันมองหน้าพวกเค้าและร้องไห้ออกมา หลังจากนั้นฉันก็แอบตามพี่น้องคู่นั้นมาโดยตลอด จนผ่านไปหลายปีฉันก็ได้มาเข้าโรงเรียนเดียวกันกับพวกเค้าและได้อยู่ห้องเดียวกันกับแฝดคนน้องด้วย แต่ตอนนี้พวกเค้าทั้งสองคนหายสาบสูญไปและไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเค้าเคยมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้


       "อริสา...เฮ้ย! อริสา" ฉันสะดุ้งตกใจ


       "คะ...ค่ะ!? มีอะไรเหรอคะ..."


       "ฉันขอดูซองเงินของแกหน่อยสิ"


       "ไม่ได้ค่ะ นี่คือเงินทุนการศึกษาของหนูนะคะ" ฉันรีบเอากระเป๋าสะพายไปซ่อนไว้ข้างหลัง


       "กูบอกให้มึงเอาออกมาให้ดูไง ยัยเด็กบ้านี่" ฝ่ามือของคุณพ่อได้ฟาดเข้ามาที่ใบหน้าของฉันอย่างแรง จนฉันล้มลงไปนอนกับพื้น เค้ากระชากกระเป๋าออกจากตัวฉันแล้วค้นเอาของใช้ต่างๆ ออก แล้วหยิบซองเงินของฉันขึ้นมา


       "สี่...ห้า...หก...โอ้โห!? มีตั้งหกพันแน๊ะ! เท่านี้ก็ได้ดื่มเหล้าสมใจอยากแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


       "ไม่ได้นะคะ!! นั้นเงินทุนการศึกษาที่หนูไปแข่งชนะมานะคะ คืนหนูมาเถอะค่ะ ขอร้องล่ะ!!" ฉันรีบวิ่งไปกอดขาของเค้าและอ้อนวอนขอซองเงินนั้นคืน


       "หนวกหูโว้ย! ไปไกลๆ ตีนกูซะไป!!" เค้าเตะเข้าที่หน้าท้องของฉันกระเด็นไปกระแทกกับผนังบ้าน


       "อุ๊ก~! แค่ก แค่ก แค่ก"


       "โอ๊ว~ แกเองก็...ใกล้เป็นสาวแล้วซะด้วยสิ"


       "อะ...เอ่อ..." มือของเค้าได้ยื่นมาจิกหัวของฉันแล้วยกขึ้นมา


       "ฉันตัดสินใจใหม่ได้แล้ว...เอาแกมาเป็นเมียดีกว่า" เค้าดันหัวของฉันเข้ามาจูบและยกตัวฉันสูงขึ้นจนเท้าแตะไม่ถึงพื้น


       "อุ๊บ!! อื้อ อื๊อ~! ฮ๊า!!...อะไรกันเนี้ย!? คิดจะทำอะไรคะ..." ฉันรีบหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้เค้าจูบฉันได้และพยายามจะดิ้นให้หลุด  แต่เค้าก็ทุ่มฉันลงพื้นและนั่งทับ


       "อ๊า!! อย่า! อย่านะ!!" ฉันตะคอกเสียงใส่แล้วถูกมือของเค้าปิดปากเอาไว้


       "อย่าตื่นเต้นน่า...เดี๋ยวก็ถูกฆ่าทิ้งซะหรอก" ฉันได้ยินเค้าพูดออกมาแบบนั้นแล้วเลิกขัดขืนเค้า ฉันปล่อยให้เค้าเลียแก้มและสอดมือเข้ามาข้างในเสื้อเพื่อจะบีบหน้าอก


       "อย่างนั้นล่ะ! เชื่อฟังแบบนี้แหละ..."   


       "อ๊า~ อย่าบีบ... อ๊าง~!"


       ก๊อก ก๊อก ก๊อก . . . ก๊อก ก๊อก ก๊อก . . . ก๊อก ก๊อก ก๊อก . . .


      "โธ่เอ๊ย! หนวกหูเป็นบ้า ใครว๊ะ?" พ่อลุกขึ้นจากตัวฉันแล้วเดินออกไปจากห้อง แต่เค้าก็ได้ยืนหน้าเข้ามาพูดกับฉัน


        "อย่าคิดจะหนีล่ะ ถึงยังไง...ก็ไม่มีที่ไหนให้แกไปหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า" คุณพ่อเดินออกไปและหัวเราะออกมา

       "ฮือ ฮือ ฮือ อึ๊ก! หนี...ต้องหนี...ไปจากทีนี่แล้ว" ฉันคว้าซองเงินแล้ววิ่งไปเปิดหน้าต่าง แต่คงไม่ไหวเพราะตัวเราตอนนี้อยู่บนชั้นสอง ถ้าอย่างนั้น ต้องใช้ประตูหน้าแล้ววิ่งออกไปเลยดีกว่า

       "อุ๊ยตายจริง!? มีลูกสาวด้วยเหรอคะเนี้ย" เสียงของผู้หญิงปริศนาดังขึ้นมาจากด้านหลัง ฉันรีบหันหน้าไปก็ได้เห็นคุณพ่อกำลังถูกแขวนคออยู่ข้างตัวผู้หญิงคนนั้น เธอคนนั้นผมยาวสีแดง สวมชุดโกธิคโลลิต้า มือขวาถือร่มส่วนมือซ้ายกำลังตรึงเชือกสีแดงที่กำลังรัดคอคุณพ่อ

       "ถูกเห็นเข้าแบบนี้คงจะปล่อยให้หนีไปไม่ได้...ไออ้อนบลัดไมเด้น" เชือกสีแดงที่กำลังรัดคอคุณพ่อ ได้รวบรัดไปทั่วร่างของเค้าจนกลายเป็นรูปทรงเหมือนมัมมี่แล้วบีบจนเละ เลือดได้สาดกระจายไปทั่วทางเดินในบ้าน ส่วนตัวฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งเงียบและเริ่มออกอาการสั่นขึ้นมา

       "ว้าว~ เห็นภาพที่น่ากลัวแบบนี้ แต่ไม่ร้อง 'กรี้ด' ออกมาเลย แต่ก็สะดวกดีนะ ฉันจะได้ฆ่าคุณแบบไม่ต้องส่งเสียงร้องออกมาน่ะ คิก คิก คิก" ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้และยืดเขี้ยวของตัวเองออกมา

       "เลือดของคุณคงจะหอมหวานเหมือนหน้าตานะคะ คิก คิก คิก" เธอคนนั้นเริ่มเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันรีบหลับตาและนึกภาพพี่น้องฝาแฝดคู่นั้น

       "ช่วยฉันด้วย...เรย์นาร์ด..."

       "หืม? เมื่อกี้คุณเรียกชื่อใครออกมาคะ?" หญิงสาวคนนั้นชะงักแล้วพูดออกมา

       "ช่วยฉันด้วย!! เรย์นาร์ด!!" ฉันตะโกนออกมาซะสุดเสียง จู่ๆ ก็มีหนังสือเล่มสีดำโผล่ออกมาจากชั้นหนังสือ แล้วส่องแสงออกมา

       "ร้ายกาจไม่เบาเลยนะคะ ที่คุณสามารถเดินทางมายังโลกใบนี้ได้เหมือนกับฉัน" เสียงของเด็กผู้หญิงดังออกมาจากข้างในหนังสือ

       "ฮึ่ย!! ตัวเกะกะโผล่หัวออกมาแล้ว!!" ฉันยืนดูหญิงสาวผมแดงกำลังยืนมองแสงที่กำลังส่องออกมาจากหนังสือเล่มนั้น สักพักก็มีเด็กผู้หญิงผมสีทองปรากฎตัวออกมา เธอสวมผ้าคลุมสีขาวและมีปีก 6 ปีก พร้อมกับถือคฑารูปกางเขนสีทอง

       "ฉันมาตามตัวคุณกลับไปที่อัลเทมิสล่าเวิร์ดค่ะ องค์หญิงแวมไพร์ ลำดับที่ 5 ลิกซ์ รีฟาร์เทียร์ สการ์เลต"

       "ขนาดแปลงกายเป็นท่านพี่ฟิวเลียร์ก็ถูกมองออกแล้วเหรอเนี้ย เธอนี่มันน่าขยะแขยงในสายตาของฉันจริงๆ" ร่างของหญิงสาวผมแดงได้เปลี่ยนไปเป็นเด็กผู้หญิง เธอสวมชุดซิสเตอร์สีดำและมัดผมทรงหางม้า

       "จะยอมกลับไปโดยดีหรืออยากจะสู้กับฉันคะ?"

       "ต่อสู้กับพระเจ้าอย่างเธอเนี้ยนะ คงไม่ไหวหรอก งั้นฉันขอกลับไปดีกว่า" เด็กผู้หญิงที่สวมชุดซิสเตอร์เดินเข้าไปในแสงที่ส่องออกมาจากหนังสือแล้วหายไป ส่วนเด็กผู้หญิงผมสีทองก็ได้เดินเข้ามาหาฉันและยิ้มให้

       จะมากับฉันมั้ยคะ คุณอริสา?



        "อืม...เช้าแล้วเหรอเนี้ย...แย่ล่ะ ดันกลายร่างเป็นผู้หญิงซะก่อน อดอาบน้ำรอบเช้าเลยเรา หืม...?" ใต้ผ้าห่มของผมเหมือนอะไรขยับอยู่ข้างใน ผมคิดว่าน่าจะเป็นคาริน เพราะนิสัยของเธอชอบมานอนมุดใต้หน้าห่มผมประจำเหมือนตอนอยู่ที่โลกเก่า

      "ไม่ไหวเลยน้า คารินเนี้ยว~!" ผมเปิดผ้าห่มดูข้างใน

       "งืม...งืม~ ...ท่านเรย์นาร์ด ...อีกนี๊ดนึงน้า~ ( ̄ω ̄)"

       "เลส!? Σ( ̄ ̄)" ไหงยัยแม่ชีผี ถึงมานอนซุกใต้โปงเดียวกับเราฟ่ะ!? นี่มันเรื่องนรกจกเปรตอะไรกัน หรือว่าเรากับเลส จะล้ำเส้นกลายเป็นคู่ขาเล่นท่าออกกำลังกายตอนดึกซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จักเบื่อซะแล้ว!?

       [ฉากรบบนหลังม้ากลางคืนเปลี่ยว] (ภาพในหัวของพระเอก)
        กึบกับ กึบกับ ~
       "อ๊า~ อ๊าง! สุดยอดไปเลยค่ะ อ๊าง~"
       "จะเร่งความเร็วแล้วนะจ๊ะ นั่งให้ดีๆ ล่ะ"
      
       กึบกับ กึบกับ กึบกับ กึบกับ กึบกับ~!!!
       "อ๊าง~! ท่านเรย์นาร์ด *ฉันจะเสร็จแล้วค้า~~~อ๊าง~~~~!!"
       (*ฉันจะเสร็จแล้วคืออะไร? คนที่อ่านโดจิน H เค้าจะรู้กันดี พวกเด็กน้อยที่ไม่เข้าใจอะไร ไปปรึกษาพ่อกับแม่ หรือพี่ที่กำลังคบกับแฟนอยู่ซะนะ หุหุหุ)


         "อ๊ะ! จริงสิ นึกออกแล้ว เมือคืนเลสเอาจิ๊กซอว์เข้ามาเล่นในห้อง แล้วถามว่าจะมาเล่นต่อจิ๊กซอว์ด้วยกันมั้ย เราก็เลยอยู่เล่นด้วยจนดึกดื่นค่อนคืน..." อะไรกัน...ไม่เห็นมีอะไรในกอไผ่สักหน่อย เรย์นาร์ดเปล่าทำอะไรสักนิด(เล่นเอาใจหายหมด)

       ก๊อก ก๊อก ก๊อก !
       "คุณเรย์นาร์ดคะ เช้าแล้วค่ะ" เสียงนั้นมันคุณเอลนี่!? ชิบหายแล้ว...!

       "เลส! ตื่นเร็วเข้า! เลส!! รีบตื่นแล้วไสหัวไปให้พ้นๆ เดี๋ยวนี้เลย" ผมเขย่าตัวเลสเพื่อจะให้เธอตื่น

       "คุณเรย์นาร์ด...ค๊ะ!? Σ( ° △ °|||)" ไม่ทันแล้ว คุณเอลนี่เปิดประตูเข้ามาแว้ว~~

       "สะ...สถานการณ์แบบนี้!?...แถมกำลังฉีกเสื้อของคุณเลส!?...นี่คุณเรย์นาร์ดกำลังคลั่งเหรอคะ!?"

       "หา?
Σ( ̄ ̄)"

       "คุณเรย์นาร์ดคะ! ดิฉัน..." ทำไมสีหน้าที่ดูเหมือนนางฟ้าของเราค่อยๆ เปลี่ยนไปล่ะ แถมยังมีแสงออร่าสีดำโผล่มาอีก ตายแน่...ตายแน่ๆ

       "ดิฉัน...ไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ! ขอสู้ตายถวายชีวิตค่ะ!" คุณเอลนี่ถอดเสื้อผ้าออก เหลือไว้แค่ชั้นในแล้ววิ่งขึ้นมาบนเตียง... โอ๊ว! แม่เจ้า!!! นี่คุณเอลนี่เค้าเก็บกดมาก ก็เลยระเบิดมันออกมาเลยเหรอ!? (หน่มน๊มใหญ่มว๊าก!!)

       "สะ! สู้ตายถวายชีวิตอะไร!? ผมไม่รู้เรื่อง...แต่ยังไงก็ใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะครับ ผมไหว้ล่ะ...!
\( ≧ 3 ≦ )/"

       "เข้าใจแล้วค่ะ...
( ̄﹏ ̄)" คุณเอลนี่สวมเสื้อผ้าคืนพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ

       "เอ้า! คุณเลสก็รีบตื่นเถอะค่ะ"

       "ม่ายอาว~ เค้ายังอยากนอนต่ออ่ะ...
( ̄ε(  ̄)" เลสยื่นแขนมากอดเอวผม

       "อ๊า!! คุณเลสขี้โกงนี่คะ! น่าอิจฉาเกินไปแล้ว! แบบนี้ฉันเองก็ยอมแพ้ไม่ได้ค่ะ!
(@口@)" คุณเอลนี่ก็เข้ามากอดเอวผมอีกคน ไอ้เราก็ดีใจอยู่หรอกนะ...แต่ว่า...

       "โฮ้ว~ ดูท่าทางสนุกกันใหญ่เลยนี่นา พี่สาวคนนี้ขอเข้าไปเล่นด้วยคนจะได้รึเปล่า?
( ‵  ▽  ′ )" สายตาของพี่สาวผมกำลังจ้องดูพวกผมอยู่หน้าประตู สายตานั้นมันเหมือนผีจูออนที่กำลังเตรียมจะเข้าไปหักคอคนที่อยู่ในบ้าน

       "นี่พวกคุณ...ตื่นกันได้แล้ว! ทั้งสองคนเลย!" ผมผลักคุณเอลนี่กับเลสตกลงไปจากเตียง

       "อะ...โอ้ย เจ็บจัง...วะ  ว้าย~!!" คุณเอลนี่ค่อยๆ ลุกขึ้นแต่ก็ยังถูกเลสนอนทับตัวเอาไว้ แถมยังเอามือมาบีบหน้าอกของเธออีกด้วย

       "ดะ! เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณเลส! อย่าจับที่แปลกๆ สิคะ"

       "งืม~ ไม่เห็นต้องรังเกียจรังงอนขนาดนี้เลยนี่นา"

       "คุณเลสตื่นแล้วสินะคะ! ตื่นแล้วจริงๆ ใช่มั้ยคะ!" ผมยืนมองทั้งสองคนกำลังน่อมแน๊มกัน แล้วนึกภาพตอนที่คุณฟิวเลียร์เข้ามาคุยกับพวกเราตอนนั้น

       ~"ดิฉันจะยอมฝากเด็กคนนี้ไว้กับพวกคุณ แต่เลสเป็นปีศาจ หากคิดจะให้เธออยู่เคียงข้างด้วยจริงๆ ไม่ช้าคุณเรย์นาร์ดก็จำเป็นต้องทำสัญญานายบ่าวกับเลส เหมือนที่คุณได้ทำกับเอมิเลีย ดังนั้น...จงปกป้องเลสให้ดีนะคะ..."~ อ่า...เข้าใจแล้วล่ะครับคุณฟิวเลียร์ ผมจ้องมองไปที่เลสกำลังยิ้มแย้มแล้วกอดคุณเอลนี่เหมือนกับว่าเธอเป็นเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง พี่สาวที่ยืนอยู่ด้านหลังผมยิ้มให้แล้วเดินลงไปที่ชั้นล่าง

       "คะ! คุณเรย์นาร์ดค้า! ช่วยด้วยค่า~
( ̄ ̄)" คุณเอลนี่ยื่นมือเข้ามาหาผมและร้องไห้ออกมา มันทำเอาผมสะดุ้งโหยงเลย ท่าทางบ้านหลังนี้คงจะมีเสียงโหวกเหวกแบบนี้ไปสักพักล่ะนะ

       "เรย์! พี่จะไปที่วิหารเอเลน่ากับคาริน นายจะไปด้วยรึเปล่า" พี่สาวตะโกนเสียงขึ้นมาจากชั้นล่าง

       "ไม่ล่ะ ถ้าผมไปเดี๋ยวจะไปแกล้งด่ายัยพระเจ้าฝึกหัดนั่นร้องไห้อีก ผมขอผ่านละกัน"

       "อ่อ...งั้นเหรอ งั้นพี่กับคารินไปก่อนนะ" ผมยื่นมือออกจากห้องแล้วโบกมือไล่


       ในที่สุดก็มาถึงบทพูดของฉันซะที~! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตั้งแต่บที่ 1 แล้ว...มันแทบจะไม่มีบทบาทให้ฉันออกมามีบทพูดเป็นของตัวเองเลยซักครั้ง แต่ฉันก็ทนได้และโอกาสนี้ก็ได้มาถึงแล้ว...ว๊ะ ฮ่ะ ฮ๊า!!

        "พี่เลเน่ รอหนูด้วยซี่" คารินตะโกนเสียงมาหาฉันและรีบสวมรองเท้า

        "รออยู่แล้วน่า ไม่ต้องรีบวิ่งมาแบบนั้นก็ได้" คารินวิ่งเข้ามากอดแขนฉัน

        "หมู่นี้ทำแบบนี้บ่อยจังนะ เธอน่ะ..."

        "ก็ไม่ได้เจอพวกพี่มาตั้ง 3 ปีเลยนี่นา"

        "จริงเหรอ?"


        "จริงสิ"  

        "วันนี้ก็ทำตัวขี้อ้อนอีกแล้วนะ คารินเนี่ย"

        "อื้อ!"

        ฉันกับคารินก็ได้เดินมาถึงวิหารเอเลน่า แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะมีคนมายืนออกันอยู่หน้าวิหาร ฉันเดินเข้าดูใกล้ๆ ก็ได้เห็นพรมทางเดินยาวลงมาจากข้างบนฟ้าและมีวงแหวนเวทย์ลอยอยู่ข้างบน ฉันเหลือบตาไปเห็นมิลที่เป็นคนคอยกันไม่ให้คนเดินเข้ามาข้างในพรมทางเดิน

       "มิล ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?" ฉันเดินเข้าไปถาม

       "อ๊ะ!? เรย์เนส! ไม่ใช่สิ คุณเลเน่" ดูท่าทางเจ้าน้องชายตัวแสบไปทำเรื่องอะไรไม่ดีเธอคนนี้มาแน่ๆ ถึงทำให้ถูกมองผิดแบบนี้

       "คือว่าท่านเอเลน่าได้ส่งคนลงมาที่นี่ เพื่อจะให้มาเป็นผู้ดูแลวิหารแห่งนี้น่ะค่ะ" มิลเล่าให้ฉันฟัง

       "เอเลน่าน่ะเหรอ ส่งคนลงมาจากสวรรค์น่ะ?"

       "เห็นว่าเป็นสายอาชีพสูงสุดของคลาสนักบวช(พรีส) รู้สึกว่าจะเป็น '*อาร์คบิชอป' ค่ะ"

       *อาร์คบิชอป (Arch Bishop) หรืออัครมุขนายก ชายไทยคาทอลิกเรียกว่า พระอัครสังฆราช เป็นตำแหน่งตำแหน่งการปกครองระดับสูงในบางคริสตจักรที่มีการจัดระเบียบองค์าการแบบอิปิสโคปัล เช่น โรมันคาทอลิก ออร์ทอดอกซ์ แองกิลคัน ถือว่ามีสถานะเหนือกว่ามุขนายก(Bishop) ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือเป็น 'กษัตริย์พระ' นั้นเอง


       "อ๊ะ!? ท่านอาร์คบิชอป 'อลิซาเบธ' ลงมาแล้ว!!" ทุกคนต่างพากันเงยหน้ามองขึ้นไป ก็ได้เห็นเด็กผู้หญิงผมยาวตรงสีดำเข้ม สวมชุดซิสเตอร์ที่เต็มไปรวดรายต่างๆ ที่ไม่เหมือนพรีสหรือไฮพรีสคนอื่นๆ ฉันจับจ้องไปที่ใบหน้าของเด็กคนนั้น

       - ดูเด็กจังเลย...นั่นน่ะเหรอ?...อาร์คบิชอป -

       - ก็บนสวรรค์มีแต่เทพธิดานี่นา มันก็ต้องดูเป็นเด็กอยู่แล้วสิ -

       - ยังงั้นเองเหรอคะ -

       "ผู้หญิงคนนั้นสวยจังเลยนะคะ พี่เลเน่" คารินหันหน้ามาพูดกับฉัน

       "เด็กคนนั้น...เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ? ถ้าจะให้สงสัยก็น่าจะเป็นเธอคนนั้น...ไม่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้..."

       "เป็นอะไรไปคะ พี่เลเน่" คารินยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ หน้าฉัน

       "อะ...เอ่อ ไม่มีอะไรจ๊ะ งั้นเราเข้าไปข้างในวิหารกันเถอะนะ"

        "ค่ะ!"

        สงสัยหน้าตาคงจะเหมือนกันเท่านั้นแหละ ไม่มีทางที่เธอคนนั้นจะมาที่โลกนี้ได้หรอก หาเรื่องดีๆ ไปแกล้งเจ้าน้องชายตัวแสบได้แล้วสิ  หลังจากที่ฉันทำธุระข้างในวิหารเสร็จก็ตรงดิ่งกลับไปที่บ้านแล้วไปเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เจอมา ไปให้เจ้าน้องชายสุดที่รักฟัง

       "ว่าไงนะ! ยัยพระเจ้าฝึกหัดส่งคนมาจัดการผมยังงั้นเหรอ!!" ทำไมมันช่างดักควายได้ง่ายดายเช่นนี้หน๋อ~

       "ใช่แล้วล่ะ เพราะนายไปขู่ซะขนาดนั้น เธอก็เลยส่งคนลงมาจัดการความประพฤติของนายยังไงล่ะ"

       "สาปใไห้ผมเป็นผู้หญิงยังไม่พอ แล้วยังจะส่งคนลงมาคุมความประพฤติผมอีก มันจะมากไปแล้วนะ!" เจ้าน้องชายเดินเข้าไปค้นของออกมาจากกระเป๋า

       "พี่จ๋า กำลังหาอะไรอยู่เหรอ?" คารินเดินเข้าไปถาม

       "เครื่องมือแกะสลักหินยังไงล่ะ...คืนนี้พี่จะไปเปลี่ยนรูปปั้นของยัยนั้น ให้กลายเป็นนางแบบชุดว่ายน้ำ" มันโมโหสุดขีดเลยเว๊ย นี่เราแกล้งหมอนี่แรงไปรึเปล่านะ

       "เอ่อ...พี่ว่าเค้าคงไม่ได้จะมาทำอะไรนายหรอกนะ..."

       "ไม่! ผมจะทนอยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว คืนนี้!...ผมจะบุกเข้าไปในวิหารและจะเปลี่ยนโฉมรูปปั้นนั่นให้การเป็นนางแบบชุดว่ายน้ำ!!" หมอนั้นพูดจบก็วิ่งออกไปจากบ้านทันทีและทิ้งข้อความบอกไว้ว่าจะกลับมาพรุ่งนี้เช้า ซวยแล้วไง~! น้องชายฉ้านมันเอาจริงนี่หว่า

       "ท่านเอเลน่าคะ! นี่กระดาษคำร้องทุกข์ของมนุษย์ผู้ชายที่ชื่อเรย์นาร์ดค่ะ!" เทพธิดาที่เป็นคนจดรีบวิ่งเข้ามาในห้อง

       "จริงเหรอคะ! ขอฉันอ่านหน่อยนะคะ" เอเลน่ารีบคว้ากระดาษแล้วเอามาอ่านอย่างไว

     ~"ยัยพระเจ้าฝึกหัดเอเลน่า กล้ามากนะที่ส่งคนลงมาจัดการฉันน่ะ คราวที่แล้วฉันเยื่อนข้อเสนอไปว่าถ้าไม่ถอนคำสาปให้ภายใน 2 วัน จะเปลี่ยนรูปปั้นเธอให้เป็นนางแบบชุดว่ายน้ำ แต่เธอก็ไม่ยอมถอนให้ ที่ฉันไม่ยอมทำเพราะเกิดสงสารเธอขึ้นมา แต่คราวนี้ไม่มีความสงสารหลงเหลืออีกแล้ว...คืนนี้เตรียมรอดูรูปปั้นของหล่อนในชุดว่ายน้ำได้เลย..."~

       "งะ...ง่ะ Σ( ° △ °|||)"

       "แง~!! เข้าใจผิดแล้วค๊าาาาาา!" สวรรค์ก็ได้สั่นไหวกับเสียงร้องไห้ของเอเลน่าเป็นครั้งที่สอง...



        ค่ำคืนแห่งการลงโทษยัยพระเจ้าฝึกหัดก็ได้มาถึง...ผมแอบเดินเข้าไปในวิหารพร้อมกับเครื่องมือแกะสลักหิน อ๊ะ! ตอนนี้ผมอยู่ในร่างผู้ชายนะ เพราะจะได้มีกำลังใจในการแกะสลักหินได้อย่างเต็มที่

        "ตอนนี้เราคือปีศาจร้าย ต้องใส่หน้ากากซะหน่อย มันถึงจะได้เหมือนซาตานขึ้นมาขู่พระเจ้า" ผมหยิบหน้ากากปีศาจขึ้นมาสวมหัวและหยิบอุปกรณ์แกะสลักออกมาจากกระเป๋า

       "หึหึหึ~! จะเริ่มส่วนตรงไหนก่อนดีน้า..."

        "หมดเวลาที่จะให้เข้ามาในวิหารนี้แล้วนะคะ..." เฮ้ย!? มีคนอยู่ด้วยเหรอวะเนี้ย ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าที่นี่จะมีคนมาคอยดูแลอยู่ด้วย ผมค่อยๆ หันหน้าไปมองอย่างช้าๆ

       "ใครอ่า...มองไม่เห็นหน้าเลย เล่นใส่หมวกคลุมปิดหน้าซะขนาดนั้น ขอดูหน้าให้ชัดๆ หน่อยสิ" ผมตะโกนเสียงออกไป

       "ไม่จำเป็นต้องเปิดให้ดูหรอกค่ะ...เพราะปีศาจอย่างคุณจะต้องหายไปจากวิหารแห่งนี้แล้ว" ปีศาจ? เราเหรอปีศาจ!? เออ...ลืมไปว่าตอนนี้เราใส่หน้ากากปีศาจอยู่

        โฮลี่ ไลท์ ! แสงสีขาวรูปกางเขนพุ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว

       "เอ้ย! นี่เล่นโจมตีใส่ยังงี้เลยเหรอ!" ผมรีบหมอบลงกับพื้นแล้วแสงนั้นก็ลอยผ่านหัวไปอย่างฉิวเฉียด

       "ที่นี่เป็นวิหารที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์คอยป้องกันไม่ให้ปีศาจเหยียบย่างเข้ามา แต่ทำไมมันถึงไม่มีผลกับคุณเลยล่ะ แถมยังโดนโฮลี่ไลท์เข้าไป ถึงแม้จะหลบได้ฉิวเฉียด มันน่าจะต้องร้องเสียงทรมานออกมาสิ" ก็ตูไม่ใช่ปีศาจ...

       "ชิ! ยัยนี่คงจะเป็นอาร์คบิชอป 'อลิซาเบธ' ที่พี่สาวเราเล่าให้ฟังสินะ"

       "โฮลี่ไลท์!!" ยัยอาร์คบิชอปยิงลำแสงเข้ามาใส่ผมเต็มๆ จนเกิดเสียงระเบิดดังออกไปทั่ววิหาร

         บึ้ม!! เลเน่ที่กำลังนั่งรออยู่ด้านนอกวิหารก็สะดุ้งตกใจแล้วหันหน้าไปมอง

       "งานเข้าแล้ว! ไอ้เจ้าน้องชายบ้านั้น มันเล่นระเบิดวิหารเลยเหรอเนี้ย คาริน! ไปตามเอมิเลียกับเลสมาเร็วเข้า!!" เลเน่บอกให้คารินที่ยืนอยู่ข้างๆ ไปตามพี่น้องปีศาจแวมไพร์มาที่นี่

        "แค่ก แค่ก แค่ก! ปัดโธ่เอ๊ย โดนเข้าให้แล้วมั้ยล่ะ..." ผมค่อยๆ คลานออกมาจากรูกำแพง

        "อ้าว? ยังไม่ตายอีกเหรอ" เสียงนั้นดังมาจากด้านหลังของผม เงาของบับอาร์คบิชอปค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาผมและมือซ้ายของเธอถือลูกตุ้มหนามขนาดใหญ่
         
        "ตัวก็ไม่ใหญ่มากทำไมถึงถือของแบบนั้นได้อย่างสบายๆ เลยฟ๊ะ!!" ผมรีบกลิ้งตัวหลบออกมา แล้วลูกตุ้มนั้นก็ฟาดไปที่จุดที่ผมนอนเมื่อตะกี้นี้

        "อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว! ต้องรีบหนี" ผมรีบวิ่งตรงไปที่ประตูทางออกของวิหาร

        "ไม่ให้หนีไปได้หรอก!"

        "เฮ้ย!!" ยัยอาร์คบิชอปกระโดดเข้ามาจับหัวผมจากด้านหลัง แล้วกดหัวลงไปที่พื้น

        "จับได้แล้ว..."

        "จับกดแค่หัวอย่างเดียวมันก็ไม่ได้อะไรดีขึ้นมาหรอกน่ายัยบ้านี่!" ผมยกมือไปบีบหน้าอกของเธอ

        "กรี๊ดดดดด!! เจ้าปีศาจลกมก!!" ได้ผลด้วยแห๊ะ ผมหลุดจากมือของเธอมาได้แล้วรีบลุกขึ้นวิ่งหนีทันที

        "หน้าอกขนาดแบบนี้กำลังพอดีมือเลย ขอบคุณที่ให้บีบน้า....อ้าว!?" พอผมหันหน้าไปมองก็ได้เห็นลำแสงขนาดใหญ่ไล่หลังมาติดๆ เฮ้ย! นี่หล่อนร่ายเวทย์โดยไม่ต้องท่องคาถาเลยเหรอ

        บึ้ม! อ๊ากกกกก! และแล้วผมก็สลบไปพร้อมกับโดนยัยอาร์คบิชอปจับไปขังอยู่ชั้นใต้ดินของวิหาร

       "พี่เลเน่! หนูพาทั้งสองคนมาแล้วค่ะ" คารินวิ่งเข้ามาหาเลเน่และตามหลังมาด้วยเอมิเลียกับเลส

       "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ท่านเลเน่" เอมิเลียพูด

       "ช่วงสายของวันนี้ฉันมาทำธุระที่วิหารเอเลน่า และไปเห็นอาร์คบิชอปที่ถูกส่งลงมาจากสวรรค์ ฉันจึงคิดอยากจะแกล้งเจ้าน้องชาย ก็เลยบอกไปว่าเอเลน่าส่งคนมาคุมความประพฤติ 'โทษฐานไปแกล้งพระเจ้า' หมอนั้นโกรธมากก็เลยบุกเข้าไปเพื่อแกะสลักรูปปั้นนั่น แต่ดูเหมือนว่ามันจะเลวร้ายมากขึ้นไปอีก เพราะหมอนั้นมันเล่นเอาซะข้างในวิหารดังตูมตาม ฉันก็เลยขอให้คารินไปตามพวกเธอสองคนให้ไปช่วยห้ามหมอนั้นทีน่ะ"

      "ก็รู้อยู่ว่าพี่ชายยังโกรธคุณเอเลน่าอยู่ ก็ยังจะไปยุให้เค้าโกรธอีก เวรกรรมมันมีจริงนะคะ พี่เลเน่" คารินพูด

      "เค้าผิดไปแล้ว~ ช่วยไปห้ามเจ้าน้องชายนั่นทีเถอะ นะ นะ นะ" ใบหน้าที่แสดงออกมาให้เห็น มันไม่ได้บอกว่ายอมสำนึกผิดเลยนี่หว่า ทั้งสามคนคิดแบบนั้น

      

       "อ๊ะ...อืม..." ผมเริ่มได้สติขึ้นมา แล้วมองไปรอบๆ

       "ฟื้นแล้วเหรอคะ คุณปีศาจ..." ผมสะดุ้งเฮือกแล้วหันไปมอง ก็ได้เห็นยัยอาร์คบิชอปกำลังยืนอยู่นอกกรงขัง

       "คุณเนี้ย...หนังเหนี่ยวใช้ได้เลยนะคะ โดนโฮลี่ไลท์เข้าไปเต็มๆ ซะขนาดนั้นแล้วยังจะรอดมาได้แบบนี้ คุณคงจะเป็นปีศาจที่มีเลเวล 500 ขึ้นไปแน่ๆ" ตูไม่ใช่ปีศาจ....ตูเป็นมนุษย์ และไอ้ท่าโฮลี่ไลท์นั้น มันสร้างความเสียหายได้เฉพาะอันเดธและปีศาจ แต่มันไม่ได้มีไว้สร้างความเสียหายให้กับมนุษย์หรอกนะ (โดนไปก็แค่เจ็บเหมือนมดกัด)

        "ตอนนี้คุณปีศาจกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไฟฟ้านะคะ" ผมมองดูตัวเองก็ได้เห็นว่า ตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้และถูกล็อกแขนและขาเอาไว้ พร้อมกับรวดทองแดงห้อยอยู่บนถังน้ำที่เต็มไปด้วยปลาไหลไฟฟ้า

        "เว้ย~! เอาจริงเหรอเนี้ย ปล่อยฉันไปเถอะ นะ นะ นะ"

        "จริงๆ ก็อยากจะปล่อยไปอยู่หรอกนะคะ แต่คุณปีศาจได้ยื่นมือมาบีบหน้าอกของฉัน จนทำให้อาร์คบิชอปคนนี้แปดเปื้อน แค่ตายอย่างเดียวมันก็ยังไม่พอหรอกค่ะ" โอ๊ว~! แม่เจ้า นี่ตูทำอะไรลงไปฟะเนี้ย  
Σ( ̄ ̄)

        "อยากจะขออะไรก่อนจะถูกไฟช็อตตายมั้ยคะ?"

        "ขอดูกางเกงในของเธอหน่อยสิ..."

        "มะ! ไม่ได้ค่ะ! ฉันให้แบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ" เหอ เหอ หลบหน้าหนีเราซะด้วย แจ๋ว...แบบนี้พอจะยืดเวลาออกไปได้เยอะ น็อตที่ล็อกแขนเราไว้มันก็ไม่ได้ยึดแน่นมากนัก ต้องหาเรื่องชวนยัยนั่นคุยไปเรื่อยๆ

        "งั้นขอใหม่ก็ได้! ฉันอยากรู้ว่า เวลาเธออาบน้ำ...จะเริ่มล้างจากส่วนไหนก่อน?"

        "เอ๋!?"

        "บอกมา! นี่คือคำขอสุดท้ายของฉัน ถ้าเธอไม่บอกก็ช็อตฉันไม่ได้ใช่ป่าว!"

        "อึ๊ก...! ก็ได้...ฉันเริ่มล้างตรงหน้าอกก่อน..." เฮ้ยเดี๋ยว!...ยังไขน็อตยังไม่ออก...ต้องหาเรื่องชวนคุยอีก
Σ( ° △ °|||)

        "ข้างซ้าย? หรือ ขวา?"

        "ทำไมฉันต้องบอกแบบละเอียดๆ ให้คุณปีศาจด้วยเนี้ย!"

        "เอาเถอะน่า...บอกมา"

        "ฉะ...ฉันเริ่มล้างตัวจากหน้าอกทั้งสองข้างพร้อมกัน..." เยี่ยม! น็อตที่ล็อกมือซ้ายหลุดแล้ว แต่ว่า...หล่อนล้างหน้าอกทั้งสองข้างพร้อมกันเลยเหรอ...
( ° ▽、° )♡

        "ทั้งสองข้างแบบไหน?"

        "เริ่มจากข้างล่างขึ้นบนแบบนี้..." ยัยอาร์คบิชอปยกหน้าอกตัวเองขึ้นแล้วปล่อยให้มันเด้งลงคืน สายตาผมมันขึ้นคำว่า 'เด้งดึ๋งๆ' พร้อมกับเลือดกำเดาที่กำลังไหลออกมา

        "ขอบคุณที่บอกนะ และมันก็ช่วยยืดเวลาให้ฉันปลดแขนออกมาได้!" ผมลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แล้วกระโดดพุ่งเข้าไปหา
ยัยอาร์บิชอปนั่น

       "คุณปีศาจลืมปลดล็อกตรงส่วนขานะคะ"

       "อ้าวเหรอ?" มือของผมหยุดอยู่ตรงหน้ายัยอาร์คบิชอปและล้มหน้าทิ่มไปกับพื้น หน้ากากปีศาจที่ผมใส่ก็หลุดจากหัวผม

       "อะไรเนี้ย? หน้ากาก?" ยัยอาร์คบิชอปหยิบหน้ากากขึ้นมาและหันหน้ามามอง ผมรีบก้มหน้าหลบเพื่อไม่ให้เธอเห็นหน้า

       "ไม่ใช่ปีศาจหรอกเหรอเนี้ย? ไหนขอดูหน้าให้ชัดๆ หน่อยซิ" เธอยื่นมือเข้ามาแล้วจิกผมแล้วยกขึ้น เธอถึงกับชะงักที่ได้เห็นหน้าผม แต่ทางฝั่งผมมองไม่เห็นหน้าของเธอ เพราะเธอสวมหมวกคลุมแบบปิดใบหน้า

       "เรย์นาร์ด...เหรอ?"

       บึ้ม!! ประตูทางเข้าห้องขังใต้ดินได้ถูกระเบิด เอมิเลียรีบวิ่งเข้ามาแล้วถีบยัยอาร์คบิชอปกระเด็นออกไป ส่วนเลสก็วิ่งมาปลดล็อกกุญแจห้องขังแล้วทำลายเก้าอี้ไฟฟ้าพังพินาศ

       "ท่านเรย์นาร์ด! พวกเรามาช่วยแล้วค่ะ!!" เอมิเลียโยนข้าวของที่อยู่ในห้องขังขว้างใส่ตรงจุดที่ยัยอาร์คบิชอปกระเด็นไป

       "รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะค่ะ พวกเราทนเข้ามาที่นี่ได้เพราะมีพลังของคารินคอยคุ้มกันไว้ ถ้าออกไปช้าล่ะก็ มีหวังโดนเผาไหม้เกรียมแน่!" เลสพยุงตัวผมขึ้นแล้วรีบพาตัวผมออกจากห้องขังใต้ดิน

       "เอมิเลีย! รีบออกมาได้แล้วนะ" เลสตะโกนเสียงเรียกเอมิเลีย

       "ค่ะ!"

       ผม เลสและเอมิเลีย ได้วิ่งออกมาจากวิหารเอเลน่า พี่สาวผมและคารินก็วิ่งเข้ามาช่วยพยุงตัวผม แล้วรีบวิ่งหนีออกไปให้ห่างจากวิหารให้มากที่สุด ส่วนยัยอาร์คบิชอปที่โดนเอมิเลียเล่นงาน ก็เดินออกมาจากวิหารแต่เธอก็ไม่วิ่งตามมา

       "เรย์นาร์ดกับรุ่นพี่เลเน่ อยู่ที่โลกนี้จริงๆ ด้วย..." เด็กสาวถอดหมวกคลุมออกและยืนดูพวกเรย์นาร์ดกำลังวิ่งหนีเข้าไปในป่า ส่วนตัวเองเธอยืนดูสักพัก น้ำตาก็เริ่มไหลออกมา


       ดีใจจัง...ที่ทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ ซิก...ซิก...





                                ———————— To Be Continued ————————   


      


[ThaiZeed Master]


Halloween 2014 Sinon  Christmas ! 2014 Happy new year 2015 Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 3446
  • Money: 5572
  • Tz: 3446
  • Posts: 227
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 13-10-2013
พลังน้ำใจ: 4
โพสต์เมื่อ 22-2-2016 21:53:33 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

[Platinum Member]


  • โมเอะ: 430
  • Money: 102
  • Tz: 427
  • Posts: 98
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 25-8-2016
พลังน้ำใจ: 2
โพสต์เมื่อ 29-8-2016 01:19:10 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
พระเอกตายด้านสินะ


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 18-11-2018 08:33 , Processed in 0.153991 second(s), 22 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th